0 Views

หยี่ เสิ่น เดินตรงไปหาหยี่ เยว่หยู่ทันทีเมื่อเธอตื่นขึ้น และนั่งลงบนเตียงเธอ

“ไม่เป็นไรนะ?”เขาถาม

“ฉันฝันเห็นงูยักษ์ที่ปล่อยลำแสงเจาะทะลุท้องฉัน และฉันก็ตาย…”เธอพูดด้วยความสับสนและความกลัวบนใบหน้าเธอ

 

ขณะที่เธอพูด เธอก็ก้มลงมองหน้าท้องเธอซึ่งเคยเป็นแผลกว้างมาก่อน อย่างไรก็ตาม บาดแผลมันถูกรักษาแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติขณะที่เธอสัมผัสกับมันเบาๆและไม่มีรอยแผลเป็นบนบาดแผล

แต่ทว่า การโจมตีมันเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะมันมีรอยฉีกขาดขนาดใหญ่บนเสื้อผ้าเธอและคราบเลือดรอบๆมัน  บ่งชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่ภาพลวงตา และเธอได้ถูกโจมตีโดยอสรพิษดำเมื่อไม่นานมานี้

 

“น้องต้องขอบคุณเธอ คุณ เสวี่ย หรู ได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้!”ทันทีที่หยี่ เสิ่น พูดจบ เขาก็หันไปทางเสวี่ย หรู และแสดงความขอบคุณ

“คุณเสวี่ย หรู?”หยี่ เยว่หยู่ ตะลึง  เธอไม่อาจจำชื่อของเธอได้ในฐานะนักล่า เธอจ้องมองไปที่ เสวี่ย หรู และในทันทีทันใด เธอก็ตระหนักได้ถึงมือข้างนั้น

 

ช่วงเวลานั้น เธอจำได้ถึงเหตุการณ์ขณะที่เธอจ้องมองมือขวาของเสวี่ย หรู จากนั้นเธอก็ตอบ”ฉันจำมือของคุณได้ คุณคือคนที่ดึงฉันขึ้นมาจากความมืด ขอบคุณคะ!”

“ข้ายินดี ท่านหลินได้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ และเขาขอร้องให้ข้าช่วยเหลือเจ้า ดังนั้น ข้าจึงทำตามความปราถนาของเขา”เสวี่ย หรู ยิ้มขณะที่เธอกล่าว เสวี่ย หรู ปฏิบัติกับเธออย่างสุภาพกว่าใครอื่น

“ขอบคุณนะ หลิน ฮวง!”หยี่ เยว่หยู่หันไปมองหลิน ฮวง และกล่าว

“ผมดีใจที่คุณไม่เป็นไร”หลิน ฮวง พยักหน้าขณะที่ตอบกลับ

“ท่านหลิน ข้าขอพูดกับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”เสวี่ย หรู หันมาทางหลิน ฮวง และพูดด้วยเสียงต่ำ

“ขอตัวก่อนนะ”หลิน ฮวง บอกกับหยี่ เยว่หยู่และหยี่ เสิ่น จากนั้นเขาก็จากไปพร้อมกับเสวี่ย หรู

 

เสวี่ย หรู โบกมือเธอ เธอนำหลิน ฮวง และปิง หวาง ขึ้นไปบนหินยักษ์พร้อมกับเธอ

เธอเดินตรงไปที่ด้านข้างของหิน เธอนั่งลงและตบไปบนหิน”ท่านหลิน โปรดนั่งสิ”

 

เขาไม่ลังเลและนั่งลงข้างเธอ

จากนั้น ปิง หวาง ก็มายืนที่ด้านหลังของทั้งคู่

มีดวงจันทร์สองดวง ดวงจันทร์สีแดงและสีม่วง ที่ให้แสงสว่างยามดึก พื้นดูราวกับจะถูกปกคลุมด้วยเงาสีที่แตกต่างกัน

 

“คุณกำลังจะไป?”หลิน ฮวง ถามเมื่อเขาเห็นท่าทางเงียบๆของเสวี่ย หรู ที่กำลังมองดวงจันทร์

“ใช่ มันถึงเวลาแล้ว”เสวี่ย หรูกล่าวและพยักหน้า”ข้าได้เห็นดวงจันทร์ของโลกนี้มาเป็นเวลานาน”เธอพูดต่อ

หลิน ฮวง หยุดคิดสักพักและถาม”คุณวางแผนที่จะไปเมื่อไหร่?”

