0 Views

คำพูดของหญิงสาวผมดำที่ชื่อ นัทสึยะ โยรุฮานะ ผู้เป็นประธานนักเรียน ทำให้ทั้งโต๊ะช็อกเงียบเป็นเวลานาน

“เออ… ไงนะครับ” ใบหน้าของเซจินั้นกระตุกขึ้นมา “ผมอยากจะถามว่า… ที่คุณพูดมามันหมายถึงอะไร?”

“ก็อย่างที่ได้ยินนั้นแหล่ะค่ะ” นัทสึยะ โยรุฮานะจ้องมาที่หน้าเขาและยิ้มขึ้นเล็กน้อย “แต่นั่นมันอาจเป็นอะไรที่นานมาแล้ว”

ตอนนี้จิตใจของเซจิเต็มไปด้วยคำถาม เขาเหลือบไปมองมิกะข้างๆเขาและพบว่าเธอยังคงนั่งอยู่กับที่ และตกตะลึงถึงกับอ้าปากค้างกันเลย

*แค่ก แค่ก*

เขาแกล้งไอแบบพอดีๆ

“อืม… ดูเหมือนว่านี้คงเป็นการพูดคุยกันที่ดีนะ… คุณโยรุฮานะ คุณและมิกะควรจะดูเมนูเป็นอย่างแรกแล้วเลือกของกินดูนะครับ”

ในที่สุดเขาก็ได้ลดความตึงเครียดลง ขณะที่ทั้งสองสาวจากโรงเรียนมัธยมปลายมองไปที่เมนู เซจิเองก็แอบถอนหายใจ

ประธานคนนี้มั่นใจได้ว่าคงไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป

“ประธาน เครื่องดื่มพิเศษนี้ดูเหมือนมีไว้สำหรับให้คู่รักดื่มด้วยกัน… ”

“หืม เครื่องดื่มที่ดื่มด้วยกัน… ในที่สาธารณะแบบนี้ …ฮืมมม ไร้ยางอายที่สุด!”

ความรู้สึกของนัทสึยะ นั้นไม่อาจคาดเดาได้เพราะตอนนี้แก้มของเธอมีสีแดงเล็กน้อย และการแสดงออกที่ชัดเจนและดูธรรมชาติของเธอ ทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงที่ดูบริสุทธิ์

ขณะที่เซจิกำลังมองเธอด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย จากการแสดงออกของหญิงสาวผมดำคนนี้ดูเหมือนจะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว

บางทีเธออาจเป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงแบบในตำนานที่ไม่เคยออกไปข้างนอกบ้านงั้นเหรอ?

เซจิไม่เคยหวังว่าเขาจะได้พบกับตัวละครตัวแบบในชีวิตจริง

เอาล่ะ บางทีรูปลักษณ์ของผู้หญิงที่ถือดาบคนนี้อาจไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาดในโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยรูปแบบของเกมส์ 2 มิติก็ได้นิ?

หลังจากที่ทุกคนสั่งอาหารแล้ว บนโต๊ะก็เงียบอีกครั้ง

“คุณโยรุฮานะ คุณไม่คิดจะอธิบายอะไรหน่อยเหรอครับ?” เซจิพูดเพื่อทำลายความเงียบอีกครั้ง

“มีอะไรไม่มากหรอก จริงๆแล้วเหตุการณ์ที่นี้มันเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว และมันไม่มีความหมายต่อตัวตนปัจจุบันของคุณหรอก” นัทสึยะมองมาที่เขาอย่างลึกซึ่ง “ถึงแม้จะเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่น่าจดจำสำหรับชั้น แต่คุณไม่เคยแม้แต่จะได้พบชั้นมาก่อน แต่ถึงยังนั้นเราเองก็ไม่เคยพูดด้วยกันมาก่อน ชั้นยอมรับว่าชั้นผลีผลามพูดมากออกมาเล็กน้อย มันก็เป็นเพียงแค่เป็นการระบายอารมณ์ของชั้นเองก็เท่านั้น ”

“โอ้…”

“ถ้าชั้นทำให้คุณประหลาดใจ ชั้นก็ขอโทษด้วย” นัทสึยะยิ้มอย่างนุ่มนวล “การพบกันในวันนี้เป็นเพราะความต้องการของชั้นเอง ดังนั้นชั้นต้องขอขอบคุณ ที่ยอมรับคำเชิญของชั้นด้วย นอกจากนี้โดยการพบกับคุณที่นี่ นอกจากจะจำใบหน้าในความทรงจำนั้นแล้ว ชั้นก็สามารถที่จะเชื่อมโยงมันถึงชื่อของคุณได้อีกด้วย มันเป็นโอกาสสำหรับชั้นที่จะขอบคุณคุณด้วย”

