0 Views

ท่วงทำนองอันคุ้นหูของ “หญิงสาวในทะเล” ดังขึ้นท่ามกลางราตรี ทำเอาเผยอิงแปลกใจ

เธอฟังเพลงนี้มาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่เพิ่งเคยฟังการบรรเลงแบบสดๆ ครั้งแรก ซ่งหนานชวนยืนอยู่บนชายหาด ใช้เท้าเคาะจังหวะ สายลมที่พัดผ่านมีกลิ่นทะเลเจืออยู่

ไม่มีที่ไหนจะเหมาะสมสำหรับการบรรเลงเพลงนี้มากกว่าตรงนี้อีกแล้ว

เผยอิงจมอยู่ในบรรยากาศ ตกอยู่ในภวังค์ท่ามกลางเสียงอันไพเราะ

ซ่งหนานชวนเองก็ตั้งอกตั้งใจแสดง แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องร่างนั้นราวกับเกิดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ขนตาที่กระพริบ รอยคนงามที่หางตาข้างซ้ายนั้นถูกแสงจันทร์ขับให้โดดเด่น… ราวกับเป็นฉากระยะใกล้ในภาพยนตร์ที่ฉายอย่างช้าๆ ค่อยๆ เปิดเผยที่ละนิดๆ

การได้อยู่ริมชายหาด ท่ามกลางเสียงไวโอลิน คู่กับชายที่เธอรักใครเสน่หา…นั้นเป็นภาพที่เผยอิงจะจดจำไว้ตลอดชีวิต

ไม่รู้ทำไม เธอเริ่มรู้สึกอยากเต้น เลยถอดส้นสูง เดินไปริมน้ำ ยืดนิ้วออกและเริ่มเต้นรำ

เธอวาดลวดลายไปตามท่าเต้นที่เธอฝึกซ้อมสำหรับการออดิชั่น “การเต้นรำท่ามกลางแสงอาทิตย์สาดส่อง” ที่ใช้เวลาฝึกซ้อมถึงหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ แต่กลับไม่ได้แสดงให้ใครดูเลย

ถึงดนตรีจะไม่ใช่สไตล์เดียวกัน แต่การเต้นรำนี้กลับเข้ากับการบรรเลงไวโอลินของซ่งหนานชวนเป็นอย่างดี คลื่นซัดสาดจนทั้งนิ้วเท้าและชุดของเธอเปียกน้ำทะเลเย็นๆ ไปหมด แต่เผยอิงก็ไม่สนใจ

ชั่วขณะนี้ เธอแค่ต้องการเต้นรำท่ามกลางแสงจันทราเยือกเย็นเท่านั้น

การบรรเลง “หญิงสาวในทะเล” จบลงในสามนาทีถัดมา และการเต้นรำก็จบลงเช่นกัน ทั้งคู่ยังคงเงียบ ไม่พูดอะไร ผ่านไปครู่หนึ่งก่อนซ่งหนานชวนจะวางไวโอลินลง หันมาทางเผยอิง ยิ้มเอ่ย “ผมขอมอบเพลงนี้ หญิงสาวในทะเล ให้กับสุภาพสตรีอันเป็นที่รักของผม เผยอิง”

เผยอิงส่งยิ้มตอบ หัวเราะเอ่ย “และฉันขอมอบการเต้นรำครั้งนี้ การเต้นรำท่ามกลางแสงจันทราสาดส่อง ให้กับสุภาพบุรุษอันเป็นที่รักของฉัน ซ่งหนานชวน”

ซ่งหนานชวนยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ยื่นแขนมาโอบรอบเอวบาง ก่อนถามด้วยเสียงอ่อนโยน “เรารักกันขนาดนี้ คิดบ้างไหมว่าควรจะทำให้ทุกอย่างเป็นทางการเสียที”

เผยอิงแปลกใจอีกครั้ง ซ่งหนานชวนที่เห็นใบหน้าสับสนนั้นอดเครียดไม่ได้ “เธอเคยพูดว่า เธอจะแต่งงานกับคนที่สีไวโอลินเพลง หญิงสาวในทะเล ให้เธอฟังไม่ใช่เหรอไง สัญญาต้องเป็นสัญญาสิ”

แววตาคู่นั้นเจิดจ้าราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า สะท้อนให้เห็นภาพของเธอ

ริมฝีปากเผยอิงโค้งขึ้น ก่อนถาม “คุณเล่นไวโอลินเป็นด้วยเหรอคะ ฉันคิดว่าคุณเล่นเปียโนเป็นอย่างเดียวเสียอีก”

