0 Views

Chapter 86: เหมืองหินอันธกาล

“ฉันพูดจริงจังนะ! ก่อนหน้านี้มีชายที่ถูกเรียกว่านักเลงอันธพาลนั้นใช้ประโยชน์ เมื่อซิมโฟนีที่ล้มเหลวนั้นสู้กับเนียนและก็ซุ่มโจมตีพวกเขา! เขานั้นพาคนยี่สิบคนไปพร้อมกับเขาและสังหารทีมชั้นยอดของพวกเขาทิ้งทั้งหมด แม้กระทั่งผู้นำ 2012ก็ตายด้วยเช่นกัน…”ดาบน้ำแข็งพูดอย่างโจ่งแจ้ง

 

“ยี่สิบคน….”หวังหยู่พึมพำกับตัวเองก่อนที่เขาจะถามขึ้นอีกครั้ง “พวกเขานั้นสร้างปัญหามากขนาดนั้นเพียงแค่ร้อยแต้มนี่นะ?”

 

“แน่นอนว่านายไม่เข้าใจถึงความเจ็บปวดของผู้เล่นธรรมดา ตั้งแต่ที่พวกเราฆ่าบอสเนียนได้หรอก แต่ผู้เล่นคนอื่นนั้นให้ความสำคัญกับการฆ่ามาก แม้กระทั่งทารกเนียน!”ขุนนางครอทอธิบาย

 

“ถูกแล้ว และธงสงครามอันนองเลือดนั้นปฏิเสธว่าไม่มีผู้เล่นแบบนั้นในกิลด์ เมื่อ 2012นั้นเผชิญหน้ากับเขา….การไม่ยอมรับนั้นทำให้เกิดสงครามอันใหญ่หลวงขึ้นระหว่างกิลด์ทั้งสอง…”ดาบน้ำแข็งก็ส่ายหัว เมื่อเขาพูด สำหรับผู้รักสงบแบบเขาแล้ว ดาบน้ำแข็งนั้นก็เป็นเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าทุกคนนั้นควรที่จะร่วมมือกันและร่ำรวยไปด้วยกัน

 

“นายหมายถึงว่านายไม่สงสัยกับตัวตนที่แท้จริงของนักเลงอันนองเลือดเลย หลังจากที่ต่อสู้กันเป็นระยะเวลายาวนานงั้นเหรอ?”หวังหยู่นั้นถามอย่างเล่นตลก นักเลงอันนองเลือดนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากชื่อแต่งที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิสร้างขึ้น พันธมิตรอันนองเลือดนั้นจำเป็นแค่เปิดรายชื่อเพื่อนของพวกเขาขึ้นมาและพวกเขาก็สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพวกเขาได้ พวกเขานั้นปัญญาอ่อนกันงั้นเหรอ?

 

“มันไม่สำคัญหรอกว่า ผู้เล่นที่ชื่อนักเลงอันนองเลือดนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ความขัดข้องใจของทั้งสองกิลด์นั้นลึกมาก พวกเขานั้นแค่หาเหตุผลในการเริ่มต้นสงครามเท่านั้นแหละ”ไร้ความกลัวขัดขึ้นมาทันที

 

 

หวังหยู่ก็ตระหนักถึงความจริงได้หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

 

พันธมิตรอันนองเลือดอันเหี้ยมโหดและหยิ่งยโสนั้นถูกกดดันโดยนิกายซวนเฉิน แล้วพวกเขาจะอดทนกับการยั่วยุของกิลด์อื่นอีกกิลด์ได้ยังไง?

 

แม้กระทั่งซิมโฟนีที่ล้มเหลวนั้นมีชื่อเสียงที่น้อยกว่าพันธมิตรอันนองเลือด ผู้นำของพวกเขานั้นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่บนตำแหน่งจัดอันดับ แล้วชายที่หยิ่งยโสแบบเขานั้นจะสามารถอดทนกับความขายขี้หน้าในการนำกิลด์ระดับสองในเมืองได้อย่างไรกัน?

