0 Views

Chapter 35: มันไม่สำคัญหรอกว่านายจะยอมรับว่านายหวาดกลัว แต่สิ่งที่สำคัญก็คือนายกำลังยอมรับมันเพื่ออะไร!

เมื่อถอดหมวกออกมา หวังหยู่ก็มองไปที่นาฬิกาและตระหนักได้ว่ามันสองทุ่มแล้ว! มู่จี่เซียนกลับมาถึงบ้านเป็นเวลานานแล้วและกำลังเตรียมมื้อค่ำอยู่ในห้องครัว

 

หวังหยู่นั้นก็เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนูและกำลังที่จะล้างหน้าในห้องน้ำ เมื่อเขานั้นสังเกตเห็นถึงกลุ่มของหลี่ซัวที่กำลังนั่งอย่างเคร่งเครียดในห้องนั่งเล่นอย่างเงียบๆ

 

หวังหยู่นั้นก็เข้าใจได้ทันทีถึงสิ่งที่ตามมาของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด สำหรับเด็กสาวเหล่านี้ การที่ออกจากมาและทำงานแบบนี้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ถึงแม้ว่าการฟาร์มหาเงินในเกมนั้นจะค่อนข้างเหนื่อย มันก็ยังคงดีกว่าการทำงานบนโต๊ะทำงานธรรมดาๆทั่วไป

 

ใครก็ตามก็จะเป็นแบบนั้นเมื่อพวกเขานั้นสูญเสียงานอย่างฉับพลัน

 

“พี่ชายหยู่….หนูขอโทษจริงๆ….ถ้ามันไม่ได้เป็นเพราะหนูละก็ วันนี้มันก็จะ…”เมื่อเห็นหวังหยู่ หลี่ซัวก็บ่นพึมพำโทษตัวเอง

 

ก่อนที่เธอจะพูดจบ หวังหยู่ก็ตบมือเสียงดังและขัดจังหวะเธอและพูดขึ้น “เธอกำลังพูดอะไรอยู่? ไม่มีใครในพวกเราที่ผิด! มันเป็นความผิดของไอ้สารเลวน้อยนั่น! ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมันมากหรอก กองทัพพริมโรสนั้นก็เป็นเพียงแค่กิลด์ระดับสองอยู่ดี! ผมจะช่วยเธอหากิลด์ที่ดีกว่านี้ในอนาคตเอง!”

 

หลังจากที่เข้าร่วมนิกายซวนเฉิน มุมมองของหวังหยู่ก็เปิดขยายกว้างขึ้น ถึงแม้ว่ากองทัพพริมโรสนั้นจะเป็นเพียงแค่กิลด์ระดับสองเท่านั้น สำหรับเด็กสาวนั้นการที่จะเข้าร่วมกิลด์นี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก! เมื่อพิจารณาถึงการที่จะเข้าร่วมกิลด์ที่ดีกว่านี้ละก็มันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการฝึก!

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้วหลี่ซัวก็อดถอนหายใจอย่างทนไม่ได้ “การฟาร์มเงินนั้นไม่มีความต้องการหรอกว่าจะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน แต่ตั้งแต่ที่พวกเรานั้นได้ยั่วยุพันธมิตรอันนองเลือดแล้วพวกเราก็ไม่สามารถที่จะเล่นเกมนี้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน….มันไม่ง่ายสำหรับพี่เลยที่จะหาอาชีพเลยในตอนนี้…. แต่มันเป็นเพราะหนู…”

 

สิ่งที่หลี่ซัวนั้นกังวลนั้นเกี่ยวกับว่าพวกเธอไม่สามารถที่จะเล่นเกมนี้ต่อไปได้ หลังจากที่ยั่วยุพันธมิตรอันนองเลือด

 

มันไม่ได้เป็นปัญหามากกับสาวๆทั้งสี่ ตั้งแต่ที่พวกเธอนั้นยังโสด อย่างไรก็ตามหวังหยู่นั้นยังคงมีครอบครัวที่จะต้องเลี้ยงดู ถึงแม้ว่าหวังหยู่และมู่จี่เซียนนั้นจะไม่ได้พูดเกี่ยวกับสถานการณ์การเงินของครอบครัว หลี่ซัวนั้นก็บอกได้ว่าพวกเขานั้นประหยัดเงินกันอย่างมาก จะมีใครกันที่เป็นคู่แต่งงานใหม่ต้องการที่จะปล่อยห้องเช่าแบบนี้กัน?

