0 Views

Chapter 34: พวกเราจะสู้กันจนกระทั่งนายจะพอใจ!!

“เหี้ยอะไรวะหน่ะ!”

 

ฝูงชนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงเมื่อพวกเขาเห็นหวังหยู่ปีนกำแพงขึ้นไปด้านบน

 

“ไอ้เหี้… เขาทำอย่างนั้นได้ไงกัน???”

 

“เรื่องนี้เป็นไปได้ด้วยเหรอ? เกมแม่งไม่สมเหตุสมผลเลย!”

 

สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นรู้สึกผิดหวังมากขึ้นเมื่อพวกเขาเห็นหวังหยู่นั้นปีนขึ้นไปด้านบนกำแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธงสงครามอันนองเลือด เขานั้นคิดว่าหวังหยู่นั้นจะตายในมือของพันธมิตรอันนองเลือดอย่างแน่นอน แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะหลบหนีได้อีกครั้ง

 

เมื่อหวังหยู่นั้นกระโดดอกมาจากกำแพงในทันที เมื่อเขาเห็นว่านักธนูจากพันธมิตรอันนองเลือดกำลังเล็งเป้ามาที่เขา

 

“เฮ้ นักต่อสู้ นายกำลังรออะไรอยู่? ไปไล่ล่าเขาไป!”ธงสงครามอันนองเลือดตะโกนอย่างไม่รีรอ

 

ธงสงครามอันนองเลือดนั้นหงุดหงิดที่เขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงๆ เขานั้นคิดว่าการปีนกำแพงนั้นเป็นสกิลของนักต่อสู้ เขาจึงตะโกนใส่นักต่อสู้ในกิลด์ของเขาให้ไล่ล่าตามไป

 

นักต่อสู้ของพันธมิตรอันนองเลือดไม่มีทางเลือกอื่นแต่ก็ต้องทำตามคำสั่ง พวกเขาก็พุ่งเข้าหากำแพงและพยายามที่จะปีนมันขึ้นไป แต่ผลลัพธ์นั้นก็สามารถที่จะจินตนาการได้อยู่แล้ว

 

หวังหยู่ส่งข้อความหาขุนนางครอทหลังจากที่เขากระโดดลงมากจากกำแพง “จุดเกิดของนักรบอยู่ที่ไหน?”

 

“นายหลบหนีมาได้แล้วเหรอ?”ขุนนางครอทถาม

 

“ใช่!”

 

“ถ้าอย่างงั้นนายก็ควรที่จะไปโรงฝึกก่อนนายจะออกจากเกม ทำไมนายยังต้องการที่จะไปยังจุดเกิดของนักรบละ?”ขุนนางครอทถาม

 

“ผมจะไปกระทืบพวกมันจนกระทั่งพวกมันพอใจ!”หวังหยู่ประกาศอย่างโจ่งแจ้ง

 

“ไร้สาระหน่า!”

 

ในขณะที่ขุนนางครอทนั้นไม่รู้ว่าพันธมิตรอันนองเลือดนั้นพึงพอใจกับการต่อสู้ของหวังหยู่หรือไม่ เขาก็มั่นใจว่าการที่จะเป็นหนึ่งในสิบกิลด์ของ {REBIRTH} นั้น ถ้าตายครั้งหนึ่งจะมีผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างหนักหน่วง แต่หวังหยู่ก็ยังไม่มีความตั้งใจที่จะหยุดอยู่ตรงนั้น เขานั้นเตรียมพร้อมที่จะล่าสมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรอันนองเลือดจนกระทั่งพวกเขานั้นยอมแพ้ ขุนนางครอทนั้นคิดว่านี่เป็นความฝันของคนบ้า

 

“มันอยู่ตรงร้านอาวุธด้านขวาของโรงฝึก!”ขุนนางครอทตอบกลับแล้วเขาก็ส่งพิกัดให้หวังหยู่ เขานั้นส่งแม้กระทั่งรายละเอียดของแผนที่พร้อมกับทิศทาง ซึ่งเขานั้นกลัวว่าหวังหยู่จะหลงทาง

 

“ผมได้รับมันแล้ว!”

 

หลังจากกวาดตามองไปที่แผนที่ หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่าจุดเกิดนั้นอยู่ใกล้เขาในระยะทางร้อยเมตรจากตำแหน่งที่เขาอยู่ซะอีก!

 

“เขาอยู่ที่นั่น อย่าปล่อยให้เขาหนีไป!”