 

ทั้งสองกิลด์นั้นปิดบังความไม่พอใจของแต่ละกิลด์กันไว้และตัดสินใจที่จะสู้กันในเมืองรัตติกาลเพื่อหากิลด์ที่เป็นที่สุด และก็ทำให้เกิดหายนะขึ้นในเมืองรัตติกาล

 

“ดาบน้ำแข็ง นายเก็บรวบรวมพลุไฟได้เท่าไหร่กัน?”ไร้ความกลัวถามดาบน้ำแข็งในแชทกิลด์

 

“ฉันรวบรวมพลุไฟได้มาสี่สิบชิ้น และมีราคาห้าเหรียญเงินต่อชิ้น และพลุดอกไม้ไฟสามชิ้น ราคาห้าสิบเหรียญเงินต่อชิ้น”ดาบน้ำแข็งนั้นรายงานอย่างภาคภูมิใจ

 

ไม่มีใครในเมืองรัตติกาลที่ค้นพบวิธีการใช้พลุไฟในตอนนี้ ด้วยเหตุนี้นี่เอง พวกเขาจึงยังคงขายพวกมันในราคาถูก แต่เมื่อไหร่ที่ความลับนั้นถูกค้นพบ ราคาของไอเทมทั้งสองชิ้นจะสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

สำหรับไอเทมที่ใช้งานได้เพียงครั้งเดียว ห้าเหรียญเงินนั้นเป็นราคาที่แพงมาก ไม่ประหลาดใจเลยที่ดาบน้ำแข็งนั้นได้รับมันมามากขนาดนี้

 

“ผู้คนที่มีความสามารถในการต่อสู้กับบอสเนียนนั้นกำลังอยู่ในสงครามและผู้เล่นที่เหลือในเมืองรัตติกาลก็ไม่ใช่คู่มือของมัน! มันไม่จำเป็นเลยที่พวกเราจะต้องไปหาเนียนด้วยตัวของพวกเราเอง เดี๋ยวก็จะมีคนรายงานเรื่องนี้ให้กับพวกเราเมื่อพวกเขาหามันเจอ!”ไร้ความกลัวพูดเพิ่มเข้าไป

 

“ก็ได้ ผมเชื่อนายในครั้งนี้!”หวังหยู่หัวเราะ

 

เมื่อทุกคนเข้ามาในเกม พวกเขานั้นก็ไปท้าทายโบสถ์อันโชกเลือดอีกครั้งหนึ่ง

 

พร้อมกับประสบการณ์จากการลงดันเจี้ยนครั้งที่แล้ว นิกายซวนเฉินก็เคลียร์ดันเจี้ยนได้อย่างง่ายในเวลาที่น้อยกว่าสามสิบนาที

 

แต่รางวัลในครั้งนี้นั้นไม่ได้มากมาย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเพียงแค่ระดับทองแดง และไม่มีแม้แต่อุปกรณ์ระดับเงินดรอปออกมาแม้แต่ชิ้นเดียว

 

โชคร้ายที่อัตราการโบนัสการดรอปจากอีเวนต์นั้นมีเพียงมอนสเตอร์ในป่าที่ได้รับผลจากมัน ในดันเจี้ยนพวกนี้นั้นไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย

 

หลังจากที่ได้รับคำแนะนำของมู่จี่เซียน หวังหยู่ก็เตือนรัศมีฤดูใบไม้ผลิให้เก็บรวบรวมส่วนประกอบทำยาพิษ ในขณะที่พวกเขาอยู่ในดันเจี้ยน พวกเขานั้นเจอแม้กระทั่งสมุนไพรที่หาไม่ได้ทั่วไปซึ่งพวกเขาก็ให้หลี่ซัวเพื่อฝึกฝนอาชีพรองของเธอ

 

ยาฟื้นฟูขั้นพื้นฐานนั้นอนุญาตให้ฟื้นฟู พลังชีวิต 30% ของผู้ใช้ในเวลา 15วินาที แต่มันมีคูลดาวน์อยู่ที่ 30วินาที แต่ยาฟื้นฟูระดับกลางนั้นอนุญาตให้ฟื้นฟู พลังชีวิต 60% ของผู้ใช้ในเวลา 10วินาที และมีคูลดาวน์เพียงแค่ 25วินาที

 

