0 Views

Chapter 30: ไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมหรอก!

เมื่อสมาชิกที่เหลือของกองทัพพริมโรสเห็นฉากนี้พวกเธอนั้นก็ตกใจมาก เพียงเวลาไม่นานช่องแชทกิลด์ก็โกลาหลด้วยความเกรี้ยวกราด

 

“พี่ใหญ่สวรรค์ พี่ยังโอเคอยู่ไหม?”

 

“ฮึ่ม หิมะอันนุ่มนวลนั้นสารเลวมาก! ช่วยเหลือคนอื่นในขณะที่ทิ้งพวกเราไว้! พวกเราไม่สามารถที่จะปล่อยเธอไปได้อย่างง่ายดายแบบนี้!”

 

“ใครคือชายตัวโตนั่นกัน? ทำไมเขาถึงกล้าที่จะวุ่นวายกับกองทัพพริมโรสของพวกเรา?”

 

ทุกคนนั้นพิมพ์ในช่องแชทอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะล้างแค้นให้กับนกสวรรค์เลย

 

“เด็กสาวเหล่านี้ไม่ได้เป็นคนที่โง่เขลา ใครก็ตามที่สามารถฆ่านกสวรรค์ได้อย่างง่ายๆแบบนั้นแน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลยที่จะจัดการกับพวกเธอแบบเดียวกัน

 

เมื่อนกสวรรค์นั้นเกิดขึ้นในจุดเกิด เขาก็กัดฟันอย่างโกรธแค้น ถึงแม้ว่าคนอื่นนั้นจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ตายลง นกสวรรค์นั้นก็รู้อย่างชัดเจนว่าใครนั้นฆ่าเขา

 

เมื่อเปิดบันทึกการต่อสู้แล้ว นกสวรรค์นั้นก็เห็นประโยคสีแดง { ผู้เล่นกระทิงเหล็กได้ทำการโจมตีคุณพร้อมกับเจตนาที่ไม่เป็นมิตร }

 

“กระทิงเหล็ก?” นั้นเป็นที่รู้จักในหมู่สาธารณะว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปในเกมที่โด่งดังพวยพุ่งขึ้นมาในค่ำคืนเดียว…

 

ไม่สำคัญว่าเขานั้นหยิ่งยโสและโอหังมากแค่ไหน กระทิงเหล็กก็ไม่ใช่คนที่เขาสามารถที่จะล้างแค้นได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่ที่เขานั้นไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเขา นกสวรรค์ก็ไม่รู้ว่ามีใครคุ้มกันเบื้องหลังเขา การเสาะหาพื้นหลังของเขานั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นก่อนที่เขาจะเริ่มการแก้แค้น

 

“นกสวรรค์ มีอะไรผิดปกติอย่างงั้นเหรอ?”หลังจากที่เห็นข้อความมากมายในกิลด์แชท หัวหน้ากิลด์ของกองทัพพริมโรส พริมโรสอันนองเลือดก็ทักแชทส่วนตัวไปหานกสวรรค์

 

“ผมถูกฆ่าโดยกระทิงเหล็กเนื่องจากพวกตระกูลสาขาของกลุ่มฟาร์มเงิน!”เขาพูดอย่างโกรธ

 

“กระทิงเหล็ก?”

 

“นายมั่นใจ? เมื่อฉันพบเขา เขานั้นดูเหมือนกับเป็นคนที่ดูน่าคบ…”พริมโรสอันนองเลือดนั้นตอบกลับอย่างตกตะลึง

 

“น่าคบก็เหี้..ละ! รีบไปตรวจสอบพื้นหลังเขาซะ! ตั้งแต่ที่ไอ้เหี้.นี่แม่งกล้าที่จะฆ่าฉัน เขาก็สามารถที่จะลืมเกมนี้อีกต่อไปเลย!”

 

เมื่อฟังคำพูดนี้แล้วพริมโรสอันนองเลือดก็สามารถทำได้เพียงกัดฟันและส่งข้อความให้กับหวังหยู่

 

“เทพเจ้ากระทิงเหล็ก คุณสร้างปัญหาอีกแล้ว!”