 

“โอ้ เธอกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้นี่เองสินะ? ไปดูเว็บบอร์ดเถอะแล้วเธอจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”หวังหยู่หัวเราะแล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ

 

ในเกมนั้นเมื่อหวังหยู่ฆ่านกสวรรค์ต่อหน้าฝูงคน เขาก็ได้ยินสิ่งที่ผู้คนพูดคุยกันว่าพวกเขานั้นมาสังเกตการณ์หลังจากที่เห็นข้อมูลบนเว็บบอร์ด

 

“เว็บบอร์ด?”เด็กสาวทั้งสี่คนก็จ้องหน้าของกันและกัน

 

“แมรี่เอาโน้ตบุ้คมาให้ฉันหน่อย”

 

“ได้เลย!”

 

หลังจากเปิดโน้ตบุคแล้ว หลี่ซัวก็รีบเปิดเว็บบอร์ดสำหรับ {REBIRTH}

 

ทุกโพสต์ที่เธอเห็นนั้นกำลังพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างหวังหยู่และพันธมิตรอันนองเลือด

 

“นักต่อสู้ที่บ้าคลั่งนั้นเขียนเลือดไว้บนถนนและฆ่านกสวรรค์ที่เป็นขยะก้อนใหญ่อันดับหนึ่งถึงหกครั้ง!”

 

“ผู้เชี่ยวชาญคนใหม่เข้าร่วมกับนิกายซวนเฉิน! พันธมิตรอันนองเลือดไม่สามารถที่จะต้านทานได้แม้แต่หมัดเดียว!”

 

 

โพสต์พวกนั้นถูกฟลัดไว้เต็มเว็บบอร์ดและถ้าเด็กสาวนั้นไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตาของพวกเธอเองละก็ พวกเธอคงสับสนกับเรื่องราวที่มั่วซั่วของพวกที่ออกมาแสดงความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด

 

หลี่ซัวคลิ๊กเข้าไปในโพสต์ที่อยู่บนสุด ที่ตั้งชื่อโพสต์ว่า “ถ้าเขายังคงไม่พอใจอีกละก็ พวกเราก็จะสู้กันจนกระทั่งเขาพอใจ!”เนื้อหาด้านในโพสต์นั้นอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมไปทั้งความสามารถอันน่าเร้าใจของหวังหยู่ที่สังหารหมู่สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือด

 

วิ่งไต่กำแพง หลบหลีกอย่างสุดยอด การยืนตำแหน่งที่ไม่มีใครเทียบได้ การฆ่าเพียงแค่การโจมตีเพียงครั้งเดียว….นี่เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยของความสามารถของหวังหยู่

 

พร้อมกับความสามารถที่พิเศษของหวังหยู่นั้น การเผชิญหน้ากับผู้คนนับร้อยนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายเหมือนกับสิ่งที่พวกเขาจินตนาการไว้ นอกจากนี้แล้ว มันยังคงมีประโยคที่อยู่เหนือกว่าที่หวังหยู่นั้นตะโกนออกมาก่อนที่เขาจะออกจากเกมอีกด้วย

 

เว็บบอร์ดดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมาก!

“ถ้าเขายังคงไม่พอใจอีกละก็ พวกเราก็จะสู้กันจนกระทั่งเขาพอใจ!”

 

ถึงแม้ว่าประโยคนี้นั้นจะค่อนข้างเหี้ยมโหด มันก็ยังคงบรรจุไว้ด้วยจิตวิญญาณของฮีโร่และทำให้เลือดของผู้คนที่ได้ยินนั้นร้อนระอุด้วยความตื่นเต้น!

 

สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงแค่เกม ดังนั้นสำหรับผู้เชี่ยวชาญการเล่นเกมนั้นส่วนมากก็เล่นเพื่อที่จะฆ่าคนและเล่นสนุก ผู้คนที่อยู่เหนือกว่าและน่าสุดยอดเช่นนี้นั้นจะกลายเป็นไอดอลของพวกเขา

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นบางคนก็เริ่มที่จะพูดว่า “อาชีพนักต่อสู้นั้นเป็นอาชีพของผู้ชายที่แท้จริง!”

 

ประโยคนี้นั้นทำให้เกิดการโต้แย้งเกี่ยวกับพลังที่แท้จริงของนักต่อสู้อีกครั้ง

 

เมื่อเห็นการแจ้งเตือนระดับโลกนั้น ผู้เล่นระดับท็อปนั้นก็ยังเป็นนักต่อสู้และผู้เล่นคนแรกที่ฆ่าบอสได้สำเร็จก็ยังเป็นนักต่อสู้ทั้งหมด! และวันนี้คนที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในเมืองรัตติกาลนี้ก็ยังคงเป็นนักต่อสู้อีกด้วย!

