0 Views

11

 

“นายน้อย!”

“นายน้อยขอรับ!”

ผู้คนดูจะวุ่นวายกันไปหมดเมื่อนายน้อยของมันล้มลงกับพื้น เนื้อตัวเย็นเฉียบหากผิวกายเริ่มขึ้นสีแดงจัด ผู้คนในอาคารสมุนไพรส่วนใหญ่นั้นไร้พลังปราณจึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ที่ทำได้ก็เพียงรอท่านหมอและผู้นำตระกูลมาเท่านั้น ขึ้นชื่อว่าสามารถแยกแยะสมุนไพรได้ ย่อมมีความรู้ทางการแพทย์ติดตัวมาบ้าง พวกมันรู้ว่าการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสุ่มสี่สุ่มห้านั้นอันตรายยิ่งนัก

จางหมิงกัดฟันแน่นร่างกายเริ่มแข็งตัวจนไม่อาจขยับ ความรู้สึกราวกับมีมีดกรีดเฉือนภายในอยู่ตลอดเวลา มันคิดว่าเมื่อพิษกำเริบก็ไม่อาจทำอะไรมันได้มากนัก แต่ลืมคิดไปแล้วว่าร่างกายเมื่อชาติก่อนกับตอนนี้นั้นต่างกันมากมาย ร่างกายของผู้ใหญ่เต็มวัยจะเอามาเปรียบเทียบกับร่างกายของเด็กที่อายุเพียงสิบสามได้อย่างไร

ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลง ผู้นำตระกูลกับบุตรชายทั้งสองก็พุ่งวาบลงมาข้างตัวจางหมิง ความเย็นที่แผ่ออกมาไม่ได้กระทบกับพวกมันมากเท่าไหร่หากก็ก่อปราณเสริมร่างกายเพื่อความปลอดภัย

จางหลีไห่ไม่พูดพร่ำรีบยกตัวบุตรชายคนเล็กขึ้นแล้วพุ่งตรงไปยังห้องส่วนตัวทันที จางอี้เหลียนเข้าควบคุมความสงบของอาคารเก็บสมุนไพร ส่วนจางอี้ห้าวได้อาสาไปตามหมอประจำตระกูลมา

ความเย็นจัดทำให้เกล็ดน้ำแข็งขึ้นมาเกาะตามตัวของจางหมิง อุณหภูมิร่างกายก็ค่อยๆลดต่ำลงเรื่อยๆ ริมฝีปากเริ่มคล้ำลงใบหน้าซีดเผือด ดวงตาที่มักจะทอประกายก็หม่นแสงลง

อาการของมันทำให้ร่างกายต้องการปิดกั้นตนเองโดยการทำให้หมดสติ

แต่มันจะหลับไม่ได้!

ความเย็นจัดเช่นนี้หากมันหมดสติลงไม่แน่ว่าจะหลับไปตลอดกาล มันจึงดิ้นรนพยายามขยับมือที่กอดตัวเองไว้ให้จิกเล็บลงไปบนผิวเนื้อผ่านเสื้อผ้า เพื่อหวังว่าความเจ็บปวดจะช่วยให้มันคงสติอยู่ต่อไปได้

ภายในห้องพักจางไท่อิงได้รออยู่ก่อนแล้ว นางกระวนกระวายมองดูสามีวางบุตรชายลงบนฟูกหนา มือนางกำลังจะเอื้อมไปแตะลงบนหน้าผากของจางหมิงแต่ก็ต้องชะงักกับความเย็นที่แผ่ออกมา

“หมิงเอ๋อ… เจ้าจะไม่เป็นอะไรหมิงเอ๋อ เดี๋ยวท่านหมอก็มาแล้ว ฮึก…”

น้ำเสียงสั่นเครือราวกับจิตใจแตกสลายพลอยให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกหดหู่ไปด้วย จางหลีไห่จึงดึงตัวนางไปกอดปลอบแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะมันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบุตรชายมีโอกาสรอดแค่ไหน

“ท่านพี่… ฮึก… ทำไมหมิงเอ๋อจึงได้ดูอาการหนักกว่าเมื่อถูกพิษครั้งแรกเสียอีก แล้ว… แล้วน้ำแข็งพวกนี้มันอะไรกัน ทำไม… ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้อีก!”

“ไท่อิง เจ้าอย่าเพิ่งได้เกรงกลัวไป ลูกหมิงจะไม่เป็นอะไร”

เกล็ดน้ำแข็งรอบกายของจางหมิงเริ่มแผ่ขยายออกไปอีก มันเริ่มจับตัวเข้ากับเตียงใหญ่และลุกลามต่อไปเรื่อยๆราวกับจะแช่แข็งทุกอย่างรอบกายทั้งหมด

“ออกมาไท่อิง!” จางหลีไห่ดึงตัวภรรยาออกมาเมื่ออีกฝ่ายพยายามเข้าไปหาบุตรชาย

“ไม่! ท่านพี่! ท่านจะปล่อยหมิงเอ๋อไว้แบบนั้นไม่ได้นะ!” นางพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่เป็นผล สุดท้ายก็ถูกดึงออกจางห้อง

