0 Views

บทที่ 51 วันหยุดแรก

หลังจากการถ่ายทำอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ ทีมงานเรื่องนักแสดงก็ได้หยุดพักผ่อนเป็นครั้งแรก

การถ่ายทำนอกสถานที่นั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่ติดขัด และผู้กำกับจ้าวก็โบกมือติดกับแขนยาวๆ ปล่อยทุกคนไปใช้เวลาวันหยุดสามวัน

ทุกคนนั้นเริงร่าราวกับพายุฝนที่มาเยือนหลังหน้าแล้งอันแสนยาวนาน แต่เมื่อได้ยินข่าวนี้ ซ่งหนานชวนกลับหน้านิ่วคิ้วขมวด โทรหาผู้กำกับจ้าวเป็นการส่วนตัว คุยเปิดอก เกลี้ยกล่อมว่าวันหยุดแค่สามวันนั้นไม่พอแก้ปัญหาความสัมพันธ์กับภรรยาหรอก

และผลการเปิดอกก็คือ วันหยุดสามวันนั้นถูกยืดออกไปเป็นห้าวัน

ถึงแม้จะไม่ยาวแบบที่ซ่งหนานชวนคาดไว้ แต่เขาก็รู้ว่าควรจะถอยเมื่อไหร่ และก็สั่งอาหารสุดพิเศษจากร้านให้มาส่งเพื่อเป็นการต้อนรับเผยอิง

การประมาณการของเขาก็เป๊ะสุดๆ พอคนส่งอาหารออกไป รถตู้ของเผยอิงก็แล่นมาจอดหน้าวิลล่าพอดี

ซ่งหนานชวนเดินออกไปรับเธอ แก็งค์แมวเองก็แข่งกันเพื่อจะเป็นตัวแรกที่เข้าไปหาเธอเช่นกัน

“เมี้ยว~”

เหล่าแมววนเวียนพันแข้งพันแข้งเผยอิงเหมือนทุกครั้ง เธอวางสัมภาระ ก่อนก้มลงลูบแมวดำ “เจ้าดำ เธออ้วนขึ้นนะ”

ซ่งหนานชวนรับสัมภาระมา ก่อนพูด “ถ้ารอบนี้เธอถ่ายนานกว่านี้อีกสักสามวันล่ะก็ เธอต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อ เจ้าดำ แทนแล้วล่ะ”

เผยอิง, “….”

เขาจิกเธอเรื่องที่คล้ำขึ้นเหรอเนี่ย ช่างไร้มารยาทจริงๆ

เผยอิงเม้มปากเอ่ย “ฉันทาครีมกันแดดวันละสามชั้น ก็ยังไม่ช่วยอะไรอยู่ดี แดดน่ะแรงเกินไป”

ซ่งหนานชวนหัวเราะ คว้ากระเป๋ามาถือด้วยมือเดียว ก่อนจับมือเธอไว้อีกข้าง เจ้าดำและฝูงแมวตามพวกเขาไปข้างใน เผยอิงดึงมือตัวเองเข้ามาใกล้ๆ ก่อนถามอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่ “ฉันคล้ำเกินไปจริงๆ เหรอคะ”

เธอคิดว่ามันก็ไม่แตกต่างอะไรนัก ถึงจะผิวคล้ำขึ้นนิดหน่อย แต่ผิวเธอก็ยังขาวมากอยู่ดี เธอยังขาวกว่าคนจำนวนมากเสียอีก

ซ่งหนานชวนหันมาทางเธอ “ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่พอพวกเรากลับมาจากไปทะเล เธอจะดำกว่านี้อีก”

เผยอิงตื่นเต้น “ทะเลเหรอคะ ฉันคิดว่าพวกเราจะไปเยี่ยมพ่อแม่คุณที่เมือง C ซะอีก”

 

“อืมม์ หลังจากนั้นพวกเราจะไปทะเลกัน จองตั๋วไว้แล้วล่ะ” แผนการพักผ่อนของพวกเขาโดนเผยอิงล่มไปรอบหนึ่งแล้ว วันหยุดครั้งนี้อาจจะไม่นานนัก แต่ก็ถือว่าเป็นวันหยุดอยู่ดี ตอนไปฮันนีมูนคงจะสนุกกว่านี้อีก

 