“เรากำลังจะไปในไม่ช้า”เสวี่ย หรู ตอบ คำตอบของเธอดูเหมือนจะทำให้หลิน ฮวง ประหลาดใจ

 

จากนั้น หลิน ฮวง ก็สำรวมท่าทางของตนเองและพยักหน้า เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรต่อไปอีก

หลังจากช่วงเวลาแห่งความเงียบ เสวี่ย หรู ก็ได้ยกหัวของเธอขึ้นและมองมาที่หลิน ฮวง ด้วยสายตาจริงจัง”ท่านหลิน ข้าไม่รู้ว่าข้าควรจะถามท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ แต่….”เธอลากเสียง

“เพียงแค่ถามมาทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ผมจะพยายามตอบให้ดีที่สุด”เขากล่าว และพยายามทำให้เธอสงบลง หลิน ฮวง หันไปเผชิญหน้ากับเธอและดวงตาของพวกเขาก็สบกัน จากนั้น เขาก็รีบหลบสายตาไปจากเธอ

“ท่านหลิน ท่านคิดว่ามันถูกหรือผิดสำหรับโปรตอสและมนุษย์ที่จะตกหลุมรักกัน?”เธอถามเบาๆ เสวี่ย หรู เป็นคนที่ซื่อสัตย์อย่างมากเพราะคำถามนี้คือปัญหาที่สร้างความยุ่งยากให้กับเธอมานานกว่า700ปี

“ไม่มีอะไรถูกหรือผิดเมื่อมันเป็นความรัก เมื่อคุณตกหลุมรักใครบางคนและมันจบลงด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ดี นั่นไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดจะไม่ดีตาม มันเพียงบ่งบอกว่าคุณนั้นพบคนผิดคน หากโปรตอสและมนุษย์มีความรักที่แท้จริงต่อกัน ผมไม่คิดว่ามันจะผิด”เขาตอบ เขารู้สึกทึ่งกับคำถามของเธอ แต่เขาก็พูดถึงความคิดจริงๆของเขาโดยไม่คำนึงถึงอื่นใด

 

หลิน ฮวง รู้สึกว่านี่เป็นหัวข้อที่จริงจัง เพื่อลดความตึงเครียด เขาจึงเปลี่ยนหัวข้อและบอกเล่าเรื่องราวให้เธอฟัง

 

“ผมได้อ่านเรื่องราวแบบนี้มาก่อน มีชายคนหนึ่งที่ชื่อเป่ย เฟิง เขาตกหลุมรักกับผู้หญิงหลากหลายสายพันธ์ผู้ให้กำเนิดลูกหลากหลายสายพันธ์….”

เสวี่ย หรู ตกตะลึงเมื่อเธอได้ยินเรื่องนี้”ไม่มีใครที่ต่อว่าเขาเลย?”

“อืม หากคุณคิดว่ามันถูกและคุณตั้งใจที่จะทำมัน คุณจะไปสนใจเกี่ยวกับความคิดของคนอื่นทำไม?”หลิน ฮวง กล่าวและหัวเราะให้กับท่าทางของเธอ”แน่นอน เป่ย เฟิง เป็นเพียงตัวละครในเรื่องเล่าเท่านั้น ไม่มีคนเช่นนั้นในความเป็นจริง”เขากล่าวให้ความมั่นใจกับเธอต่อ

“ข้าคิดว่ามันผ่านไปแล้ว…”เสวี่ย หรู กล่าวหลังจากที่เธอตกลงไปในห้วงความคิด จากนั้นดวงตาของเธอก็ทอประกายสดใสขึ้น

