0 Views

Chapter 62: ทำอะไรก็ได้ตามที่นายต้องการ!

“ดันเจี้ยนชั้นยอดงั้นเรอะ? เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย อย่างน้อยมันก็ทำให้พวกเรารู้สึกท้าทาย” เมื่อฟังคำแนะนำของไร้ความกลัวแล้ว คนอื่นก็พยักหน้าตกลง

 

พูดอย่างซื่อสัตย์แล้ว ผู้เล่นที่ตกลงที่จะทำตามคำแนะนำนี้นั้นจะมีแค่พวกโง่ในนิกายซวนเฉิน เท่านั้น ถ้ามันเป็นกลุ่มอื่นละก็ พวกเขานั้นก็คงด่าไร้ความกลัวไปแล้ว

 

ดันเจี้ยนใน {REBIRTH} นั้นแบ่งเป็นห้าระดับ ระดับธรรมดา ชั้นอีลิท อเวจี ฝันร้าย และ นรก

 

มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนั้นเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการด้วย แม้กระทั่งมอนสเตอร์ธรรมดาในดันเจี้ยนระดับธรรมดา มันก็ยังเป็นมอนสเตอร์ระดับอีลีทอยู่แล้ว! นั่นหมายความว่าพวกมันจะแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ธรรมดาในระดับเดียวกัน

 

ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นดันเจี้ยนธรรมดา ผู้เล่นก็ยังจำเป็นที่จะต้องพยายามหลายครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะสร้างยุทธศาสตร์และเคลียร์มัน! ไม่ต้องพูดถึงดันเจี้ยนระดับอีลิทเลย

 

สิ่งที่แตกต่างไปอย่างหนึ่งระหว่างเกมเสมือนจริงและคอมพิวเตอร์เกมแบบดั้งเดิมนั้นก็คือผู้เล่นนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ตรงๆ ไม่เพียงแต่ปฏิกิริยาความเร็วและการตัดสินใจนั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญ ความกล้าและความสามารถในการต่อสู้ก็เป็นเรื่องใหญ่ด้วยเช่นกัน

 

ในสถานการณ์แบบนี้ ผู้คนที่รู้วิธีการต่อสู้นั้นจะได้เปรียบ

 

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้มีคนมากมายที่รู้วิธีการต่อสู้ ดังนั้นผู้เล่นส่วนมากนั้นดิ้นรนอย่างยากลำบากในการปรับตัว ตั้งแต่ที่ผู้เล่นส่วนมากนั้นเป็นพวกเนิร์ดที่หลบซ่อนในบ้านของพ่อแม่ พวกเขานั้นก็เรื่องที่ยากในชีวิตจริงมากกว่าที่จะวิ่งหนีไป นี่คือเหตุผลเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่ทำให้มีนักต่อสู้จำนวนน้อย

 

หนึ่งนิ้วที่ยาวกว่า หนึ่งนิ้วที่แข็งแกร่งกว่า นี่คือคำพูดทั่วไป สำหรับคนธรรมดาที่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ไม่เคยต่อสู้กับมนุษย์คนอื่นมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงมอนสเตอร์เลย!

 

เมื่อหวาดกลัวว่าเกมนั้นจะยากเกินไปและผู้เล่นจะหมดความสนใจกับมัน นักออกแบบก็ลดความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ในป่าลงและให้ผู้เล่นนั้นได้ปรับตัว

 

อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งว่าพวกเขานั้นทำมันแล้ว ในขณะช่วงเบต้าเทสต์ สำหรับผู้เชี่ยวชาญกับเกมคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมแล้วก็ยังถูกทำลายโดยมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน ด้วยเหตุนี้นี่เอง ดันเจี้ยนระดับ 10 โบสถ์อันโชกเลือดนั้นถูกเปลี่ยนเป็นดันเจี้ยนระดับ 15 และมีความยากที่ต่ำลง

 

ในสายตาของประชากรทั่วไปแล้ว เวอร์ชั่นอีลิทของดันเจี้ยนนั้นจะทำเสร็จได้หลังจากที่มีระดับ 20

 

แน่นอนว่ากลุ่มของสัตว์ประหลาดที่ทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่นั้นสำเร็จ การท้าทายดันเจี้ยนอีลิทนั้นไม่ได้ยากซักเท่าไหร่ ถ้าพวกเขามีคนเพียงพอ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะท้าทายความยากระดับนรก!

