0 Views

มั่นคงและสงบนิ่งนั่นคือความรู้สึกของมิจิโร่  จูมอนจิที่มีต่อผู้ชายที่เขารู้จักในชื่อของ เซนโจ ฮาราโนะ

แม้แต่ตอนนี้ เขาเองก็ยังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับท่าทางที่เขาควรจะใช้กับผู้ชายคนนี้

ถ้าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่มีพลังลึกลับ เขาก็จะเต็มใจที่จะปฏิบัติกับผู้ชายคนนี้อย่างเต็มที่ แต่มันก็ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่นอนและ… เนื่องจากผู้ชายคนนี้ถูกเชิญมาที่นี้ได้สำเร็จ ก็ทำให้ลดโอกาสที่เขาเป็นผู้ความสามารถลึกลับลงไป

มิจิโร่เชื่อว่าจะมันเป็นการยากที่จะเชิญบุคคลที่มีพลังลึกลับมาได้

ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ความสามารถลึกลับนั้น จะหยิ่งทะนงและเขาจะดูถูกคนธรรมดาซึ่งรวมถึงกลุ่มมาเฟียของพวกเขาด้วย มันน่าสงสัยว่าพวกเขาต้องการติดต่อกับพวกเขาอย่างงั้นเหรอ… อย่างน้อยก็เบื้องหน้า

เมื่อมิจิโร่ได้ยินว่าคำเชิญนี้ประสบความสำเร็จ และผู้ชายคนนี้ก็ตกลงที่จะพบเขา มิจิโร่รู้สึกขุ่นเคืองและลดความคาดหวังของเขาลงไป

สิ่งที่เขาคาดหวังก็คือถ้าคนคนนี้เป็นผู้ใช้ความสามารถลึกลับ คาเอเดะอาจจะถูกปฏิเสธ บางทีอาจถูกเตือนและข่มขู่ และในที่สุดเขาก็จะต้องเชิญเด็กคนนั้นอย่างสุภาพและเป็นทางการกว่านี้ด้วย

แต่สถานการณ์ในปัจจุบันนั้นแตกต่างไปจากที่เขาคาดไว้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเขารู้สึกว่ามีโอกาสน้อยมากที่เด็กคนนี้จะเป็นผู้ใช้ความสามารถลึกลับ… และถ้าเป็นอย่างอื่นล่ะ มันก็จะกลายเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนไปเลย

หลังจากที่ได้พบปะกับเขาเป็นการส่วนตัวมิจิโร่สามารถบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้มีความมั่นใจมาก

ดังนั้นแล้วผู้ชายคนนี้จะเป็นผู้ใช้ความสามารถลึกลับอย่างงั้นเหรอ?

เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ มิจิโร่  จูมอนจิก็รู้สึกหมดหนทาง

ดังนั้นเมื่อผู้ชายคนนั้นถามเขาถึงสิ่งที่เขาต้องการจะคุยด้วย เขาจึงครุ่นคิดถึงสถานการณ์นี้ด้วยความเร็วสูงในใจ ขณะที่ในใจกำลังขมวดคิ้ว ในตอนท้ายเขาตัดสินใจที่จะใช้วิธีตรงๆไปเลย

“สิ่งที่ฉันต้องการพูดคุยมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวตนของคุณ… คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าคุณเป็นใคร?”

‘ฉันเป็นใครงั้นเหรอ?’ เซจิขมวดคิ้วขึ้น

“คุณยังไม่ได้สืบงั้นเหรอ?”

“ไม่ เรายังไม่ได้ทำการตรวจสอบคุณอย่างละเอียด เรารู้แค่ชื่อของคุณคือ เซนโจ ฮาราโนะและเมื่อเร็วๆ นี้คุณได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายเซนต์ฮานะในฐานะนักเรียนปีหนึ่ง… เรารู้ว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับประธานสภานักเรียนที่นั่น นัทสึยะ โยรุฮานะ… รวมไปถึงข้อเท็จจริงที่ว่าคุณมีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้มากขึ้นกว่าคนธรรมดาทั่วไปนั่นเป็นข้อมูลทั้งหมด “มิจิโร่บอกเซจิอย่างใจเย็น

“คุณเชิญผมมาด้วยข้อมูลเพียงแค่นี้?”

“เราพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าคุณอาจเป็นคนที่มีพลังลึกลับ ดังนั้นจึงเป็นการหยาบคายที่เราจะใช้การสืบสวนแบบละเอียด เรากำลังเชิญคุณด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เพราะเราต้องการทำอันตรายต่อคุณ”

ในห้องพักยังคงเงียบอยู่พักหนึ่ง

‘ฉันคิดว่าพวกเขาจะสามารถหาทุกอย่างเกี่ยวกับฉันได้ในเวลาอันสั้นซะอีก… นั้นทำให้พวกเขาไม่สนใจที่ตรวจสอบแบบละเอียด พวกเขาเชิญฉันเพียงเพราะพวกเขามั่นใจว่าฉันเป็นคนที่สวมหน้ากากนั้น ‘ เซจิคิดกับตัวเองว่า ‘ ดี นั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาเท่านั้น เพราะความสามารถในการต่อสู้ฉันที่แสดงออกมาในคืนนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ”

เอาจริงๆ เซจิไม่ได้คาดหวังว่าความสามารถในการสู้รบของเขาจะกลายเป็นเรื่องน่าตลกทันทีหลังจากที่เปิดใช้งานการ์ด [ต่อสู้] เขารู้สึกราวกับว่าเขากลายเป็นตัวละครหลักของพวกเกมต่อสู้ไปในทันที

ล้อเล่นน่า

เขายังไม่ได้เป็นเหมือนตัวละครจากเกมต่อสู้ในชีวิตจริง แต่ถ้าเขายังคงเพิ่มค่าความแข็งแรงของเขาผ่านระบบของเขา บางทีเขาอาจจะสามารถไปถึงระดับนั้นได้ ลองนึกดูว่าเร็วๆนี้ เขาจะสามารถเข้าถึงเทคนิคที่เรียกว่า [เร็วดั่งกระสุน] ได้แล้ว

‘แอะ แอ่ม หยุดออกนอกเรื่องดีกว่า หลังจากที่มีเจ้าพ่อมาเฟียนั่งอยู่ตรงข้ามฉัน’ เซจิก็หยุดตัวเองจากการคิดในทันที

“ตัวตนที่แท้จริงของผม… แม้ว่าจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่ผมหวังว่าพวกคุณจะไม่กระจายมันไปทั่วนะครับ” เซจิพูดด้วยน้ำเสียงปกติขณะมองตรงไปที่มิจิโร่  จูมอนจิ

“เซนโจ ฮาราโนะนั้นเป็นชื่อปลอม…  ชื่อจริงของผมคือ… เซจิ ฮารุตะ”

ฮารุตะ… หลังจากใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการเข้าใจ สายตาของมิจิโร่ที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนไปทันที!

“ฮารุตะ… คุณกำลังพูดถึง ฮารุตะจาก ‘เจ็ดตระกูลใหญ่… ’ใช่ไหม”

‘เจ็ดตระกูลใหญ่?’ เซจิกระพริบตาและเขานึกขึ้นมาได้ว่านัทสึยะ โยรุฮานะก็เคยพูดถึงคำนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงพยักหน้ายืนยัน

การแสดงออกทั้งหมดของมิจิโร่นั้นดูบิดเบี้ยวไปทันที ผู้ชายคนนี้อ้างว่าชื่อจริงของครอบครัวของเขาคือ “ฮารุตะ” และยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่… เขาโกหกหรือไม่? มิจิโร่ไม่คิดว่าจะเป็นกรณีนี้ … เพราะเขาไม่สามารถมองเห็นสัญญาณบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้โกหกได้เลย ในฐานะผู้นำกลุ่มจูมอนจิเขาค่อนข้างมั่นใจในการตัดสินของตนเองเกี่ยวกับคนอื่น!

