0 Views

Chapter 36: เวลาแห่งการล่าค่าหัว! ใครไม่เกี้ยวข้องก็ไสหัวไปซะ!

วันต่อมาที่หวังหยู่เข้าร่วมเกม เขาก็ได้รับข้อความจากพริมโรสอันนองเลือดที่ว่าเธอต้องการที่จะนั่งลงเพื่อพูดคุยแสดงออกถึงความจริงใจ แม้กระทั่งเธอให้เขาเลือกตำแหน่งที่นัดเจอกันเลยด้วยซ้ำ

 

หวังหยู่ส่งกลับอย่างสบายๆ “ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือก ไปเจอกันในร้านอาหารเมื่อวานนี้กันเถอะ!”

 

หวังหยู่นั้นไม่หวาดกลัวพันธมิตรอันนองเลือดนั้นพยายามจะดักซุ่มโจมตีเขา ถ้าพันธมิตรอันนองเลือดนั้นยังคงปฏิเสธที่จะเปลี่ยนการกระทำหลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้เกิดขึ้นเมื่อวานนั้น หวังหยู่ก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสอนบทเรียนพวกเขาอีกครั้ง!

 

ความอดทนและความดื้อรั้นของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นไม่ใช่อะไรบางอย่างที่คนธรรมดาสามารถที่จะจินตนาการได้

 

เมื่อหวังหยู่มาถึงร้านอาหารแล้ว มันเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนว่าพันธมิตรอันนองเลือดนั้นไม่ใช่กลุ่มคนอันโง่เขลา ถึงแม้ว่าร้านอาหารนั้นยังเต็มไปด้วยฝูงคน มันก็ไม่มีสมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดเลยแม้แต่คนเดียวในสายตาของเขา

 

ในมุมห้อง หวังหยู่ก็เห็นพริมโรสอันนองเลือดนั้นนั่งอยู่คนเดียวและจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาถูกอยู่และเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกอยู่

 

“สวัสดี!”หวังหยู่ทักทายเธอ

 

“อ๊า เทพเจ้ากระทิงเหล็ก!”เมื่อได้ยินเสียงของเขา พริมโรสนั้นก็หลุดออกมาจากความคิดของเธอและรีบทักทายเขา

 

“เรียกฉันแค่พี่ชายกระทิงก็พอ มันก็เป็นอะไรที่ไร้สาระอย่างเช่นเทพเจ้าอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”

 

“เอ่อ….ใช่ค่ะ พี่ชายกระทิง….”พริมโรสอันนองเลือดพยักหน้าเล็กน้อย

 

“รีบพูดมาเถอะ เธอวางแผนที่จะพูดอะไรไว้อยู่?”หวังหยู่รีบตัดเข้าเรื่อง

 

“พันธมิตรอันนองเลือดของเรานั้นต้องการที่จะขอโทษคุณและเพื่อนของคุณเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

 

“มันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว!”หวังหยู่พยักหน้า

 

“ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเด็กสาวถ้าต้องการอยู่ในกองทัพพริมโรสนั้นพวกเราจะย้ายพวกเธอไปยังทีมชั้นยอดและจ่ายเงินเดือนระดับสูงให้แก่พวกเธออีกด้วย”เธอพูดต่อ

 

พริมโรสอันนองเลือดนั้นเป็นผู้หญิงที่ชาญฉลาด หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอสามารถบอกได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหวังหยู่และสี่สาวนั้นไม่ง่ายเหมือนกับพื้นผิวด้านหน้าที่เห็น เมื่อการพาสาวทั้งสี่คนนั้นมาอยู่ข้างของพวกเธอแล้วมันก็เหมือนกับพาผู้เชี่ยวชาญอย่างหวังหยู่มาร่วมด้วย!

 

ถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่รู้เกี่ยวกับพลังอันแท้จริงของหวังหยู่ก็ตาม พันธมิตรอันนองเลือดนั้นรู้ ลืมไปเกี่ยวกับการเข้าทีมชั้นยอดของกองทัพพริมโรสได้เลย ตราบเท่าที่หวังหยู่นั้นพูดว่าตกลง สี่สาวก็สามารถที่จะเข้าในกลุ่มชั้นยอดของพันธมิตรอันนองเลือดได้เลยด้วยซ้ำ!

