0 Views
เซจิกลับมาบ้าน ซักเสื้อ เปลี่ยนชุด และไปโรงเรียน
แม้ว่าเขาจะไม่ได้หลับตลอดทั้งคืน เขาก็ไม่ได้เหนื่อยล้าแต่อย่างใด เพียงแค่อดนอนพียงคืนเดียว มันมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อร่างกายที่มีพละกำลังมหาศาลของเขา
ขณะที่เขามุ่งหน้าลงไปที่บันได เขาก็เห็นมิกะที่กำลังรออยู่ที่ตรงบันได
“อรุณสวัสดิ์” มิกะยิ้มและส่งกล่องอาหารกลางวันให้กับเขา “นี้ ของนาย”
“อรุณสวัสดิ์ ขอบคุณนะ สำหรับอาหารกลางวันในวันนี้นะ” เหมือนอย่างเคยเซจิจะยอมรับความชื่นชอบจากครอบครัวอุเอะฮาระ
หลังจากทักทายกันและกันแล้ว ทั้งสองคนก็ไม่พูดอะไรและแลกรอยยิ้มให้แก่กัน ก่อนจะมุ่งหน้าไปโรงเรียน
“ฉันคิดว่ามีหลายๆอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้นะ” หลังจากที่มิกะเดินช้าลง และเริ่มพูดอย่างกะทันหันขณะที่ยังคงจ้องไปที่เซจิอยู่
“ถ้านายสงสัยว่า ทำไมฉันถึงได้เชคล่ะก็… ฉันก็เชคอย่างมีขอบเขตล่ะน่า แต่ไม่ใช่เพราะฉันสงสัยนายหรืออะไรพวกนั้นหรอก นายมีเหตุผลที่จะพูดต่อว่าพี่สาวฝาแฝดพวกนั้น และฉันเชื่อในตัวนาย” มีแสงแห่งความแน่วแน่ประกายอยู่ในดวงตาของมิกะ ขณะที่เธอเดินต่อไป “ฉันเชื่อนาย… แต่ฉันก็ยังคงไม่มั่นใจ ไม่ใช่เพราะความสงสัย แต่… เพราะฉันไม่สามารถเข้าใจได้ ชิอากิเองก็ไม่ได้สงสัย แม้ว่าเธอบอกฉันว่าเธอแค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้น แต่เธอเชื่อมั่นในตัวนายและสามารถเข้าใจนายได้ แต่สำหรับฉัน ฉันไม่สามารถเข้าใจความคิดของนายเลย… หรือนั่นคือเหตุผลที่จริงว่าทำไมฉันถึงเป็นอย่างนั้น ไม่มั่นใจและรู้สึกผิดหวัง ” มิกะลดศีรษะของเธอลง
“ฉัน… รู้สึกถึงระยะห่างระหว่างพวกเรา ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างฉันและชิอากิ ฉันก็รู้สึกว่ามันชัดเจนขึ้นกับนายในครั้งนี้ นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ฉัน… “
‘นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันรู้สึกเจ็บปวดมาก’
“หน้าอกของฉันเจ็บ และมันรู้สึกอึดอัดด้วย”
‘แม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทของฉัน และอีกคนก็เป็นคนที่ฉันชอบ… แม้ว่าพวกเขาจะอยู่เคียงข้างฉัน ฉันก็ไม่สามารถตามความคิดพวกนั้นได้ทันเลย’
มิกะ อุเอะฮาระรู้สึกเศร้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด
“นี้ เซจิ ฉันต้องทำยังไง ฉันถึงจะเข้าใจนายและชิอากิได้?”
เซจิมองตรงเข้าไปที่ดวงตาของเธอและยิ้มให้ เขายกมือขึ้นมาและตบลงไปที่หัวเธอเบาๆ
มิกะรู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับการกระทำแบบนี้อย่างกะทันหัน ใบหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงที่รู้สึกอบอุ่นและเหมือนโดนปลอบโยน
“เธอก็แค่คิดได้ช้าเท่านั้น และถามมีปัญหาจริงก็แค่พูดหรือคิดมัน และเธอจะเข้าใจมันเอง แต่อาจจะมีบางอย่างที่เธอยังไม่ได้สังเกตเห็น มิกะ บางทีเธออาจจะไม่ได้คิดถึงพวกมัน ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนโง่ แต่เพราะเธอยังขาดประสบการณ์อยู่ แบบนั้นแล้วเธอไม่ได้ผิดหรอกนะ ผมสงสัยว่าชิอากิตีสนิทกับเธอได้ง่ายๆคงเป็นเพราะธรรมชาติที่ไร้เดียงสาของเธอและผม… ผมคิดว่าเธอที่เป็นแบบนั้นนะ น่ารักมากเลยละ”
‘นะ… น่ารัก?’ ใบหน้าของมิกะแดงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
‘นี้ไม่ใช่ครั้งแรกเหรอที่เซจิชมฉันว่าน่ารัก!? อ๊าาา- น่าอายสุดๆ!’