 

ตั้งแต่ที่โบสถ์โชกเลือดนั้นเป็นดันเจี้ยนแรกใน {REBIRTH} มันก็มีระดับธรรมดาสำหรับห้าคน

 

ระดับอีลิทนั้นจะเป็นจำนวนผู้เล่นห้าหรือสิบคน และระดับหุบเหวนั้นอย่างน้อยก็จะต้องมีสิบคน

 

เมื่อทั้งแปดคนมาถึงโบสถ์อันโชกเลือด มันก็มีทีมระดับสิบห้าบางทีมนั้นมารวมตัวกันด้านนอกบ้านแล้ว

 

เมื่อเห็นนิกายซวนเฉินนั้นปรากฏตัว ผู้เล่นมากมายก็คิดกันอย่างเงียบงัน “มันมีทีมแปดคนสามารถที่จะเข้าดันเจี้ยนห้าคนได้ด้วยเรอะ?”

“พวกเขาน่าจะเข้าดันเจี้ยนระดับอีลิท…”ใครบางคนออกความคิดเห็น

 

“นายล้อเล่นใช่ไหม? พ่อของนายคนนี้เกือบที่จะถูกกวาดล้างในดันเจี้ยนระดับธรรมดา เมื่อวานนี้! การพยายามเคลียร์ดันเจี้ยนระดับอีลิทนั้นก็เหมือนการถามหาความตาย!”

 

“พุ้ฟ! เพียงแค่นายไม่สามารถที่จะทำมันได้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำมันไม่ได้ด้วยนะ!”

 

“เย็…แม่! ขุนนางคนนี้เป็นสมาชิกชั้นยอดของพันธมิตรอันนองเลือด!”

 

“ถ้าอย่างงั้นทำไมนายไม่ดูละว่าพวกเขามาจากกิลด์ไหนกัน!”

 

เมื่อฝูงชนหยุดเถียงกันและสังเกตกลุ่มนี้ พวกเขาก็สังเกตเห็นว่าสมาชิกทั้งแปดคนนั้นมีตราปลาหยิงหยาง นอกจากนี้ หนึ่งพวกเขาก็มีนักต่อสู้ที่ให้ความรู้สึกอันเป็นตัวจริง

 

“เย็….เหี้…! นี่มันนิกายซวนเฉิน!”

 

เมื่อคนที่คอยสังเกตการณ์นั้นตระหนักว่ามันเป็นนิกายซวนเฉิน พวกเขาก็ไม่มีข้อสงสัยอีก

 

ตั้งแต่ที่คนบ้าพวกนี้นั้นทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ได้สำเร็จ การเคลียร์ดันเจี้ยนระดับอีลิทนั้นก็มีเหตุผลอย่างมาก

 

“ฮึ่ม! ไอ้พวกตัวตลกนี่มันอะไรกัน เพียงแค่ป้องสำนักงานกิลด์ได้ พวกเขาก็ไม่ได้มากไปกว่าเรื่องตลกที่สุดในเกมหรอก!

ดันเจี้ยนนี้ไม่ได้มีคอขวดให้พวกเขาได้ใช้มันหรอก!”สมาชิกของนิกายซวนเฉินเยาะเย้ย

 

“ไม่สำคัญหรอกว่านายจะพูดอะไร กลยุทธ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของความแกร่ง นายก็รู้นี่”

 

“ฮึ่ม! ภายใต้การกดดันของความแข็งแกร่งที่สมบูรณ์แล้ว กลยุทธ์ทั้งหมดนั้นก็ไร้ประโยชน์! เพียงแค่รอดูมันเถอะ!”

