0 Views

MPE บทที่ 6 สัตว์อสูรสายพันธุ์นักรบ

แปลโดย iPAT 

 

เกาเผิงเงยหน้ามองไปด้านหลังรถบัส บนที่นั่งแถวหลังสุด เด็กหนุ่มผมสั้นสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้กับกางเกงยีนส์นั่งอยู่ด้วยการยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพาดเก้าอี้สองตัวด้านข้าง ถัดจากเขาเป็นสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬตัวหนึ่ง แต่แม้มันจะนั่งอยู่ มันก็ยังสูงกว่าศีรษะของเด็กหนุ่ม 

 

ชื่อของเด็กหนุ่มผมสั้นผู้นี้คือไห่หลานหยู 

 

ในชั้นเรียน เขากับเกาเผิงเป็นขั้วตรงข้ามกัน ไห่หลานหยูเป็นคนที่มีชื่อเสียงแต่มันเป็นชื่อเสียงในด้านที่ไม่ค่อยจะดีนัก 

 

ผลการเรียนของเขาแย่ที่สุดในห้อง เพราะเหตุนี้เขาจึงไม่ชอบนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเช่นเกาเผิง 

 

ไห่หลานหยูหัวเราะเบาๆขณะวางมือลงบนไหล่ของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านข้างด้วยความภาคภูมิใจ 

 

มันเป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อของเขามอบให้และเป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรกในชีวิตของเขา ในยุคนี้คนผู้หนึ่งจะได้รับอนุญาตให้สร้างพันธสัญญาเลือดกับสัตว์อสูรเมื่อพวกเขาอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ นี่เป็นกฎที่บัญญัติโดยรัฐบาลโลกพันธมิตร ตามงานวิจัยของรัฐบาล การสร้างพันธสัญญาเลือดจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์เมื่อพวกเขาอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แล้วเท่านั้น นั่นเป็นเหตุให้เด็กๆถูกห้ามไม่ให้สร้างพันธสัญญาเลือดก่อนเวลาอันสมควร 

 

ในวันที่ไห่หลานหยูอายุครบสิบแปดปี พ่อของเขาพาเขาไปยังศูนย์กลางค้าสัตว์อสูรกลางใจเมืองและเลือกซื้อสัตว์อสูรตัวนี้ให้กับเขา มันคือวานรทมิฬ! 

 

แม้มันจะเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์สามัญ แต่มันก็เป็นหนึ่งในสัตว์อสูรแถวหน้าท่ามกลางสัตว์อสูรสายพันธุ์เดียวกัน ด้วยการฝึกฝนอย่างถูกต้องและการใช้ทรัพยากรบางอย่าง มันสามารถวิวัฒนาการไปเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ขุนนางได้อย่างไม่มีปัญหา 

 

สายพันธุ์ของสัตว์อสูรแบ่งเป็น [สามัญ] [ขุนนาง] [นักรบ] และอื่นๆ 

 

ในแต่ละสายพันธุ์ยังแบ่งออกเป็นชนชั้น [สามัญ] [สูง] [สมบูรณ์แบบ] และอื่นๆ 

 

กล่าวคือนอกจากสายพันธุ์ยังมีระดับชนชั้นที่เป็นสิ่งชี้วัดความสามารถในการต่อสู้ของสัตว์อสูรเหล่านี้ 

 

สายพันธุ์เป็นปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะสัตว์อสูร ขณะที่ชนชั้นจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้ที่แตกต่างกันไปของสัตว์อสูรสายพันธุ์เดียวกัน ตัวอย่างเช่น สัตว์อสูรสายพันธุ์ตำนานสามารถเอาชนะสัตว์อสูรสายพันธุ์สามัญนับพันตัวได้ในเวลาเดียวกันหรือกระทั่งสามารถต่อสู้กับสายพันธุ์ที่เหนือกว่า 

 

เกาเผิงมองไห่หยานหยูกับวานรทมิฬก่อนจะเลือกที่นั่งของตนแบบสุ่ม 

 

ไห่หลานหยูตัดสินว่าสิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความหวาดกลัว ดังนั้นเขาจึงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข 

 

เกาเผิงค่อยๆปลอบโยนต้าซื่อที่แสดงออกด้วยความโกรธโดยการลูบเสาอากาศบนศีรษะของมันเบาๆ 

 

ต้าซื่อเริ่มสงบลงแต่กรงเล็บของมันยังสั่นเล็กน้อย 

 

ขณะที่เกาเผิงปลอบโยนมัน เขายังลอบตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏขึ้นในใจของตน 

 

[ชื่อสัตว์อสูร] วานรทมิฬ 

[เลเวล] 8 

[ชนชั้น] สามัญ 

[คุณสมบัติ] พลัง / ธาตุดิน 

[สถานะ] สุขภาพแข็งแรง (หงุดหงิด) 

[จุดอ่อน] พิษ / หนามพิษที่ทำให้เป็นอัมพาตจากต้นปาล์มพิษ 

[ความต้องการในการยกระดับชนชั้น] ….. 

