0 Views

 

“ตกลง” ภูติแสยะยิ้มกับแฮปปี้ดั้งค์พยักหน้ารับพร้อมๆกัน ถ้าพวกเขาพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปสตรีสาวยักษ์เผ่ามนุษย์วัวคงประทับตราลงบนศีรษะของพวกเขาเป็นแน่ ต่อให้ร่วมมือกันกิลของพวกเขาก็ยังเทียบกับเมจิทีฟไม่ได้อยู่ดี

“ตัดสินใจกันแล้วนะ! ถ้างั้นค่อนเจอกันวันหลังแล้วกัน”ดาบครามแห่งทิศใต้ตัดบท

“ค่อยเจอกันอีกทีก็ดี”

“ลาล่ะ”

เหล่าคนใหญ่คนโตต่างก็บอกลากันไป ไม่มีพวกเขาคนใดต้องการอยู่ต่ออีกต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกๆฝ่ายต่างเป็นคู่แข่งกันเช่นนี้ ในตอนนี้เจียงเฟยไม่มีความสำคัญใดอีก เขากลายเป็นเหมือนกับเพียงพ่อค้าทั่วๆไปที่ขายของเลี้ยงชีพเท่านั้น

“เดี๋ยว!” เจียงเฟยตะโกนออกมาสุดเสียง ลูกค้าของเขากำลังเดินจากไปแล้วทั้งๆที่เขายังไม่ได้หยิบสินค้าชิ้นเอกออกมาเลย!

“อะไรอีก? ไม่พอใจอะไรรึไง?” เลดี้คาสโนว่าค้อนมองมา เขากวาดตามองมาที่เขาคราหนึ่งทำให้เจียงเฟยอดไม่ได้ต้องก้าวถอยหลังออกไป

ผู้หญิงคนนี้อาจจะเหยียบหน้าเขาด้วยกีบม้านั่นจริงๆก็ได้…

เจียงเฟยเลือกคำที่จะอย่างระมัดระวังและกล่าวออกมาอย่างช้าๆ “ผมยังมีอุปกรณ์ที่จะขายเหลืออีก เป็นอุปกรณ์เกรดเขียวอยากจะซื้อไหม?”

“แน่นอน!”

“ขายให้ฉันเถอะ”

“มีเกรดเขียวด้วย?”

“นายมีอะไรเสนอฉันขอซื้อหมดเลย!”

คนของกิลทั้งสี่ตอบสนองแตกต่างกันไปแต่เสียงของเลดี้คาสโนว่ากลับดังที่สุด มนุษย์วัวร่างยักษ์ที่สูงกว่า250เซนก้าวยาวๆเดินเข้ามาก้าวหนึ่ง ใบหน้าของเธออยู่ชิดกับเจียงเฟยจนเรียกได้ว่าสามารถประทับจูบกับเขาได้ตลอดเวลา! ถ้าลองคำนวณดูจากความเป็นไปได้แล้ว เจียงเฟยที่สามารถสร้างอุปกรณ์เกรดขาวออกมาได้300ชิ้นอย่างน้อยก็ต้องมีอุปกรณ์เกรดเขียวอยู่ราวๆ3-5ชิ้น ความคิดนี้ราวกับความคิดฝังหัว พวกเขาทั้งสี่คนต่างก็ทราบดีว่าจำเป็นต้องแย่งกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพื่ออัญมณีเหล่านี้

“ผมมีอุปกรณ์เกรดเขียวอยู่70ชิ้นและพวกมันทั้งหมดล้วนมีสกิลติดมาทุกชิ้น!” เจียงเฟยกล่าวออกมาให้พวกเขาได้ยินชัดๆทีละคำ

“อะไรนะ?” เลดี้คาสโนว่ากรอกตา อุปกรณ์สีเขียว70ชิ้นมากเกินกว่าจะทำใจเชื่อจริงๆ ผู้เล่นที่เก็บเลเวลจนถึงเลเวล10ยังมีไม่ถึง10,000คนด้วยซ้ำส่วนคนที่เหลือล้วนยังใช้ชีวิตอยู่รอบๆเมืองเริ่มต้นอยู่เลย เช่นนี้แล้วจำนวนอุปกรณ์เกรดเขียวจึงไม่ควรมีเกินกว่า50ชิ้น! แต่เจ้าหนูนี่กลับกล่าวออกมาว่ามีอยู่กับตัวถึง70ชิ้นและยังมีสกิลติดมาทุกชิ้นอีกด้วยงั้นหรือ? ช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระยิ่งนัก! ไร้สาระยิ่งกว่าบอกว่าโลกมีดวงอาทิตย์สามดวงและดวงจันทร์แปดดวงเสียอีก! ไม่ต้องกล่าวถึงเมืองดอร์นไลท์เลยเพราะต่อให้เอาอุปกรณ์เกรดเขียวที่มีสกิลติดมาด้วยของทั้งสี่เมืองมารวมกันก็ยังมีไม่ถึง!