 

 

“พวกเรานั้นเคยเคลียร์ดันเจี้ยนนี้แล้ว ดังนั้นฉันมั่นใจว่าทุกคนนั้นเข้าใจพื้นฐานของมัน ตราบเท่าที่ทุกคนนั้นทำงานของ

ตัวเองได้อย่างเป็นดีและไม่ได้วิ่งมั่ว พวกเราก็สามารถที่จะเคลียร์มันได้ เข้าใจไหม?”ไร้ความกลัวจู้จี้

 

“ใช่ ใช่ พวกเรารู้…..นายเลิกพูดมากได้แล้ว! มันไม่ใช่ว่าพวกเราเป็นมือใหม่กันซะหน่อย!”ที่เหลือบ่นอย่างไม่อดทน

 

“ขอรายงานหัวหน้ากิลด์! ผมไม่เคยเข้าดันเจี้ยนมาก่อน! แล้วให้ผมทำอะไร?”หวังหยู่ยกมือขึ้นถาม

 

“….”ทุกคนแทบจะลืมไปว่าพวกเขามีมือใหม่อยู่กับพวกเขาด้วย เขาอาจจะเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัว แต่เขาก็ยังคงเป็นมือใหม่…

 

“นาย…”ไร้ความกลัวเกาหัว “ทำอะไรก็ได้ที่นายต้องการ! ตราบเท่าที่นายไม่ทำให้คนอื่นถูกฆ่าหรือไม่ก็ขวางทางพวกเขา อะไรก็ได้!”

 

สำหรับปีศาจตัวนี้แล้ว ไร้ความกลัวไม่ได้คิดว่าแผนพิเศษนั้นจำเป็น

 

“โอเค!”หวังหยู่พยักหน้า

 

“ไปกันเถอะ!”

 

พร้อมกับแสงวาบ ทั้งแปดคนก็เข้าไปในโบสถ์อันโชกเลือด

 

{ แจ้งเตือนระบบ : ปาร์ตี้ของคุณได้เข้าไปในดันเจี้ยนอีลิท “โบสถ์อันโชกเลือด”

 

เงื่อนไขการเคลียร์ : ฆ่าแมชีที่ล่วงหล่น – แอนเดรีย

 

เงื่อนไขการล้มเหลว : สมาชิกทุกคนถูกฆ่า! }

 

หลังจากที่เข้าไปในโบสถ์อันโชกเลือดแล้ว ท้องฟ้าก็ค่อยๆเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน

 

พระอาทิตย์บนฟ้านั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นพระจันทร์สีแดง

 

พระจันทร์สีแดงนั้นสุดสกาวบนป่ารอบๆโบสถ์ และทำให้บรรยากาศนั้นลึกลับและน่ากลัว สถานที่ที่พวกเขานั้นเกิดก็คือสวนของโบสถ์ ในโบสถ์นั้นมีโครงกระดูกสีเทาสี่ตัวถือกระบี่และยืนเฝ้ายามอยู่ ตรงมุมของกำแพง มันก็มีหมาตัวใหญ่สี่ตัวนั้นกำลังนอนอยู่ สำหรับคำอธิบายของเควสแล้ว หวังหยู่ก็ได้รู้ว่าโบสถ์นี้เป็นที่จริงแล้วรู้จักในชื่อโบสถ์รัตติกาล มันเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง และคนในเมืองก็จะมาบูชา

 

หลังจากที่ความมืดปกคลุ่มไปทั่ว แม่ชีในโบสถ์นั้นก็เน่าเปื่อยลงในขณะที่คนนับร้อยกำลังบูชาอยู่ เมื่อใช้พลังแห่งความมืดแล้ว เธอก็รวบรวมวิญญาณของพวกเขาและเสียสละร่างกายของพวกเขาทิ้งลง! ตั้งแต่ที่เรื่องมันเกิดขึ้น สถานที่ที่อันศักดิ์สิทธิ์ไว้เป็นที่ศักการะบูชานั้นก็เปลี่ยนกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามที่เป็นที่ที่ต้องสาป

 

“ดาบน้ำแข็ง รีบไปเปิดประตูเร็วเข้า!”ไร้ความกลัวออกคำสั่ง

 

เมื่อพวกเขาท้าทายดันเจี้ยนเมื่อวาน ไร้ความกลัวนั้นตระหนักได้ว่าการใช้ [กุญแจผี] นั้นจะเปิดประตูโบสถ์ได้โดยไม่ทำให้หมาปีศาจแห่งความมืดนั้นรู้ตัว