ห้องของจางหมิงตอนนี้ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้แม้แต่บิดาที่มีพลังปราณขั้นมนุษย์ หมอที่จางอี้ห้าวตามมาก็ช่วยอะไรไม่ได้ในเมื่อไม่สามารถเข้าไปในห้องของผู้ป่วย ตอนนี้ห้องนั้นราวกับห้องปิดตายที่ใครไม่สามารถเข้าออกแม้จะเปิดประตูไว้อยู่ก็ตาม

จางหมิงสมควรตายไปแล้วเมื่อถูกพลังของความเย็นเสียดกระดูกที่แม้ระดับผู้มีพลังขั้นมนุษย์ยังไม่สามารถต้านทานไหว แต่ที่ยังคงอยู่ได้เนื่องจากบัวอัคคีสวรรค์ที่ได้กลืนลงไป

สมุนไพรที่ยังไม่ได้รับการปรุงแต่งจะออกฤทธิ์ช้า ดังนั้นเมื่อพิษเหมันต์นิรันดร์เริ่มลุกลามออกไปนอกร่างกาย ตอนนั้นมันก็ได้แสดงประสิทธิภาพของธาตุหยางออกมา

ความร้อนเริ่มจับตัวกันภายในท้องก่อนจะกระจายไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย ในคราแรกทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น น้ำแข็งที่เกาะตามตัวได้ค่อยๆจางหาย ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอตามเดิม

แต่มันไม่หมดเท่านั้น!

จากความหนาวเหน็บกลายเป็นความร้อนที่ยิ่งร้อนทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ หากแต่จางหมิงก็พร้อมยอมรับมันเนื่องจากมันได้ทราบผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อกินสมุนไพรนั่นเข้าไป

ความเย็นและความร้อนสลับกันขึ้นลง เสียงที่เคยอดกลั้นไว้กลายเป็นกรีดร้องก้องไปทั้งห้องแม้แต่บุคคลภายนอกก็สามารถได้ยิน ผู้เป็นมารดายิ่งคร่ำครวญ บิดาและคนอื่นๆก็ได้แต่จ้องมองอย่างกังวล

บัดนี้จางหมิงไม่ต้องพยายามฝืนลืมตา เพราะแม้มันอยากนอนหลับมากแค่ไหนก็ไม่สามารถอีกแล้ว ความเย็นและร้อนที่หมุนเวียนกันสร้างความทรมานไม่ปล่อยให้มันได้พักผ่อน ขีดความสามารถที่มันจะรับได้ใกล้เข้ามาทุกที แต่เมื่อมันใกล้หมดแรงพลังปราณสายหนึ่งที่มันเคยค้นพบเมื่อเปิดปราณครั้งแรงพุ่งไปทั่วร่างดูดกลืนผลของพิษทั้งสองไป อีกทั้งยังสะกดข่มมันไว้ให้สงบนิ่ง

พลังปราณสายนั้นดูเล็กมากราวกับจะหายไปได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อมันเคลื่อนไหวกลับไม่มีอะไรขวางกันได้ ดวงตาของมันเหลือบไปเห็นท้องฟ้านอกหน้าต่างกลายเป็นสีดำอีกครั้ง ครานี้ทุกสิ่งรอบกายยังคงสว่างไสว มีเพียงท้องฟ้าเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ราวกับถูกกลืนกิน

“หมิงเอ๋อ!”

“ลูกหมิงเจ้าเป็นเช่นใดบ้าง …ท่านหมอเชิญตรวจดูอาการของบุตรชายข้าที”

หลายคนหน้าประตูพุ่งเข้ามาภายในทันทีเมื่อเห็นว่าชั้นน้ำแข็งได้หลุดร่วงออกไป หมอประจำตระกูลที่ได้ถูกไหว้วานมารีบเข้าตรวจนายน้อยคนเล็กของบ้าน แต่เมื่อพบว่าทุกอย่างในร่างกายคนคนตรงหน้าปกติดีทุกอย่างแถมยังแข็งแรงกว่าเดิมจากคราก่อนที่ได้รักษาให้ ตัวมันที่เป็นหมอถึงกับงุนงงไม่เข้าใจ

“หมิงเอ๋อเป็นเช่นใดบ้างท่านหมอ” จางไท่อิงรีบถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้ว

“เรียนท่านหญิง นายน้อยท่านแข็งแรงดีและไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล”

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร! เมื่อครู่น้องข้าเป็นถึงขนาดนั้นจะไม่น่าเป็นห่วงได้อีกหรือ!” จางอี้ห้าวแทรกขึ้นมาบ้าง

“ข้าตรวจดูแล้วนายน้อยจางหมิงไม่ได้…”

จางหมิงไม่ได้อยู่ฟังจนจบ ท้องฟ้าตอนนี้กลับกลายมาเป็นท้องฟ้าเช่นเดิม พลังสายนั้นก็หายไปแล้ว และเสียงรอบข้างก็ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆตามไปด้วยสติของมันที่เข้าสู่ห้วงนิทรา

แต่ก่อนหน้านั้นมันรู้!

พิษเหมันต์นิรันดร์ไม่ได้หายไป พิษจากบัวอัคคีสวรรค์ก็ยังคงอยู่ ทั้งสองหาได้หักล้างกันไม่ พวกมันยังคงอยู่ร่วมกันภายในร่างกายของมันอย่างสงบ

สงบจนน่าหวาดหวั่นทีเดียว!