คำถามนี้ทำให้ซ่งหนานชวนโมโหเล็กน้อย “ฉันไปเรียนจากเฉียวอี้เฉินมา”

เผยอิงอ้าปากค้าง คืนนี้เธอตกใจไปกี่รอบแล้วเนี่ย

ซ่งหนานชวนบ่น “ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอทนได้ยังไง ตอนที่เขาสอนฉันเล่นไวโอลินน่ะ ฉันอยากจะทำให้ กวงเฉิน เรคคอร์ด ล้มละลายไปไม่รู้กี่รอบ”

“…แล้วคุณทนได้ยังไงกันคะ” บริษัท กวงเฉิน นั้นก็ยังอยู่ดีมีสุข

“ฉันตัดสินใจไปว่า อย่างน้อยฉันควรจะรอให้เล่นไวโอลินเป็นก่อน ค่อยทำให้บริษัทเขาล้มละลายน่ะ”

“…” เผยอิงอึ้งไปชั่วครู่ “แล้วไงต่อคะ”

“แล้วไงน่ะเหรอ” ซ่งหนานชวนมองเธอ “แล้วฉันก็เรียนจนเล่นไวโอลินเป็น ฉันมีความสุขมากจนตัดสินใจจะปล่อยเขาไปไงล่ะ”

เผยอิง, “….”

“คุณมีเวลาไปเรียนกับเฉียวอี้เฉินด้วยเหรอคะ? ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?” การเล่นไวโอลินนั้นต้องใช้ทักษะมาก เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสักนิด ถึงซ่งหนานชวนจะหัดเล่นแค่เพลงนี้เพลงเดียว ก็ต้องซ้อมเป็นเดือนเลยแน่ๆ

คำถามเผยอิงนั้นทำให้ซ่งหนานชวนนึกถึงความทรงจำอันชวนหงุดหงิดอีกครั้ง “เธอถามแบบนี้นี่ ได้คิดบ้างหรือเปล่าว่าเดือนก่อนเธอยุ่งจนพวกเราแทบไม่มีเวลาคุยกันด้วยซ้ำ จะมีเวลามาสังเกตุด้วยเหรอว่าฉันกำลังหัดเล่นไวโอลินน่ะ”

เผยอิง, “….”

ทำไมเธอต้องขุดหลุมฝังตัวเองด้วยเนี่ย

“ขอโทษนะคะ” เผยอิงกอดเขาก่อนพูด “ตอนหนังถ่ายเสร็จ ฉันจะใช้เวลากับคุณแน่ๆ”

ซ่งหนานชวนก้มหน้ามองเธอ “ถ้าเธอเสียใจจริงๆ ก็ช่วยคิดเรื่องที่เพิ่งถามไปว่าพวกเราจะทำให้ความสัมพันธ์เราเป็นทางการได้ไหม”

“เอ่อ…” เผยอิงซุกใบหน้าอันร้อนระอุเข้ากับแผงอกซ่งหนานชวน

ซ่งหนานชวนกระแอม ก่อนดันเธอออกเบาๆ วางไวโอลินส่ง ก่อนงัดกล่องเล็กๆ ที่ดูหรูหราออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท

ซ่งหนานชวนคุกเข่าลงหนึ่งข้าง พร้อมเปิดกล่องออก “คุณเผยอิง แต่งงานกับผมนะ”

พอเปิดกล่อง เพชรที่ประดับอยู่บนแหวนนั้นก็สะท้อนเข้าตาเผยอิงจนตาพร่าไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคู่นั้นเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา อาจจะเป็นเพราะว่าแสงนั้นสดใสเป็นประกายยิ่งนัก

ซ่งหนานชวนยังคุกเข่าอยู่บนพื้นทราย ไม่ใส่ใจสักนิดว่ากางเกงแสนแพงของเขาจะเลอะขนาดไหน

เงาที่ทอดยาวตามแสงจันทร์นั้น ร่างนึงยืน ร่างหนึ่งกำลังคุกเข่า เมื่อคลี่นทะเลซัดผ่านนิ้วเท้าของเผยอิงอีกครั้ง ในที่สุดเธอก็พยักหน้า “ตกลงค่ะ”

ริมฝีปากที่ตึงเครียดของซ่งหนานชวนนั้นคลายออกเป็นรอยยิ้มทันที เขาลุกขึ้นยืน กอดเผยอิงไว้ ก่อนหมุนตัวเธอไปรอบๆ ในอากาศ