 

หวังหยู่นั้นไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลยเมื่อเขาได้รับข้อความจากพริมโรสอันนองเลือดเขาก็รู้ว่าพริมโรสอันนองเลือดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพพริมโรส ตั้งแต่ที่หวังหยู่นั้นโจมตีหนึ่งในผู้นำ “ที่น่านับถือ”และแม้กระทั่งฆ่าเขาด้วย มันก็เป็นเรื่องที่ประหลาดถ้าเขาไม่ได้รับการติดต่อมาจากเธอ

 

“ไอ้เด็กบัดซบนั่นสมควรที่ได้รับบทเรียน! คนของพวกเธอนั้นพยายามที่จะฆ่าผม ตั้งแต่ที่ผมฆ่าเขาไปอย่างงั้นเหรอ?”หวังหยู่พูดอย่างไม่มีความสุข

 

“นกสวรรค์นั้นสมควรได้รับบทเรียนจริงๆ….แต่เขานั้นแข็งแกร่งเกินไป… แม้กระทั่งฉันก็ควบคุมเขาไม่ได้! ตั้งแต่ที่นายฆ่าเขาไปแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับฉันที่จะจัดการปัญหานี้….”พริมโรสอันนองเลือดตอบกลับอย่างกังวล

 

พริมโรสอันนองเลือดนั้นพูดความจริง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้นำกิลด์ เพียงแค่ดูชื่อคำว่าอันนองเลือดด้านหน้าชื่อของเธอนั้นพวกเขาก็จะรู้แล้วว่ากิลด์นี้นั้นเป็นกิลด์ย่อยของพันธมิตรอันนองเลือด

 

กิลด์ย่อยนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใหม่จากโลกของเกม สำหรับกิลด์ใหญ่จำนวนมากนั้นจะส่งสมาชิกของพวกเขานั้นจัดตั้งกิลด์ใหม่ขึ้นและรับสมัครสมาชิกให้มากขึ้นเมื่อกิลด์หลักนั้นมีจำนวนคนที่เต็มแล้ว

 

กองทัพพริมโรสนั้นก็เป็นแบบนี้เช่นกัน มันพิเศษเพียงแค่ สมาชิกทั้งหมดนั้นเป็นผู้หญิงนอกจากนกสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ในตอนสุดท้ายแล้ว กองทัพพริมโรสนั้นก็ไม่ถูกพิจารณานั้นถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของนกสวรรค์

 

“มันเป็นเรื่องยากที่เธอจะจัดการมัน ถ้าอย่างงั้นก็อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ให้ใครบางคนที่ใหญ่เพียงพอและมาจัดการปัญหานี้กับผมแทนซะ!”หวังหยู่ตอบกลับอย่างตรงๆ

 

เมื่อเห็นหวังหยู่นั้นยังคงแข็งกร้าวแล้วพริมโรสอันนองเลือดก็พูดไม่ออก

 

หวังหยู่นั้นให้ของขวัญแก่กลุ่มพวกเธอ ดังนั้นเธอก็มีความรู้สึกที่ดีต่อเขา และพยายามที่จะจัดการแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างสงบสุดที่สุด อย่างไรก็ตาม ทัศนคติของหวังหยู่ต่อเธอและปัญหานี้นั้นมันน่ารังเกียจ มันจึงทำให้พริมโรสอันนองเลือดอารมณ์เสียขึ้น

 

แม้กระทั่งว่ามันจะเป็นเพียงแค่ชื่อที่มีอยู่ในกิลด์ก็ตาม นกสวรรค์ก็ยังเป็นคนของเธอ ถ้ามีใครบางคนได้ฆ่าเขา เธอก็จะพากองทัพของเธอนั้นไปล้างแค้นในทันที อย่างไรก็ตาม นักฆ่าในครั้งนี้นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับท็อปของกระดานจัดอันดับ! ตั้งแต่ที่ปัญหานี้ไม่สามารถที่จะจัดการแก้ไขกันได้แบบส่วนตัวแล้ว ถ้าอย่างงั้นเธอก็จะทำได้เพียงรายงานเรื่องนี้แก่คนที่อยู่อันดับสูงกว่าเธอเท่านั้น

 

เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพริมโรสอันนองเลือดนั้นก็สามารถที่จะบอกเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้กับธงสงครามอันนองเลือดเท่านั้น

