0 Views
“อ่า… ” มิกะก็จำได้ในทันทีว่าเธอเองก็เคยทำแบบนั้นกับเซจิมาก่อนหน้านี้
ใช่แล้ว ทำไมเธอลืมตอนที่เธอใช้คำพูดและท่าทางที่ดูถูกกับโอตาคุอ้วนๆนั้นล่ะ?
เมื่อเธอนึกถึงความทรงจำพวกนั้น มันก็ทำให้ในใจของเธอมิกะรู้สึกอายอย่างมาก
ใบหน้าของเธอเริ่มร้อนเมื่อโดนแดดสัมผัส
สิ่งที่เธอที่ทำ อย่างการตะคอกใส่เซจิตอนโกรธ นั้นมีนมีความคล้ายคลึงกับที่เซจิเคยใช่สั่งสอนกับฝาแฝดพวกนั้นในสองสามนาทีที่ผ่านมา
มันดูเหมือนกัน…
เมื่อคิดว่าเธอเองเคยเป็นแบบเดียวกันมาก่อน ทำให้เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินเซจิได้…
มิกะใช้มือของเธอเพื่อปิดปังใบหน้าที่แดงของเธอ และมือของเธอก็มีน้ำตาไหลซึมออกมาจากดวงตาของเธอ
“ฉันนี้มันแย่ที่สุด… แย่มากๆ… ฉัน… “
ถ้าอย่างนั้นเธอต้องขอโทษเซจิ!
“อะไรน่ะ?”
เมื่อมิกะเอ่ยคำขอโทษกับเซจิที่บนดาดฟ้า เซจิเองก็ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
เขาไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าเขาควรจะตอบอะไรกับมิกะไปดี ในขณะที่เธอรู้สึกอับอายและหดหู่ แต่เขาสังเกตเห็นว่าชิอากิที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอกำลังพยายามปกปิดเสียงหัวเราะของเธออยู่
“ชิอากิ… เธอพูดอะไรแปลกๆกับมิกะไปใช่มั้ย!?” เซจิมองไปที่เธอโดยทันที
“ชิอากิ?” มิกะมองไปข้างหลังเธอและสังเกตเห็นทันทีว่าตอนนี้เพื่อนของเธอกำลังหัวเราะอยู่แบบเปิดเผย
“ฮ่าๆ ขอโทษๆ… ฉันไม่คิดว่าเธอจะคิดเรื่องนี้จริงจังมากนิน่า ฮ่าๆ เธอนี้มันน่ารักมากๆเลยนะ มิกะ!”
ชิอากิไม่สามารถหยุดเสียงหัวเราะของเธอได้อีกต่อไปแล้ว
มิกะผู้ตะลึงงันไปช่วงขณะ แม้ว่าเธอจะไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตัดสินจากเสียงหัวเราะของเพื่อนของเธอ เพื่อนที่ซุกซนของเธอนี้ต้องเล่นอะไรตลกกับเธออีกแน่!
“ชิอากิฉันจะโกรธแล้วนะ!”
“โทษที… แต่ว่านะ มิกะฉันเดาว่าเธอยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จริงไหม… “
“ฮืมมม… ว๊ากกก!” แก้มของมิกะบวมป่องออกมา “ใช่สิ… ฉันมันก็แค่คนโง่!”