“ฮ่าฮ่าฮ่า พอเถอะค่ะ ปล่อยฉันลงได้แล้ว” ผมสีดำสนิทของเผยอิงปลิวไสวไปในอากาศพร้อมกระโปรงสีขาว เธอเกาะไหล่ซ่งหนานชวนแน่นก่อนร้องออกมา

ซ่งหนานชวนวางเธอลงและคลายอ้อมกอดออก มองเธอก่อนจูบที่ริมฝีปาก

ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดเข้าสู่ชายหาด ทะเลอันกว้างใหญ่ไร้จุดจบโอบล้อมเผยอิงไว้ เช่นเดียวกันกับความรักและความอ่อนโยนของซ่งหนานชวน

 

เผยอิงนึกไม่ออกว่าเธอกับซ่งหนานชวนกลับมาที่โรงแรมได้ยังไง แต่ร่างกายของเธอนั้นจดจำความเร่าร้อนได้ทุกอณู

จุมพิศอันเร่าร้อน ดูดดื่ม ลมหายใจอันร้อนระอุ และผิวกายอันแผดเผา ราวกับหัวแร้งที่นาบลงมา ทิ้งร่องรอยไว้ทั่วร่างของเธอ และแล้ว…

เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนพิการไปแล้ว

เหมือนชิ้นส่วนในร่างโดนดึงออกจากกันแล้วและประกอบติดเข้าด้วยกันใหม่ ขยับตัวเล็กน้อยก็ปวดร้าวไปทั้งตัว เธอหันไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงอยู่นอกหน้าต่าง อยากเตะสัตว์ร้ายคนนี้ลงจากเตียง

“อิงอิง…” ซ่งหนานชวนนอนละเมอเรียกชื่อเผยอิง ถึงจะเป็นแบบนี้แต่ร่างเขาก็ขยับเข้าหาร่างของเผยอิงโดยอัตโนมัติ

เผยอิง, “….”

ชาติก่อนเขาคงเกิดเป็นตุ๊กตาหมีแน่ๆ

พอเธอนึกขึ้นได้ว่านี่มันเที่ยงแล้ว และเธอก็ยังไม่ได้กินอะไร เธอก็เพิ่มเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ชึ้นจนสุดแล้วเอาไปวางไว้ข้างหูซ่งหนานชวน

ซึ่งแน่นอนว่าซ่งหนานชวนตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเรียกว่าตกใจจนตื่นก็ได้ เขาใช้เวลาครู่ใหญ่ก่อนได้สติ ก่อนถาม “เธอไม่มีวิธีปลุกคนที่อ่อนโยนกว่านี้เลยเหรอ”

“ไม่มีหรอกค่ะ” เผยอิงปิดนาฬิกาปลุก มองเขา “ฉันอยากกินข้าวแล้ว”

ซ่งหนานชวน, “….”

เขารู้สึกว่าบริษัทสเต็กพริกไทยดำที่จ้างเธอเป็นพรีเซนเตอร์นั่นช่างมองอะไรได้เฉียบขาดจริงๆ

ซ่งหนานชวนหยิบเสื้อคลุมมาใส่ ก่อนโทรสั่งอาหาร หลังจากทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัว อาหารกลางวันก็มาส่ง ซ่งหนานชวนหยิบกล่องเล็กๆจากหัวเตียง เอ่ยกับเผยอิง “ส่งมือมาหน่อย”

เผยอิงยื่นมือไปให้อย่างเชื่อฟัง ซ่งหนานชวนหยิบแหวนออกมาสวมให้ที่นิ้วนางของเธอ “เอาล่ะ ตอนนี้เธอโดนตีตราจองไว้แล้วนะ ห้ามวิ่งหนีไปไหนอีกล่ะ”

เผยอิงยกมือขึ้น ดูแหวนเพชรบนนิ้วตัวเอง “แต่พ่อคุณไม่ชอบฉันนี่คะ”

“ตราบที่เธอตกลง ก็ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้นหรอก ฉันจะอธิบายกับพ่อเอง”

“ฮื่อ…” เผยอิงพยักหน้าด้วยใบหน้าหม่นหมอง “แต่ก็ยังติดที่พ่อแม่ฉันอยู่ดี…”

ซ่งหนานชวนตอบ “ฉันคิดเรื่องนั้นไว้แล้ว พวกเราจะไปบ้านเกิดเธอตอนตรุษจีน ไปพบพวกเขา เธอจะได้ไปเอาทะเบียนบ้าน และพวกเราจะได้ไปจดทะเบียนกัน

เผยอิงกระพริบตา “คุณวางแผนไว้หมดแล้วนี่นา”

