0 Views

Chapter 37: ตามหาผู้พิทักษ์

หวังหยู่จับไปที่คอหมิงตู่อย่างโหดเหี้ยมจนทำให้เขานั้นส่งเสียงอึกอักออกมาได้เพียงแค่นั้น ถ้านักเวทย์ไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะร่ายเวทย์ใดๆออกมาได้เลย! หมิงตู่นั้นสำลักออกมาจนถึงจุดที่ใบหน้าของเขานั้นแดงก่ำและทำให้เขานั้นเปิดเผยรูปลักษณ์ที่หลบซ่อนของเขาไว้อยู่และกลายเป็นเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

 

เพียงแค่หวังหยู่นั้นจะขยี้คอของหมิงตู่นั้นแสงสว่างวาปก็ปรากฏขึ้นตรงพื้นและก็มีนักบวชที่มีผ้าคลุมสีขาวปรากฏขึ้นระหว่างพวกเขา

 

โชคดีที่มันเป็นเพียงแค่เกม ถ้าฉากแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริงละก็คนส่วนมากก็จะฉี่แตกออกมาด้วยความตื่นตระหนก

 

“กระทิงเหล็ก? นายยังคงสู้ต่อ?”

 

นักบวชที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นนั่นก็คือไร้ความกลัวที่ออกจากเกมไปที่จุดนี้เมื่อวานหลังจากการต่อสู้ หลังจากที่อ่านเว็บบอร์ดเสร็จแล้ว ไร้ความกลัวก็ตัดสินใจที่จะเข้าเกมและมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเกม ใครจะไปจินตนาการว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกนั้นก็คือไร้ความกลัวกำลังบีบคอใครอยู่?

 

“อ๊า!  อ๊ากก อ๊า อ๊า!”เมื่อเห็นไร้ความกลัวเข้าเกมมา หมิงตู่ก็เปิดเผยการแสดงออกอันร่าเริงของเขาและเริ่มกรีดร้อง

 

เมื่อได้ยินเสียงพวกนั้น ไร้ความกลัวก็หันกลับไปดูและพูดอย่างสับสน “หื้มมม? ทำไมหน้าของนายมันดูคุ้นๆจัง?”

 

“อีเหี้…! เฒ่าหลี่! กระทิงเหล็กรีบปล่อยเขาเร็วเข้า! เขาเป็นหนึ่งในพวกเรา!”ไร้ความกลัวตระหนักได้ว่าชายที่น่าสงสารนั้นคือใครและเขารีบดึงแขนของหวังหยู่

 

“นายรู้จักชายคนนี้?”หวังหยู่ถามด้วยความประหลาดใจ

 

ที่จริงแล้วใบหน้าของหมิงตู่นั้นถูกบีบโดยหวังหยู่จนมันบิดเบี้ยวและไร้สี! แม้กระทั่งแม่ของเขาก็ไม่สามารถที่จะจดจำเขาได้ด้วยซ้ำ!

 

“เขาเป็นผู้ชายคนเดียวบนโลกที่สามารถพูดจาไร้สาระได้ในขณะที่กำลังถูกบีบคอจนถึงแก่ความตาย”ไร้ความกลัวตอบกลับ

 

เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัว หมิงตู่ก็จับไปที่คอของเขาและหายใจเอาอากาศเข้าอย่างสิ้นหวังแล้วเขาก็ด่า “เหี้…! ไอ้เย็…แม่! ทำไมนายยังหลบซ่อนจากพ่อนายแทนที่จะเพิ่มฉันเข้ากิลด์วะ…”

 

“เอ่อ…..ฉันกำลังยุ่งอยู่….”ไร้ความกลัวตอบกลับอย่างไม่ตื่นเต้น

 

“ชิ! ไอ้คนหลอกลวงเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว นี่เป็นสมาชิกใหม่ที่นายหาเจองั้นเหรอ?”หมิงตู่เลียริมฝีปากและถาม

 

“ใช่เลย! ไม่เลวใช่ไหม?”ไร้ความกลัวพยักหน้า

 

หมิงตู่นวดกรามของเขาในขณะที่เขาไปสะกิดหน้าอกของหวังหยู่และหัวเราะ “ใช่….ไม่เลวเลย! เขาเป็นชายที่มีชีวิตชีวามาก ถึงแม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยมก็ตามที การต่อสู้รอบนี้สามารถที่จะถูกพิจารณาได้ว่ามันเสมอกัน แต่ถ้ามันมีโอกาสที่พวกเราหาพื้นที่สำหรับการต่อสู้ในครั้งหน้าได้ พวกเราจะตัดสินกันว่าใครคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด!”