ถึงแม้ว่าเธอจะสร้างมันได้เพียงแค่สิบขวดในตอนนี้ก็ตามที ความจริงก็ยังคงย้ำเตือนว่ายาฟื้นฟูระดับกลางนั้นมีคุณค่ามากในช่วงเริ่มต้นเกมแบบนี้

 

หลังจากที่เคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จแล้ว หวังหยู่ก็ขอตัว และมุ่งตรงไปยังเหมืองหินอันธกาลเพื่อทำเควสที่เขาได้รับมาจากซิมบ้า ช่างตีเหล็กศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จ

 

เขาก็ต่อสู้ตลอดเส้นทางไปยังเหมืองหินอันธกาลและทำให้หวังหยู่ถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง ผู้ออกแบบเกมนี้นั้นช่างโหดเหี้ยมจริงๆ

 

เหมืองหินอันธกาลนั้นตั้งอยู่ที่ด้านนอกของภูเขาอันธกาลและถูกล้อมรอบด้วยมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงกว่ายี่สิบ

 

ตามพื้นหลังเนื้อเรื่องที่ถูกเล่ามาโดยเกมนั้น เหมืองนี้นั้นเป็นเหมืองหินหลักในการขุดแร่ของเมืองรัตติกาล แต่เมื่อความมืดนั้นปกคลุม คนงานนับไม่ถ้วนก็ไม่สามารถที่จะหนีกลับมาในเมืองได้ทันเวลา ความมืดก็กลืนกินพวกเขาและเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นซอมบี้

 

พูดตามจริงแล้ว เนื้อเรื่องฉากหลังนี้นั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลยกับผู้เล่น เหตุผลเดียวที่ผู้เล่นมาที่นี่ก็คือมันเป็นที่แรกในการขุดเหมืองในเหมืองหิน

 

ช่างตีเหล็กนั้นไม่เป็นเพียงแค่อาชีพรองที่จำเป็นต้องใช้แร่ แม้กระทั่งผู้วิเศษและนักสร้างเพชรพลอยนั้นก็จำเป็นที่จะต้องใช้วัตถุดิบพวกนี้ด้วย

 

เงินระดับ A สิบก้อนหรือทับทิมหนึ่งก้อนก็สามารถที่จะขายในตลาดได้ถึง 1เหรียญทอง! มันเป็นราคาที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เมื่อเขาไปถึงเหมืองหิน หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกม พวกเขานั้นขุดเหมืองกันอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับว่าชีวิตของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับพวกมัน

 

แร่พวกนี้นั้นสามารถที่จะหาได้ทั่วไปตามพื้นที่รอบนอกของเหมืองหินอันธกาลที่มีแร่ที่หาได้ทั่วไปอย่างเช่น แร่เหล็กหรือแร่ทองแดง แร่ที่หายากขึ้นไปก็คือแร่เงินหรือแร่ทองที่อยู่ในส่วนลึกของเหมืองหิน ที่มีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งอยู่ด้านในนั้น แม้ว่าซอมบี้ระดับยี่สอบด้านนอกพื้นที่นั้นค่อนข้างเป็นเรื่องง่ายในการจัดการกับมัน แต่มอนสเตอร์ระดับยี่สิบห้าในส่วนลึกของเหมืองหินนั้นก็ยากเกินไปที่ผู้เล่นคนไหนจะจัดการกับมันได้เนื่องจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีระดับที่มากกว่าพวกเขาสิบระดับนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้ว่าพวกเขาจะสามารถทำมันได้ พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะขุดเหมืองหาแร่ได้

 

เพียงแค่หวังหยู่ก้าวเข้าไปในเหมืองหิน ผู้เล่นหลายคนก็ล้อมรอบเขา

 

ผู้เล่นพวกนี้นั้นมีอุปกรณ์ที่สว่างมาก และก็สวมใส่อุปกรณ์ระดับทองแดงทั่วทั้งตัว พวกเขาสามารถที่จะถูกเห็นได้จากที่ห่างไกลโดยปราศจากคบเพลิงใดๆ เพียงแค่แสงที่ออกมาจากอุปกรณ์ก็เพียงพอแล้ว

 