“เรื่องสำคัญอย่างการแต่งงานน่ะ ควรมีการวางแผนไว้ล่วงหน้านะ สิ้นปีเธอน่าจะถ่ายหนังเสร็จพอดี และพวกเราก็สามารถเริ่มเตรียมงานแต่งได้” ซ่งหนานชวนยิ้มให้เธอ “เธออยากจัดงานที่ไหนล่ะ”

“ฉันเหรอ” เผยอิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย ฉันคิดว่าเรื่องที่สำคัญจริงๆ คือคนที่ยืนอยู่ข้างๆ มากกว่า”

ซ่งหนานชวนหัวเราะ ก้มลงจูบเธอ “งั้นก็เริ่มคิดได้แล้วล่ะ ปราสาท? โบสถ์? ริมทะเล? กลางทุ่งหญ้า? ที่ไหนก็ได้ที่เธอชอบ

“ที่ปราสาทฟังดูโรแมนติกมากเลย แต่ริมทะเลก็ดีเหมือนกัน”

“งั้นพวกเราก็จัดสองรอบเลยละกัน”

“เล่นใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“อืมม์ สามีเธอน่ะมีเงินเยอะมาก ตกลงเธอจะเอายังไงล่ะ”

เผยอิงนอนลงข้างๆ เขาก่อนหัวเราะไม่หยุด ซ่งหนานชวนลูบหัวเธอยิ้ม “เอาล่ะๆ เธอบอกว่าเธออยากกินข้าวไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ไม่หิวแล้วเหรอไง” หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เสริม “นี่คือสิ่งที่เขาพูดกันว่า ความรักทำให้ท้องอิ่มได้ใช่ไหม

“’งืม… ฉันว่า ฉันอยากกินเนื้อมากกว่า”

“….”

ตอนบ่ายซ่งหนานชวนพาเผยอิงขึ้นเรือยอร์ทล่องสมุทร พวกเขาดูหนังกัน ก่อนเฝ้ามองพระอาทิตย์ตกดิน ตามด้วยมองดวงดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้า กว่าพวกเขาจะกลับโรงแรมก็ดึกมากแล้ว

การท่องเที่ยวทะเลสามวันนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันที่สี่พวกเขาก็เตรียมตัวกลับบ้าน

เผยอิงใช้วันหยุดสี่วันไปกับการเที่ยวเล่น ไม่ได้แม้แต่จะแตะบทสักนิด พอนึกถึงเสียงคำรามกึกก้องของผู้กำกับจ้าวเวลาโมโหนั้น สายตาเธออยู่ที่สคริปตลอดเที่ยวบินกลับเหมือนโดนติดกาว

ซ่งหนานชวนไม่พอใจเรื่องนี้อย่างแรง แย่งสคริปมาจากมือเธอ ก่อนมองด้วยสีหน้าจริงจัง “เธอยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นตอนขามาได้ไหม”

เผยอิงตัวแข็งขึ้นมาทันที “อะไรคะ คุณคิดว่ามันจะเกิดขึ้นอีกรอบเหรอ”

“กลัวแล้วเหรอ ตอนนี้เธอยังคิดว่าการอ่านสคริปน่ะสำคัญมากหรือเปล่า”

เผยอิงดึงสคริปกลับ “แต่ถ้าฉันไม่ท่องบทตอนนี้ ชีวิตอันแสนสั้นของฉันนั้นจะสั้นกว่าเดิมตอนเข้าฉากพรุ่งนี้นะคะ”

ซ่งหนานชวน, “….”

กว่าพวกเขาจะกลับมาถึงเมือง A ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว ตอนจะไปซ่งหนานชวนพาแมวไปทิ้งไว้ให้เซียวจางดูแล และเซียวจางก็พาพวกมันมารับทั้งคู่ด้วยที่สนามบิน

เผยอิงอุ้มเจ้าดำขึ้นมา เซียวจางอดสังเกตุเห็นแหวนบนนิ้วของเธอไม่ได้ มันเกือบทำให้เขาตาบอดไปหนึ่งวินาทีเต็มๆ

เพชรใหญ่เว่อร์วังอลังการมาก ถ้าซีอีโอซ่งจะใจปล้ำขนาดนี้ที่ทำงานด้วยคงจะดี

หลังจากพวกเขากลับถึงวิลล่า เซียวจางก็ยืนยันตารางวันถัดไปกับซ่งหนานชวนก่อนไป คืนนั้นเผยอิงโชว์ฝีมือทำกับข้าวเอง ซ่งหนานชวนอ้อนขณะที่ดื่มน้ำแกงฝีมือเธอ “การมีเมียนี่ดีจริงๆ”