“ชิอากิและฉันไม่ค่อยจะมีความคิดที่เรียบง่ายเท่าไร และเธอเองก็รู้แล้วเกี่ยวกับตัวผม และสำหรับชิอากิ… เธออาจจะมีสถานการณ์ของตัวเองด้วยเหมือนกัน” เซจิไม่ได้สังเกตเห็นความถึงเขินอายของเธอ ในขณะที่เขายังคงเดินต่อไป
“เธอเป็นคนที่ปกติที่สุดในหมู่พวกเรา และนั่นเป็นเหตุผลที่เธอทำให้เรารู้สึก… ผ่อนคลาย? ผมไม่รู้ว่าจะเติมอะไรลงในคำพูดพวกนั้นดี แต่ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง เธอก็ยังเพื่อนคนสำคัญของเราและจะไม่มีทางเปลี่ยนไป ไม่สำคัญว่าเธอจะเข้าใจวิธีคิดของพวกเราหรือเปล่า ถ้าเธอยังคงเป็นเพื่อนของเราอยู่ ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกกังวล เพียงแค่ทำตามที่เธอต้องการก็พอ “
เขาหดมือเมื่อเสร็จจากการพูดของเขา
มิกะรู้สึกผิดหวังทันทีที่เขาไม่ได้จับหัวของเธอต่อ แต่เธอก็ไม่ยอมให้ความผิดหวังนั้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
“นายน่าจะจับหัวฉันต่ออีกสักหน่อยก็ได้แท้ๆ… ” เธอพึมพำขณะที่ถอนหายใจ
“หืม?” เซจิไม่ได้ยินที่เธอพูดอย่างชัดเจน
“มะ… ไม่มีอะไร!” มิกะส่ายหัวของเธอไปด้วยความเขินอาย “ฉันเข้าใจที่นายพูดแล้ว!”
“โอ้ งั้นก็ดีแล้ว” เซจิยิ้ม
นั้นแหล่ะดีแล้ว
และอย่างเคยแสงแดดก็ส่องลงมาเรื่อยๆ ในขณะที่พวกเขาเดินไปตามถนนที่คุ้นเคย
ที่โรงเรียน เซจิได้เจอกับจดหมายรักอีกสองฉบับในตู้รองเท้าของเขา ดังนั้นเขาจึงใส่มันไว้ในกระเป๋าหนังสือของเขา
ต่อมาเขาได้เห็นทาคาชิ โคบายาชิและโคเฮ วาตาริในชั้นเรียน
ทั้งสองเป็นอันธพาล และทำแบบเดียวกับพวกเขาเคย พวกเขาทักทายเซจิด้วยการพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อพวกเขาเห็นเขา
‘ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการติดต่อกับฉันที่โรงเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่มีต่อชื่อเสียงของฉันนะ’ เซจิคิดในใจ
ถ้าเป็นทางที่พวกเขาเลือก เซจิก็ตัดสินใจที่จะเล่นด้วย
ในช่วงเวลาเรียน
ขณะที่เซจิกำลังเดินทางไปห้องน้ำ เขาหยุดเดินอยู่ที่ในห้องโถงและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
“เฮ้ นี้ผมเอง ผมมีบางสิ่งที่สำคัญที่ผมอยากจะบอกกับคุณด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องด่วน ถึงอย่างนั้น ตอนพักกลางวันใช่หรือเปล่า… โอเค ผมจะไปที่นั่นเมื่อถึงเวลานั้นก็แล้วกัน”
หลังจากที่เขาวางสาย เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยการแสดงออกที่จริงจังบนใบหน้า
“นายกำลังคุยกับองค์กรลับอยู่หรือไง?” มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากข้างหลังเขา
เธอคือชิอากิ