 

เกาเผิงลอบจดจำคำว่า พิษ ไว้ในความทรงจำ ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มคิดว่าสามารถหาหนามพิษมาจากที่ใด 

 

ต้นปาล์มพิษเป็นพืชสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นหลังภัยพิบัติครั้งใหญ่ เดิมทีมันคือต้นปาล์มทั่วไปที่หาได้ไม่ยาก แต่หลังจากมันวิวัฒนาการขึ้น มันมีหนานพิษชนิดร้ายแรง ดังนั้นพวกมันจึงถูกกำจัดออกจากเมืองไปอย่างสมบูรณ์แบบ 

 

การเดินทางครั้งนี้พวกเขาจะมุ่งหน้าไปยังถิ่นทุรกันดาร มันจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะพบต้นปาล์มพิษดังกล่าว ในฐานะนักเรียนดีเด่นอันดับต้นๆของระดับชั้น เกาเผิงจึงต้องคิดถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นปาล์มพิษและวิธีเก็บหนามพิษของมันอีกด้วย 

 

ทันใดนั้นที่เก้าอี้ด้านหลัง วานรทมิฬพลันส่งเสียงจามออกมาอย่างกะทันหัน มันลูบจมูกของตนเองโดยใช้แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก่อนจะเช็ดมือที่เปรอะเปื้อนน้ำมูกกับร่างกายของไห่หลานหยูโดยไม่คาดคิด 

 

“อา…สกปรก…เจ้า…” ไห่หลานหยูตะโกนเสียงดัง เขาหันหน้าไปหาวานรทมิฬ แต่เมื่อเห็นดวงตาสีอำพันและมัดกล้ามบนร่างกายของมัน ไห่หลานหยูจึงทำได้เพียงหุบปากลงและเผยรอยยิ้มขมขื่นก่อนจะยกมือขึ้นลูบไหล่ของวานรทมิฬ “อย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจไหม?” 

 

แต่วานรทมิฬกลับจามออกมาเป็นครั้งที่สอง มันยังทำเหมือนก่อนหน้าและมองไห่หลานหยูด้วยสายตาดูแคลน 

 

ไห่หลานหยูรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่เมื่อเขาหันหน้ากลับไปด้านหน้ารถบัส เขากลับพบบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ 

 

“เจ้าอ้วน!” เสียงตะโกนของไห่หลานหยูดังขึ้นเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ร่างอ้วนกลมที่พึ่งขึ้นมาบนรถ 

 

“ใช่ นี่คือสัตว์เลี้ยงที่พ่อของฉันพึ่งซื้อให้” เจ้าอ้วนกล่าว เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของไห่หลานหยูในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ ชื่อของเขาคือ เฉินฮั่นเฉียว 

 

ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่ก่อนเกิดหายนะครั้งใหญ่ 

 

นั่งอย่างเงียบงันอยู่บนไหล่ของเฉินฮั่นเฉียวคือสัตว์อสูรสีชมพูขนาดเท่าฝ่ามือมนุษย์ ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ด ดวงตาสีดำของมันส่องประกายสดใสขณะที่มันส่งเสียง กรุ้งกริ้ง ออกมาเป็นครั้งคราว 

 

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับสัตว์อสูรตัวนี้ก็คือ สายฟ้าที่แลบลั่นอยู่รอบตัวมันตลอดเวลา มันคือสัตว์อสูรธาตุสายฟ้าที่จะกลายเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์นักรบเป็นอย่างน้อยเมื่อมันเติบโตขึ้น 

 

สัตว์อสูรสายพันธุ์นักรบ! ไห่หลานหยูแทบหยุดหายใจ แม้ครอบครัวของเขาจะร่ำรวย แต่พวกเขาก็สามารถซื้อเพียงวานรทมิฬที่ต้องยกระดับเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์สามัญชนชั้นสมบูรณ์แบบก่อนจึงจะสามารถวิวัฒนาการไปเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ชั้นสูงและสายพันธุ์นักรบ 

 

ผู้ฝึกสอนสัตว์อสูรต้องหาวิธียกระดับสัตว์อสูรของตน แต่ในความเป็นจริง การยกระดับสัตว์อสูรสายพันธุ์สามัญขึ้นเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์นักรบยังไม่มีผู้ใดสามารถทำได้ 

 

การสร้างพันธสัญญาเลือดกับสัตว์อสูรสายพันธุ์นักรบ เงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ พวกเขายังต้องมีตัวตนระดับสูงที่สามารถควบคุมพวกมันคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง 

 

เกาเผิงมองไปยังสัตว์อสูรสีชมพูที่นั่งอยู่บนไหล่ของเฉินฮั่นเฉียวขณะที่ข้อมูลต่างๆเริ่มปรากฎขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง 

 

[ชื่อสัตว์อสูร] หมีเงาสายฟ้า (วัยเยาว์) 

[เลเวล] 5 

[ชนชั้น] สูง (เมื่อมันกลายเป็นสายพันธุ์นักรบ ชนชั้นของมันจะกลายเป็นสามัญ) 

[คุณสมบัติ] สายฟ้า 

[สถานะ] สุขภาพแข็งแรง (มึนงง) 

[จุดอ่อน] 1.ดื่มของเหลวมากเกินไปจะนำไปสู่ความล้มเหลวในการวิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์นักรบ 2.มันอ่อนแอในวัยเด็ก… 

[ความต้องการในการยกระดับชนชั้น] ….. 

 

เกาเผิงถอนสายตาจากมันด้วยความตกใจ ไม่เพียงพลังงานสายฟ้าแต่ความสามารถของมันน่าหวาดกลัวกว่าที่เขาคิดไปไกลมาก 

 

ต้าซื่อในปัจจุบันเป็นเพียงสัตว์อสูรสายพันธุ์สามัญ หากเขาต้องการยกระดับสายพันธุ์ของมันเป็นสายพันธุ์นักรบ เขาต้องใช้เวลาและความพยายามมากมายเท่าใด? 

 

เกาเผิงก้มหน้าลงและลูบแผ่นหลังของต้าซื่อด้วยความรู้สึกขมขื่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปกติแล้วผู้คนจะเลือกสร้างพันธสัญญาเลือดกับสัตว์อสูรอย่างระมัดระวังโดยพิจารณาถึงศักยภาพในการพัฒนาของพวกมันเป็นหลัก