เผยอิงไม่แน่ใจว่าแผนของซ่งหนานชวนเป็นอย่างไร เธอนิ่วหน้าคิดว่าเวลาน่าจะน้อยเกินไป “พวกเราได้หยุดแค่ห้าวันเองนะคะ ฉันอยากพักผ่อนสบายๆด้วย”

 

“เธอไปพักริมทะเลได้นี่ พวกเราแค่จะไปที่เดียวเท่านั้นเอง พอให้เธอพักผ่อนอยู่แล้ว”

“อ้อ แบบนั้นก็ได้ค่ะ” อย่างน้อยริมทะเลนั้นก็ฟังดูสดชื่น และเย็นสบายดี

เผยอิงขี้เกียจรื้อของเลยไปอาบน้ำก่อนกินข้าวเย็น ซ่งหนานชวนสั่งอาหารที่เธอชอบมาเต็มโต๊ะ จนเผยอิงมองไปรอบๆ ไม่รู้จะเริ่มกินจานไหนก่อนดี

ซ่งหนานชวนแกะกุ้ง วางไว้ต่อหน้าเผยอิง ก่อนเช็ดมือ “พรุ่งนี้พวกเราจะไปหาพ่อแม่ฉันก่อน เธอต้องดูดีหน่อย ฉันเตรียมชุดไว้ให้เธอลองแล้วนะ”

“อ้อ ได้ค่ะ” เผยอิงพยักหน้าก่อนถาม “พ่อแม่คุณชอบอะไรเหรอคะ ฉันคงไปแบบมือเปล่าไม่ได้หรอก”

ซ่งหนานชวนตอบ “ฉันซื้อของขวัญไว้แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก” เขาชะงัก ก่อนมองเผยอิงพูดต่อ “แต่พ่อแม่ฉันชอบผู้หญิงที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีน่ะ พรุ่งนี้เธอก็ทำตัวดีๆ หน่อยละกัน”

เผยอิง frowned. “ได้รับการอบรมอย่างดี แปลว่าอะไรเหรอคะ”

“แบบลูกสาวตระกูลขุนนางในทีวีน่ะ สุภาพ สง่างาม” เขามองมือของเธอที่เลอะเทอะจากการแกะกุ้ง “วิธีกินกุ้งของเธอแบบตอนนี้นี่ไม่ผ่านแน่ๆ”

เผยอิง, “….”

เธอวางตะเกียบก่อนเช็ดมือ “แบบนี้น่ะ ฟังดูเหมือนคุณกำลังดูถูกฉันอยู่ คุณควรจะหาสาวรวยๆ ไปพบพวกเขาแทนฉันนะ”

ซ่งหนานชวนถอนหายใจแบบช่วยไม่ได้ “เธอไม่รู้ว่าหัวใจฉันน่ะอยู่กับเธอเหรอ ถ้าฉันดูถูกใคร ย่อมไม่ใช่เธออยู่แล้ว ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหากับพ่อแม่น่ะ”

“อ้อ คุณกำลังบอกให้ฉันแสร้งทำตัวเป็นสาวไฮโซพวกนั้นเหรอคะ”

“อืมม์… ลองคิดว่าเป็นการซ้อมบทดูละกัน เธอกำลังถ่ายเรื่อง นักแสดง อยู่ไม่ใช่เหรอ ภารกิจพรุ่งนี้ของเธอคือการแสดงเป็นสาวลูกผู้ดีไง”

“……” เผยอิงเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าชื่นชม “เหตุผลของคุณไม่เลวเลย แต่หลังจากพรุ่งนี้ล่ะคะ”

“ไว้พวกเราค่อยคุยกันคราวหลัง” ซ่งหนานชวนเลิกคิ้ว “ถึงยังไง เธอก็ไม่ได้ใช้เวลากับพวกเขามากมายอยู่แล้ว เธอจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับฉันต่างหาก”

“…คุณวาดภาพไว้เสียสวยหรูเลยนะคะ” เผยอิงเอ่ยแบบไม่ค่อยพอใจ ด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ “ถึงฉันจะเล่นละครเป็นสาวลูกผู้ดีได้ดีขนาดไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่คุณจะชอบฉันเสียหน่อย”

ครอบครัวของเธอกับซ่งหนานชวนนั้นแตกต่างกันเกินไป พ่อแม่ของซ่งหนานชวนคงจะตรวจสอบประวัติภูมิหลังของเธออย่างละเอียด ถ้าเป็นแบบนั้น ถึงเธอจะแสดงได้เข้าถึงบทขนาดไหน มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ

ซ่งหนานชวนคว้ามือเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ กุมไว้ “ถึงพวกเขาจะไม่ชอบเธอ แต่ฉันก็ยังชอบเธออยู่ดี ไม่สิ ฉันจะชอบเธอมากกว่าเดิมอีก เพื่อชดเชยแทนพวกเขา”

…เขานี่พูดได้เก่งจริงๆ ใบหน้าของเผยอิงแดงก่ำ

“อย่าห่วงไปเลย แม่ฉันไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องชนชั้น ตราบใดที่ความประทับใจแรกนั้นดี เธอก็ดึงพวกเขามาฝั่งเธอได้ง่ายๆ”

“อืม ก็ได้ค่ะ…” การทำให้พ่อแม่ของคนรักชอบตนได้นั้นเป็นทักษะที่พิเศษมาก

“งั้นรีบกินให้อิ่มเถอะ ฉันจะฝึกพิเศษให้เธอเอง”

เผยอิง, “….”

 

ซ่งหนานชวนก็วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วตามที่พูดจริงๆ  ส่วนแรกนั้นเป็นท่าทางการเดินของลูกผู้ดี

ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเผยอิงแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรเธอก็เป็นนักแสดง หลังการผ่านไปหลายท่า ก็ผ่านชั้นเรียนการเดินไปได้อย่างง่ายดาย โดยได้ 101 คะแนนจากซ่งหนานชวน และก็เริ่มซ้อมวิธีการพูดต่อ

“เวลาพูดกับใคร เธอต้องคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า แม่ฉันชอบสาวๆที่ยิ้มเก่ง”

“อ้อ…” เผยอิงยิ้มให้เขา “อาจารย์ซ่งคะ สวัสดีค่ะ.”

“ถ้าเธอยิ้มแบบนั้น ฉันจะจูบเธอแล้วนะ”

พูดจบ เขาก็ขยับเข้ามาเพื่อจะจูบเธอทันที แต่เผยอิงหลบ ก่อนมองหน้าเขาด้วยใบหน้าที่ยังยิ้มอยู๋เอ่ย “คุณชายซ่งคะ คุณเป็นสุภาพบุรุษชาติตระกูลดี ไม่อายบ้างเหรอคะที่จู่โจมจูบสาวๆ แบบนี้”

มือซ่งหนานชวนยื่นมาโอบรอบเอวเผยอิง ก่อนดึงเธอเข้าไปสู่วงแขนกว้าง “ฉันคิดว่าเธอแสดงได้ดีมาก พวกเราไม่ต้องซ้อมต่อกันแล้วล่ะ บทเรียนวันนี้จบแค่นี้”

เขาพูดและก็ก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากเธอ

สงครามนั้นมักจากเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าจุมพิตเสมอ หลังจากเริ่มจูบกันแล้ว ก็ต่อกันเลยละกัน ซ่งหนานชวนอยากต่อ แต่เผยอิงดันเขาออก นิ่วหน้าพูด “ไม่ค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปพบพ่อแม่คุณนะ คืนนี้ฉันต้องเก็บพลังงานไว้.

“เราไม่ได้เจอกันมาห้าวันเต็มๆ แล้วนะ…”

“ไม่ค่ะ พรุ่งนี้มีศึกหนักรอฉันอยู่” ไม่ว่าซ่งหนานชวนจะทำหน้าตาเจ็บปวดหรือน่าสงสารขนาดไหนก็ไม่สามารถสั่นคลอนเผยอิงได้แม้แต่น้อยนิด

ซ่งหนานชวน, “….”

ก็ได้ ฉันจะจดหนี้ครั้งนี้ไว้ หลังจากเจอพ่อแม่ฉันแล้ว ฉันจะขอทบต้นทบดอกคืน

“อิงอิง…”

“ฉันบอกไปแล้วนะคะว่าไม่!”

“…ฉันแค่จะบอกว่า เธอยังไม่ได้ลองชุดที่ฉันเตรียมไว้ให้เลยนะ”

เผยอิง, “….”

“ความผิดคุณชัดๆ” เธอถลึงตา “พรุ่งนี้เช้าฉันค่อยลองละกันค่ะ”

“ก็ได้ ฉันอาจจะอดใจไม่ไหว ช่วยเธอถอดอยู่ดี”

เผยอิง, “….”