 

เมื่อเปรียบเทียบกับอาชีพอื่นแล้วนักต่อสู้นั้นเป็นขยะจริงๆเหรอ? หรือว่าอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดใน {REBIRTH}นั้นก็คือนักต่อสู้?

 

ในตอนนี้นักต่อสู้ที่ถูกเยาะเย้ยและถูกกดดันไว้อยู่บนเว็บบอร์ดในที่สุดก็สามารถที่จะยกศีรษะของพวกเขาขึ้นได้แล้ว!

 

ในช่วงเวลานี้ ความคิดเห็นของผู้เล่นนั้นก็ทำลายความตื่นเต้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นลง

 

“มันเหมือนกับว่าไม่มีใครสังเกตเห็นถึงมันแต่ฉันคิดว่ามันมีบัคในระบบ ในครั้งสุดท้ายที่นักต่อสู้นั้นฆ่านกสวรรค์”

“บัค?”

 

เมื่อเห็นความคิดเห็นนี้ ผู้เล่นที่เหลือก็รีบเปิดวิดิโอของหวังหยู่ที่ฆ่านกสวรรค์ขึ้นอีกครั้ง ในตอนสุดท้ายของวิดิโอ หวังหยู่นั้นได้สั่งการยามเมืองนั้นให้เข้าไปในพื้นที่ปลอดภัยและผลักนกสวรรค์ออกมาและฆ่าเขาอีกครั้ง เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว ผู้เล่นนั้นก็ไม่สามารถที่จะใจเย็นได้อีกต่อไป

 

ปกติแล้ว ผู้เล่นที่สามารถท้าทาบกับกิลด์ระดับสูงนั้นมันเหมือนสิ่งที่ออกมาจากนิยาย! เนื่องจากเหตุนี้นั้นทำให้ผู้เล่นเริ่มที่ชื่นชมและนับถือหวังหยู่

 

อย่างไรก็ตามฉากสุดท้ายนั้นมันน่าสงสัยมากเกินไป ประเภทของการฆ่าแบบนี้นั้นไม่เพียงแต่ไม่โดนสังหารจากยามเมืองแต่พวกเขายังกลายเป็นเพื่อนพ้องอีกด้วย! ถ้าพวกเขานั้นพบเจอสถานการณ์แบบนี้แทน อะไรจะเกิดขึ้นกันแน่? ไม่ใช่ว่าพวกเขานั้นจะต้องยืนอยู่ที่นั่นและรอคอยความตายที่เข้ามาหาพวกเขาอย่างงั้นเหรอ?

 

เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เหล่าผู้เล่นที่นับถือหวังหยู่ก็รู้สึกคลั่งขึ้นมา

 

“นี่เป็นบัคอย่างแน่นอน! พวกเราจะต้องรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้!”

 

“รายงานพ่อมึงสิ! ฉันพยายามรายงานมันไปแล้ว”

 

“แล้วระบบตอบกลับมาว่าอะไร?”

 

“ขอบคุณสำหรับการรายงานของท่าน อย่างไรก็ตามไม่มีบัคที่ถูกตรวจพบ ขอบคุณที่ท่านยังคงสนับสนุน {REBIRTH} ต่อไปและพวกเราก็หวังว่าพวกคุณจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่สนุกค่ะ”

 

“เหี้..!”

 

ผู้เล่นทั้งหมดนั้นเริ่มที่จะสาปแช่งในทันทีกับการตอบกลับมาแบบนี้ บริษัทนี้นั้นช่างไม่เต็มใจที่จะตอบจริงๆ!

 

ในเวลาเดียวกัน ในออฟฟิศทำงานของพันธมิตรอันนองเลือดในเมืองรัตติกาล สมาชิกระดับสูงของพันธมิตรอันนองเลือดก็รวมตัวกันอยู่

 

ในตอนนี้ การแสดงออกของธงสงครามอันนองเลือดนั้นมืดมนจนกระทั่งไม่มีใครสามารถที่จะเห็นใบหน้าของเขาได้เลย

 

“ดังนั้น ทุกคนนั้นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง?”ธงสงครามอันนองเลือดถามขึ้น

 

“นี่มัน…”ผู้เล่นที่เหลือกรีบก้มหัวลงและหลบหลีกสายตา

 

ต้นเหตุของปัญหานั้นไม่มีสาระสำคัญเลย อย่างไรก็ตามคนที่เริ่มปัญหาทั้งหมดนี้นั้นก็คือน้องชายของผู้นำ ดังนั้นใครละที่จะกล้าพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้?