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้วหวังหยู่ก็พูดไม่ออก….เสมอ? เขาเรียกสิ่งนี้ว่าเสมอ หลังจากที่หวังหยู่แทบจะบดขยี้ชีวิตของเขาไปในครั้งนี่นะ? ความหน้าด้านของชายคนนี้นั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ…

 

“เขาเป็นส่วนหนึ่งของนิกายซวนเฉินด้วย?”หวังหยู่หันกลับไปและถามอย่างเอาจริงเอาจริง

 

ไอ้บัดซบที่ถูกเรียกว่าหมิงตู่นั้นไร้กฎหมายอย่างแท้จริง แต่ความสามารถของเขานั้นเป็นเรื่องจริง นอกจากนั้นแล้วในแง่ของบุคลิกภาพ เขานั้นใกล้เคียงกับคนที่เหลือในนิกายซวนเฉินมาก ยิ่งไปกว่านั้น ไร้ความกลัวก็พูดว่าเขานั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกของพวกเขา

 

“ใช่…”ไร้ความกลัวพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ

 

“ถ้าอย่างงั้นทำไมนายถึงไม่เพิ่มเขาเข้าไปในกิลด์ละ?”หวังหยู่นั้นรู้สึกสับสนมาก มันแทบจะมีคนทุกประเภทในกิลด์อยู่แล้วและตัวตลกนี้ก็ยังไม่ได้เข้าร่วมกิลด์อีกเหรอ?

 

“เอ่อ…มันมีเรื่องยาวๆได้เกิดขึ้น…”ไร้ความกลัวทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแล้วเขาก็ส่ายหัวและเพิ่มหมิงตู่เข้ากิลด์

 

พร้อมกันนั้นเอง หวังหยู่ก็เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงหลีกเลี่ยงที่จะเพิ่มคนแบบหวังหยู่เข้ากิลด์

 

{ แจ้งเตือนระบบ : ผู้เล่นหมิงตู่เข้าร่วมนิกายซวนเฉิน! }

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ! เด็กน้อยในนิกายซวนเฉิน ปู่คนนี้กลับมาแล้ว! ทำไมไม่มีใครมาทักทายปู่คนนี้ละ?”

 

“โอ้? ทุกคนออฟไลน์งั้นเหรอ? มันก็ยังโอเค หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังสามารถที่จะเห็นข้อความของปู่คนนี้เมื่อพวกเขานั้นกลับเข้ามาในเกม! ฮ่าๆๆๆๆ!”

 

 

ในวินาทีที่หมิงตู่เข้าร่วมกิลด์ มันก็เหมือนโยนระเบิดเข้าไปในช่องแชทกิลด์ เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็พิมข้อความอันไร้สาระลงไปเต็มไปหมดและทำให้หวังหยู่ตื่นตระหนกจนถึงขั้นเขานั้นปิดช่องแชทกิลด์ลงในทันที

 

เมื่อเห็นการแสดงออกของหวังหยู่แล้ว ไร้ความกลัวก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันคิดว่านายคงรู้แล้วว่าทำไมพวกเราถึงไม่เพิ่มเขาเข้าไปในกิลด์ เหตุผลดั้งเดิมที่พวกเราติดนิสัยที่ชอบปิดเสียงช่องแชทกิลด์นั้นก็เป็นเพราะเขานี่แหละ!”

 

“ผมรู้แล้ว…”หวังหยู่พยักหน้า

 

ข้อความแชทกิลด์ทั้งวันนั้นยังไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่หมิงตู่นั้นพึ่งส่งไปในเวลาเพียงแค่ห้านาที! ไม่สงสัยเลยว่าทำไมชายคนนี้ถึงเป็นนักเวทย์! ความเร็ซในการพูดของเขานั้นรวดเร็วมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า!