เธออยากถีบใครบางคนตกเตียงสักทีจริงๆ

คืนนั้นซ่งหนานชวนหลับสบาย ขณะที่เผยอิงที่คิดมากเรื่องต้องเจอพ่อแม่เขาจนนอนหลับไม่สนิท วันถัดมา เธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และก็ไม่อยากนอนต่อแม้แต่นิดเดียว เธอลุกจากเตียง ค้นชุดที่ซ่งหนานชวนเตรียมไว้ออกมาลอง

ชุดสีขาวราวกับน้ำนมดูปราณีตอ่อนหวาน ท่อนล่างเป็นกระโปรงสามชั้น ส่วนท่อนบนนั้นถูกตกแต่งด้วยลูกไม้และไข่มุกหรูหรา

กระโปรงนั้นสั้นเหนือเข่าราวๆ 10 เซ็นติเมตร เผยให้เห็นขาเรียวยาวของเผยอิง ประกอบกับส้นสูงสีขาวอีกหนึ่งคู่ ซ่งหนานชวนคงซื้อมาให้เข้ากับเดรสแน่ๆ

ปกติเผยอิงมักจะใส่สีแดง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะสวมเสื้อผ้าสีขาวแบบนี้ เธอมองตัวเองในกระจก สีขาวกับดำเป็นการจับคู่ที่คลาสสิคมาก

ซ่งหนานชวนยังหลับอยู่ เผยอิงเลยไม่ได้เปิดไฟ ใช้แสงที่ทอดผ่านหน้าต่างมาเท่านั้น พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น ฉายแสงส่องมาที่เรือนร่างนั้น ทำให้ด้ายสีเงินส่องประกายราวกับเพชรน้ำงาม

และนี่คือภาพแรกที่เข้าสู่จรรโลงสายตาของซ่งหนานชวนเมื่อเขาลืมตา นี่คือช่วงเวลานี่ซ่งหนานชวนเชื่อว่ากามเทพมีตัวตน เพราะเขารู้สึกเหมือนเทพแห่งความรักเพิ่งยิ่งศรปักสู่หัวใจเขาอย่างแท้จริง

เขาลุกขึ้น โอบเผยอิงไว้ในวงแขนจากด้านหลัง ดึงเธอเข้ามา “เบบี๋ เธอเหมือนนางฟ้าจริงๆ”

ความงดงามเขาเธอทำให้เขาเหมือนอยู่ในมนต์สะกด เขาต้องการเธออย่างมากจนไม่อยากอยู่ห่างเธอแม้แต่เสี้ยววินาที จนอยากถามว่าเขาอยู่มาได้อย่างไรก่อนที่เขาพบเธอ

เผยอิงที่โดนกอดกระทันหันก็ตกใจ หันไปมองศีรษะเขาที่วางเกยบนไหล่ “ถ้าตื่นแล้วก็ไปเตรียมตัวเถอะค่ะ พวกเราต้องออกไปแล้วนะ”

“ไม่ต้องรีบหรอก…” มือขวาของซ่งหนานชวนเลื่อนเข้าไปใต้กระโปรง ขณะที่เริ่มจูบต้นคอเผยอิง ที่ขยับหัว พูดด้วยท่าทีกระวนกระวาย “อย่าเหลวไหลสิ ถ้าพวกเราไปสาย จะดูไม่ดีนะคะ”

“แต่ฉันหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว …” ซ่งหนานชวนอดกลั้นไว้ ลมหายใจกระชั้นถี่ “แค่รอบเดียวนะ ยังเช้าอยู่เลย พวกเราไม่สายหรอก.”

เขารีบดึงเผยอิงไปทางเตียง หลังจากพลิกผ้าห่มไปหลายตลบ ซ่งหนานชวนก็ปลดปล่อยความอยู่ไม่สุขนั้นจนหมดสิ้น

หลังจากซ่งหนานชวนเสร็จสิ้นภารกิจ ฟ้าก็สว่างแล้ว เผยอิงเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแต่งหน้าใหม่ เธอเหวี่ยงใส่เขา “ซ่งหนานชวน ดูสิว่ากี่โมงแล้ว คุณจะทำยังไงถ้าพวกเราไปสายน่ะ”

ซ่งหนานชวนยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะบอกว่าเธอตื่นสายเพราะฉัน”

เผยอิง, “….”

ไปไกลๆ เลย เธอน่ะตื่นตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นตั้งนานนะ!