 

เมื่อเห็นไม่มีใครที่อยากจะตอบคำถาม ธงสงครามอันนองเลือดก็พูดขึ้น “พวกเราจัดการกับปัญหานี้และไม่ใช่ที่ตัวบุคคล ถ้าใครมีความเห็นอย่างไรละก็พูดขึ้นมาได้เลย พวกเราจะจัดการกับกระทิงเหล็กยังไงดีในครั้งหน้าถ้าพวกเราเจอมัน?”

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้วที่เหลือก็ด่าอย่างเงียบๆ “หนังของผู้นำนั้นหนาจริงๆ…มีเพียงแค่นายเท่านั้นที่สามารถอดทนพูดคำหน้าด้านแบบนี้ออกมาได้….มันไม่ใช่ว่าพวกเรานั้นล่ากระทิงเหล็ก มันเป็นเขาต่างหากที่ล่าพวกเรา…”

 

เมื่อเห็นการแสดงออกอันมืดมนของพวกเขาทั้งหมดแล้ว ธงสงครามอันนองเลือดก็พูดอย่างเคร่งขรึม “พวกนายทั้งหมดหวาดกลัวอย่างงั้นเหรอ?”

 

เมื่อเผชิญหน้ากับการดุด่าของธงสงครามอันนองเลือด สมาชิกทั้งหมดก็มึนงง

 

หวาดกลัว? การเจอผู้เชี่ยวชาญอย่างกับปีศาจแบบนั้นทำไมพวกเขาจะไม่หวาดกลัวกันละ??

 

ปกติแล้ว ผู้เล่นสิบหรือยี่สิบคนรวมกลุ่มกันก็ถูกพิจารณาได้แล้วว่ามันค่อนข้างเป็นปัญหา สำหรับการจัดตั้งกองกำลังหนึ่งหรือสองร้อยคนนั้นก็เพียงพอในการจัดการกิลด์เล็กๆแล้ว อย่างไรก็ตามใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะเผชิญหน้าคนที่ประหลาดอย่างเช่นหวังหยู่ที่สามารถจัดการกับทีมล่าของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย? ใครจะไปกล้าโอ้อวดตัวเองว่าพวกเขานั้นไม่ได้หวาดกลัวกันละ? ถึงแม้ว่าพันธมิตรอันนองเลือดนั้นจะมีสมาชิกจำนวนมากก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะระดมพลได้ทุกคนสำหรับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทุกครั้ง

 

ถึงแม้ว่าพวกเขานั้นคิดแบบนี้ก็ตาม ก็ไม่มีใครกล้าที่จะออกความคิดเห็นของพวกเขาเนื่องจากพวกเขานั้นรู้เกี่ยวกับลักษณะผู้นำอันเหี้ยมโหดของธงสงครามอันนองเลือดอยู่แล้ว การหวาดกลัวนั้นไม่ใช่อะไรที่สามารถกล้ำกลืนฝืนทนได้ในกิลด์นี้! ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครกล้าที่จะยอมรับมัน แต่พวกเขานั้นก็รับรู้ตัวเองดีอยู่แล้ว!

 

สมาชิกนั้นก็ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันและกันอย่างเงียบๆ และรอคอยใครบางคนให้พูดก่อนเป็นคนแรก

 

เพียงแค่ความกราดเกรี้ยวของธงสงครามอันนองเลือดจะระเบิดออกมา นักธนูที่ชื่อว่าสตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดก็ยืนขึ้นและพูด “ผู้นำ ผมคิดว่าพวกเราไม่ควรที่จะสู้กับชายคนนี้อีกต่อไป เขาไม่ใช่มนุษย์!”

 

“นายหวาดกลัวอย่างงั้นเรอะ?”

 

“มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีใครในที่นี้จะไม่หวาดกลัว แต่เมื่อผมคิดเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญแล้วมันไม่มีค่ามากพอจริงๆ พวกเรานั้นยังคงอยู่แค่ช่วงแรกของเกมเพียงเท่านั้น ดังนั้นใครจะมีเวลาระดมคนนับร้อยคนเพื่อที่จะต่อสู้กับเขาละ? มันไม่มีเกียรติเลยถ้าพวกเราชนะและถ้าพวกเราแพ้ก็จะกลายเป็นตัวตลกแทน! ทำไมพวกเราไม่ปล่อยมันไว้ละ?”

 

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว ธงสงครามก็ยิ้มและพูด “สมเหตุสมผลมาก! พวกเราจะทำตามที่นายพูด พริมโรสไปติดต่อกับกระทิงเหล็ก เขาเหมือนกับเป็นชายที่มีเหตุผล ดังนั้นเติมเต็มกับสิ่งที่เขาต้องการซะ!”