“ขอบคุณผมงั้นเหรอครับ? ผมไม่คิดว่าผมจะได้ทำอะไรมาก่อนที่คุณโยรุฮานะจำเป็นต้องมาขอบคุณผมเลยนิ”

“คุณเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะปกป้องเพื่อนร่วมชั้น คุณอุเอะฮาระเป็นนักเรียนที่สำคัญของโรงเรียนของเรา”

รอยยิ้มของนัทสึยะ ถูกแทนที่ด้วยการแสดงออกที่จริงจังแทน “ต้องขอบคุณมากเลยค่ะ เซจิ ฮารุตะ คุณได้ปกป้องเด็กนักเรียนม.ปลายไว้และป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องอื้อฉาวขนาดใหญ่ขึ้นที่โรงเรียนของเรา ดังนั้นโรงเรียนของเรา โรงเรียนม.ปลายเซ็นต์ฮานะ(Genhana High School) เป็นหนี้คุณค่ะ!”

เธอได้ลดเกียรติเพื่อพูดอย่างเป็นทางการและจริงจังในหัวของเธอ ในขณะที่เธอเสร็จสิ้นจากการพูดคุย

“ประธาน … ” มิกะที่เฝ้าดูฉากนี้ค่อนข้างไหวหวั่น

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมหรอกครับ ผมแค่ทำสิ่งที่ผมควรจะทำเท่านั้น” เซจิยิ้มตอบ

“ถึงอย่างงั้น คุณประธานเองก็ที่ทำผลงานซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะคุณเป็นคนที่ปกป้องมิกะ ถ้าผู้ชายคนนั้นเคลื่อนไหวในโรงเรียน ผมเอง… ก็คงไม่มีกำลังพอที่จะทำได้”

* ติ้ง! * ตอนนี้ระบบบอกว่าการคะแนนความชื่นชอบของเธอที่มีต่อเขาเพิ่มขึ้น

“ชั้นเองก็แค่ทำในสิ่งที่ประธานทำ… หึหึ นี่เหมือนกับที่นายพูดเลยนะ” นัทสึยะยกของเธอศีรษะขึ้นและยิ้มอีกครั้ง

ขณะนั้นเอง ขนมของพวกเขาก็ได้มาถึง

“ของหวานของร้านนี้อร่อยมาก คุณควรลองกินมันดูนะ” ในฐานะพนักงานร้านเซจิให้คำแนะนำแก่พวกเธออย่างเป็นธรรมชาติ

ทั้งมิกะและนัทสึยะ ใช้ช้อนเพื่อพยายามกิน ทันใดนั้นดวงตาของพวกเธอก็สว่างขึ้น

“อร่อยจริงๆ!”

“มันดีมากเลย… ฉันไม่เคยกินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”

ทั้งสามคนมีความสุขที่ได้กินกัน

“อันที่จริง คุณโยรุฮานะ ผมมีอะไรที่จะถามนะครับ อืม… ผมได้ยินมาว่าบริษัทของครอบครัวขอชายผมบลอนด์นั้นล้มละลายกะทันหัน… คุณทำอย่างนั้นหรือครับ?”

“ไม่ใช่ชั้นหรอกนะ แม้ว่าชั้นจะเตือนไว้แล้วก็เถอะ แล้วถ้าหากไม่สนใจคำเตือนของชั้นแต่มันคงไม่ขนาดที่ชั้นจะขยับนิ้ว แล้วบริษัทก็ล้มละลายทันทีได้หรอกนะ” นัทสึยะส่ายหัวปฎิเสธ

“มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญงั้นเหรอ?”

“ถ้าความเห็นของชั้นละก็น่าจะใช่ แต่น่าเสียดายที่เขาให้ความเกลียดชังทั้งหมดของเขานี้มาลงที่คุณอุเอะฮาระ ซึ่งมันเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ทำแบบนั้น”

นัทสึยะถอนหายใจออกมาอย่างหนังหน่วง

“และที่อันจริงแล้วชั้นก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน… ถ้าไม่ใช่เพราะร่น ฮารุตะคุง ก็อาจจะมีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นก็ได้”

อันที่จริงแล้วถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเซจิมีความสามารถในการเซฟและโหลดแล้วละก็ คงได้จะมีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นแน่

ดังนั้นเซจิจึงเข้าใจความผิดหวังของประธานได้ เนื่องจากบางสิ่งที่เธอคิดว่าได้ปล่อยผ่านมันไปแล้วกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าเสียใจเพราะโชคชะตาเหล่านี้ คงเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนที่จะยอมรับ