 

เมื่อเห็นหวังหยู่และหมิงตู่หยุดต่อสู้กัน ผู้เล่นรอบข้างก็เริ่มที่จะหลบหนีกันไปอย่างช้าๆ เมื่อผู้เล่นนั้นทำภารกิจล่าค่าหัวและเห็นว่าหวังหยู่และหมิงตู่นั้นเป็นเพื่อนกัน พวกเขาก็รีบล้างความคิดที่จะฆ่าพวกเขาในทันที

 

ไม่ว่าใครก็ตามในพวกเขานั้นก็เพียงพอที่จะกวาดล้างผู้เล่นทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ไม่ต้องพูดถึงการที่เขานั้นเป็นทีมกันอีกด้วย!

 

ในจุดนี้นี่เอง สมาชิกที่เหลือของนิกายก็เริ่มเข้าเกมมากันอย่างช้าๆ

 

เมื่อเห็นหมิงตู่ คนที่เหลือนั้นก็ตกตะลึงและหวาดกลัวแล้วพวกเขาก็ค่อยๆที่จะทักทายกันอย่างช้าๆกับเขา “เฒ่าหลี่ คุณมาแล้ว….มันเป็นเวลาสักพักหนึ่งแล้วนะ…ทำไมคุณถึงได้เข้ามาอย่างฉับพลันเช่นนี้…”

 

“ไร้สาระหน่า!!! ไอ้เย็….แม่นี่แม่งตั้งใจที่หลบซ่อนจากเฒ่าคนนี้! นายคิดว่าฉันจะไม่สามารถพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้งั้นเหรอ? เพียงแค่ว่าฉันนั้นเป็นคนที่ชอบพูดมากกว่าคนอื่นจึงทำให้พวกนายนั้นไม่ปฏิบัติกับฉันแบบฉันเป็นพี่ชายของพวกนายงั้นเหรอ? ยอดเยี่ยม! ถ้านายยังคงปฏิบัติกับฉันเหมือนกับปฏิบัติกับพ่อแม่ของพวกนายละก็การแอบไม่ให้ฉันเห็นละก็ มันจะไม่เป็นอะไรเลย!”หมิงตู่คลั่ง

 

“ทำไมนายถึงพูดเรื่องไร้สาระได้มากขนาดนั้นกัน…. นายมันน่ารำคาญถึงจุดที่คนบ้าพวกนั้นยังคงหวาดกลัวนาย…..สัตว์ประหลาดที่แท้จริงชัดๆ…”หวังหยู่คิดอย่างมืดมน

 

ชั่วขณะหนึ่ง กลุ่มคนที่เหลือก็พยายามเปลี่ยนเรื่อง “มันไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกหน่า! พวกเราอยู่ในเมืองรัตติกาลกันด้วยซ้ำ! และพวกเรานั้นพึ่งจะถูกโจมตีและล้อมกรอบโดยพันธมิตรอันนองเลือด! โอ้ใช่เลยกระทิงเหล็ก เกิดอะไรขึ้นในตอนจบกัน? ฉันได้ยินมาว่านายนั้นตีพวกนั้นมันจนยอมแพ้?”

 

“ไม่ ไม่ มันไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก มันก็เป็นแค่เพียงพวกมันไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรในการต่อสู้กับผมอีกต่อไปต่างหาก!”

 

“โอ้วววว! น่าประทับใจมาก!”พวกเขาอ้าปากค้างด้วยความชื่นชม

 

สำหรับคนเพียงแค่คนเดียวที่สู้กับศัตรูหลายร้อยคนโดยที่ไม่มีใครอยู่ด้านข้างเขาเลยนั้นก็เหมือนกับพระเจ้าที่แท้จริงและมีเพียงหนึ่งเดียวในเกม

 

ตามปกติแล้ว สมาชิกที่เหลือของนิกายซวนเฉินนั้นวางแผนที่จะออกไปต่อสู้ด้วย เมื่อพวกเขานั้นสามารถหลบหนีได้ พวกเขาก็จะหลบหนี แต่เมื่อพวกเขาไม่ได้ละก็พวกเขาก็ตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากสมาชิกของพวกเขาที่มีคุณภาพและตามราวีศัตรูจนกระทั่งพวกมันยอมแพ้ไป ใครละจะไปคิดว่าสมาชิกใหม่ของพวกเขานั้นจะจัดการปัญหาทั้งหมดนี่ด้วยความแข็งแกร่งเพียงตัวเขาเพียงคนเดียวกัน? นี่มันน่าประทับใจมากจริงๆ!