 

“ค่ะ หัวหน้า!”

 

“เอาละ! สลายตัวได้!”

 

หลังจากธงสงครามอันนองเลือดพูดจบลงเขาก็ออกจากออฟฟิศในทันที

 

หลังจากที่เขาจากไป สุดท้ายแล้วสมาชิกก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

 

“พระเจ้า ฉันคิดว่าหัวหน้าจะพยายามใช้ชีวิตของพวกเราเป็นของเล่นแล้วซะอีก….แต่นาย สตอร์มบิงเกอร์ นายนั้นหวาดกลัวกับกระทิงเหล็กจริงๆสินะ!”

 

“และนายบอกฉันมาว่าพวกนายที่เหลือนั้นไม่หวาดกลัว?”สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดหัวเราะ

 

“แต่พวกเราไม่ได้ยอมรับมัน! แต่ในทางตรงกันข้ามนั้นนายยอมรับมันตรงๆเลยต่างหาก!”

 

สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดส่ายหัวและพูดขึ้น “มันไม่จำเป็นหรอกว่าจะยอมรับมันหรือไม่ นายหวาดกลัวเขา สิ่งที่สำคัญก็คือใครกันที่ทำให้นายยอมรับต่างหาก!”

 

ถึงแม้ว่าคนที่เหลือจะไม่เข้าใจคำพูดของเขา พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าเขานั้นได้ทำอะไรลงไปเมื่อพวกเขาได้ยินคำแจ้งเตือน   { สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดได้ถูกเลื่อนขึ้นเป็น “รองหัวหน้ากิลด์” ของพันธมิตรอันนองเลือดโดยธงสงครามอันนองเลือด! }

 

 

เมื่อหวังหยู่เดินออกมาจากห้องน้ำ เด็กสาวทั้งสี่คนก็จ้องมาที่เขาอย่างกับพวกเธอนั้นกำลังมองดูสัตว์ประหลาดอยู่ เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อยและพูด “มันมีอะไรผิดปกติอย่างงั้นเหรอ? หรือว่ามันมีโฟมติดใบหน้าของฉันอยู่?”

 

“คุณเจ้าของบ้าน พี่ฆ่านกสวรรค์ไปหกครั้งเลยหรอ???”แมรี่อุทานด้วยความตกตะลึง

 

“ใช่ ผมทำมันเอง และถ้าเขาไม่ได้ออกจากเกมไปละก็ผมก็คงฆ่าเขาเพิ่มอีกหลายครั้ง!”หวังหยู่ตอบกลับ

 

“เหี้…! คุณเจ้าของบ้าน พี่ไม่หวาดกลัวที่พันธมิตรอันนองเลือดจะสร้างปัญหาให้กับพี่เหรอ?”

 

“หวาดกลัวอะไรกัน? ผมก็แค่เพียงฆ่าพวกมันถ้าผมเห็นพวกมันแค่นั้นเอง!”

 

ผมก็แค่เพียงแค่ฆ่าพวกมันถ้าผมเห็นพวกมันแค่นั้นเอง? คำพูดที่หยิ่งยโสนี่มันอะไรกัน?

 

พันธมิตรอันนองเลือดนั้นเป็นกิลด์ที่อยู่หนึ่งในสิบกิลด์ระดับสูงสุดในประเทศ! ถ้ามีใครคนอื่นพูดเรื่องนี้ละก็มันจะถูกทำให้กลายเป็นเรื่องตลก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมาจากปากหวังหยู่นั้นมันเหมือนกับความจริง เนื่องจากว่าหวังหยู่นั้นมีความแข็งแกร่งที่ไว้สนับสนุนคำพูดนั้น!

 

“มันไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกแล้วใช่ไหม?”

 

“ไม่….ไม่ค่ะ…”ทั้งสี่คนส่ายหัวพร้อมเพียงกัน พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญแบบเขาที่กำลังปกป้องพวกเธอนั้น อารมณ์อันเคร่งเครียดของพวกเธอนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว

 

“ถ้าอย่างงั้นละก็ผมจะไปหาพี่สะใภ้ละกัน!”

 

พร้อมกันนั้น หวังหยู่ก็ใส่เสื้อแจ็คเก็ตและเดินออกจากห้องไป

 

เมื่อเห็นเขาหายไป หลี่ซัวก็รู้สึกถึงความหวานในหัวใจของเธออย่างช่วยไม่ได้…