“ท่านหลิน หลังจากนี้ ท่านมีแผนจะทำอะไรต่อ?”จู่ๆเสวี่ย หรู ก็ร้องถาม

“ผมจะสมัครเป็นนักล่าและจะพยายามฝึกอย่างสุดความสามารถเพื่อเป็นระดับเหล็ก ผมจะยุ่งกับงานเหล่านี้มากเมื่อผมกลับไป แผนสำหรับอนาคตจะเป็นสิ่งแรกและสำคัญที่สุด ผมจะมุ่งฝึกฝนเพื่อให้ไปถึงระดับหลุดพ้น”เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจ หลิน ฮวงไม่รู้ว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนเพื่อไปถึงระดับหลุดพ้น แต่ทว่า มันคงจะไร้ค่าที่จะพูดถึงอนาคตเนื่องจากเขายังไม่เข้าใจถึงโลกนี้โดยสมบูรณ์ เขาสามารถกระทำได้เมื่อมันถึงเวลา คนจะสามารถก้าวไปในอนาคตได้หากพวกเขาก้าวไปด้วยความมุ่งมั่น

 

ทั้งคู่ได้คุยกันอยู่นานบนหินยักษ์ อย่างไรก็ตาม หยี่ เสิ่น ผู้ที่กำลังเฝ้ามองจากด้านล่างกลับดูผิดหวัง

 

“พี่คิดว่าหลิน ฮวง เป็นชายที่ซื่อสัตย์ แต่ตอนนี้ พี่ไม่คิดเช่นนั้น พี่รู้สึกกังวล ที่จะร้องขอให้เขาดูแลน้องสาวของพี่”เขาสารภาพกับหยี่ เยว่หยู่

“พี่กำลังพูดบ้าอะไรกัน?!”เธอตะโกนและหยิกแขนเขาอย่างแรง

“พี่เพียงแค่พูดความจริง ทำไมเธอต้องหยิกพี่ด้วย?คุณเสวี่ย หรู นั้นสวยมากและเธอยังอายุน้อยกว่าน้อง เธอทรงพลังมาก บางทีเธออาจจะเป็นมนุษย์ระดับหลุดพ้นเช่นกัน หากน้องไม่ทำอะไรบางอย่าง บางที หลิน ฮวง อาจจะถูกฉกฉวยไปจากน้อง”เขากล่าวพร้อมกับหัวเราะ มันเห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ว่าเสวี่ย หรู และปิง หวาง ไม่ใช่มนุษย์ พวกเขาคิดว่าทั้งคู่เป็นมนุษย์ระดับหลุดพ้น

“บ้าเอ้ย!”หยี่ เยว่หยู่ ร้องเสียงแหลม เธอโกรธที่เธอคิดถึงการสูญเสียหลิน ฮวง ไป

 

บนหินยักษ์ หลิน ฮวง และเสวี่ย หรู กำลังจะยุติการสนทนาของพวกเขา

 

“พวกเราจะไปหลังจากที่เราทำบางสิ่งเสร็จสิ้น”เสวี่ย หรู กล่าวและยืนขึ้น

“ยังมีอะไรที่คุณต้องทำ?”หลิน ฮวง ยืนขึ้นและถามด้วยความอยากรู้

“ข้าจะลบความทรงจำเกี่ยวกับข้าและปิง หวาง จากสมองมนุษย์ที่เราได้ติดต่อด้วย นอกจากนี้ ข้ายังต้องแก้ไข สนามรบ”เสวี่ย หรู กล่าว เมื่อมองมาทางหลิน ฮวง “นอกจากนั้น ผู้คนยังได้เห็นฉากของท่านที่ฆ่ามอนสเตอร์นับล้าน นั่นจะดีกว่าหากความทรงจำในส่วนนี้ถูกลบไปด้วย เพื่อความปลอดภัยของท่าน คนอื่นๆจะต้องไม่รู้เรื่องนี้”เธอเตือนเขา

“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าท่านทำอะไรเพื่อควบคุมพลังของคำสาปดังกล่าว แต่ด้วยพลังประเภทนี้ แม้กระทั่งเทพเจ้าของเผ่าพันธ์มนุษย์ยังกระตือรือร้นที่จะได้รับของขวัญเช่นนี้”เธอกล่าว ตอนแรก หลิน ฮวง คิดว่าเธอล้อเล่น แต่เมื่อเสวี่ย หรู กล่าวคำพูดดังกล่าว ดวงตาของเธอกลับทอประกายจริงจัง