 

“ตั้งแต่ที่เฒ่าหลี่นั้นกลับมาหาพวกเรา ฉันก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องประกาศ”ไร้ความกลัวนั้นประกาศอย่างฉับพลัน

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว หมิงตู่ก็ถามด้วยความสุข “โอ้? นายไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้โดยปราศจากฉันงั้นเรอะ? มันเหมือนกับว่าฉันแบกกิลด์ของพวกเราจริงๆ! ฮ่าๆๆๆๆ!!!”

 

“ไอ้เย็…..แม่มึงช่วยเงียบไปตลอดชั่วชีวิตมึงได้มั้ยวะ????? ใครเป็นหัวหน้าในตอนนี้วะ????”ไร้ความกลัวตะโกนอย่างโกรธแค้น

 

“มันเป็นนาย มันเป็นนาย….แต่ฉันก็ยังคงมีสิทธิ์ในการพู……โอ้ เหี้…..”

 

ก่อนที่หมิงตู่นั้นจะพูดจบประโยค ความทระนงตัวก็จับปากของเขาและเขาก็ข่มขู่ “เฒ่าหลี่ ทางที่ดีลุงหุบปากไว้จะดีกว่า! ผมต้องการที่จะฆ่าลุงแล้วในตอนนี้จริงๆ….. ผมพึ่งจะเรียนรู้สกิลใหม่มา ถ้าลุงยังคงพูดมากอยู่และต้องการให้ผมนั้นบีบคอลุงจนตายละก็ พูดต่อไป…”

 

เมื่อหมิงตู่หยุดพูดแล้ว ความทระนงตัวก็หันกลับไปและพูด “ไร้ความกลัว นายพูดต่อได้แล้ว”

 

“โอ้ ดังนั้นสิ่งที่ฉันจะพูดนั้นฉันสันนิษฐานได้ว่าทุกคนในกิลด์นั้นจำได้ว่าพวกเราพึ่งจะซื้อสมญานามมากันใช่ไหม? ดังนั้นฉันวางแผนที่ทำเควสเกี่ยวกับการป้องกันสำนักงานใหญ่แล้วในวันนี้! ใครมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม?”ไร้ความกลัวพูดอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว ดาบน้ำแข็งก็ประหลาดใจ “นายบ้าป่าว? พวกเรายังระดับไม่ถึง15เลยและนายก็ยังต้องการทำเควสการป้องกันสำนักงานใหญ่อย่างงั้นเหรอ? ไม่ว่าอะไรก็ตามพวกเราควรที่จะรอทุกคนถึงระดับ 20ก่อน!”

 

ใน {REBIRTH} สมญานามนั้นเป็นเครื่องมือในการทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ ผู้เล่นนั้นจะต้องถือสมญานามและไปหาออฟฟิศของเจ้าเมืองเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนกับไอเทมเควส ไอเทมเควสก็จะต้องถูกนำไปยังตำแหน่งของสมญานามเพื่อที่จะสร้างสำนักงานใหญ่ของพวกเขา

 

อย่างไรก็ตามหลังจากตึกได้ถูกสร้างเสร็จแล้ว มันจะได้รับการโจมตีจากเจ้าของถิ่นบริเวณแถวนั้น

 

ยกตัวอย่างเช่น ตำแหน่งของสมญานามของนิกายซวนเฉินนั้นก็หมายความว่ามันอยู่ในหุบเขาอันธกาล ด้วยเหตุนี้ถ้าพวกเขารับเควสนี้แล้วกลุ่มโจรร้ายอันธกาลก็จะเริ่มโจมตีในอีกสิบนาทีต่อมาหลังจากที่ตึกได้ถูกสร้างเสร็จ!

 

ระบบเช่นนี้นั้นเหมือนกันกับการถูกล้อมรอบไว้โดยเหล่ามอนสเตอร์!