แล้วเธอก็ชกไปที่เพื่อนของเธอเบาๆ ด้วยกำปั้นของเธอในขณะที่เธอพูดแบบนั้น
‘เล่นอะไรกันล่ะนั้นนะ’
เซจิที่กำลังเฝ้าดูสาวๆสองคนที่กำลังเล่นต่อสู้ด้วยกันอยู่
ต้องใช้เวลาสักพัก ก่อนที่พวกเธอจะสงบลง
ชิอากิอธิบายให้เซจิฟังแบบสั้นๆ ซึ่งช่วยให้เขาเข้าใจได้ง่ายว่าเกิดอะไรขึ้น คำอธิบายของเธอแทบจะทำให้เขาพูดไม่ออก
“อืม ไม่แปลกใจเลยที่มิกะจะหลงกลเธอ… “
จากนั้นเขาก็มองไปที่มิกะและพูดออกมาตรงๆกับความเรียบง่ายของเธอ ถึงอย่างนั้นความไร้เดียงสาของเธอก็เป็นหนึ่งในจุดที่น่ารักของเธอด้วยเช่นกัน
“มิกะ เธอไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับผมหรอก เพราะความโกรธของเธอที่มีต่อผมในก่อนหน้านี้นั้นมันถูกต้องแล้ว… ผมคนเก่านั้นเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้เรื่องสุดๆ ถ้าเธอจะโกรธหรือเกลียดผมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะผมทำตัวผมเองไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนไม่ดี อาจมีบางคนที่เชื่อว่าเธอไม่ควรดูถูกคนอื่นในสถานการณ์ไหนก็ตาม แต่ผมไม่เห็นด้วย บางครั้ง การดูถูกคนอื่นก็เป็นวิธีที่จะใช้ปกป้องตัวเอง… มันก็เหมือนกับการปกป้องตัวเองจากคนชั่วร้ายที่กำลังจะคุกคามเธอนั้นแหล่ะ ไม่มีอะไรผิดกับการปกป้องตนเองเลย นั่นเป็นเหตุผลที่เธอไม่ควรที่จะเข้าใจผิดและเธอเองก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษด้วย” เซจิยิ้มอย่างอ่อนโยน
“แต่… ” มิกะเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“นอกจากนี้ช่วงพักทานอาหารกลางวันก็หมดแล้ว” เซจิพูดขัดจังหวะ “ผมยอมรับว่าบางทีท่าทางของผมอาจจะทำให้พวกเธอต้องตกใจบ้าง แต่คำพูดที่ผมพูดไปนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะพูดออกไปจริงๆ แม้ว่าผมจะสงบตลอดเวลา ผมก็ยังคงจะพูดในแบบนั้นกันกับฝาแฝดพวกนั้น สำหรับผมนั่นคือวิธีการของผมในการแสดงความไม่พอใจของผมต่อฝาแฝดที่ชั่วร้ายพวกนั้นและบางทีอาจเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องก็ได้ แต่ผมก็ไม่เสียใจอะไรและพูดออกไปตรงๆ มิกะจากมุมมองของเธอดูเหมือนว่าผมกำลังพูดอะไรที่น่าหัวเราะกับสาวสวยสองคนนั้นที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนสินะ เธอคิดว่าคำพูดของผมคงเป็นเรื่องที่รุนแรงมากเกินไปเพราะพวกเธอยังไม่ได้ทำอะไรอย่างการพูดที่รุนแรงมาเลย สำหรับเธอแล้วคงจะรู้สึกกลัวและน่าสงสัยในความจริงนั้นใช่ไหม?”