“เจ้าเด็กเวรอย่าได้กวนโอ๊ยจะดีกว่า ถ้าแกมีอุปกรณ์เกรดเขียว70ชิ้นก็ยังพอทำใจเชื่อได้แต่กลับบอกออกมาว่าจะขายอุปกรณ์เกรดสีเขียวที่มีสกิลติดมาด้วยถึง70ชิ้นเนี่ยนะ? แกอยากเป็นจุดสนใจขนาดนั้นเลยรึไง? เสียเวลาจริงๆ”เลดี้คาสโนว่ากล่าวและหมุนกายจากไป

“โฮ่ๆ คุณคิดว่าโรงงานของพวกเราไร้ประสิทธิภาพขนาดนั้นเลยรึไง? พวกเรามีนักเสริมพลังมืออาชีพคอยทำงานอยู่ตลอดเวลา! คิดว่าทำไมพวกเราถึงสร้างอุปกรณ์เกรดสีเขียวออกมาได้ถึง70ชิ้นกันล่ะ? พวกเราเองก็มีเกียรติของพวกเราเหมือนกัน” เจียงเฟยกล่าวออกมาราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โต โรเซ็ตโรสทราบดีว่าเขาทำได้ยังไงแต่เขาไม่อาจปล่อยให้คนอื่นๆล่วงรู้ได้โดยเด็ดขาด ยิ่งพวกเขารู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ถ้ามีคนปล่อยข่าวออกไปว่าเจียงเฟยสามารถสร้างอุปกรณ์เช่นนี้ออกมาได้อย่างง่ายดายพวกGMคงมาเอาเลือดหัวเขาออกแน่!

“นักเสริมพลัง…”พวกเขาทั้งสี่สบสายตากันด้วยท่าทีประหวั่นและไม่อยากจะเชื่อ! เจียงเฟยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่เพียงผู้ธรรมดาๆเหมือนที่พวกเขาทั้งสี่คิด! ชายผู้นี้อาจจะกระทั่งอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาทั้งสี่คนด้วยซ้ำ!

นักเสริมพลังคืออาชีพสายวิชาชีพเช่นเดียวกัน ยังไงก็ตามคลาสนี้คือคลาสแรร์ยิ่งนักในช่วงที่เกมพึ่งเริ่มเปิดตัว เหตุผลก็ง่ายดายยิ่งเพราะงานของนักเสริมพลังจะทำได้ก็ต่อเมื่อใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากการแยกส่วนอุปกรณ์เกรดเขียวหรือสูงกว่าเท่านั้น!

เนื่องจากเซิพเวอร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นจึงไม่มีผู้เล่นคนใดกล้าพอจะสละอุปกรณ์เกรดเขียวของตนเพื่อผู้เล่นสายวิชาชีพเพียงคนเดียว! กระทั่งช่างตีเหล็กยังไม่กล้าแยกส่วนอุปกรณ์เกรดขาวของพวกเขาด้วยซ้ำ! กระทั่งกิลระดับมืออาชีพเองก็ยังไม่อาจแบกรับภาระเช่นนี้ไหว ระบบเช่นนี้มีเอาไว้ให้ผู้เล่นใช้เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเกมเท่านั้น

“พวกเราคงแยกส่วนไอเทมเกรดเขียวพวกนี้ด้วยแล้วถ้าไม่ใช่เพราะว่าการเงินของพวกเราดิ่งลงเหว”เจียงเฟยกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ว่าราคามา!” เลดี้คาสโนว่าคำราม การที่มีนักเสริมพลังเพียงหนึ่งคนอยู่ในกิลตั้งแต่วันที่สามของเกมก็เหนือโลกพอแล้ว การที่มีบางคนนำหน้ากิลเมจิทีฟอยู่นอกเหนือการคาดเดาของเลดี้คาสโนว่าไปไกลโข แต่ตอนนี้สมบัติเหล่านั้นวางกองอยู่ข้างหน้าเธอแล้ว เธอจะต้องพยายามเอาอุปกรณ์เกรดสีเขียวมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกๆสิ่งค่อยว่ากันหลังจากนั้นก็ยังไม่สาย

“หนึ่งโกลต่อหนึ่งชิ้น ห้ามเลือก ไม่ว่าจะดีหรือเชี่ยให้ขึ้นอยู่กับโชคของพวกคุณ”เจียงเฟยกล่าว แม้ว่าอุปกรณ์เกรดเขียวที่จริงแล้วจะมีราคาอยู่ราวๆ50ซิลเวอร์เท่านั้นก็ตามทีแต่ด้วยการที่มีสกิลติดมาด้วยราคาจะเพิ่มเป็นสองเท่าก็หาได้แปลกอันใด

“ตกลง” ทั้งสี่คนพยักหน้ารับ วิธีการเช่นนี้เป็นวิธีการที่ดีที่สุดและไม่ลำเอียงที่สุดสำหรับพวกเขาแล้ว อุปกรณ์ที่มีสกิลเพิ่มพลังชีวิต10%กับอีกชิ้นที่มีโอกาสขโมยเงิน10ทองแดงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว การมาคอยประเมินพวกมันทีละชิ้นๆใช้เวลามากเกินไป

“พวกนายเอายังไง?” เลดี้คาสโนว่าถามขึ้นมา เพียงแค่เธอกวาดตามองเพียงครั้งเดียวสมาชิกทั้งหมดของกิลเมจิทีฟก็พุ่งขึ้นมาบังหน้าแผงขายของและกวาดเอาผู้เล่นคนอื่นๆออกไปจนสิ้นแล้ว กิลเล็กๆและผู้เล่นทั่วๆไปไม่อาจมีสิทธิจับจองอุปกรณ์เกรดเขียวได้เลยแม้ว่าจะมีปัญญาซื้อก็ตาม คงกล่าวได้เพียงยักษ์ใหญ่รังแกคนแล้ว!