 

มอนสเตอร์โจรร้ายอันธกาลนั้นถูกพิจารณาได้ว่าเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงพร้อมกับพวกมันธรรมดาๆเพียงแค่หนึ่งตัวก็มีระดับมากกว่ายี่สิบแล้ว และมันยังคงมีพวกชนชั้นยอด และ บอสมอนสเตอร์ในหุบเขาอันธกาลอยู่อีกด้วย

 

ถ้านิกายซวนเฉินนั้นตกลงรับเควสนี้แล้ว ‘มอนสเตอร์ระดับต่ำ’ก็จะกระหน่ำบุกเข้ามาเหมือนกับน้ำท่วม! เพียงแค่คนไม่กี่คนของพวกเขานั้นก็ไม่สามารถที่จะต้านทานมันได้

 

สมญานามที่ใช้เริ่มเควสนั้นเป็นไอเทมใช้งาน ดังนั้นถ้าเควสป้องกันสำนักงานใหญ่นั้นล้มเหลว นั้นก็หมายความว่าเงินหลายแสนที่พวกเขาพึ่งจะจ่ายไปจะหายไปอย่างนั้น!

 

ด้วยเหตุนี้ การสร้างสำนักงานกิลด์นั้นเป็นอะไรบางอย่างที่มีเฉพาะกิลด์ใหญ่เท่านั้นที่สามารถสร้างได้ กิลด์เล็กๆนั้นไม่มีแม้แต่ความพยายามที่จะสร้างเลยแม้แต่น้อย

 

ถึงแม้ว่าไร้ความกลัวนั้นจะซื้อสมญานามมาจากหวังหยู่ก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่กล้าที่จะใช้มันในตอนนี้ ถึงแม้ว่าสมาชิกของนิกายซวนเฉินนั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญกันทั้งหมดในเส้นทางของพวกเขาก็ตาม พวกเขาก็ยังคงมีระดับแค่เพียง14หรือ15 ดังนั้นการเร่งรีบในการต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ระดับ20นั้นมันยังคงค่อนข้างท้าทาย เขานั้นวางแผนไว้ในตอนแรกว่าจะยอมรับเควสนี้หลังจากที่ทุกคนถึงระดับ 20

 

เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว สมาชิกที่เหลือนั้นก็รู้นิสัยของไร้ความกลัวนั้นเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นไม่ได้คิดว่าไร้ความกลัวนั้นจะสูญเสียความคิดแบบนี้

 

“สำหรับการสร้างสำนักงานกิลด์นั้น ยิ่งพวกเรานั้นสร้างมันยิ่งเร็วจะยิ่งดี! ถ้าพวกเรารอนานกว่านี้ ใครบางคนก็อาจจะค้นพบผงหินปูนและนำมันออกขายสู่ตลาด! เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว พวกเราก็จะไม่ได้รับผลประโยชน์มากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่ฉันได้ตัดสินใจแล้วนั้นก็หมายความฉันนั้นมั่นใจในตัวของพวกเรา”ไร้ความกลัวพูดต่อ

 

“ผมไม่ไปได้หรือปล่าว?”ความทระนงตัวถามอย่างเจื่อนๆ

 

“แน่นอนว่าได้! แต่ในอนาคตเมื่อพวกเรานั้นแบ่งปันเงินกัน นายก็สามารถยืนอยู่ที่นั่นและคอยดูได้..”

 

“นั่นเป็นเรื่องไร้สาระอะไรกัน? ปัญหาของนิกายซวนเฉินนั้นก็เป็นปัญหาของผมเช่นกัน! ผมนั้นยอมตายได้ตราบเท่าที่ตายเพื่อพี่น้องของผม!”ความทระนงตัวพูดอย่างน่าเกรงขาม

 

ในจุดนี้นี่เอง รัศมีฤดูใบไม้ผลิที่เงียบเสมอมาก็พูดขึ้น “พูดตรงๆแล้วเมื่อมีน้องชายกระทิงเหล็กอันทรงเกียรติอยู่ข้างๆนั้นพวกเราก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบอสเลยแม้แต่น้อย ถ้าฉันได้พกยาเพิ่มพลังชีวิตและยาเพิ่มมานาเพียงพอละก็พวกเราก็สามารถที่จะทำมันได้ มันก็เพียงแค่ว่า…”

 

“มันเพียงแค่อะไร? ถ้านายมีเรื่องอะไรก็รีบพูดเร็วเข้า! ตราบเท่าที่นายสามารถแท็งค์ให้พวกเราในขณะการต่อสู้ละก็มันก็หมายความว่าพวกเรานั้นมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว!”