“ทำไมฝีเท้าของเธอมันถึงได้เหมือนกับแมวจริงล่ะ?” [ตีนแมว เดินเสียงเงียบ]
“เฮ้ เฮ้ นี้คือท่าเดินแบบสุดยอดของแมวเชียวเลยนะ” ชิอากิกล่าวด้วยความเย่อหยิ่ง
“มันไม่มีท่าเดินแบบนั้นหรอก!” เซจิตอบกลับทันควัน
พวกเขาสบตากัน
“ฉันแค่อยากจะทำให้นายตกใจเล่นก็เท่านั้น แต่ฟังดูเหมือนฉันได้ยินอะไรดีๆบางอย่างด้วยล่ะ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อบวกกับความรู้สึกของนายในตอนนี้แล้ว… ฉันจะถูกฆ่าตายเพื่อปกป้องความลับของนายหรือเปล่านะ?” ชิอากิแสร้งทำเป็นกลัว
“อ่า เธอพูดถูก– เธอรู้มากเกินไปแล้ว!” เซจิเอียงศีรษะสี่สิบห้าองศา และกำลังทำหน้าเหมือนตัวร้าย
หลังจากไม่กี่วินาทีของความเงียบก็ปกคลุมไปที่ทั้งคู่ จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะระเบิดออกมา
“ผมแค่โทรหาประธานโยรุฮานะเฉยๆ ผมต้องการบอกให้เธอรู้เกี่ยวกับบางอย่าง แต่เธอจะไม่ได้มีเวลาว่างจนกว่าจะหยุดพักกลางวัน ดังนั้นผมต้องไปที่ห้องสภานักเรียนนะ” เซจิเก็บโทรศัพท์มือถือไว้และพูดต่อว่า “เรื่องนั้นเกี่ยวกับ… เป็นเรื่องส่วนตัวนะ ผมต้องขอโทษด้วยนะ”
“การพูดคุยแบบลับกับประธานสาวสวยที่แสนงดงามอย่างนั้นนะเหรอ? ฟังดูไม่ดีเลยน่า~” ชิอากิใช้นิ้วกดไปที่ริมฝีปากของเธอ และทำท่าทางสงสัย
“มันผิดศีลธรรมแค่ไหนกันน่า!?”
“นี้มันความรักที่บริสุทธิ์งั้นเหรอ?”
“มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความรักหรอก เข้าใจไหม!?” เซจิพูดตอบกลับทันที
ต้องขอบคุณการล้อเล่นของชิอากิ ที่ทำให้รอบบรรยากาศที่จริงจังจากเรื่องโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ได้หายไปอย่างสมบูรณ์
“นายนี้ตอบกลับได้อย่างทันควันแบบนี้เสมอเลยนะ! นั่นแหล่ะคือเซจิที่ฉันรู้จัก!” ชิอากิหัวเราะเบาๆ
“ผมเองก็เป็นแบบนี้ตลอดแหล่ะน่า”
“แต่ก่อนหน้านี้ หน้านายดูจริงจังมาก”ชิอากิยิ้มอย่างขี้เล่น”ตั้งแต่ที่นายบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวฉันจะไม่สนใจก็แล้วกัน แต่… ถ้ามีอะไรที่ฉันสามารถช่วยนายได้นายต้องบอกให้เรารู้ด้วยล่ะ”
‘อืม เธอคงอยากจะบอกว่าเธออยู่ที่นี้ก็เพื่อฉันสินะ’ เซจิยิ้มให้กับเพื่อนของเขา
“แต่แน่นอน ผมจะใช้ประโยชน์กับเพื่อนดีๆแบบนี้ได้ยังไง?”
ชิอากิถอนหายใจ “การใช้คนเหมือนสิ่งของเนี่ย… นายนี้น่ากลัวสุดๆไปเลย!”
“ฮืมม ผมก็เป็นคนที่เย็นชานิ– เธอพึงสังเกตเห็นงั้นเหรอ?”
พวกเขาล้อเล่นกันต่อไป ในขณะที่พวกเขาเดินออกไปด้วยกัน
“มิกะสงบลงแล้ว นายทำอะไรเธอเมื่อคืนหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น”
“ชิ น่าเบื่อ… ” ชิอากิเบะปาก
“เธอคาดหวังให้ผมทำอะไรกับเธอกันแน่!?”
