0 Views

MPE บทที่ 1 แมงมุมเกล็ดลายเทา 

แปลโดย iPAT 

 

ถือกระเป๋านักเรียนสีแดง เกาเผิงหยิบคีย์การ์ดออกมา “ติ้ง!” 

 

เสียงดังขึ้นพร้อมกับประตูเหล็กเก่าๆที่เปิดออก เกาเผิงก้าวเข้าไปในอาคาร ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นอาคารเล็กๆที่เก่าแก่และค่อนข้างทรุดโทรม มันกระทั่งมีเศษขยะทิ้งเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แต่โชคดีที่พวกมันไม่ส่งกลิ่นแปลกๆออกมา 

 

ยืนอยู่ใต้แสงสลัว เกาเผิงก้มศีรษะมองลงไปที่พื้นและพบเงาดำลึกลับที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่อย่างแปลกประหลาด 

 

เกาเผิงขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้น มีแมงมุมขนาดเท่าโม่หินเกาะอยู่ข้างโคมไฟบนเพดาน มันสร้างใยสีขาวเทาไว้จนทั่วขณะที่ดวงตาสีแดงเลือดของมันส่องประกายอย่างน่าขนลุก 

 

เกาเผิงถอนหายใจ “ดูเหมือนแมงมุมน้อยที่ยายเฉินเลี้ยงไว้จะหนีออกมาอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่เจ็ดแล้วในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา”  

 

เห็นสายตาของผู้หลบหนีตัวน้อย เกาเผิงแสดงออกราวกับไม่เห็นสิ่งใดก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันได 

 

แต่เพียงเมื่อเขาเดินจากมา เสียงของแมงมุมกลับดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เกาผิงรู้สึกลังเลใจเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหันหลังกลับไปและพบว่าแมงมุมสีเทากำลังวิ่งอยู่บนเพดาน 

 

“แมงมุมเกล็ดลายเทา? ไม่ใช่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนโยนงั้นหรือ?”  

 

เกาเผิงลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะวางกระเป๋าลง เขาหยิบกระดาษและม้วนมันเป็นก้อน จากนั้นจึงหยิบไฟแช็กออกมา 

 

เกาเผิงเผยรอยยิ้มช่วยไม่ได้ ท้ายที่สุดไม่ว่าแมงมุมเกล็ดลายเทาจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนโยนเพียงใด มันก็ยังเป็นสัตว์เลี้ยงของยายเฉิน ไม่! นั่นไม่ใช่จุดสำคัญ! 

 

ไม่ว่ามันจะอ่อนโยนเพียงใด มันก็ยังเป็นอสูรกาย! ก่อนที่โลกใบนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง กระทั่งอสูรกายระดับต่ำที่สุดยังสามารถต่อสู้กับเสือหรือสิงโตในฐานะนักล่าชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร 

 

หากเกาเผิงทำให้อสูรกายตัวนี้โกรธ โดยปราศจากที่หลบภัย เขาก็เหมือนลูกแกะที่รอคอยการถูกเชือด 

 

เกาเผิงถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจวิ่งขึ้นบันได 

 

แสงสว่างส่องประกายขึ้นเมื่อเกาเผิงจุดไฟที่ก้อนกระดาษ เขาโยนบอลเพลิงไปที่เพดานก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดต่อไปอย่างบ้าคลั่ง 

 

“ซี่…” เสียงที่แหลมคมและเต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้นจากด้านหลัง เกาเผิงที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดหัวหน้ากลับไป 

 

แมงมุมเกล็ดลายเทาตกลงบนพื้นและพยายามวิ่งกลับไปขึ้นบนเพดาน ในทิศทางตรงข้ามกับมัน บอลไฟยังลุกไหม้ขึ้นอย่างแผ่วเบา 

 

ดวงตาของเกาเผิงส่องประกายขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นอย่างรุนแรง แมงมุมเกล็ดลายเทากลัวไฟจริงๆ 

 

โอ้ เหลือเชื่อ! สิ่งที่ปรากฎขึ้นในความคิดของเขาไม่ใช่สิ่งที่เขาจินตนาการไปเอง! 