“ฉะ… ฉันไม่ได้…” มิกะรู้สึกตกใจและพยายามปฏิเสธคำพูดของเซจิ
เซจิยิ้มขณะที่เขามองไปที่เธอ
“เธอเป็นคนเรียบง่ายแบบนั้นแหล่ะมิกะ แต่… ผมไม่ใช่คนที่เธอคิดว่าผมเป็น ผมเองก็เคยเป็นโอตาคุที่เลวทรามมาก่อน ถึงแม้ว่าผมจะเปลี่ยนตัวเองแล้ว ผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าผมเป็นคนที่ดีขนาดนั้น ความจริงแล้วตัวผม… คงแตกต่างจากตัวผมในจินตนาการของเธอใช่ไหม ขอโทษนะที่ทำให้เธอผิดหวัง แต่… นี้แหล่ะคือตัวผมจริงๆ””
เซจิยื่นมือของเขาออกไปเพื่อแสดงถึงความจริงใจของเขาต่อสาวผมเปียที่อยู่ข้างหน้าเขา
“ผมเป็นแค่โอตาคุ โอตาคุบางคนอาจจะไม่ใช่คนดี โอตาคุบางคนอาจจะไม่ใช่คนที่ชั่วร้าย โอตาคุทำสิ่งที่เขาต้องการทำสิ่งที่เขาชอบทำ และไม่สนใจความคิดของคนอื่น สุดท้ายแล้ว โอตาคุทุกคนในโลกนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นผมจึงสามารถแสดงตัวตนของผมออกมาได้ นั้นแหล่ะคือทั้งหมดของผม “เซจิหดมือกลับและมีรอยยิ้มลึกลับบนใบหน้าของเขา
ดวงตาของมิกะ อุเอะฮาระเองดูเหมือนจะเลื่อนลอยหน่อยๆ
ชิอากิผู้ที่กำลังฟังทุกอย่างอยู่นั้น ก็ทำได้แค่ยิ้มเพียงอย่างเดียวและส่ายหน้าของเธอ
“มิกะ เซนโจได้ให้ความชัดเจนกับเธอแล้ว เธอจำเป็นต้องคิดส่วนที่เหลือด้วยตัวของเธอเองนะ บางที… มันอาจจะยากสำหรับเธอ แต่เธอรู้อยู่แล้วว่าเธอควรรู้อะไร และถ้าเธอพยายาม เธอจะเข้าใจมันเอง ฉันคง… ไม่สามารถยู่เคียงข้างเธอได้เสมอ บอกความคิดของเธอด้วยละ หลังจากที่รู้แล้ว “
ชิอากิตบไปที่บนไหล่ของมิกะและทิ้งเธอไว้
จากนั้นก็ถึงเวลาเรียนคาบบ่าย
หลังเลิกเรียน
เซจิคว้ากระเป๋าสะพายหลังของเขาและมองไปที่มิกะ
สาวสวยเปียผมกำลังมองเขาอยู่ แต่เธอก็หันไปที่อื่นทันทีที่สายตาของพวกเขาประจบกัน
เซจิยิ้มแบบแห้งๆก่อนที่ชิอากิจะหัวเราะและพูดกับเขา
“โง่” นั่นคือสิ่งที่เธอพูดออกมา
“โง่” คำๆนี้มีความหมายลึกๆอะไรอย่างนั้นเหรอ… อย่างน้อยที่สุดเซจิเองก็ไม่สามารถคิดออกได้
ชิอากิบอกว่าเขาโง่อย่างงั้นเหรอ? หรือว่ามิกะโง่?
หรือทั้งคู่?
อืม ช่างมันเถอะ
เขาโบกมือลาชิอากิและบอกลากับมิกะ และเตรียมที่จะออกจากโรงเรียนไป
เป็นวันที่ยาวนานจริงๆนะ ในที่สุดเวลาที่แสนจะเหนื่อยหน่ายนี้ก็จะได้จบลงซะที…
หรือว่าเขาคิดผิด…
ทันทีที่เขาออกไปจากห้องเรียนไม่กี่ก้าวเซจิก็รู้ว่ามีคนตามเขามา
มีคนสองคนตามเขามาและไม่ได้พยายามที่จะปกปิดตัวตนเลย และพวกเขาดูเร่งรีบมาหาเขา
“ฮาราโนะ…”
พวกเขาคืออันธพาลประจำห้องของเขา ทาคาชิ โคบายาชิผู้ที่มีผมสีม่วงและโคเฮ วาตาริคนที่ตัวสูงใหญ่
พวกเขาแนบขนานทั้ง2ข้างของเซจิ จากทางด้านซ้ายและทางด้านขวาของเขา
เมื่อเห็นพฤติกรรมของพวกเขาแล้ว เซจิก็รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
เขาต้องยอมพวกเขา!
เขาหัวเราะกับตัวเอง แต่ใบหน้าเขายังคงไม่สะทกสะท้าน
“ฮาราโนะ… มากับเราเถอะ” โคบายาชิกระซิบกับเขา
“แล้วถ้าผมไม่ทำล่ะ?”