 

“พูดตรงๆนะ ฉันคิดว่าพวกเราที่จะหาผู้พิทักษ์อย่างเอาจริงเอาจังแล้ว มิฉะนั้นละก็ฉันคิดว่าการฟื้นฟูมานาของฉันจะเพียงพอโดยใช้เพียงแค่ยาเพิ่มมานาพวกนั้น เมื่อเหตุการณ์ที่มานาของฉันหมดละก็ พวกเราก็จะพัง!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิพูดถึงความเป็นจริง

 

“ดังนั้น แค่โบซอนก็ไม่เพียงพอสินะ…”ไร้ความกลัวเกาหัวและจ้องไปที่โบซอน

 

“ฮ่าๆ!ดูเหมือนว่าท่านลอร์ดคนนี้นั้นเป็นนักรบที่ทั้งกล้าหาญและทรงพลัง! ฉันไม่ทำอะไรที่เหมือนกับพวกกระห…ที่หลบด้านหลังโล่หรอก!”โบซอนประกาศอย่างภาคภูมิใจ

 

“ไม่ใช่ว่านักรบนั้นควรจะถูกผู้เล่นขยะพวกนั้นไว้ตบหน้า? นายควรที่จะใช้ประโยชน์สำหรับวัยเยาว์ของนายและเล่นผู้พิทักษ์ซะ!!”หมิงตู่เยาะเย้ย

 

ก่อนระดับ20 ผู้เล่นยังคงพิจารณาได้ว่าอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้พวกเขายังคงได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนอาชีพได้หนึ่งครั้ง!

 

“ฮึ่ม! นายต้องการนให้ฉันยืนอยู่ที่นั่นและโดนกระทืบโดยที่ป้องกันตัวเองไม่ได้งั้นเรอะ? ฝันไปเหอะ!”โบซอนโต้กลับ

 

“อารมณ์ของโบซอนนั้นไม่เหมาะกับการเป็นผู้พิทักษ์…..ใครมีเพื่อนที่เป็นผู้พิทักษ์ที่แนะนำไว้ไหม?”ไร้ความกลัวถาม

 

“ไม่มี! ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน!”โบซอนประกาศอย่างหยิ่งยโส

 

“พวกเรานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงกันทั้งหมด!”คนที่เหลือนั้นตกลงอย่างหน้าด้าน

 

“พอ! เลิกพูดไร้สาระและกลับไปยังหัวข้อได้แล้ว!”

 

“ฉันไม่มีเพื่อนจริงๆ…..เพื่อนที่ฉันมีก็คือพวกนาย….ที่จริงแล้วมันไม่จำเป็นว่าเขาจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ตราบเท่าที่เขานั้นยืนป้องกันฝูงมอนสเตอร์ได้จนกระทั่งฉันฟื้นฟูมานาได้ทันมันก็เพียงพอแล้ว”รัศมีฤดูใบไม้ผลิตอบกลับตรงๆ

 

สมาชิกที่เหลือก็พยักหน้าตกลงกับสิ่งที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิได้พูดไป พวกเขานั้นไม่มีเพื่อนมากกันซักเท่าไหร่…

 

“ผมมีคนหนึ่ง!”หวังหยู่นั้นเป็นชายที่ซื่อสัตย์หลังจากฟังคำพูดของไร้ความกลัว เขาก็รีบเปิดรายชื่อเพื่อนและส่งข้อความหาทุกคนที่เขารู้จักและก็มีใครบางคนที่ตอบกลับมา!

 

ขุนนางครอท : “กระทิงเหล็ก ผมเป็นผู้พิทักษ์ มีอะไรเหรอ?”

 

“นายมีกิลด์ไหม?”

 

“ไม่มี เทพเจ้ากระทิงเหล็กอยู่กิลด์ไหนกัน? ผมจะไปหาคุณเอง!”ขุนนางครอทตอบกลับ

 

“นั่นมันเยี่ยมเลย! มาที่นี่เลยในตอนนี้ถ้างั้น ผมอยู่ในร้านอาหารฮัน!”