0 Views

“เหอะ นายนี่ไมได้ฟังสิ่งที่พวกเราพูดไปเลยใช่ไหม หื้อ ไอ้เด็กเวร? มึงจะทำตัวดีๆและขุดเหมืองอยู่ที่นี่หรือจะไสหัวไป! หรือบางทีนายอาจจะไม่เชื่อว่าฉันจะให้นายมีทริปกับไปเมืองฟรีๆกัน?”เมื่อฟังคำถามของหวังหยู่ นักฆ่าก็ชี้ไปที่ใบหน้าของหวังหยู่และเยาะเย้ย

 

“ผมไม่!”หวังหยู่ส่ายหัวและตอบตรงๆ

 

“ไอ้เย็…แม่!”การกระทำที่ไม่เคารพของหวังหยู่ต่อนักฆ่านั้นทำให้เขามึนงงไปสักครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะดุด่าอย่างบ้าคลั่งและดึงกริชของเขาออกมา

 

นักฆ่านั้นก็แทงใส่หวังหยู่โดยปราศจากการใช้ [หลบซ่อน] สำหรับนักฆ่าที่เผชิญหน้ากับนักต่อสู้ตรงๆนั้นก็เหมือนการฆ่าตัวตายอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพูดถึงคนที่มีความสามารถแบบหวังหยู่เลยด้วยซ้ำ

 

หวังหยู่นั้นไม่หลบแม้แต่การโจมตีและเพียงแค่ยื่นมือไปจับที่ผมของนักฆ่า และก็กระชากเข้ามาอย่างรุนแรง หวังหยู่ก็ก้มหัวของเขาลงและก็เสยเข่าใส่หน้าของเขาตรงๆ และก็เปลี่ยนนักฆ่ากลายเป็นแสงสีขาว

 

โผล๊ะ…..เมื่อนักฆ่านั้นระเบิดตัว อุปกรณ์ที่เขาสวมใส่อยู่ก็ดรอปลงพื้น

 

นักฆ่าคนนี้นั้นสังหารผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกมนับไม่ถ้วน และเขาก็ยังถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายแบบนั้นนี่นะ? นี่เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?

 

“นายกล้าที่จะสร้างปัญหาที่นี่งั้นเหรอ?”

 

เมื่อเห็นหวังหยู่นั้นฆ่านักฆ่าอย่างฉับพลัน เพื่อนของนักฆ่านั้นก็ยุ่งเหยิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาก็รีบทิ้งความคิดอันโกลาหลนั้นไปและรีบล้อมรอบหวังหยู่ ในขณะที่มีใครคนหนึ่งในพวกเขานั้นวิ่งตรงไปเก็บอุปกรณ์ ในเกมนี้นั้นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งนั้นมีค่ามากกว่าชีวิตของคนๆหนึ่งซะอีก

 

“เกิดอะไรขึ้น? มีใครสร้างปัญหาอยู่อย่างงั้นเหรอ?”

 

ในเวลาเดียวกัน ผู้เล่นที่อยู่ส่วนลึกของเหมืองหินก็ได้ยินเสียงการปะทะขึ้นและทั้งแปดคนก็รีบวิ่งออกมา

 

ผู้เล่นคนอื่นที่กำลังขุดเหมืองอยู่รอบๆนั้นก็มารวมตัวกันและมาดูกว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

“เย็…เข้! ชายคนนี้คือใครกัน? เขากล้าที่จะฆ่าคนของสวรรค์อันไร้ที่ติได้ยังไงกัน?”