 

ไร้ความกลัวและโบซอนนั้นเป็นผู้เล่นเบต้ากันทั้งคู่และรู้ว่าโบสถ์อันโชกเลือดนี้แบ่งพื้นที่เป็นสามส่วน สนามหญ้า ห้องโถง และ ห้องบูชาด้านใน

 

ในแต่ละส่วนนั้นจะมีบอสเป็นของตัวเอง

 

บอสตัวแรกนั้นอยู่ในสนามหญ้านั้นก็คือ หมานรก แกซอล โชคดีที่หมาโง่ตัวนี้นั้นรู้แค่เพียงวิธีนอน เงื่อนไขในการเรียกมันก็คือการฆ่าหมาปีศาจแห่งความมืดทั้งสี่ตัว

 

แกซอลนั้นเป็นบอสประเภทคล่องแคล่วพร้อมกับการโจมตีและความเร็วที่สูง ยิ่งไปกว่านั้น มันก็เป็นบอสรูปร่างสัตว์ มันก็มีความต้านทาน 80% สำหรับสกิลที่ทำให้เกิดสถานะผิดปกติและ 30% สำหรับการต้านทานการโจมตีด้วยเวทย์มนต์

 

ด้วยเหตุนี้นี่เอง การโจมตีทางกายภาพนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุดกับมัน อย่างไรก็ตาม นิกายซวนเฉินนั้นก็ไม่ได้มีนักธนู ตั้งแต่ที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิและขุนนางครอทไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ ทั้งทีมก็เกือบที่จะถูกกวาดล้าง!

 

สำหรับนิกายซวนเฉินแล้ว แกซอลตัวนี้มันยากที่จะจัดการยิ่งกว่าแอนเดรียซะอีก ถ้าพวกเขาสามารถที่จะหลีกเลี่ยงที่จะสู้กับมันได้ละก็ พวกเขาก็สามารถที่จะประหยัดแรงไปได้ครึ่งหนึ่งเลย!

“โอเค!’ เมื่อทำตามคำสั่งของไร้ความกลัวดาบน้ำแข็งก็หยิบอุปกรณ์เล็กๆขึ้นมาและใส่มันเข้าไปในล็อค

 

“วืด!”ประตูเปิดอกอมาโดยปราศจากากรลงแรงใดๆ…

 

ความสามารถติดตัวของโจร [กุญแจผี]! ถ้าโจรนั้นไม่สามารถไขกุญแจได้ละก็ ถ้าอย่างงั้นเขาจะเป็นโจรได้ยังไง?

 

ทันทีที่ประตูเปิดขึ้น โครงกระดูกทั้งสี่ตัวก็มุ่งหน้ามาหาพวกเขาในทันที

 

“โจมตี!”พร้อมกับเสียงตะโกนของไร้ความกลัว ที่เหลือก็สร้างรูปแบบในทันทีและโจมตีโครงกระดูก

 

ไม่มีใครในนิกายซวนเฉินที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในแนวทางของพวกเขาเอง เมื่อควบคู่ไปกับอุปกรณ์ระดับสูงของพวกเขาและหวังหยู่ที่อยู่ด้านข้างแล้ว โครงกระดูกพวกนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปของกินเล่น

 

ในชั่วพริบตา โครงกระดูกทั้งสี่ตัวก็กลายเป็นฝุ่นไป

 

หวังหยู่รู้สึกว่ามันยังขาดอะไร ดังนั้นเขาจึงมองไปรอบๆและตระหนักได้ว่ามันยังมีหมาปีศาจแห่งนรกอยู่ตรงมุมและก็ตะโกนอย่างตื่นเต้น “มันยังมีพวกมันอยู่ด้วย!”

 

ก่อนที่ไร้ความกลัวจะตอบกลับได้ หวังหยู่ก็กระโดดไปด้านหน้าและเตะกรามของพวกมันไปตัวหนึ่ง! พร้อมกันนั้นหมาปีศาจแห่งนรกที่นอนกันอยู่ก็กระโดดขึ้นและขู่คำราม

 

“กระทิงเหล็ก! เย็….แม่!”