 

เพียงแค่หวังหยู่หันกลับไป เสียงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อเขาหันกลับไปยังทิศทางของเสียง หวังหยู่ก็เห็นนกสวรรค์นั้นกำลังนำกลุ่มอัศวินแปดคนวิ่งมาหาเขา

 

นักรบนั้นดึงดาบของพวกเขาออกมาเมื่อพวกเขาเห็นหวังหยู่และอยู่ในสถานพร้อมต่อสู้ นักรบพวกนี้นั้นพึ่งจะเข้าเกมมาเมื่อพวกเขานั้นได้รับคำสั่งจากธงสงครามอันนองเลือดและก็รีบพุ่งมาปกป้องนกสวรรค์อันนองเลือดเพื่อที่จะทำให้ธงสงครามอันนองเลือดนั้นประทับใจ

 

นอกจากนกสวรรค์แล้ว นักรบที่เหลือนั้นก็ประเมินหวังหยู่นั้นต่ำเกินไป ไม่มีใครเลยในพวกเขาที่ข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้และพวกเขานั้นก็ไม่รู้ความสามารถของหวังหยู่ว่าสามารถที่จะฆ่าพวกเขาได้เพียงแค่หมัดเดียว พวกเขานั้นสันนิษฐานว่าหวังหยู่นั้นก็เป็นแค่นักต่อสู้มั่วซั่วคนหนึ่ง

 

นักรบนั้นก้มหัวลงและใช้ [พุ่งเข้าชน] ในรูปแบบการโจมตีเพื่อที่จะทำให้ย่นระยะระหว่างพวกเขาและหวังหยู่ พวกเขานั้นจัดตำแหน่งของพวกเขาและพุ่งเข้าใส่ด้วยกัน เพื่อไม่ให้มีเส้นทางที่หลบหนีไปได้

 

หวังหยู่นั้นถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเขากระโดดข้ามนักรบที่พุ่งเข้าใส่เขาและกระโดดเข้าหานกสวรรค์

 

นกสวรรค์นั้นก็เป็นเพียงแค่นักรบที่โฟกัสในความสามารถในการต่อสู้ แล้วเขาจะหลบหนีจากนักต่อสู้ที่รวดเร็วและคล่องตัวอย่างหวังหยู่ได้ยังไงกัน? ในชั่วพริบตา หวังหยู่ก็มาถึงด้านข้างเขา และก็จับไปที่หัวของเขาแล้วก็ทุ่มเขาลงกับพื้นดินอย่างรุนแรงก่อนที่จะเหยียบไปที่ด้านหลังของหัวเขาอย่างเหี้ยมโหดและเปลี่ยนนกสวรรค์กลายเป็นแสงสีขาวในทันที

 

ก่อนที่เขาจะตาย นกสวรรค์นกสวรรค์นั้นยื่นมือของเขาออกมาและมองไปยังพวกนักรบที่มาปกป้องเขาพร้อมกับความรู้สึกผิดหวังในสายตาของเขา

 

เมื่อพวกเขาเห็นนกสวรรค์โดนฆ่าต่อหน้าพวกเขาแล้ว นักรบทั้งแปดคนก็ลุกไหม้ด้วยความบ้าคลั่ง เพียงแค่นักต่อสู้คนนี้นั้นกล้าที่จะฆ่าน้องชายของหัวหน้ากิลด์อย่างงั้นเหรอ? เมื่อเขานั้นควงดาบของพวกเขาอย่างกราดเกรี้ยวใส่หวังหยู่ ฝูงชนรอบข้างก็ที่ตื่นเต้นกับเรื่องนี้และสมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดก็มารวมตัวกันในบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง

 

หวังหยู่นั้นก็หลบหนีจากนักรบทั้งแปดคนและทำเหมือนกับว่าพวกเขานั้นเป็นเพียงแค่กระดาษ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปท่ามกลางฝูงชน

 

นี่เป็นครั้งที่สี่ที่นกสวรรค์ถูกฆ่าต่อหน้าพวกเขา

 

“เหี้…อะไรวะเนี่ย! ทำไมนายตายอีกแล้ว!”ธงสงครามอันนองเลือดคำรามเมื่อเขาได้รับข่าวว่านกสวรรค์นั้นตายอีกครั้งในมือของหวังหยู่

 

“พวกเราพบนักต่อสู้เมื่อพวกเรานั้นเดินไปรอบๆและเขาก็พุ่งเข้าใส่และก็ฆ่าพี่ชายนกสวรรค์ไป….”หนึ่งในนักรบที่ตามนกสวรรค์ตอบอย่างสุภาพ

 

“…”

 