“ใช่ ผมรู้”เขาตอบกลับ

 

หลิน ฮวง ไม่คิดมาก่อนว่าพลังของการ์ดทำลายล้างขนาดเล็ก นั่นจะทรงพลังถึงขั้นที่เทพเจ้ายังมองหา

 

“ข้าจะเริ่มลบความทรงจำของพวกเขาและแทนที่ด้วยความทรงจำใหม่”เธอกล่าว ทันทีที่เธอพูดจบ มันก็เริ่มมีหิมะตก

 

ในขณะนั้นเอง ทุกคนในเมืองก้รู้สึกแปลกๆถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทันใดนั้น เหล่านักล่าและชางเมืองก็เริ่มหมดสติไปทีละคน

ปิง หวาง เองก็จากไปเช่นกัน หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมา พร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่ง

 

“ข้าได้สร้างความทรงจำใหม่สำหรับพวกเขา มนุษย์ระดับหลุดพ้นได้มาถึงสนามรบและเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่กับอสรพิษดำขึ้น เขาได้ช่วยชีวิตทุกคนและฝูงมอนสเตอร์ก็ถอยไปหลังจากที่งูถูกฆ่า”เสวี่ย หรู กล่าวกับปิง กวาง จากนั้นเธอก็สั่งเขาต่อ”ปิงน้อย เจ้าได้ต่อสู้กับชายผู้นี้มาก่อน เจ้าอาจจะปลอมแปลงหลักฐาการต่อสู้ในสถานที่นี้ตามทักษะต่อสู้เขา เกี่ยวกับร่องรอยของมอนสเตอร์ ข้าจะลบมันด้วยหิมะ”เธอกล่าว

 

ตอนนี้มันเป็นฤดูร้อน แต่มันกลับมีหิมะตกหนัก ในหุบเขาทั้งหมด มีเพียงหลิน ฮวง เสวี่ย หรู และปิง หวางเท่านั้นที่ยืนอยู่

ไม่นานนัก ปิง หวาง ก็เสร็จสิ้นการแก้ไขสนามรบ แต่ทว่า หิมะไม่ได้หยุดและทั่วทั้งโลกก็เปลี่ยนเป็นสีขาว ภายใต้ดวงจันทร์เต็มดวงทั้งสอง ท้องฟ้ายามราตรีจึงสวยงามเป็นพิเศษ

 

“ท่านหลิน มันถึงเวลาแล้ว”เสวี่ย หรู กล่าว เธอห่างจากหลิน ฮวง ไม่ถึง2เมตร บนหินยกษ์ เธอเอียงหัวเล็กน้อยและยิ้มให้เขา

ในค่ำคืนที่หิมะตกเช่นนี้ เธอกลับยืนเท้าเปล่าบนหินยักษ์ราวกับเทพธิดา เธองดงามอย่างมาก

หลิน ฮวงพยักหน้า เขาโบกมือเขาและกล่าว”ลาก่อน เสวี่ย หรู”

“ลาก่อน ท่านหลิน”เธอตอบกลับ

 

เสวี่ย หรูโบกมือให้หลิน ฮวง จากนั้น ปิง หวาง และเสวี่ย หรู ก็ลอยขึ้นไปในอากาศ

ขณะที่ทั้งคู่ลอยเหนือพื้นดินหลายร้อยเมตร เสวี่ย หรู ก็โบกมือในอากาศ และดวงตาเสมือนก็ก่อตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขา

หลังจากผ่านไปสักพัก ดวงตาเสมือนก็เปิดขึ้น มีดวงตาสีขาวสนิทภายในดวงตาเสมือน มันคล้ายกับดวงตาของจิตวิญญาณยักษ์ที่กำลังมองลงมาจากฟ้า

เสวี่ย หรู และ ปิง หวาง ก้าวเข้าไปในดวงตาเสมือน และมันก็ค่อยๆปิดลง ทั้งคู่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง

จนกระทั่งถึงเวลาที่ดวงตาเสมือนได้หายไป หลิน ฮวง ก็ค่อยๆละสายตาออกจากภาพนั้น เขาถอนหายใจและคิดในหัวใจ”ลาก่อน เสวี่ย หรู…..”