 

“หื้มม….ผมคิดว่าเธอควรที่จะไปถามพวกเธอแทนนะ”หวังหยู่ตอบกลับ

 

“โอเคค่ะ ถึงแม้ว่าเด็กสาวพวกนั้นไม่ต้องการที่จะอยู่ในกองทัพพริมโรส พวกเราก็สามารถที่จะพิจารณาได้ว่าฝ่ายของเรานั้นทำลายสัญญาและจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นสองเท่า!”

 

เมื่ออ้างอิงกับตัวสัญญานั้นถ้าเด็กสาวทั้งสี่คนนั้นยืนยันที่จะออกจากกิลด์ หลังจากนั้นมันก็จะกลายเป็นการทำลายสัญญาและพวกเธอก็จะไม่ได้รับเงินชดเชยเลยแม้แต่น้อย แต่ในตอนนี้กองทัพพริมโรสนั้นต้องการที่จะจ่ายพวกเธอเป็นสองเท่าจากค่าชดเชยปกติ มันจึงเป็นเรื่องที่บอกได้ง่ายมากว่าพวกเขานั้นต้องการที่จะดึงหวังหยู่เข้าร่วมมากขนาดไหน

 

หวังหยู่นั้นก็เข้าใจถึงความตั้งใจของพันธมิตรอันนองเลือดนี้และเขาก็หัวเราะเบาๆ “ถ้าอย่างงั้นละก็ผมก็ต้องขอบคุณเธอไว้ก่อนเลยเป็นอย่างแรก!”

 

“ไม่จำเป็นที่จะต้องสุภาพหรอก”พริมโรสอันนองเลือดหัวเราะคิกคักแล้วเธอก็หยิบถุงเงินออกมาและพูด “ผู้นำธงสงครามนั้นพูดว่าน้องชายของเขานั้นสร้างปัญหาให้กับคุณเป็นอย่างมาก เงินนี้นั้นเป็นการแสดงความจริงใจของเขา”

 

หวังหยู่นั้นต้องการที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ในตอนแรก อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาคิดไปเล็กน้อยแล้ว เขาก็คิดว่าการที่รับเงินนี้นั้นก็เป็นเหมือนการชดใช้ของพวกเขา ดังนั้นเขาจึงยอมรับมัน

 

เมื่อเขาตรวจสอบมัน หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่ามันใส่เงินไว้ถึง200เหรียญทอง! นี่เป็นโชคลาภที่ยิ่งใหญ่มาก!

 

“ผู้นำธงสงครามนั้นใจกว้างจริงๆ!”

 

“มันเป็นเรื่องธรรมชาติ พวกเราหวังไว้ว่าในอนาคตเมื่อพี่ชายกระทิงเจอกับสมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดแล้ว คุณจะมีความเมตากับพวกเขา”พริมโรสซานกวินตอบกลับ

 

“มันจะต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ผมนั้นเป็นคนที่รักสงบ ตราบเท่าที่ไม่มีใครมาทำตัวเป็นศัตรูกับผม ผมก็จะไม่เริ่มต้นปัญหากับพวกเขาก่อน”หวังหยู่ตอบกลับ

 

พันธมิตรอันนองเลือดเป็นกิลด์ที่ใหญ่มากและพวกเขานั้นจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นค่าชดใช้เกี่ยวกับเรื่องนี้ หวังหยู่นั้นก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผล ตั้งแต่ที่เขานั้นได้รับความตั้งใจในการขอโทษมาแล้วนั้น หวังหยู่ก็จะไม่สร้างปัญหากับพันธมิตรอันนองเลือด

 

“เมื่อมันมีคนที่รักสงบแบบคุณที่ฆ่าใครก็ตามโดยไม่กระพริบตาแบบนี้นี่มัน….”พริมโรสอันนองเลือดคิดอย่างเงียบๆ

 

“ก็ดี ถ้าอย่างงั้น ถ้ามันไม่มีเรื่องอื่นแล้วละก็ ฉันจะไม่รบกวนเวลาของพี่ชายกระทิงเหล็กอีกแล้ว!”พร้อมกันนั้นพริมโรสอันนองเลือดก็ลุกขึ้นยืนและจากไป

 

“ไว้เจอกัน!”