“แต่พวกนายยังคงสบายดี…”ธงสงครามอันนองเลือดถาม

 

หลังจากที่ถูกฆ่าโดยหวังหยู่ นักรบก็เข้าใจถึงความสามารถในการต่อสู้ของเขา การถูกฆ่าโดยนักต่อสู้นั้นเป็นสิ่งหนึ่งแต่การที่ฆ่าโดยเพียงแค่หมัดเดียวนั้นเป็นสิ่งที่แตกต่างเกินไปที่พวกเขานั้นอายเกินไปที่จะยอมรับมันได้

 

“พวกเรายังคงสบายดี เขาวิ่งหนีไปทันทีเมื่อพวกเราล้อมรอบเขา! บางทีเขาอาจจะกลัวพวกเราก็เป็นได้!”หนึ่งในนักรบหัวเราะ

 

“หื้มมม…”เพียงแค่นักรบรู้สึกพึงพอใจกับคำตอบของเขา ธงสงครามอันนองเลือดก็ขัดขึ้น “ไม่ ฉันคิดว่าเขาไม่ได้หวาดกลัวนายหรอก แต่เขาไม่ต้องการที่จะฆ่านายมากกว่า….”

 

“…”ความเงียบปกคลุมช่องแชทกิลด์พร้อมกับผู้เล่นที่มีความสามารถนับร้อยคน แต่ก็ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียวที่กล้าที่จะยืนต่อหน้านักต่อสู้คนนี้

 

“เกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วทำไมเขาไม่ต้องการที่จะฆ่าพวกนายกันละ?”ความมืดมิดอันนองเลือดถามขึ้น

 

เมื่อเขาฟังสิ่งที่ความมืดมิดอันนองเลือดพูด นักรบก็รู้สึกไม่พอใจมาก “เฮ้ เฮ้ เฮ้ นายพูดเหี้…อะไรเนี่ย? อย่าบอกฉันนะว่านายคิดว่ามันไม่ยุติธรรมที่พวกเราไม่ถูกฆ่าโดยไอ้บัดซบนั่น?”

 

 

“ไอ้เหี้… เขานั้นฆ่าคนไปเท่าไหร่แล้ว?”

 

“อย่างน้อยก็ 50 ….”

 

“โอ้….ถ้าอย่างงั้นระบบก็จะไปล่าเขาและฆ่าเขา…”บางคนพึมพำ

 

ใน {REBIRTH} ชื่อของผู้เล่นจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ถ้าพวกเขานั้นฆ่าคนมากกว่าห้าคน และสำหรับใครบางคนเช่นหวังหยู่นั้น การที่เขาฆ่าคนมากกว่าห้าสิบคนนั้นก็เหมือนเรียกร้องให้ระบบมาฆ่าเขาลง

 

มันไม่สำคัญว่าชายคนนั้นจะโง่เขลาและแข็งแกร่งขนาดไหน การต่อสู้กับระบบและNPC นั้นก็เหมือนร้องขอให้ถูกฆ่า

 

ถึงแม้ว่าข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวดี แต่สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นก็ผิดหวังมากยิ่งขึ้น….นั่นหมายความว่าสมาชิกจำนวนห้าสิบคนนั้นได้ถูกฆ่าโดยหวังหยู่และสูญเสียค่าประสบการณ์ไป

 

“แต่มันก็ไม่เหมือนกับว่ายามของเมืองนั้นเคลื่อนไหวเลยนะ…”สำหรับหัวหน้าของฝ่ายที่มีสติปัญญานั้น ความมืดมิดอันนองเลือดนั้นก็มีความสามารถในการสังเกตและเครือข่ายข้อมูลของเขานั้นก็เหนือกว่าสมาชิกทุกคนที่เหลือ

 

“บางทีเขาอาจจะยังไม่เข้าไปในระยะสายตาก็ได้”ธงสงครามอันนองเลือดตอบกลับ

 

ตั้งแต่ที่เกมนี้นั้นยังไม่ได้เปิดตัวมานาน มันก็ยังไม่เคยมีผู้เล่นชื่อแดงเข้ามาในเมืองเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม มันเป็นที่รู้กันว่าถ้าผู้เล่นชื่อสีแดงเข้ามาในเมือง เขาก็จะถูกไล่ล่าและถูกฆ่าโดยยามของเมืองก่อนที่จะโดนโยนเข้าไปในคุกและก็ถูกปรับให้ระดับลดลง

 

“ถ้าอย่างงั้นพวกเราควรที่จะทำอะไรดี?”นกสวรรค์ถาม

 

“ถ้าพวกเรามีคนจำนวนมากละก็ไอ้บัดซบนั่นก็จะหลบหนี แต่ถ้าพวกเรามีคนจำนวนน้อยเกินไป พวกเราก็จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเราสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือพยายามที่จะล่อเขาเข้าไปในพื้นที่ของยามและพยายามที่จะให้เขาถูกฆ่าโดยการกระทำของเขาเอง”

 

“เหี้…อะไรวะเนี่ย? นายก็รู้ว่าไอ้เหี้…นั่นโหดเหี้ยมขนาดไหน? ดังนั้นใครจะเป็นเหยื่อล่อละ?”