ไม่เพียงแค่นั้นการพิจารณาความสามารถพิเศษในการต่อสู้ที่ผู้ชายคนนี้ได้แสดงออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่มีพลังลึกลับ แต่เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ทุกคนที่รู้เกี่ยวกับพลังลึกลับจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชื่อของครอบครัวฮารุตะ และจะเข้าใจถึงจุดที่น่ากลัวที่เขาจะได้พบ ถ้าเขาอ้างว่ามาจากตระกูลฮารุตะอย่างไม่ถูกต้อง!

มิจิโร่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า ถึงแม้ว่าเขาจะมีอยู่ 10 ชีวิตก็ตาม เขาก็ไม่กล้าที่จะอ้างชื่อปลอมว่า ฮารุตะ เด็ดขาด คนเหล่านี้อยู่ไกลเกินกว่ามนุษย์ธรรมดา และทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีในชื่อครอบครัวของพวกเขาด้วยเช่นกัน เพราะแบบนั้นคนที่อ้างชื่อจะต้องถูกลงโทษด้วยชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย! การที่ใช้ชื่อปลอมอย่าง “ฮารุตะ” โดยไม่เปลี่ยนท่าทางการแสดงออกแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย!

ด้วนคำตอบคือชัดเจนนี้ ทำให้มิจิโร่  จูมอนจินั้นเหงื่อตก

เขายังคงนั่งท่าทับเข่าอยู่ และถอยออกไปสามก้าว

“กระผมเสียใจเป็นอย่างมาก… ” ด้วยแขนเสื้อที่ใหญ่โตของเขา เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นแล้วก็ก้มคำนับให้กับเซจิ!

“คุณเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวฮารุตะ… ทุกอย่างที่เราเคยทำมาก่อนหน้านี้นั้นเป็นการไม่สุภาพเกินไป! โปรดของให้คุณยกโทษให้ด้วยนะครับ และผมหวังว่าจะได้รับการอภัยจากคุณอย่างมากด้วยครับ!”

เซจิรู้สึกตกใจสุดๆ นี้มันบ้าอะไรกันว่ะ! ที่เขาทำก็แค่บอกชื่อไปเท่านั้น ทำไมเขาถึงต้องก้มหัวลงด้วยล่ะ! และเขารู้อะไรเกี่ยวกับกับเขางั้นเหรอ!?

ยังไงซะ พวกสมาชิกมาเฟียทั้งหมดต่างก็ทำท่าทางแบบนั้น!? การเคลื่อนไหวของเขาดูชำนาญเกินไป !!

หลังจากที่ตกอยู่ในสภาพความสับสนอยู่นาน เซจิก็นึกถึงคำพูดของนัทสึยะ โยรุฮานะที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ว่าเขาได้มาจากครอบครัวที่มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวของเซจิคนเดิมไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของเขาเลย ดังนั้นคำอธิบายของนัทสึยะจึงไม่ได้ทำให้เซจิแสดงความรู้สึกอะไรมากมาย

แต่ตอนนี้เซจิได้รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของชื่อ “ฮารุตะ” แล้ว มันเป็นอะไรที่น่าหัวเราะเกินไปแล้ว!

เพียงแค่พูดออกมาดังๆ ก็อาจทำให้เจ้าพ่อมาเฟียตกใจในการกระทำดังกล่าวแล้ว…

‘โอ๊ะ ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในท่าทางนานมากแล้ว’

“คุณจูมอนจิ นี้มันไม่จำเป็นหรอกครับ ดังนั้นลุกขึ้นก่อนเถอะครับ” เซจิบังคับตัวเองให้พูดอย่างใจเย็นที่สุด “ถึงแม้ว่าผมจะมาจากครอบครัวฮารุตะ แต่ผมก็ถูกไล่ออกจากครอบครัวของผมแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นที่คุณจะต้องจริงจังมากก็ได้ ”