“ว่ามาเลยพี่สาวคาสโนว่า” แฮปปี้ดั้งค์ยิ้ม ในฐานะที่เธอแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาทั้งสี่คนจึงไม่อาจทำอะไรเธอได้มากนัก ต่อให้พวกเขาทั้งสามร่วมมือกันก็ตามที

“ฉันจะเอาไป25ชิ้นส่วนพวกนายที่เหลือก็เอาไปคนละ15!” เลดี้คาสโนว่ากล่าวหลังจากคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

“ตกลง แต่ว่า! พวกเราต้องได้เลือกก่อน”

ถือได้ว่าเป็นการตกลงที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว พวกเขาจะต้องหยิบไอเทมไปแบบสุ่มๆเนื่องจากเจียงเฟยบอกเอาไว้แล้วว่าห้ามเลือก

“เชิญเลย” เลดี้คาสโนว่ากล่าว

“ฉันคนแรกแล้วกัน”

“งั้นฉันคนที่สอง”

“ถ้างั้นฉันคงเป็นคนสุดท้ายแล้ว”

พวกเขาสลับกันเลือกอย่างรวดเร็ว

“โฮ่ๆ ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะ” เจียงเฟยยิ้มแต้

“น้องชายนายชื่ออะไรหรือ? มาแอดเพื่อนกันไว้หน่อยเป็นไง ถ้าโรงงานของนายผลิตของได้มากพอแล้วอย่าลืมคิดถึงฉันเป็นคนแรกเชียวล่ะ!” เลดี้คาสโนว่ากล่าวและเบียดกายเข้าหาเจียงเฟยราวกับกำลังพยายามล่อลวงเจียงเฟยก็ไม่ปาน…

“ยัยวัวนี่คิดจะทำบ้าอะไรวะ…หรือคิดจะทำให้เราหายใจไม่ออกตาย…?”เจียงเฟยรู้สึกทั้งขยะแขยงและหวาดกลัวปนๆกัน ยักษ์สาวร่างใหญ่ผู้นี้เบียดกายแนวชิดและกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ การที่มีผู้เล่นเบียดกายเข้ามาและกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเช่นนี้น่าหวาดหวั่นไม่น้อย เขากล้ำกลืนฝืนทนและยอมบอกชื่อให้กับเธอไป การสานสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโตเองก็เป็นเรื่องสำคัญ

“นี่ไกร์เดอร์ คิกๆ ฉันชอบผู้ชายแบบเธอนะรู้ไหม”ภูติแสยะยิ้มกล่าวยอเจียงเฟยและยื่นคำขอเป็นเพื่อนมาให้เจียงเช่นเดียวกัน

“ถ้าต้องการทำธุรกิจแบบจริงๆจังๆก็ติดต่อฉันมาได้เลยนะ”

“ฉันหวังว่าในอนาคตเราคงได้ทำงานร่วมกันนะ มั่นใจได้เลยว่านายจะต้องมีความสุขแน่ๆที่มีฉันเป็นเพื่อน”

ทั้งดาบครามแห่งทิศใต้และแฮปปี้ดั้งค์ต่างก็ยื่นคำขอเป็นเพื่อนมาเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดต่างมีความคิดเดียวกันในหัว เป็นเพื่อนกับโรงงานสร้างไอเทมขนาดใหญ่เช่นนี้ไว้ยังไงก็ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังมีนักเสริมพลังในครอบครองอีกด้วย!

“น้องชายตัวน้อยนายคงเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของกิลเมจิทีฟและสิ่งที่พวกเราทำมาบ้างสินะ อย่าได้เสียเวลากับกิลเล็กๆพวกนั้นเลย คิดจะทำธุรกิจให้คิดถึงฉันดีกว่า!” เลดี้คาสโนว่ากล่าวพร้อมขยิบตาที่ปกคลุมไปด้วยขนหนาให้เขาทีนึง

“งับ…งับ…” เจียงเฟยพยายามไม่หันไปมองทางอื่น ถ้าไม่ใช่ว่าเธอคือเลดี้คาสโนว่าผู้มีชื่อเสียงและตัวตนอันยิ่งใหญ่ภายในเมืองเขาคงไม่แม้แต่จะแลด้วยซ้ำ!

 

ฝากกดไลค์เพจด้วยจ้า นิยายแปลตามอารมณ์