 

ตอนนี้เกาเผิงรู้สึกราวกับตนเองเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมขณะวิ่งขึ้นบันได อีกด้านหนึ่ง แมงมุมเกล็ดลายเทายังส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ 

 

“อา…ไหนอาจารย์บอกว่ามันอ่อนโยน!”  

 

ความคิดของเกาเผิงโลดแล่นไปอย่างรวดเร็วแต่เขายังไม่กล้าทำตามขั้นตอนเหล่านั้น การถูกอสูรกายไล่ล่าไม่ใช่เรื่องตลก หากเขาถูกจับ มันสามารถเปิดกะโหลกศีรษะและควักสมองของเขาออกมาได้อย่างง่ายดาย 

 

นี่คืออสูรกายจากต่างมิติ! ในช่วงเริ่มแรกของการเปลี่ยนแปลง มนุษย์มากมายเสียชีวิตในมืออสูรกายเหล่านี้ ไม่ว่าพวกมันจะดูอ่อนโยนเพียงใด มันก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าพวกมันคืออสูรกาย 

 

เสียงจากด้านหลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เกาเผิงสามารถได้ยินเสียงกระแทกเท้าที่ราวกับท่อเหล็กปะทะพื้นของแมงมุมเกล็ดลายเทาได้อย่างชัดเจน 

 

อีกเพียงชั้นเดียวก่อนที่เขาจะกลับถึงบ้าน! 

 

อีกเพียงชั้นเดียว… 

 

แต่ดวงตาสีแดงเลือดของแมงมุมเกล็ดลายเทากลับส่องสว่างขึ้นก่อนที่มันจะกระโดดเข้ามาอย่างรวดเร็ว 

 

มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ… 

 

ทันใดนั้นเสียงลึกลับสายหนึ่งพลันดังขึ้นอย่างกะทันหัน 

 

“ซู่…ซู่…” 

 

แมงมุมเกล็ดลายเทาจิกขาลงบนพื้น มันหยุดยืนนิ่งและเริ่มส่งเสียงข่มขู่ออกมาจากปาก 

 

มันลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะปีนขึ้นบันไดอีกครั้ง 

 

“ซู่…ซู่…” เสียงลึกลับกลายเป็นยิ่งโกรธเกรี้ยวกว่าก่อนหน้า 

 

“ซี่…ซี่…ซี่…ซี่…” แมงมุมเกล็ดลายเทาหยุดเท้าลงอีกหนก่อนจะกระโดดลงบันไดและหลบหนีไปโดยไม่คาดคิด 

 

เกาเผิงถอนหายใจและเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตน แต่…เกิดสิ่งใดขึ้น? เหตุใดแมงมุมเกล็ดลายเทาจึงหลบหนีไป? 

 

มันเป็นเพียงการหยอกล้อของแมงมุมเกล็ดลายเทาหรือไม่? ไล่ล่าเพื่อความสนุกเล็กๆน้อยๆก่อนจะล่าถอยไปงั้นหรือ? 

 

เกาเผิงลูบคางของตน แม้เขาจะไม่เชื่อความคิดไร้สาระดังกล่าวแต่เขาก็ยังต้องคิดอย่างช่วยไม่ได้ 

 

เกาเผิงหยิบกุญแจออกมาและเปิดล็อคประตูห้อง “พ่อ แม่ ผมกลับมาแล้ว” เขากล่าวพร้อมเผยรอยยิ้มสดใส 

 

อย่างไรก็ตามไม่มีเสียงตอบรับ ในห้องเงียบสนิท มันเงียบราวกับโลกที่มีเขาอาศัยอยู่เพียงผู้เดียว 

 

โซฟาสีน้ำตาลวางอยู่ในห้องนั่งเล่น ตรงข้ามเป็นทีวีที่ค่อนข้างเก่า มันเป็นบ้านที่สะอาดเรียบง่ายและมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากนัก คนผู้หนึ่งสามารถบอกได้อย่างง่ายดายว่าเจ้าของบ้านเป็นคนขยันทำความสะอาด 

 

เกาเผิงสูดหายใจและปรับอารมณ์ของตนก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน ผ้าม่านปิดบังแสงแดดเอาไว้ทำให้ห้องนอนค่อนข้างมืดสลัว 

 

มองไปยังเตียงนอนที่ถูกพับเก็บอย่างเป็นระเบียบ เกาเผิงเผยรอยยิ้มและกล่าวอย่างมีความสุข “พ่อ แม่ ในที่สุดผมก็ผ่านการทดสอบครั้งแรกของชั้นเรียน พ่อแม่มีความสุขใช่ไหม?” 