‘ถูกไล่ออกจากครอบครัวตัวเอง?’ ผู้ชายคนหนึ่งที่เด็ดเดี่ยว สามารถจัดการหนึ่งในสามของสมาชิกในกลุ่มจูมอนจิได้ด้วยเพียงตัวเดียว และจัดการฟุรุจังในมัดเดียวขณะที่เขามีปืน ไม่ต้องพูดถึงลูกชายของเขาที่เป็นหมายเลขหนึ่งกลุ่มนักสู้ที่เก่งที่สุดในกลุ่มของเขา? ขะ… เขาเป็นแค่คนที่ถูกไล่ออกจากครอบครัวของเขางั้นเหรอ!’ มิจิโร่ ซึ่งได้เห็นภาพลักษณ์ของชื่อครอบครัว” ฮารุตะ”ก่อนหน้านั้น รู้สึกเลยทันทีว่าเป็นตระกูลที่น่ากลัวมาก!

ถ้าคนที่ถูกไล่ออกจากครอบครัว มีพลังแบบนี้ งั้นสมาชิกในครอบครัวหลักของฮารุตะจะเป็นแบบไหน? บางทีอาจจะเป็นคนที่สามารถทำลายทั้งกลุ่มของจูมอนจิได้อย่างง่ายดาย!

หลังจากที่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้แล้ว มิจิโร่  จูมอนจิรู้สึกเครียดลงท้อง

“ไม่… ถึงแม้ว่าคุณจะมีสถานการณ์พิเศษอยู่บ้าง แต่คุณก็ยังคงเป็น ‘ฮารุตะ’ สำหรับคนอย่างผมที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมมืดพวกเราต้องมองเห็นการดำรงอยู่ของพวกคุณอยู่เสมอ” แล้วเขาก็ค่อยๆยกหัวขึ้น “ผมต้องขออภัย…. ต้องขออภัยอย่างสูงสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ทำกับคุณไป”

โอเค เมื่อถูกขอโทษมาหลายครั้งแล้วมันก็ทำให้เซจิเริ่มรู้สึกอึดอัดใจ

“ผมจะยอมรับคำขอโทษของคุณ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องทำอีกแล้วล่ะนะครับ” เขาเกาไปที่ใบหน้าของเขา “เห็นจากการกระทำของคุณแล้ว… ผมคิดว่าผมคงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของผมแล้วสินะ ดังนั้น… พวกคุณต้องการพูดคุยกับผมเรื่องอะไรงั้นเหรอ”

“ก่อนหน้านี้ ได้โปรดให้ผมได้แสดงความขอโทษจากใจจริงจากกลุ่มจูมอนจิด้วยเถอะ” มิจิโร่  จูมอนจิได้คำนับอีกครั้งแล้วยกแขนขึ้นและตบมือของเขา ทันทีนั้นก็มีหญิงสาวสวยๆสองคน ที่สวมเสื้อผ้าแบบโบราณของเกาะซากุระเดินเข้าไปในห้อง  ผู้หญิงคนหนึ่งถือถาดขนาดใหญ่ที่มีจานเล็กๆมากมายที่เต็มไปด้วยขนมหวาน ในขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆ ถือถาดที่มีกาน้ำ ชา ช้อนชา ใบชา หม้อต้ม… และอื่นๆ หลังจากที่ทั้งสองเดินเข้ามาพวกเขาคุกเข่าลงที่โต๊ะและวางจานลงบนโต๊ะนั้นทีละชิ้นแล้ว หลังจากวางถาดของหวานลงบนโต๊ะและอุปกรณ์ชาไว้ข้างมิจิโร่แล้ว พวกเธอก็โค้งคำนับและจากไปอย่างไร้คำพูด

“ขอให้ผมได้ทำชาให้แก่คุณด้วยเถอะครับ ได้โปรดลองทานขนมบางอย่างก่อน” มิจิโร่ชี้ไปให้เซจิ

เซจิสามารถบอกได้เลยว่ามิจิโร่  จูมอนจิดูเหมือนจะไม่มีเจตนาร้ายกับเขาและดูเหมือนจะเคารพเขามากเกินไปซะด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเขาจึงผ่อนคลายความรู้สึกของเขาลงเล็กน้อยเช่นกัน และหยุคิดและหยิบขนมหวานขึ้นมาทาน