“เจ้าหญิงยอดเยี่ยมอย่างมิกะ เป็นเรื่องง่ายมากที่นายจะพิชิตเธอ ที่นายต้องทำก็คือกอดเธอไว้อย่างอ่อนโยน และกระซิบกับเธอขณะที่เธอรู้สึกกระวนกระวายใจ แล้วจากนั้นก็จูบเธอ… “
“หยุดได้แล้ว คำพูดของเธอมันจะติดเรทอยู่แล้วนะ ถ้าเธอพูดมากไปกว่านี้!” เซจิหยุดเธอไว้
“นี้เป็นโอกาสที่ดีที่นายมี… แต่นายก็ล้มเหลวที่จะได้ใช้ประโยชน์จากมัน น่าผิดหวังสุดๆ” ชิอากิส่ายหัวและยักไหล่อย่างไม่พอใจ
“มันจะเป็นปัญหานะ ถ้าผมใช้ประโยชน์จากเธอนะ!”
“ผมคิดว่าจะเป็นยังไงถ้าเกิดเป็นระหว่างชิอากิกับผมล่ะ”เซจิก็คิดระหว่างการล้อเล่นของพวกเขา
ก่อนที่เซจิมาถึงห้องน้ำ ชิอากิดูเหมือนจะนึกถึงบางอย่างได้
“เอาตามตรงเลยนะ เซนโจ นายต้องการให้ฉันเก็บความลับของนายไว้กับประธานจากมิกะหรือเปล่า?”
“ผมพูดไปแล้วว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นไง!”
“อืม สรุปได้ว่าฉันคุยกับเธอได้สินะ แต่เธอก็เป็นเพื่อนสนิทที่จะทำให้ฉันปวดหัวเป็นครั้งคราวซะด้วย”
เวลาพักกลางวัน
“นายกำลังจะไปที่ห้องสภานักเรียนอีกแล้วงั้นเหรอ?” มิกะถามด้วยความประหลาดใจว่า “ทำไม?”
“มิกะ ผู้ชายนะมักมีเพียงแค่หนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น… ที่เป็นความลับ เธอควรจะยิ้มและยอมรับ และปล่อยให้เขาไปนะ” ชิอากิยื่นมือออกมาและเปลี่ยนสีหน้าออกไปจากเดิม
มิกิและเซจิก็พูดไม่ออก จากคำพูดของชิอากิ
มีบางอย่างแปลกๆ เกี่ยวสิ่งที่ชิอากิพูด
ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน พวกเขาแต่ละคนรู้สึกเหมือนจะคัดค้านคำพูดของเธอ
“หยุดล้อเล่นได้แล้ว ผมมีเรื่องส่วนตัวที่จะต้องดูแล” เซจิถอนหายใจ “เอาล่ะ ไปกันเถอะ… คนขับรถเริ่มออกรถได้แล้ว”
“นายเรียกใครว่าคนขับรถ ฮะ! และเราเองก็ไม่ได้อยู่ในรถด้วย! “
คาซึฟุรุ โอกิผู้ซึ่งถูกจับโดยเซจิ ก็อดไม่ได้ที่จะเถียง
“นอกจากนี้ นายยังไม่รู้อีกหรือไง ว่าห้องสภานักเรียนอยู่ที่ไหน ทำไมนายถึงต้องการฉันนำทางไปตลอดเนี่ย!”
“ฉันลืมนะ” เซจิแกล้งทำเป็นคนใสซื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้
“นายโกหก นายโกหกแน่นอน!”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันลืมก็คือลืม งั้นไปเถอะท่านเลขานุการโอกิ เราสามารถเพิ่มความสนิทสนมของเราได้ในตอนที่เดินทาง” เซจิเริ่มลากคาซึฟุรุออกไปพร้อมกับจับที่คอของเขาเหมือนกัน
“ฉันไม่ใช่เพื่อนของนายปล่อยฉันไปได้แล้ว -!” คาซึฟุรุที่พยายามอย่างไร้ผลที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้อิสรภาพ แต่คีมเหล็กของเซจิก็แข็งแรงเกินไปที่จะหลุดออกมาได้
มิการู้สึกมึนงงในขณะที่เธอเฝ้าดูพวกเขาออกไป ขณะที่ชิอากิยังคงไม่สนใจและเป็นเหมือนเดิม
“มิกะ ฉันคิดว่า… “
“อืม?”
“เซนโจ… บางทีเขาอาจจะโดนผีเข้าสินิดหน่อยก็ได้มั้ง?”
มิกะพูดอะไรไม่ออกทันทีเมื่อเธอได้ยินคำนี้ออกมา