 

“ใครจะไปสนว่าเขาคือใคร เขานั้นก็จะถูกฆ่าวันนี้แน่นอน…”

 

“ถูกแล้ว สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำก็คือการจ่ายค่าผ่านทางและหลังจากนั้นก็ขุดเหมืองเงียบๆรอบๆทางเข้า มันมีเหตุผลอะไรที่จะเข้าไปส่วนลึกกัน? ฉันหวังว่าพวกเขาจะปล่อยพวกเราขุดเหมืองต่อหลังจากเรื่องไร้สาระนี่จบลง…”

 

เพียงแค่ผู้เล่นที่ล้อมรอบนั้นเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ นักรบก็เดินออกมาจากกลุ่มผู้เล่นสวรรค์อันไร้ที่ติ นักรบนั้นก็ชี้ไปที่หวังหยู่และตะโกน “เด็กน้อย นี่ไม่ใช่ที่ที่นายจะทำอะไรที่นายต้องการได้ กิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นไม่ใช่กิลด์ที่นายสามารถยั่วยุได้! ในอนาคต จะไม่มีใครจากเมืองรัตติกาลที่สามารถเข้ามาในเหมืองนี้ได้!”

 

นักรบนั้นทั้งสูงและมีรูปร่างที่สมส่วนและสวมอุปกรณ์ระดับทองแดงตั้งแต่หัวจรดตีน ดาบของเขานั้นก็เปล่งประกายรังสีสีเงินออกมา เพียงแค่ดูจากอุปกรณ์ของเขาแล้ว มันก็เป็นที่เด่นชัดแล้วว่าเขานั้นเป็นผู้นำของกลุ่มนี้

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว หวังหยู่ก็เลิกคิ้วและถาม “โอ้? นายกำลังพูดว่าเหมืองนี้นั้นเป็นอาณาเขตของสวรรค์อันไร้ที่ติงั้นเหรอ?”

 

“ฮึ่ม! ถ้านายสามารถสังหารมอนสเตอร์ด้านในละก็ พื้นที่ด้านในนั้นก็จะกลายเป็นของนาย!”นักรบพ่นเสียงออกมาจากจมูก

 

เจตนาของนักรบคนนี้ชัดเจนมาก ใครก็ตามที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ด้านในพื้นที่นี้ทั้งหมดนั้นจะกลายเป็นเจ้าของเหมือง มันคือวิธีการที่จะแสดงให้เห็นถึงพลังของกลุ่มคนและเขาก็นั้นทำตัวเป็นอุปสรรคกับใครก็ตามที่วางแผนไว้กับมัน”

 

“ผมไม่เคยถามนายว่าให้นายฆ่ามอนสเตอร์ให้ผม และผมก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการป้องกันจากนาย! ทำไมพวกนายถึงทำตัวไม่มีเหตุผลแบบนี้กัน…”หวังหยู่ตอบกลับอย่างสบายๆ

 

นักรบนั้นเลิกโต้แย้งกับหวังหยู่และแทงดาบของเขาลงกับพื้นและตะโกน “เลิกพูดไร้สาระได้แล้วโว้ย! มึงฆ่าพวกกูไปคนหนึ่ง และมึงกล้าที่จะถูกถึงความสมเหตุสมผลงั้นเหรอ???”

 

หวังหยู่เหลือบตาไปดูสมาชิกคนอื่นของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติและก็ถามตรงๆ “ใครแข็งแกร่งที่สุดกัน?”

 

“เหอะ! ไร้สาระ! คนแข็งแกร่งนั้นอาจจะไม่ถูกเสมอแต่คนอ่อนแอนั้นจะผิดอย่างแน่นอน!”นักรบนั้นระเบิดขึ้น เมื่อเขาพูดเสร็จ ผู้เล่นทุกคนของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติก็พุ่งออกมาในทันทีพร้อมกับความตั้งใจที่จะฆ่าเจียงลู่ฉี

 

“พูดได้ดี!”หวังหยู่หัวเราะ แล้วเขาก็ก้าวไปด้านข้างอย่างสบายๆและหลบการโจมตีของนักรบและใช้ [หมัดกระแทก] เพื่อร่นระยะ การโจมตีเพียงหนึ่งหมัดของหวังหยู่นั้นก็เกือบที่จะฆ่านักรบให้ตายแล้ว โดยปราศจากากรให้เวลาเขาในการต้านทาน หวังหยู่ก็ซัดหมัดใส่หน้าของเขาและเปลี่ยนเขากลายเป็นแสงสีขาว

 

หลังจากที่ฆ่านักรบแล้ว หวังหยู่ก็หลบการโจมตีของสมาชิกคนอื่นในกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติอย่างแทบไม่ใช้แรงเลย เขาจับไปที่นักฆ่าที่อยู่ใกล้ที่สุดและใช้เขาเป็นดั่งโล่ป้องกันลูกศรและเวทย์จากผู้เล่นระยะไกล

 

[เตะด้านข้าง]!