 

หลังจากที่พริมโรสอันนองเลือดจากไป หวังหยู่นั้นก็ไม่ได้เร่งรีบไปที่ไหนและเขาก็ยังคงดื่มคนเดียวต่อไป

 

เมื่อหลี่ซัวและคนที่เหลือเข้าเกมมา หวังหยู่ก็อธิบายกับพวกเธอว่าพันธมิตรอันนองเลือดนั้นได้ส่งข้อเสนออะไรมา

 

ในตอนนี้หลี่ซัวและที่สมาชิกที่เหลือนั้นมีทางเลือกสองทางเลือก

 

พวกเธอสามารถที่จะเล่นเกมนีเพื่อความสนุกได้ทุกวันและก็ยังคงได้รับเงินหรือว่าพวกเธอออกจากกิลด์และได้รับค่าชดเชยไป

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าตัวเลือกแรกนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับพวกเธอ พวกเธอก็ยังเลือกที่จะออกจากกิลด์ไป

 

ทำไมกลุ่มที่ฟาร์มเงินแบบพวกเธอนั้นเข้าร่วมกับกิลด์เป็นอย่างแรกละ? เหตุผลหลักของมันนั้นก็คือทำให้พวกเธอนั้นมั่นใจได้ว่ามีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย

 

ใครจะไปคิดว่าเมื่อพวกเธอนั้นถูกรังแกและถูกไล่ล่า กองทัพพริมโรสนั้นไม่ได้ช่วยเหลือและปกป้องพวกเธอเลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อคิดเกี่ยวกับสถานการณ์และเงินเดือนที่ถูกเสนอมาโดยกองทัพพริมโรสที่มันดูมากเกินความเป็นจริงและมันน่าดึงดูดแบบนั้น มันก็เป็นเพียงเพราะว่าหวังหยู่นั้นลุกขึ้นสู้กับพวกเขาต่างหาก!

 

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะหวังหยู่แล้ว เด็กสาวทั้งสี่คนนั้นก็ต้องกลืนกินความอัปยศนี้ไปหรืออาจจะเลวร้ายยิ่งกว่านั้นอีก!

 

“เธอมั่นใจแล้วนะว่าจะออก?”

 

“ใช่ ฉันมั่นใจมาก!”หลี่ซัวยืนยัน

 

“พวกเราจะไปที่ที่พี่สาวไป! แม้กระทั่งว่ามันจะเป็นจุดจบของโลกก็ตามที!”ที่เหลือก็ตกลงด้วย

 

“อย่าไปพูดในแง่ลบแบบนั้น! ฉันจะไปหากิลด์ที่ไม่มีใครสามารถรังแกพวกเธอได้ให้เอง!”หวังหยู่หัวเราะ

 

เมื่อหวังหยู่นั้นบอกเกี่ยวกับการตัดสินใจของเหล่าเด็กสาวต่อพริมโรสอันนองเลือดนั้นเธอก็ทำได้เพียงแค่รู้สึกเสียใจ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงที่พวกเธอนั้นต้องการออกจากกิลด์หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เกิดขึ้น

 

หลังจากปิดช่องแชทแล้ว หวังหยู่ก็หยิบถุงใส่ผงหินปูนออกมาจากกระเป๋าและขว้างมันไป เมื่อผงหิงปูนนั้นกระจัดกระจาย นักฆ่านั้นก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างช้าๆ

 

ถึงแม้ว่านักฆ่าจะยังคงไม่มีการแสดงออกใดๆเลยแม้แต่น้อยและหวังหยู่นั้นก็ไม่สามารถที่จะเห็นใบหน้าของเขาได้ก็ตามที หวังหยู่นั้นก็ยังคงรู้สึกได้ว่าเขานั้นหวาดกลัวและตกตะลึงมากแค่ไหนกัน นักฆ่าคนนี้นั้นคิดว่าหวังหยู่นั้นพูดคุยกับคนอื่นซะอีกในตอนแรก

 

เมื่อหันกลับไปมอง หวังหยู่ก็แสกนผู้เล่นด้านข้างและพูดอย่างเสียงดัง “นายจ้องมาที่ฉันอย่างหลบๆซ่อนมาเป็นเวลาครึ่งวันแล้ว! นายกำลังพยายามทำอะไรอยู่?”

 

ผู้เล่นพวกนี้นั้นไม่ได้มีตรากิลด์ ดังนั้นพวกเขานั้นไม่สามารถที่จะมาจากกิลด์อะโพคาลิปส์หรือว่าพันธมิตรอันนองเลือด ซึ่งหวังหยู่นั้นก็ไม่ได้มีข้อขัดแย้งกับกิลด์อื่นหรือว่าผู้เล่นคนอื่นอีกด้วย….