เผยอิงห่อปาก “อย่าทำเหมือนฉันไม่เคยทำกับข้าวแบบนี้สิคะ”

“แต่ฉันรู้สึกว่าอาหารเธออร่อยขึ้นเวลามีแหวนอยู่บนนิ้วนี่”

เผยอิง, “….” แหวนคุณนี่มีมนตร์วิเศษอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ

“แต่ฉันสวมแหวนแบบนี้ตลอดไม่ได้นะคะ”

ซ่งหนานชวนตะโกนออกมาทันที เมื่อเห็นเผยอิงกำลังจะถอดแหวน “เผยซิวจ้วน เธอกำลังทำอะไร”

เผยอิงสะดุ้ง “มันวิ้งวับขนาดนี้ ถ้าโดนใครขโมยไปละคะ แล้วฉันก็สวมแหวนตอนถ่ายทำไม่ได้ด้วย ถ้าทำหายไปตอนกำลังเข้าฉากล่ะแย่เลย” เธอหันไปจ้องซ่งหนานชวน “แล้วฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้เรียกฉันว่าเผยซิวจ้วนน่ะ ซ่งโกวต้าน[1]

ซ่งหนานชวนกระพริบตา มองเธอก่อนถามด้วยสีหน้าจริงจัง “แล้วบนทะเบียนสมรสเราจะเป็นชื่อ เผยอิง หรือเผยซิวจ้วนล่ะ”

“…ทั้งบัตรประชาชนและพาสปอร์ตฉันน่ะเป็น เผยอิง หมดแล้วค่ะ!”

“อ้อ น่าเสียดายเนอะ”

“ก็คงงั้นแหละค่ะ ถ้าบนการ์ดเชิญของเราเขียนว่า คุณเผยซิวจ้วนกับ คุณซ่งโกวต้าน คุณคิดว่าจะมีใครมาไหมคะ”

“……ฉันคิดว่า เถี่ยจู้ ซาชุน กับเอ้อร์โกวจึ[2] จากหมู่บ้านข้างๆ คงมางานด้วยแหละ

“พรืดดดด” เผยอิงเกือบพ่นน้ำแกงออกจากปาก  “ฮ่าๆๆๆ จู่ๆ ฉันก็คิดว่าชื่อฉันก็ไม่แย่มากแล้วล่ะ”

“แล้วถ้าเทียบกับเผยซิวหรานล่ะ”

เผยอิงเม้มปาก ไม่พูดอะไร ซ่งหนานชวนมองแหวนวงนั้น ก่อนถาม “เธอจะโพสเรื่องของเราบนเว่ยป๋อไหม”

“หืมม…” เผยอิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนี้ฉันยังไม่อยากประกาศออกสื่อน่ะ”

“ทำไมล่ะ” ซ่งหนานชวนหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างผิดหวัง “คนอย่างฉันนี่เอาออกหน้าออกตาไม่ได้เหรอไง?”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ ถ้าพวกเราประกาศไปตอนนี้ ทุกคนก็จะสนใจแต่เรื่องแหวนว่าจะวิ้งวับขนาดไหน”

ซ่งหนานชวนคิด “ก็จริงนะ พวกเราควรจะไปจดทะเบียนกันก่อน ทะเบียนสมรสคู่กับแหวนสิถีงจะระยิบระยับจับตา แถมมีพลังโจมตีมากกว่าด้วย”

เขาเห็นคู่รักที่ทรมานหมาโสดบนเว่ยป๋อมาหลายรูปแบบแล้ว ถ้าเขาต้องแข่งด้วย เขาในฐานะซีอีโอผู้เกรียงไกร จะยอมแพ้ใครได้ยังไง เหอๆ

[1] ซ่งไข่หมา /ไอ้เลวซ่ง แต่ขอเปลี่ยนเสียงจากโกวตันเป็นเสียงยาวให้ถูกตามเสียงภาษาจีนนะคะ

[2] เถี่ยจู้ แปลว่าเสาเหล็ก ซาชุน แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิงี่เง่า เอ้อร์โกวจึ แปลว่าเด็กหมาคนรอง เป็นชื่อเล่นแบบสนิทสนมๆ โดยแถวชนบทมักจะตั้งชื่อง่ายๆ ความหมายแปลกๆ ให้เด็ก โตแล้วจะได้เลี้ยงง่ายๆ ค่ะ

 

จบตรงนี้เลยดีมะคะ 555555555