 

หมัดฮุค!

 

โดยปราศจากการหมุนตัวกลับ หวังหยู่ก็ส่งลูกเตะอีกสามครั้งใส่ผู้เล่นที่อยู่ใกล้เคียง

 

แล้วเขาก็จับไปที่นักฆ่าอีกสองคนและทุ่มมันลงพื้นบนดิน และเปลี่ยนพวกเขากลายเป็นแสงสีขาว

 

ที่จริงแล้วมีสมาชิกของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติเพียงแค่สิบสองคน นักเวทย์สองคน นักธนูสองคน นักบวชสองคน นักฆ่าสี่คนและนักรบอีกสองคน

 

นักฆ่าสามคนและนักรบอีกทั้งสองคนนั้นก็ถูกฆ่าโดยหวังหยู่ไปแล้วและนักฆ่าอีกคนหนึ่งก็ตายลงโดยการทำหน้าที่เป็นโล่ให้หวังหยู่ ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ผู้เล่นระยะไกลหกคนเท่านั้น

 

พื้นที่ด้านในเหมืองหินนั้นค่อนข้างแคบและมันก็ไม่มีพื้นที่ให้หลบหนี

 

เพียงแค่ก้าวเดียว หวังหยู่ก็อยู่ห่างจากนักเวทย์สองคนเพียงสามเมตร

 

หวังหยู่นั้นวัดพลังของนักเวทย์พวกนี้แล้ว ดังนั้นเขาจึงรู้ว่ามันไม่ได้สร้างปัญหาใดๆกับเขา หวังหยู่นั้นก็ใช้ [โล่พลังงาน] เพื่อป้องกันเวทย์มนต์ของพวกมันแลหลังจากนั้นก็ฆ่าชายคนหนึ่งโดยใช้ [ระลอกคลื่น] และสำหรับนักเวทย์อีกสองคนที่พยายมจะหลบหนี ก็เกิดกระแสน้ำวนสีขาวขึ้นรอบๆมือหวังหยู่และก็ดึงนักเวทย์คนนั้นกลับมา

 

หวังหยู่ก็จับไปที่หัวของนักเวทย์และทุ่มมันกับกระแพงอย่างรุนแรง และก็ฆ่าเขาตรงนั้นเลย

 

เมื่อเห็นหวังหยู่นั้นฆ่าเพื่อนพ้องของเขานั้นอย่างเหี้ยมโหด นักธนูสองคนนั้นก็หันหลังกลับและวิ่งหนีในทันที และค่าสถานะหลักของนักธนูนั้นก็คือความคล่องแคล่ว ดังนั้นความเร็วของพวกเขานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนนั้นสามารถเพียงก้าวเท้าได้เพียงสองเก้า ก็ปะทะเข้ากับรูปร่างของหวังหยู่

 

‘อะไรวะ? มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน????”

 

หวังหยู่ขี้เกียจเกินไปที่จะอธิบาย เขานั้นใช้ [การเคลื่อนย้ายแห่งพระอาทิตย์ตกดิน] เพื่อเทเลพอร์ตไปด้านหน้าของพวกเขา และก็บีบคอพวกเขาจนตาย

 

สุดท้ายนั้นคนที่เหลือก็นักบวชอีกสองคน….