 

“พวกนายมาที่นี่เพื่อกราบไหว้ฉัน?”หวังหยู่ถามอย่างหน้าด้าน

 

เมื่อใครก็ตามนั้นคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหวังหยู่นั้นก็ทำให้พวกเขานั้นหวาดกลัวหวังหยู่จนแทบจะถึงแก่ความตาย เมื่อเขานั้นใช้จำนวนมากนั้นอยู่กับพวกตัวตลกจากนิกายซวนเฉินแล้ว หวังหยู่ก็เริ่มที่จะคิดคล้ายกันกับพวกเขา!

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหวังหยู่แล้วก็ไม่มีใครที่จะกล้าพูดออกมา

 

ในความเป็นจริงผู้เล่นพวกนี้นั้นไม่ได้มาจากกิลด์ไหนเลย พวกเขาพยายามแค่จะทำภารกิจล่าค่าหัวให้สำเร็จ

 

ใน{ REBIRTH }มันมีสองทางเลือกที่จะกวาดล้างค่า PKออกไปได้ ซึ่งตัวเลือกแรกนั้นก็คือการหลบซ่อนในป่าจนกระทั่งพวกมันหายไปด้วยตัวเอง อย่างที่สองก็คือการทำภารกิจล่าค่าหัวให้สำเร็จ!

 

ตั้งแต่ที่เวลาในการทำให้ค่าPKนั้นหายไปในป่านั้นมันเป็นระยะเวลาอันยาวนาน พวกที่มีค่าหัวนั้นก็เลือกที่จะทำภารกิจล่าค่าหัวให้สำเร็จเพื่อที่จะกวาดล้างค่าหัวของพวกเขาเอง

 

เมื่อผู้เล่นเหล่านี้นั้นเข้าเกมมาในวันนี้ แล้วพวกเขานั้นก็ไปตรวจสอบเควสเป็นประจำนั้นก็ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่ามีฆาตกรหมู่ที่มีค่า PK ถึง57แต้ม! นี่ทำให้หัวใจของพวกเขานั้นพองโตและแทบจะตกลงกับภารกิจนี้ในทันที

 

เมื่อการล่าคนพวกนี้นั้นจะขึ้นอยู่กับค่า PK ผู้เล่นก็จะได้รับรางวัลขึ้นอยู่กับจำนวนแต้มของเป้าหมาย ยิ่งมีแต้มที่สูง รางวัลก็จะได้รับสูงขึ้นอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่รับเควสนี้แล้ว พวกเขาก็มึนงง

 

เป้าหมายนั้นอยู่ในร้านอาหารภายในเมือง..

 

ทุกคนในเมืองรัตติกาลนั้นรู้ว่ามีใครบางคนที่มีความสัมพันธ์กับยามในเมือง สำหรับใครก็ตามที่มีค่า PK 50แต้มแล้วยังคงเดินไปมาในเมืองได้นั้นก็หมายความว่าเขานั่นก็คือสัตว์ประหลาดที่ต่อสู้กับพันธมิตรอันนองเลือดเพียงคนเดียวที่ทุกคนในเว็บบอร์ดนั้นกำลังพูดคุยกันอยู่

 

ผู้เล่นพวกนี้นั้นรีบคิดกับตัวเองขึ้น “เมื่อเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญแบบนี้นั้น การใช้กำลังมันเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน ฉันเพียงแค่ต้องการช่วงเวลาที่ถูกต้อง พวกพันธมิตรอันนองเลือดเมื่อวานนี้นั้นหยิ่งยโสมากเกินไป ตราบเท่าที่ฉันซ่อนตัวเองไว้และหาจังหวะที่ถูกต้องได้ละก็ ฉันก็สามารถฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน!”

 

ด้วยเหตุนี้นี่เอง ผู้เล่นทั้งหมดก็ไม่ได้จากไปและยังคงนั่งอยู่รอบๆหวังหยู่ แล้วก็มองเขาไปอย่างไม่ได้ตั้งใจและพยายามที่จะหาจังหวะ

 

ใครจะไปคิดว่าหวังหยู่นั้นจะเปิดเผยพวกเขาตั้งแต่แรก?

 

หลังจากที่ถูกเปิดเผยแล้วผู้เล่นพวกนี้นั้นก็ไม่มีเวลาที่จะทำอะไรเลยก่อนที่จะมีใครบางคนเดินผ่านประตูเข้ามาและโยนเหรียญทองใส่เจ้าของร้านในขณะที่เขาตะโกนขึ้น “มันถึงเวลาล่าค่าหัวแล้ว! ใครที่ไม่เกี่ยวข้องได้โปรดไสหัวออกไป! คนที่ไม่มีประกันหรือว่าใครก็ตามที่เป็นขยะได้โปรดไสหัวออกไปด้วย! ถ้าใครก็ตามต้องการหาประกันละก็ฉันรู้จักคน….”