อะ.. อร่อย! พวกมันอาจทำโดยคนที่ชำนาญด้านรสชาติที่ดียิ่งกว่าสิ่งที่ร้านขนมดีไวท์ เทซท ทำซะอีก! อืม ว่าแต่ทางร้านเองก็ทำแบบจำนวนมากซะด้วย

ความคิดนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับเซจิ ว่าของหวานที่ริกะ อามามิทำด้วยตัวเองจะเป็นยังไง? ไม่สิ เธอเป็นเจ้าของร้านและผู้จัดการร้านเท่านั้น ขนมหวานทั้งหมดในร้านของพวกเขาถูกออกแบบโดยเธอ

ในฐานะที่เป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ด้านหน้าเขาไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติมาก่อน ส่วนใหญ่แล้วคนที่ทำงานในห้องครัวเท่านั้นถึงจะมีโอกาส เซจิคิดเรื่องทั้งหมดนี้ขณะที่เขากำลังลิ้มรสขนมหวานที่วางอยู่ข้างหน้าเขา

ในขณะเดียวกันมิจิโร่  จูมอนจิกำลังทำอะไรกับเครื่องมือชงชาพวกนั้น เซจิเองก็ไม่เข้าใจ เขาต้มน้ำแล้วใส่ใบชาลงแล้วและชงมัน… การกระทำของเขาดูเหมือนจะทำอย่างจริงจัง ในขณะที่เขาทำการชงชา

“นี้อาจไม่ใช่พิธีชงชาจริงๆก็ได้… แต่มันก็พอที่จะทำตัวแบบเก่งๆและหลอกให้สาวๆบางคนตกหลุมรักเขาได้ ถ้าเขาเป็นอาจารย์มหาลัยจริงๆ” เซจิคิดอย่างกะทันหัน

หลังจากที่ทำแบบเรียบง่ายและอวดเก่ง…ไม่สิ นี้มันพิธีชงชาชัดๆ หลังจากนั้นมิจิโร่จัดถ้วยชาร้อนในมือของเขาให้เซจิใช้

นี้เป็นครั้งแรกที่มิจิโร่เคยให้ความสำคัญแก่คนหนุ่มสาวคนหนึ่งแบบเดียวกันกับที่ชงชาด้วยตัวเอง แม้กระทั่งลูกๆของเขาเองก็ไม่เคยได้รับสิ่งนี้จากเขามาก่อน!

มิจิโร่ไม่คิดว่าทั้งหมดนี้เป็นการดูถูก แต่ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะทำแบบนี้ นั่นเป็นเพราะมี “ฮารุตะ” อยู่ตรงหน้าเขา!

แม้ว่าเซจิจะเป็นคนที่ถูกไล่ออกจากครอบครัวของเขาแล้วก็ตาม… ไม่  มิจิโร่ที่ได้รับโอกาสนี้ก็เพราะเซจิที่ถูกไล่ออกจากครอบครัวของเขาต่างหาก

นี่คือคำตอบของข้อสงสัยก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าเซจินั้นไม่หยิ่งเท่าที่เขาคาดไว้และเห็นด้วยกับคำเชิญเพราะเขาถูกไล่ออกจากครอบครัวของเขา

ไม่อย่างนั้นเขาก็อาจจะไม่ได้รับโอกาสที่จะได้พบกับคนที่มีพลังลึกลับตลอดทั้งหมดในชีวิตของเขา!

“เอาน้ำชาเพิ่มไหมครับ”

“โอ้ ขอบคุณครับ”

เซจิหยิบถ้วยชาขึ้นมาและค่อยๆจิบมัน

“อืม ชานี้… อร่อยดีนะครับ”

มิจิโร่  จูมอนจิยิ้มเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำชมเชยของเซจิ เขาคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาชีวิตที่รุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิตของเขา

 

 

กดไลค์ได้ที่เพจนี้เลยนะครับ NEET

เปิดกลุ่มลับ 4 แล้วครับ ถึงตอนที่ 173