“มันจบลงแล้วละครับ และอีกอย่างมิกะเองก็ปลอดภัยแล้ว นั่นมันก็เพียงพอแล้วละสำหรับผม”

“คือ… ฉันรู้สึกขอบคุณพวกคุณทั้งคู่มาก คุณประธาน  เซจิ… ถ้าไม่ใช้เพราะพวกคุณ ฉันก็คงจะไม่ได้… ” มิกะคิดย้อนกลับไปที่เหตุการณ์และก็น้ำตาเกิดขึ้นในมุมในดวงของเธอ

โต๊ะทั้งหมดได้เงียบอีกครั้ง แต่คราวนี้มีบรรยากาศที่อ่อนโยนแทรกซึมอยู่ตลอดในความเงียบนั้น

“ฮารุตะคุง  นายกำลังอาศัยอยู่คนเดียวและนายก็ดรอปจากโรงเรียนของนาย เพื่อมาทำงานเพื่อช่วยเหลือตัวเองใช่หรือเปล่า?” นัทสึยะเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา

เซจิยิ้มแห้งๆและพยักหน้า

“โรงเรียนของเราเป็นหนี้บุญคุณนาย  ถ้าไม่รังเกียจ ชั้นต้องการช่วยเหลือนาย… ถ้านายไม่สามารถกลับไปที่โรงเรียนเดิมได้ ทำไมนายไม่ย้ายโรงเรียนมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมเซ็นต์ฮานะของเราล่ะ?”

“เอ๊ะ?”

มิกะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและเซจิเองก็ตกใจด้วยเช่นกัน

“ความผิดพลาดก่อนหน้านี้มันไม่สำคัญ เพราะตอนนี้นายดูเหมือนจะเป็นคนดีแล้ว สำหรับชั้น นายไม่ควรจะเสียเวลาแบบนี้นายควรไปโรงเรียนและตั้งใจเรียนนะ” นัทสึยะพูดอย่างจริงจังกับเรื่องนี้

“ถ้านายต้องการที่จะทำงาน โรงเรียนของเรายังช่วยให้นายทำงานพาร์ไทม์(part-time)ได้ และชั้นเองก็สามารถแนะนำงานที่ดีๆบางอย่างให้นายได้ และสามารถที่จะช่วยเกี่ยวกับค่าอยู่กินของนายได้ ถ้านายยินดี ชั้นสามารถดูแลขั้นตอนทั้งหมดได้สำหรับนาย และผู้ปกครองของนายก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วม ดังนั้นนายคิดนายยังไงล่ะ? ”

หลังจากที่นัทสึยะพูดแบบนี้ ก็มีตัวเลือกการสนทนาก็ปรากฏตัวขึ้น

[A: ฉันไม่อยากกลับไปโรงเรียนหรอกนะ และมันไม่จำเป็นด้วย ขอบคุณ]

[B: ผมทำได้จริงๆเหรอ? แน่นอน ผมอยากกลับไปโรงเรียน… ]

[C: นี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ผมต้องการเวลาที่จะคิดหน่อยนะ ]

เนื่องจากตัวเลือกการสนทนาปรากฏขึ้นจึงหมายความว่าเกี่ยวข้องกับการให้คะแนนความพึงพอใจของเธอ และการตัดสินตามความสำคัญของตัวเลือกเหล่านี้ก็น่าจะคุ้มค่ามากทีเดียว

‘นี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับการเริ่มต้นรูทของประธานนักเรียน… ถ้ามันมีรูทนั้นละนะ’ เซจิคิดเรื่องนี้ในใจ

“เซจิ… ความคิดของประธาน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีนะ… ” แม้ว่าเธอจะตกใจกับข้อเสนอของประธานอย่างฉับพลัน มิกะไม่อาจทำให้เธอหยุดตื่นเต้นได้เลย ธรรมชาติเธอแล้วได้ตระหนักรู้ทันทีว่านี่เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม! “โรงเรียนของเราสวยมากเลย จะดีมากถ้านายมา… มันจะดีมากเลย!”

เมื่อเธอคิดว่าตัวเองกำลังจะได้ไปและกลับโรงเรียนพร้อมกับเขา และอยู่ในห้องเดียวกัน กินข้าวกลางวันด้วยกัน และอยู่ในชมรมหรือทำกิจกรรมร่วมกันแล้ง เธออยากให้เขาเห็นด้วยกับข้อเสนอของนัทสึยะแบบสุดๆ!