 

เมื่อฟังคำพูดอันยาวยืดและเสียงอันน่ารำคาญนั้น ใบหน้าของผู้เล่นรอบๆก็กลายเป็นน่าเกลียดอย่างไม่มีใครเทียบได้ แล้วพวกเขาก็ถอยหลังไปหลายก้าว

 

“ไอ้เหี้…! ไอ้นักเวทย์บัดซบนั่นอยู่ที่นี่เพื่อขโมยธุรกิจของพวกเราอีกแล้ว….”

 

“รีบหนีเร็วเข้า! ไอ้คนบ้านั่นแม่งฆ่าทุกคนที่มันเห็น! เขานั้นทำเควสล่าค่าหัวตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่หวาดกลัวพวกที่มีค่า PKเพียงแค่นี้หรอก!”

 

พร้อมกับเวลาไม่กี่วินาที ผู้เล่นที่จะมาฆ่าเขานั้นก็เปิดพื้นที่ว่างตรงกลางร้านอาหารขึ้น

 

หวังหยู่นั้นก็หันกลับไปและเขาก็มองไปที่คนที่มาใหม่ที่สวมชุดเหมือนกับนักเวทย์

 

นักเวทย์คนนี้นั้นมีผ้าคลุมสีดำยาวและกำลังถือคทาพร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆรอบๆมัน คทานี้นั้นมีแม้กระทั่งอัญมณีที่ถูกฝังไว้ ซึ่งมันกำลังเปร่งประกายไฟฟ้าเป็นครั้งคราว ถึงแม้ว่าการปรากฏตัวของเขานั้นจะเด่นมาก รูปร่างของเขานั้นก็เลวร้ายไปยิ่งกว่านั้น สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเจตนาฆ่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

“ดังนั้นนั่นก็คือนายนี่เอง! หลังจากที่นายฆ่าคนไปมากมาย นายก็ยังคงปฏิเสธที่จะสำนึกผิดอีกเหรอ? ก็ได้ ถ้าอย่างงั้นละก็…. กินสายฟ้าของฉันซะ!!!”

 

หลังจากที่พูดมาอย่างเนิ่นนานแล้ว นักเวทย์ก็ระเบิดเสียงตะโกนขึ้นและเขาก็เตะโต๊ะให้ล้มลงเพื่อเป็นที่กำบัง แม้ว่าเขานั้นจะตะโกน “กินสายฟ้าของฉันซะ”ก็ตามทีเขานั้นก็ร่าย [ลูกบอลไฟ] แทน…

 

หวังหยู่นั้นไม่ได้ห่วงแม้กระทั่งการหลบและเขาก็ใช้ [ระลอกคลื่น] อย่างง่ายๆเพื่อที่จะยกเลิกมัน

 

“บูมมม!!!”

 

สายฟ้าผ่านั้นก็ฟาดลงมาจากท้องฟ้าและก็ฟาดลงไปที่บนหัวของหวังหยู่!

 

{ แจ้งเตือนระบบ : คุณได้ถูกโจมตีโดยผู้เล่น “หมิงตู่” ตั้งแต่ที่ผู้เล่นคนนี้นั้นอยู่ในเควสล่าค่าหัว คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเองได้ }

 

หวังหยู่นั้นตกตะลึงมาก

 

ในตอนนี้หวังหยู่นั้นมีค่าป้องกันเวทย์มนตร์ อย่างน้อย100หน่วย นักเวทย์ส่วนมากในตอนนี้นั้นมีค่าพลังโจมตีเวทย์อยู่ที่ 110หน่วย อย่างไรก็ตามไอ้บัดซบหมิงตู่นี่นั้นทำให้หวังหยู่เลือดลดไปครึ่งหนึ่งจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว! แม้กระทั่ง [การป้องกันแห่งจิตวิญญาณ] ก็เกือบที่จะทำงาน!

 

พลังโจมตีเวทย์มนตร์ของนักเวทย์คนนี้น่าหวาดกลัวมาก!