 

เกาเผิงคุยกับภาพถ่ายขาวดำ 

 

ในกรอบรูปเป็นภาพของคู่รักคู่หนึ่ง ผู้ชายดูสง่างามแต่อ่อนโยนขณะที่ผู้หญิงดูงดงามและใจดี ทั้งคู่ยิ้มอย่างมีความสุข ผ่านกระดาษแผ่นบางๆ คนจากโลกที่แตกต่างสองใบสบตากันและกัน 

 

แต่คู่รักในภาพไม่ได้ตอบคำถามของเกาเผิง พวกเขาเพียงเผยรอยยิ้มที่ไม่เปลี่ยนแปลงตอบกลับมาเท่านั้น 

 

เกาเผิงฝืนปั้นรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า “ที่ผ่านมาผลการเรียนของผมแย่มาก พ่อแม่มักจะต่อว่าผมเสมอ แต่ตอนนี้ในที่สุดผมก็ได้ที่หนึ่งของห้องและได้ที่สี่ของระดับชั้น พ่อแม่มีความสุขมากใช่ไหม? หลังจากนี้พ่อแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องผลการเรียนของผมอีกต่อไป” ดวงตาของเกาเผิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ 

 

เด็กหนุ่มร่างกายผอมบางยืนอยู่กลางห้องและปล่อยให้ความคิดโลดแล่นไปท่ามกลางความเงียบสงัด มันเป็นเพียงเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลงที่สติของเด็กหนุ่มหวนกลับมาอีกครั้ง ด้วยรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้า เด็กหนุ่มกล่าวกับคู่รักในรูปภาพ “พ่อแม่ พรุ่งนี้โรงเรียนจะจัดทัศนศึกษา ผมคงไม่ได้กลับบ้านสองสามวัน แต่พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วง โรงเรียนจ้างผู้คุ้มกันมืออาชีพเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับของพวกเรา แน่นอนว่าผมจะระวังตัวเป็นอย่างดี” 

 

ในห้องที่มืดสลัว เด็กหนุ่มที่ดูเปราะบางโบกมือลาคู่รักในรูปภาพด้วยน้ำเสียงที่กระจ่างชัด ดวงตาของเขาเปล่งประกายและลุกไหม้ขึ้นความปรารถนา…ความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น 

 

อย่างไรก็ตามไม่มีใครตอบรับความรู้สึกของเขา ไม่มีใครยกนิ้วให้เขาและไม่มีใครให้กำลังใจเขา แม้คนที่อยู่ในรูปภาพจะโผล่ออกมาเพื่อตำหนิและคัดค้านแผนการในอนาคตของเขา มันก็ยังยอดเยี่ยมแล้วสำหรับเขา 

 

แต่ไม่…ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งสิ้น คู่รักยังยืนยิ้มอย่างอบอุ่นเคียงข้างกันอยู่ในรูปภาพ 

 

ทั้งห้องกลับสู่ความเงียบงัน สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีพียงลมหายใจของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเท่านั้น 

 

ครู่ต่อมาเด็กหนุ่มพลันรู้สึกถึงความเย็นเล็กน้อยและเริ่มใช้มือลูบข้อศอกทั้งสองข้างของตนด้วยความหดหู่ แต่เพียงไม่นานเขากลับเผยรอยยิ้มมั่นใจ เขากลับมาเป็นเด็กหนุ่มที่มองโลกในแง่ดีและสดใสอีกครั้ง 

 

เกาเผิงปิดประตูและออกจากห้องนอนอย่างเงียบๆเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนคู่รักในรูปภาพ 

 

ไม่มีใครเห็น มันอาจเป็นเพียงการหักเหของแสงที่ตกกระทบ แต่มันทำให้คู่รักในรูปภาพราวกับเผยรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุขมากกว่าก่อนหน้า