เซจิเหลือบมองมิกะและสังเกตเห็นว่าท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าเขาจะตอบตกลง

อืม… ดูเหมือนว่าทางเลือกนี้จะกระทบต่อการค่าคะแนนของผู้หญิงทั้งสองคนนี้ที่มีต่อเขา เช่นเดียวกับเส้นทางในอนาคตของตัวเขาเอง

เซจิคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สรุปได้ว่าเขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

เป้าหมายหลักของเขาหลังจากที่มาเกิดใหม่คือการที่จะสนุกกับชีวิตใหม่ของเขา และการกลับไปโรงเรียนอีกครั้งก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกว่าการทำงานแบบนี้อีก

แม้ว่าเขาจะมีจิตวิญญาณของผู้ใหญ่อายุสามสิบปี และการกลับไปโรงเรียนม.ปลายมันก็ดูน่าอายเล็กน้อย แต่มันก็ยังน่าสนุกอยู่ดี!

กังวลเพียงอย่างเดียวที่เขาคิดขึ้นมาก็คือ การติดต่อกันมากขึ้นของมิกะ เพื่อที่เธอจะได้รักเขามากยิ่งขึ้น แต่บางทีมันก็หลงตัวเองมากเกินไป และคิดว่าอาจจะมีบางทีสิ่งที่ตรงกันข้ามจะเกิดขึ้นก็ได้

ในฐานะที่เป็นนีทที่ไร้เดียงสาแล้ว เซจิก็ไม่มั่นใจในความสามารถของเขาที่จะรับพร้อมกับสาว ๆเข้ามาพร้อมกันได้  [จะไปเปิดฮาเร็มอะดี้]

และคำตอบที่เขาเลือกก็คือข้อ B

“ผมจะทำแบบนี้ได้เปล่า แน่นอนผมต้องการกลับไปโรงเรียนอีกครั้ง … แต่ผมได้ทำผิดพลาดบางอย่างมาก่อนถ้าข่าวเรื่องพวกนี้แพร่กระจายไปแล้วอาจส่งผลเสียต่อโรงเรียนของคุณได้”

เซจิแสดงความปรารถนาพร้อมด้วยความกระวนกระวายใจ

“ตราบใดที่นายต้องการ ก็ไม่มีปัญหา ถ้านายกังวลเกี่ยวกับข่าวลือ มันก็พอมีวิธี… ” นัทสึยะยิ้มกว้างๆออกมา “นายสามารถเปลี่ยนชื่อได้”

“เอ๊ะ?”

เซจิและมิกะทั้งคู่เบิกตาด้วยกันทั่งคู่

“ตามกฎหมายของเยาวชนที่ได้กระทำความผิด หรือทำผิดพลาดร้ายแรงในอดีต และถ้าได้เปลี่ยนแปลงเรียบร้อยตัวแล้ว ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อปลอมเป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยในการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ตราบใดที่พวกเขาได้รับอนุญาตจากโรงเรียนหรือที่ทำงานที่เกี่ยวข้อง พวกเขามีอิสระที่จะเริ่มต้นใหม่ ” นัทสึยะกอดหน้าอกของเธอด้วยแขน ทำให้หน้าอกของเธอดูเด้งขึ้นมาเล็กน้อย เซจิต้องยอมรับว่ามันค่อนข้างน่าประทับใจ

เซจิยับยั้งตัวเองไม่ให้จ้องมองไปยังเนินอกที่สามารถใช้ฆ่าคนนั้น ได้นั้น ขณะที่เขาคิดในใจว่า ‘มีกฎหมายแบบนี้ในโลกนี้ด้วยเหรอ? นี่จะไม่สะดวกเกินไปหน่อยเหรอ? ‘ในขณะที่เขาคิดว่า “กฎเหล่านี้มีอยู่ในโลกนี้หรือไม่? นี่ไม่ใช่วิธีที่โลกสะดวกเกินไปหรอ? ‘

อืม… ไม่ใช่ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในชีวิตก่อนหน้านี้หรอกนะ บางทีอาจจะมีกฎหมายที่คล้ายกันในโลกเก่าของเขาและอาจจะที่เขาไม่รู้ก็ได้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับกฎหมายแปลกๆแบบนี้ จนทำให้เกือบจะรู้สึกเหมือนว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาเท่านั้น…

“ดังนั้นแล้วจงฟังให้ดีนะ  ฮารุตะคุงเองรูปร่างหน้าตาของนายแตกต่างจากก่อนใช่มั้ย? ถ้านายแต่เปลี่ยนชื่อและย้ายไปเรียนที่โรงเรียนใหม่ก็ไม่มีใครรู้จักนายได้ ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะไม่มีข่าวลือร้ายใดๆ กระจายไปออกไป ” นัทสึยะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

“ถูกต้อง… ถ้าเซจิเปลี่ยนชื่อของเขา ด้วยวิธีนี้ ทุกๆคนที่รู้จักเขามาก่อนก็อาจจะ… ไม่มีทาง พวกเขาจำไม่ได้แน่นอน ฉันแน่ใจว่ามันต้องใช่แน่นอน!” มิกะ อุเอะฮาระตอบยืนกรานออกมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเซจิ ฮารุตะ!