 

เมื่อเผชิญหน้ากับหวังหยู่ ทั้งสองคนนั้นก็ตื่นตระหนกอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขานั้นเป็นแค่ฮีลเลอร์ แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่เขาไม่มีโอกาสในการฮีลคนอื่นเลยสักครั้ง

 

แม้ว่าการเผชิญหน้ากับนักบวชที่ไร้พลังทั้งสองคน หวังหยู่ก็ไม่ได้แสดงความเมตา ก่อนที่พวกเขานั้นจะมีโอกาสที่จะได้ทำอะไร นักบวชสองคนก็ถูกฆ่าโดยหวังหยู่ กับสกิล [เทพเจ้าสายฟ้าเหยียบย่ำ] ไปแล้ว

 

“ไอ้เหี้….”

 

ผู้เล่นคนอื่นในเหมืองหินนั้นไม่สามารถปิดบังความประหลาดใจของพวกเขาได้

 

กิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นเป็นกฎของเหมืองหินนี้ตั้งแต่ที่บ้านเมืองนั้นได้ถูกอัพเดท นักขุดเหมืองนั้นคุ้นเคยกับความเหี้ยมโหดของพวกเขาแล้ว และก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครบางคนที่ลุกขึ้นสู้กับพวกมัน!

 

ผู้เล่นในกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นมีพลังในการเคลียร์มอนสเตอร์ในเหมืองหินทั้งหมดได้ ในขณะที่พวกเขานั้นมีระดับต่ำกว่า20 ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขานั้นก็เป็นเรื่องจริง….ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขานั้นฆ่าทั้งหมดโดยปราศจากการโดนแตะเสื้อผ้าของเขาเลย…

 

“เขาคือใครกัน….”

 

มองไปที่หวังหยู่ ผู้เล่นคนอื่นก็เดาตัวตนของเขาอย่างช่วยไม่ได้

 

นักต่อสู้ถูกพิจารณาว่าเป็นอาชีพที่เลวร้ายที่สุดใน [REBIRTH] และมันก็มีเพียงผู้เล่นคนเดียวในเมืองรัตติกาลที่สามารถใช้มันได้อย่างดี…หรือว่าชายคนนี้จะเป็นตำนานเทพเจ้ากระทิงเหล็กคนนั้นกัน?

 

แต่ทำไมเทพเจ้ากระทิงเหล็กถึงมาที่เหมืองหินเพื่อขุดเหมืองกัน? หัวของเขามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?

 

เขาก็เมินเฉยกับการบ่นพึมพำของคนพวกนั้น หวังหยู่ก็เดินเข้าไปในส่วนลึกของเหมืองหินต่อ

 

ในส่วนลึกของเหมืองหินนั้นกว้างกว่าด้านนอก มันยังคงมีคบเพลิงถูกจุดไว้ตลอดพื้นที่ ทำให้หวังหยู่นั้นเห็นผู้เล่นในเหมืองกำลังขุดแร่อย่างแข็งขัน พร้อมกับการเหลือบตาไปมอง หวังหยู่ก็สามารถบอกได้ว่าผู้เล่นพวกนี้นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติด้วย

 

ผู้เล่นเหล่านี้ก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้านนอก ถ้าพวกชั้นยอดของพวกเขานั้นไม่สามารถที่จะแตะเขาได้ แล้วพวกเขาจะเผชิญหน้ากับปีศาจบ้าเลือดตัวนี้ได้ยังไงกัน?

 

ผู้เล่นจะสูญเสียค่าประสบการณ์หลังจากตายลง และรวมไปทั้งค่าประสบการณ์ของอาชีพรองอีกด้วย

เมื่อรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ หวังหยู่ก็ไมได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ถ้าเขาโจมตีพวกผู้เล่นที่โฟกัสในการสร้างที่ไม่มีพลังในการต่อต้าน ถ้าเป็นแบบนั้นละก็ เขาก็จะเป็นปีศาจจริงๆ นอกจากนี้แล้ว หวังหยู่ก็รู้ว่าการมีชีวิตโดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกมนั้นไม่ได้ง่ายเลย

 

พร้อมกับกวาดตามอง หวังหยู่ก็ดึงคบเพลิงออกมาจากกำแพงและเขาก็เดินเข้าไปลึกในเหมืองหินต่อ