 

สิ่งที่น่าหวาดกลัวมากที่สุดก็คือ [ระเบิดสายฟ้า] ซึ่งมันเป็นสกิลชั่วพริบตา มันก็มีแค่เสียง “บูม”ก่อนที่มันจะผ่าลงมา

 

ในเวลานั้นเองหวังหยู่ได้ยินเสียง “บูม” จากหมิงตู่ เขานั้นก็รีบหลบไปด้านข้างในทันที อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงโดนโจมตีตรงๆโดย [ระเบิดสายฟ้า] ! ความสามารถในการคาดเดาและความแม่นยำของเขานั้นน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!

 

“โอ้? นายยังคงมีชีวิตอยู่อีกเหรอ? ไม่เลวเลยเด็กน้อย นายควรที่จะภาคภูมิใจเข้าไว้นะ! ไม่มีใครในเกมนี้นั้นรับเวทย์ของฉันได้เลยมาก่อน! มันเหมือนกับว่านายนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ!”เมื่อเห็นหวังหยู่ยังคงมีชีวิตรอด หมิงตู่ก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน

 

[ระเบิดสายฟ้า] นั้นเป็นสกิลที่ทรงพลังมากที่สุดในเกมที่ทำความเสียหาย 230% ของค่าพลังโจมตีเวทย์ของผู้ใช้

 

คทาในมือของหมิงตู่นั้นก็ยังคงเพิ่มสกิลนี้ขึ้นอีกสองระดับและทำให้ความเสียหายของ [ระเบิดสายฟ้า] นั้นถึง 350%!

 

พร้อมกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นจากอุปกรณ์สวมใส่ระดับท็อปของหมิงตู่นั้น ในยุคนี้นั้นที่ซึ่งไม่มีใครต้านทานเวทย์จำนวนมากนั้นก็ไม่มีใครเลยที่สามารถเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของเขาได้! แม้กระทั่งแท็งก็ยังคงถูกฆ่าในทันทีจากการโจมตีของเขาและเจ้านักต่อสู้ตัวน้อยนี่ก็ยังคงมีชีวิตรอดอยู่และแม้กระทั่งยังเหลือเลือดอีกครึ่งหนึ่ง! ทำไมหมิงตู่จะไม่ตกตะลึงกับเรื่องนี้ละ?

 

“สมควรกับเป็นชายที่ทำให้พันธมิตรอันนองเลือดนั้นย่อยยับ! นายมีความสามารถจริงๆ!”

 

พร้อมกันนั้นหมิงตู่ก็ยกคทาของเขาขึ้นอีกที แต่หวังหยู่จะปล่อยเขาร่ายเวทย์อีกครั้งได้อย่างไร? หวังหยู่นั้นพุ่งเข้าหาหมิงตู่ในทนัที

 

“บูม!” เสียงสายฟ้าก็ดังออกมาอีกครั้ง

 

หวังหยู่นั้นรู้ว่าหมิงตู่นั้นมีความแม่นยำอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงรีบยกมือขึ้นด้านบนหัวของเขาเพื่อที่จะป้องกันมัน

 

อย่างไรก็ตาม เวทย์นี้ก็ยังคงฟาดลงหัวของเขาตรงๆ!

 

[โล่พลังงาน] ในมือของหวังหยู่นั้นพังทลายลงกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและเขายังคงเหลือพลังชีวิตอีก 33%

 

อย่างไรก็ตามในตอนนี้หวังหยู่นั้นอยู่ห่างจากหมิงตู่แค่สามเมตร

 

“เย็…แม่มึง! ทำไมมึงยังมีชีวิตรอดอยู่อีกวะ? ทำไมนายไม่ตามพี่ชายคนนี้และพวกเราก็จะได้ไปหาสถานที่ที่เปิดกว้างและสู้กันอีกหลายร้อยรอบกันแทนละ…”ใบหน้าของหมิงตู่นั้นเปลี่ยนไป

 

หวังหยู่หัวเราะและก็พูดขัดเขาขึ้น “โชคดีที่ผมได้เตรียมพร้อมไว้แล้วในครั้งนี้ ลืมไปเลยว่าจะได้ต่อสู้ในพื้นที่ที่เปิดกว้าง พวกเรามาสู้กันจนถึงแก่ความตายในตอนนี้กันแทนเถอะ!”ก่อนที่หวังหยู่จะพูดเสร็จ เขาก็ยืดมือออกมาและกระแสพลังงานเล็กๆนั้นก็ดึงหวังหยู่เข้ามาในมือของหวังหยู่!

 

สกิลที่หาไม่ได้ทั่วไป – [หมัดพลังวอยด์]!!

ถึงตอนที่ 146แล้วครับ Ishliar Fanpage