“แล้วพวกเขาจะมาหาคุณโดยตรง” วาตาริพูดด้วยเสียงที่ดูอันตราย
เซจิขมวดคิ้วขึ้น
เขาไม่ได้ถามว่า “พวกเขา” เป็นใคร เพราะเขาพอจะเดาได้
ถึงแม้ว่าเขาอาจพยายามแสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีความหมาย
“ได้” เซจิตัดสินใจ แม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามาหาเขา เขาก็จะไม่ถอยหนี
วาตาริและโคบายาชิเดินผ่านเขาไปและพวกเขาจงใจเดินนำหน้าเซจิ ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาบังเอิญดินผ่านเซจิ
‘พวกเขาพยายามที่จะไม่ทำให้เรื่องชื่อเสียงของฉันเสื่อมเสียงั้นเหรอ?’ เซจิคิดขณะที่มองไปที่หลังของพวกเขา
วาตาริและโคบายาชิเป็นพวกอันธพาลที่มีชื่อเสียงในโรงเรียน ดังนั้นที่นักเรียนที่เดินร่วมกับพวกเขาจะดึงดูดความสนใจที่ไม่ดีมาเป็นอย่างมาก ด้วยวิธีนี้พวกเขาตั้งใจจะเว้นระยะห่างระหว่างพวกเขากับเซจิ และเซจิจะสามารถอธิบายได้ว่านี้เป็นการกระทำเพื่อปกป้องชื่อเสียงของเซนโจ ฮาราโนะเท่านั้น
ในขณะที่เขาได้รู้ถึงความคิดนี้ ความคิดของเซจิที่มีต่อทั้งคู่นั้นก็ดีขึ้นมาอย่างมาก
วาตาริและโคบายาชิเดินออกจากประตูหน้าโรงเรียนและเดินไปตามถนนหลังจากเดินไปได้สักพัก
เซจิเดินตามพวกเขาไปอย่างไร้จุดหมาย
หลังจากเดินไปได้ซักพัก พวกเขาก็มาถึงอาคารก่อสร้างที่ว่างเปล่า
มีรถสีดำสามคันจอดอยู่ที่นั่น และมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำกำลังยืนอยู่อย่างเป็นระเบียบระหว่างรถพวกนั้น ตรงหน้าคือผู้ชายผมสีแดงที่สวมแจ็กเก็ตสีดำแดงและใส่กางเกงหนังสีดำ ข้างๆเขาเป็นผู้หญิงผมหยิกสีบลอนด์ เธอสวมแจ็กเก็ตสีน้ำตาลรวมทั้งชุดวันพีชสีฟ้าเข้มและถุงน่องสีดำ
วาตาริและโคบายาชิหยุดห่างประมาณ 10 เมตร ก่อนจะไปถึงพวกเขาจะหันกลับไปมองที่เซจิ
เซจิเองก็หยุดเดิน
ความสนใจของทุกคนมุ่งเน้นไปที่เซจิทั้งหมด
“เขาเป็นใคร?” ชายที่สวมแจ็กเก็ตสีแดง เอียงศีรษะและถามขึ้น
“…ไม่ผิดแน่” หญิงสาวผมบลอนด์จ้องที่ชายหนุ่มที่หล่อเหลาด้านหน้าขณะที่ใบหน้าสวยๆของเธอกำลังแดงขึ้น “เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้ชายผมแดงคนนั้นมองไปที่เซจิ และยิ้มกว้างจนดูเหมือนปากของเขากำลังจะฉีกออก
ในเวลาต่อมาเขาพุ่งไปที่เซจิอย่างรวดเร็ว!
ช่วงนี้เพจ จะลงก่อนนะครับ บางทีอาจจะไม่ได้ลงเว็บย่อยๆนานอยู่(เนื่องจากมีธุระ5-6วัน จะให้ที่เพจอัพเองอัตโนมัตนะครับ) สามารถหาอ่านก่อนได้ที่เพจนะครับ ธุระสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้าละนะครับ เจอกันครับ
ตอนหน้าไม่บอกก็รู้ สู้กันอีกไงล่ะ!!