ทุกคนที่เคยรู้จักแต่ไอ้อ้วนโอตาคุ คงไม่คิดเลยว่าตอนนี้เขากลายเป็นเด็กผู้ชายที่หล่อเหลาแล้ว และถ้าไม่ใช่ว่ามิกะเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านและเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขาเอง เธอคงจะไม่รู้จักเขาหรือเชื่อตาของตัวเองหรอก

เพราะการเปลี่ยนแปลงของเขาเป็น ปาฏิหาริย์ไงล่ะ!

“นอกจาก… ถ้าคุณอุเอะฮาระ ยินดีที่จะช่วยเราจะสามารถทำให้กระบวนการพวกนี้สมบูรณ์แบบมากขึ้นได้” นัทสึยะ เหลือบมองไปที่มิกะ

“ฉันเหรอค่ะ?”

“ใช่ถ้า ฮารุตะคุง เปลี่ยนชื่อแทนที่จะเลือกชื่อแบบสุ่ม ก็จะน่าเอาชื่อที่มีความน่าเชื่อมากกว่า ถ้าเขามีภูมิหลังครอบครัวตัวอย่างเช่นถ้าเขาเปลี่ยนนามสกุลของเขาเป็น ‘อุเอะฮาระ’ และเราก็บอกได้ว่าเขากับคุณ ลูกพี่ลูกน้องที่มีที่แก่กว่าคุณแน่นอนมันจะเป็นการเพิ่มเกราะป้องกันชั้นพิเศษที่ยอดเยี่ยมแน่นอน แต่นี่เป็นเพียงกรณีที่ครอบครัวของคุณยินยอมนะคุณ อุเอะฮาระ”

เซจิถึงกับพูดไม่ออก

มิกะที่ดูตกใจเมื่อสักครู่ ก่อนที่หัวใจของเธอจะเต้นอย่างรวดเร็ว!

ให้เซจิเปลี่ยนชื่อเป็น ‘อุเอะฮาระ’’งั้นเหรอ!?

ถ้าเธอมีนามสกุลเดียวกันกับเขา พวกเราก็จะต้องแสร้งทำเป็นว่าเขาเป็นญาติสนิท เธอเองก็จะมีข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบในการทำสิ่งต่างๆกับเขาและตอนนี้ใบหน้าของเธอก็เริ่มร้อนขึ้นมาขณะที่เธอกำลังวาดภาพฝันนั้นไว้ในใจของเธอ

‘ฉันตกลง!’ เธอตะโกนบอกในใจของเธอ

“เออ… นี่มันจะไม่เป็นการรบกวนมากเกินเหรอครับ มันอาจจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับมิกะและคุณเจ้าของบ้าน” เซจิยิ้มแห้งๆและตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้

‘มันไม่เป็นปัญหาเลย!’ มิกะอยากจะร้องออกมาดังๆ แต่เพราะศักดิ์ศรีของหญิงสาวทำให้เธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เธอก็ยังคงนิ่งเงียบพร้อมกับใบหน้าที่แดงขึ้น

“เอาล่ะ เราก็สามารถเปลี่ยนชื่อนายได้ นายคิดว่ายังไงล่ะ  ฮารุตะคุง?”

“คุณโยฮานะ ได้คิดเกี่ยวกับละเอียดทั้งหมดนี้แล้ว งั้นผมจะฟังคำแนะนำของคุณครับ”

“ตกลง ตัดสินใจได้แล้วสินะ” นัทสึยะมองไปที่ชายหนุ่มก่อนที่ดวงตาของเธอส่องสว่างขึ้น

“ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนมัธยมปลาย เซ็นต์ฮานะนะ ฮารุตะคุง”

“ขอบคุณครับ… ผมรู้สึกขอบคุณมาก สำหรับโอกาสนี้ที่คุณให้ผมได้เริ่มต้นใหม่ คุณโยรุฮานะ  อะ… ไม่ใช่ซิ… คุณประธานโยรุฮานะ” เซจิมองไปที่เธอและยิ้มให้ “ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน”