0 Views

เซจิและชิอากิเดินอย่างช้าๆไปตามถนนหลังจากออกจากร้านคาเฟ่กาแฟ

“ฮ่าฮ่า เรื่องที่นายชกเขาจนหมดสตินั้น นายชั่วร้ายมากเลยนะ เซนโจ … ไม่ใช่สิ เซจิ” ชิอากิระเบิดเสียงหัวเราะออมาอีกครั้งขณะที่เธอคิดย้อนกลับไปที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แต่นายก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก ตามที่คาดไว้อาวุธอันดับ S ของฉัน!” เธอยกนิ้วให้เขา

“หึ แน่นอนอยู่แล้วะ” เซจิแสร้งทำเป็นมองไปไกลๆ “คนที่สามารถเอาชนะฉันได้นะไม่มีอยู่ในโลกนี้เหรอกนะ”

หลังจากเงียบไปชั่วครู่

ทั้งคู่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“อะไรกันไอ้คำพูดที่น่าอายพวกนั้น? แต่ถึงอย่างนั้นมันเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดเหมือนกันนะ~ “ชิอากิก้าวเข้าไปใกล้ เซจิราวกับว่ามันเป็นเรื่องงธรรมดาและควงแขนของเขา

“เราไม่จำเป็นต้องแกล้งเป็นคู่รักกันอีกแล้วก็ได้มั่ง?”

“อืม ไม่ต้องแล้ว ฉันแค่รู้สึกว่าอยากจะทำมันก็เท่านั้น”

เซจิเหลือบไปมองผู้หญิงผมสีเงิน

“เป็นยังไงบ้าง… เรื่องที่พวกเธอพูดคุยกันนะ?”

“อืม… ฉันควรจะบอกว่ามันไม่ดีหรือว่าดีดีล่ะ?” ชิอากิมีท่าทางที่ซับซ้อน

“ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไม่ได้กลับมาคบกันอีกครั้งสินะ แล้วความสัมพันธ์ของพวกเธอในตอนนี้ล่ะคืออะไร?”

“ก็เป็น… เพื่อน” ชิอากิพูดแบบกระซิบ “ความสัมพันธ์แบบพิเศษแบบเพื่อนสนิท เพื่อนที่คิดถึงกันและกัน บางทีอาจจะได้เจอกันในเร็วๆนี้ แต่บางทีเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย… เพื่อนแบบนั้น”

เซจิยังคงนิ่งอยู่

แม้ว่าเรื่องที่เทสซึโอะ ซาคากิจะไม่ได้เป็นอะไรที่มากกว่าคนโง่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพูดถึงก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเรื่องความจริงที่ว่าฮารุกะ ชิมิซุ ไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาเป็นแบบเดิมกับชิอากิอีกครั้ง การที่เธอมาพร้อมกับแฟนตัวปลอมเป็นหลักฐานอย่างดีสำหรับเรื่องนี้

และถ้าฮารุกะไม่จงใจทำแบบนี้ แน่นอนว่าชิอากิเองจะไม่ขอร้องออกมาด้วยเช่นกัน ดังนั้น…

ยังไงซะ ทำไมฮารุกะ ชิมิซุถึงได้ชวนชิอากิที่กำลังเศร้าอยู่มาล่ะ? เรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องลึกลับ

เซจิกำลังรอคำตอบ

หลังจากช่วงระยะเวลาอันยาวนานของความเงียบ

“ถึงแม้ฮารุกะจะบอกไม่ให้บอกใครรวมถึงนายด้วยก็เถอะ… ฉันคิดว่าฉันควรจะบอกให้นายรู้เรื่องด้วย” ชิอากิเงยหน้าขึ้นมองเซจิขณะที่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยแสงไม่อาจอธิบายได้

“เธอแน่ใจหรือ? ถ้ามันเป็นความลับที่สำคัญ เธอไม่จำเป็นต้องบอกผมก็ได้”

“มันไม่ได้เป็นความลับ… เออ… จะว่าไงดี” ชิอากิถอนหายใจ “ฉันไม่รู้ว่านี้มันคืออะไร… ”

เธอไม่รู้งั้นเหรอ?

เซจิขมวดคิ้วของเขา

“ฮารุกะ เธอ… ตอนแรก เธอขอฉันจะย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายโควกิและกลับเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง” ชิอากิเริ่มพูดออกมาอย่างช้าๆ “แน่นอน ฉันปฏิเสธเธอเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้”

“จากนั้น เธอก็ขอให้ฉัน… ขาดโรงเรียนชั่วคราวนะ”

“ขาดชั่วคราว?” เซจิกำลังสับสน

เขาสามารถเข้าใจในคำขอที่ให้เธอย้ายโรงเรียนและเป็นเพื่อนกันอีกครั้งได้ แต่เรื่องที่บอกว่าให้ขาดโรงเรียนชั่วคราวคืออะไร?

“ถูกต้อง แต่เป็นการลา” ชิอากิพยักหน้า “เธอบอกว่าเธออยากให้ฉันไม่ไปโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์ฮานะในช่วงนี้เพราะอาจจะเป็นอันตรายได้นะ”

เซจิขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง

“อันตรายแบบไหน?”

“เธอไม่ได้บอกฉันว่ามันคืออะไร แต่เธอบอกว่ามีอันตรายซึ่งอาจทำให้นักเรียนตายได้เลย” ชิอากิพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

นี้ หรือว่ามันจะเป็น?

มีเพียงอย่างเดียวที่กำลังจะมาถึงซึ่งอาจจะเป็นอันตรายมากพอที่จะทำให้นักเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์ฮานะตายได้เลย… เซจิก็คิดถึงเหตุการณ์นั้นได้เท่านั้น

การต่อสู้ของหยินหยางมาสเตอร์!

นี้เป็นสิ่งที่ฮารุกะ ชิมิซุกำลังพูดถึงงั้นเหรอ? เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? เธอเป็นคนที่มีพลังลึกลับหรือเปล่า!?

ความสงสัยเกิดขึ้นต่อเนื่องในใจของเซจิ

“มันฟังดูแปลกๆ ใช่มั้ย? อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์ฮานะ?” ชิอากิถอนหายใจก่อนที่จะพูดต่อ “ฮารุกะพูดดูเหมือนจะจริงจังมาก เธอขอร้องให้ฉันเชื่อและทำตามที่เธอขอ!”

“เธอชวนฉันออกมาเพราะจะบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ตอนนี้เซจิเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังคำชวนอย่างกะทันหันของฮารุกะแล้ว

แต่ตอนนี้มีคำถามใหม่เกิดขึ้น

สำหรับชิอากิก็อย่างน้อย

“เห็นได้ชัดว่าเธอทำแบบนี้เพื่ออะไร แต่เธอไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับอันตรายนั้น… ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม… ” หญิงสาวผมสีเงินพึมพำกับตัวเอง “และเธอก็บอกฉันว่าอย่าบอกใครอีก… เอาจริงๆฉันไม่เข้าใจมันเลย มันเป็นความลับแบบไหนกัน? อะไรบางอย่างที่อันตรายมากพอที่จะทำให้นักเรียนมัธยมปลายตายได้นี้ควรจะเป็นเรื่องใหญ่สิ! ไม่ใช่ควรซ่อนมันไว้ ทำไมฮารุกะถึงไม่บอกรายละเอียดให้ชัดเจน และขอให้ฉันเก็บเป็นความลับเอาไว้ และบอกให้ขาดโรงเรียนล่ะ? ”

“ฉันไม่เข้าใจ เธอปฏิเสธที่จะพูดต่อไปในเรื่องนี้ ไม่ว่าฉันจะยังไงก็ตาม”

ชิอากิมองไปที่ชายหนุ่มคนข้างๆเธอ

“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันบอกนายเซจิ… เซจิ?”

ความรู้สึกที่คมชัดของชิอากิได้ตรวจพบบางอย่างจากการแสดงออกของเซจิและท่าทางของเขา

“นาย… รู้งั้นเหรอ?” เธอประหลาดใจ

เซจิยังคงนิ่งอยู่

“นายอาจ… รู้ว่าฮารุกะกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ใช่ไหม?” ชิอากิเริ่มค่อยๆขมวดคิ้วขึ้น

เซจิถอนหายใจหลังจากคิดถึงทางเลือกของเขา

“ผมก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ผมรู้คือสิ่งที่เธอกำลังพูดถึงหรือเปล่า?”

เขาเผชิญหน้ากับชิอากิแบบตรงๆ

“แต่… ดูเหมือนว่าจะน่าจะเป็นไปได้มาก ชิอากิ เธอรู้ไหมว่าเมื่อเร็วๆนี้ผมได้คุยกับประธานนักเรียน มีบางเรื่องที่ผมไม่สามารถบอกเธอและมิกะได้ สิ่งที่ฮารุกะพูดกับเธอนั้น… น่าจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ผมพูดกับประธานเกี่ยวกับเรื่องนั้น ”

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาช่วงขณะ

ชิอากิมองไปที่ใบหน้าที่ดูหล่อเหล่าของเซจิ

“อืม” ในที่สุดเธอก็ลงเอยด้วยการพยักหน้า “โรงเรียนของเรา… มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใช่ไหม?”

เซจิพยักหน้าตอบกลับ

“มันเป็นความลับอย่างมากที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ จะดีที่สุด ถ้ามีคนรู้น้อย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน”นั่นคือเหตุผล… ผมขอโทษ”

ชิอากิส่ายหัว

“ถ้านายทำได้นายก็คงจะบอกเราไปแล้ว ถ้านายไม่สามารถทำนั่นหมายความว่ามีเหตุผลลึกๆอยู่เบื้องหลัง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด และขอโทษ แม้ว่าฉันจะสงสัยและอยากรู้ความจริงอยู่ก็ตาม ฉันก็จะไม่สน นายและฮารุกะเป็นคนที่ฉันไว้ใจ แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่รู้ว่าพวกนายทั้งสองคนกำลังซ่อนสิ่งเดียวกันจากฉัน ฉันเชื่อมั่นว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับฉัน ”

ชิอากิมีประกายรอยยิ้มสดใสออกมา

“ฉันแค่รู้สึกเสียใจกับฮารุกะที่บอกนายไปทั้งที่เธอยืนกรานว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ… แต่ดูเหมือนว่านายจะรู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ”

เซจิยิ้มออกมาแบบเดียวกัน

“ใช่ โชคดีที่ผมเป็นคนที่ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“เอาจริงๆ… ความลับนี้ใหญ่แค่ไหน? ถ้าฉันบอกใครเกี่ยวกับสิ่งที่ฮารุกะบอกฉัน แต่ว่าถ้าไม่ใช่นาย… จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนอื่นรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้? ”

การแสดงออกของชิอากิแสดงให้เห็นถึงความกระวนกระวายใจ

เซจิพูดเกี่ยวกับมัน

“ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอพูด เธออาจจะจบลงด้วยการที่เพื่อนที่ไม่สนใจมัน… ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้แพร่กระจายข่าวลือออกไป ก็คงประมาณนั้น”

“อ้า… ฉันเริ่มกังวลสุดๆไปแล้วซิ” ชิอากิแสร้งทำเป็นเหงื่อออกจากหน้าผากของเธอ “มันคงจะดีนะถ้ามันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเท่าไหร่”

“ตอนนี้มันเป็นความลับขนาดใหญ่ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตราบใดที่เธอไม่ได้ไปบอกกับทุกคน แต่โปรดจำไว้ว่าถ้าเธอบอกคนอื่นต่อไปผลที่เกิดอาจจะเป็นเรื่องไม่คาดฝันก็ได้” เซจิเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

จะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ต้องไม่รู้ถึงตัวตนของหยินหยางมาสเตอร์ ขณะที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

“ก็ได้เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่บอกคนอื่นเด็ดขาด!” ชิอากิแลบลิ้นใส่เซจิ”ฉันควรจะโทรหาฮารุกะและขอโทษเธอดีไหม? ยังไงซะ นายต้องการคุยกับเธอหรือเปล่า? ในเมื่อพวกนายรู้ความลับเดียวกัน” ท่าทางของชิอากิยากที่จะอ่าน ขณะที่เธอคิดถึงการที่เซจิสามารถรู้เบอร์ของฮารุกะได้

เซจิคิดตามคำแนะนำของชิอากิ

“ผมไม่แน่ใจว่าจะต้องคุยกับเธอหรือเปล่า แต่เธอก็สามารถให้ข้อมูลการติดต่อกับเธอได้เหมือนกัน บางทีมันอาจจะมีประโยชน์”

ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของแฟนเก่าของเธอกับผู้ชายที่เธอแอบชอบเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดถึงจากความจริงที่ว่าพวกเขาได้แชร์ความลับด้วยกันแล้ว… ชิอากิกำลังต่อสู้กับอารมณ์ที่ซับซ้อนซึ่งไม่อาจอธิบายได้

นี้เธอ… กำลังจะ NTR ตัวเองเหรอ?     (สวมเขาให้ตัวเองมั้งครับ)

ไม่ ไม่ เธอแค่ชอบทั้งสองมาก ถ้าพวกเขาอาจจะกลายเป็นคู่กัน…

*ดิ๊ง-ดอง!*

จู่ๆจิตใจของชิอากิก็ได้มองเห็นจินตนาการฉากใหม่ที่เธอไม่เคยได้คิดถึงมันมาก่อน

ฉากนี้ได้ทำลายความไม่แน่นอนของเธอทั้งหมดให้หายไป และเธอก็รู้ลึกเหมือนกับว่าเธอได้เปิดมุมมองใหม่ๆที่เปิดกว้างมากขึ้นให้กับเธอ!

ถ้าเซจิและฮารุกะจะได้อยู่ด้วยกัน… นี้มันดูดีสุดๆไปเลย!?

ดวงตาของชิอากิเริ่มเป็นประกายหลังจากที่เธอรู้สึกว่าเธอเพิ่งได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะไม่มีอะไรมากไปกว่าจินตนาการ แต่มันก็ยังคงเป็นไปได้สำหรับเธอ!

ความหวังและความฝัน นั่นแหล่ะ!

หลังจากที่เซจิใส่เบอร์โทรศัพท์ของฮารุกะ ชิมิซุลงในสมุดรายชื่อในโทรศัพท์มือถือของเขาแล้ว เขาก็พบว่า… ท่าทางของชิอากิกลายเป็นแปลกไป

ผู้หญิงผมสีเงินยิ้มออกมาอย่างเป็นประกาย ขณะที่เธอตบเขาอย่างเต็มแรงลงไปที่ไหล่

“ลุยไปเลยและโทรไปหาฮารุกะเท่าที่นายต้องการซะ! และจีบเธอให้สุดความสามารถของนาย ฉันคิดว่านายจะมีโอกาสมาก!”

เซจิรู้สึกพูดอะไรไม่ออก

‘เรื่องบ้าอะไรว่ะ?’

 

 

 

 

เพจนีท NEET Receives a Dating Sim System