 

“เฮ้ น้องชาย ตั้งแต่ที่นายนั้นเป็นคนที่เป็นเป้าหมายของเขา นายก็จะต้องข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้….”ธงสงครามอันนองเลือดอยู่ในสภาพที่ใจเย็น

 

“พี่ต้องพูดเล่นเป็นแน่ ผมตายมาแล้วสี่ครั้งนะ…”นกสวรรค์พูด

 

“ไม่ต้องกังวลไป พวกเราจะปกป้องนายเอง”ธงสงครามอันนองเลือดมั่นใจ

 

“พวกนายมั่นใจอย่างงั้นเหรอ?”

 

ธงสงครามอันนองเลือดตอบกลับ “นายเป็นน้องชายของฉัน แล้วทำไมฉันจะต้องทำอะไรที่ทำให้นายโดนทำร้ายกันละ? ถึงแม้ว่านายจะไม่สามารถเชื่อใจพวกเราได้ อย่างน้อยนายก็ยังคงเชื่อระบบได้”

 

นกสวรรค์ยิ้มเมื่อเขาได้ยินคำพูดที่มั่นใจของธงสงครามอันนองเลือด สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าระบบจะไม่ยุติธรรมในบางครั้ง มันก็ไม่มีทางที่จะทำให้หวังหยู่นั้นไม่โดนลงโทษ

 

“ก็ได้ ผมจะไป!”นกสวรรค์พูดอย่างตัดสินใจแล้ว

 

หวังหยู่นั้นเลือกที่จะหลบท่ามกลางฝูงคนไม่ใช่เพราะว่าเขานั้นหวาดกลัวพันธมิตรอันนองเลือด แต่เขานั้นกำลังรอนกสวรรค์กลับมาเกิดอยู่แล้วเขาก็จะสามารถฆ่าเขาได้อีกครั้ง

 

หวังหยู่ยังคงหลบซ่อนอยู่ใกล้ๆ และกำลังจ้องไปที่จุดเกิดและรอคอย…

 

ในเวลานั้นเองที่นกสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็โผล่ออกมาจากจุดเกิด เขาก็มองไปที่รอบๆถนนก่อนที่เขาจะรีบวิ่งออกมา

 

ฝูงชนนั้นมารวมตัวกันที่จุดเกิด พวกเขารู้ว่าถ้าพวกเขานั้นตามนกสวรรค์ไป พวกเขาก็จะสามารถเห็นเขาโดนฆ่าอีกครั้งโดยผู้เชี่ยวชาญได้

 

นกสวรรค์นั้นยังไม่ได้หนีไปไกลก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงตะโกนอันดังก้องจากด้านหลังเขา “นายกำลังจะหนีไปไหนวะ ไอ้ระยำ!”นกสวรรค์หันกลับไปและเห็นหวังหยู่นั้นกำลังวิ่งอยู่บนกำแพงและกระโดดมาหาเขา

 

“ช่วยด้วย! ใครสักคนช่วยผมด้วย!!!”นกสวรรค์นั้นร้องเสียงแหลมแล้วเขาก็ใช้ [พุ่งเข้าชน] เข้าหายามของเมือง

 

ฝูงชนนั้นส่ายหัวเมื่อพวกเขามองไปที่การกระทำอันขี้ขลาดของนกสวรรค์แล้วก็รู้สึกอายแทนเขา

 

ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถตายใน {REBIRTH}ได้ ผู้เล่นทุกคนก็มีชีวิตนับไม่ถ้วน การตายนั้นก็หมายถึงว่าพวกเขานั้นสูญเสียค่าประสบการณ์ไป 10% การวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดและตะโกนให้ใครบางคนช่วยเขานั้น ไอ้วายร้ายคนนี้ขี้ขลาดตาขาวมาก! ความขี้ขลาดของเขานั้นยังมากกว่าชื่อเสียงของเขาอีก

 