“นายต้องจ่ายค่าผ่านทาง 10เหรียญเงิน!”นักรบประกาศแล้วเขาก็ยื่นมือไปหาหวังหยู่

 

“ค่าผ่านทาง? พวกนายเป็นเจ้าของเหมืองหินนี่งั้นเหรอ?”หวังหยู่ตกใจ

 

ในสายตาของหวังหยู่ มีเพียงNPC เท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการเก็บค่าผ่านทาง ถ้าเป็นใครอื่นก็จะกลายเป็นพวกนักเลง 10เหรียญเงินนั้นก็มีค่าเท่ากับ 100ดอลลาร์ในชีวิตจริง มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆเลย

 

“พวกเราไม่ได้เป็นเจ้าของเหมืองหินนี้ แต่พวกเรานั้นเคลียร์มอนสเตอร์ในบริเวณนี้ไปหมดแล้ว การเก็บเงินสิบเหรียญทองจากนายนั้นไม่ได้มากใช่ไหม?”

 

“มันไม่ได้มากจริงๆ”หวังหยู่พยักหน้าแล้วเขาก็ส่งเงินสิบเหรียญทองให้กับนักรบ แม้ว่าหวังหยู่นั้นจะไม่ตกลงกับค่าผ่านทาง เขาก็ไม่ต้องการที่จะโต้เถียงกับใครบางคนเพียงแค่สิบเหรียญเงินในช่วงปีใหม่แบบนี้

 

“โอเค นายสามารถขุดเหมืองที่นี่ได้”นักรบตอบอย่างกระตือรือร้น หลังจากที่เขาได้รับเงินหวังหยู่

 

หวังหยู่ยิ้มแล้วเขาก็เดินผ่านนักรบและพุ่งตรงไปยังส่วนลึกของเหมืองหิน ตั้งแต่ที่เขานั้นไม่ได้มีพลั่วของตัวเอง มันก็เป็นเรื่องที่เด่นชัดว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อขุดเหมือง

 

มันก็ปรากฏความไม่พอใจบนใบหน้าของผู้เล่นขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นทิศทางที่หวังหยู่กำลังมุ่งไป

 

‘เฮ้ เฮ้ เฮ้ นักต่อสู้ ใครให้นายไปทางนี้กัน?”

 

“มีอะไร? ไม่ใช่ว่าผมจ่ายไปแล้วงั้นเหรอ?”หวังหยู่ถาม

 

“สำหรับคนแบบนาย นายควรที่จะพอใจกับการขุดเหมืองที่พื้นที่ด้านนอกของเหมือง มอนสเตอร์ในส่วนลึกนั้นมีระดับ 25 นายกำลังมองหาความตายอยู่งั้นเหรอ?”

 

“ไม่ต้องกังวลไป ผมไม่จำเป็นต้องมีการปกป้องของนาย”หวังหยู่ตอบอย่างไม่แยแส

 

“ใครพูดว่าพวกกูจะปกป้องมึงวะ? ส่วนลึกของเหมืองนั้นมีไว้สำหรับกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติของพวกเราต่างหาก! มีเพียงคนของพวกเรานั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ มึงเข้าใจยัง?”นักรบที่ยืนอยู่ด้านหลังหัวเราะอย่างเย็นชา

 

“เหมืองหินนี้เป็นของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติงั้นเหรอ?”หวังหยู่ถามขึ้นแล้วเขาก็เหลือบตาไปมองที่นักรบที่พูดขึ้น

 

หวังหยู่นั้นจ่ายไปสิบเหรียญเงินให้กับคนพวกนี้แล้ว และพวกมันก็ยังไม่อนุญาตให้เขาเข้าไปในเหมืองหิน

 

“ผมไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องของพวกบัดซบแบบพวกมึง ผมจ่ายเงินให้มึงไปสิบเหรียญเงินเพื่อไว้หน้าแล้ว แต่มึงก็ยังกล้าที่จะเสี่ยงโชคกับผม มึงกำลังถามหาการโดนกระทืบอยู่งั้นเหรอ?”หวังหยู่พึมพำภายใต้ลมหายใจของเขา

 

ถึงตอนที่ 320 Ishliar Fanpage