ถึงแม้ว่ายามของเมืองนั้นมีความแข็งแกร่งที่ไม่สามารถวัดได้ ระบบ AI ของพวกเขานั้นก็ง่ายเกินกว่าที่จะเชื่อได้

 

ยามของเมืองนั้นเมินเฉยกับการเรียกร้องของนกสวรรค์และไม่มองมายังเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องพูดถึงการช่วยเขาเลย

 

เมื่อเห็นยามของเมืองนั้นยังไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ นกสวรรค์นั้นก็เต็มไปด้วยความหม่นหมอง

 

ยามของเมืองนั้นก็ยังคงมองไปทางระยะไกล แม้กระทั่งหวังหยู่นั้นฆ่านกสวรรค์ด้านข้างของเขาและกลายเป็นแสงสีขาว เพียงแค่หลังจากนั้นพวกเขาจึงมีปฏิกิริยาและก็ถามขึ้น “นักรบที่กล้าหาญ ท่านกำลังฆ่าใครบางคน มีเรื่องอะไรที่พวกเราสามารถช่วยท่านไหมครับ?”

 

ฝูงชนมึนงงเมื่อพวกเขาเห็นฉากที่เกิดขึ้นด้านหน้าเขา

 

ผู้เล่นคนนี้นั้นถูกออกแบบมาจากระบบหรืออะไรบางอย่างหรือเปล่า? ไม่เพียงแค่หยุดเขาจากการสังหารใครบางคนบนถนน แต่ยังคงเสนอตัวช่วยเขาอีก? นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเกินไป

 

นกสวรรค์ที่ถูกตีจนตายอีกครั้งโดยหวังหยู่นั้นก็กลับมาเกิดในจุดเกิด เขานั้นฟกช้ำดำเขียวไปแล้วทั้งตัว เขาก็กระโดดขึ้นและลงแล้วก็ตะโกน “ไอ้เย็…แม่! สุภาพบุรุษคนนี้จะรออยู่ตรงนี้นี่แหละ กูขอท้ามึงให้มาฆ่ากูที่นี่ถ้ามึงกล้า!”

 

หวังหยู่จ้องไปที่เขาด้วยการแสดงออกที่มืดมนและเขาก็ถามยามของเมือง “พวกท่านสามารถลากเขามาหาผมได้หรือเปล่าครับ?”

 

“ขอรับ ท่าน!”ยามของเมืองโค้งตัว

 

ยามของเมืองพุ่งไปยังจุดเกิดแล้วก็ลากนกสวรรค์ออกมาอย่างรุนแรง

 

“โอ้ พระเจ้า!!!”

 

นกสวรรค์ถูกลาออกมาจากจุดเกิดก่อนที่เขาจะตามทัน หวังหยู่ก็เดินมาหานกสวรรค์แล้วก็จับไปที่คอเขาแล้วก็ยกเขาขึ้นและก็ตบไปที่เขาหลายครั้งก่อนที่จะเปลี่ยนเขากลายเป็นแสงสีขาวอีกครั้ง

 

นี่เป็นครั้งที่หกแล้วที่นกสวรรค์นั้นเกิดมาที่จุดเกิดในวันเดียวกัน เขานั้นมองไปรอบๆอย่างกระวนกระวายและตระหนักได้ว่ามันไม่มีประโยชน์เลยที่จะต่อต้านหวังหยู่ มีเพียงความตายรอคอยเขาอยู่เท่านั้น

 

เพียงแค่หวังหยู่สั่งการให้ยามเมืองนั้นลากนกสวรรค์ออกมาอีกครั้ง เขาก็เริ่มต้นออกจากเกมก่อนที่ยามจะได้มาลากตัวเขาไป

 

“เหี้…!”

 

ฝูงชนตะโกนเมื่อพวกเขาเห็นนกสวรรค์ออกจากเกม โชว์ที่น่าสนใจเช่นนี้นั้นจบลงแล้ว

 

หวังหยู่เดินไปยังจุดเกิดหลังจากที่นกสวรรค์ออกจากเกมไป เขาเดินเข้าไปหานักรบที่ตามนกสวรรค์มาก่อนหน้านี้และบอกพวกเขาว่า “ไปบอกหัวหน้ากิลด์ของพวกนายซะ ถ้าเขายังไม่พอใจก็มาหาอีกครั้ง ถ้าเขายังคงไม่พอใจอีกละก็ พวกเราก็จะสู้กันจนกระทั่งเขาพอใจ!”

 

“อื้ม…”นักรบรีบพยักหน้ารัวๆ

 

“ติ๊ง!”หวังหยู่ก็กลายเป็นแสงสีขาวและออกจากเกมไป