 

“ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปนั้นทรงพลังอย่างแท้จริง แต่เขานั้นเกี่ยวข้องกับกิลด์ไหนอยู่หรือเปล่า?”หลังจากรู้สถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ธงสงครามอันนองเลือดก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบื่อๆเพียงเท่านั้น

 

“ถ้าฉันจำไม่ผิดเขาเป็นสมาชิกของนิกายซวนเฉิน!”พริมโรสอันนองเลือดรายงาน

 

“นิกายซวนเฉิน?”ธงสงครามอันนองเลือดขมวดคิ้ว   “กลุ่มคนพวกนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะจัดการด้วย….. อย่างไรก็ตามถ้าพวกเขาไม่สนใจคนอื่นในสายตาเลย ถ้าอย่างงั้นละก็มันถึงเวลาที่จะต้องสอนบทเรียนพวกเขาแล้ว!”

 

“แต่คนที่ถูกเรียกว่ากระทิงเหล็กสามารถที่จะถูกพิจารณาได้ว่ามีความสัมพันธ์กับฉัน สกิลที่หาไม่ได้ทั่วไปสองเล่มนั้นก็เป็นของขวัญที่ให้มาจากเขา”พริมโรสอันนองเลือดพูด

 

หลังจากเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง ธงสงครามก็พูด “ถ้าอย่างงี้เอาแบบนี้แทน เธอไปจัดการนัดหมายกับเขาและฉันจะพานกสวรรค์ไปด้วย ถ้าเขาขอโทษและทัศนคติของเขาเหมาะสม ถ้าอย่างงั้นละก็เรื่องนี้ก็จะจบลง อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาตั้งใจที่จะเลือกเส้นทางที่ยากละก็ ถ้าอย่างงั้นฉันก็สนใจว่าความทรงพลังของผู้เล่นอันดับ1นั้นเป็นยังไง!”

 

“ค่ะ หัวหน้า!”

 

เมื่อปิดแชทแล้วพริมโรสอันนองเลือดก็ส่งข้อความให้กับหวังหยู่อีกครั้ง “เทพเจ้ากระทิงเหล็กคุณยังอยู่ไหม?”

 

“เธอพบใครบางคนที่ใหญ่พอที่จะจัดการเรื่องนี้แล้วอย่างงั้นเหรอ?”หวังหยู่ถาม

 

“ใช่ หัวหน้าของพวกเราต้องการที่จะพบคุณในร้านอาหารเมืองรัตติกาล”พริมโรสอันนองเลือดพูด

 

“โอเค”หวังหยู่ตอบสั้นๆและก็ออกแชท

 

สำหรับหวังหยู่แล้ว เรื่องนี้มันไม่ได้ใหญ่อะไรเลย เขาเพียงแค่ฆ่าชายคนเดียวลงซะ! กิลด์นี้นั้นทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ

 

ถ้าคนอื่นจากนิกายซวนเฉินไม่ส่งข้อความว่าพวกเขานั้นกำลังดื่มกันในร้านอาหารอยู่ หวังหยู่ก็จะไม่ไปพบกับธงสงครามอันนองเลือดจริงๆ เขาสามารถที่จะใช้เวลาของเขาไปฆ่าบอสแทนได้

 

“พี่ชายหยู่ เกิดอะไรขึ้น? หัวหน้ากิลด์ของพวกเราสร้างปัญหากับพี่อย่างงั้นเหรอ?”เมื่อเห็นหวังหยู่นั้นยืนเฉยๆ หลี่ซัวและที่เหลือก็รู้ว่าเขานั้นส่งข้อความคุยกับใครบางคน

 

“ถ้าหัวหน้ากิลด์นั้นสร้างปัญหากับคุณเจ้าของบ้านเพราะว่าไอ้ขยะนั่นละก็ ถ้าอย่างงั้นฉันก็จะไม่อยู่ในกิลด์ที่ไร้ค่าแบบนี้อีกต่อไป!”แมรี่หงุดหงิด

 

“ใช่เลย!   ฉันด้วย!”เซี่ยวหยี่และเมิ่งเมิ่งก็ตกลงด้วย   “กลุ่มฟาร์มเงินของพวกเรานั้นไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของกิลด์นี้อยู่แล้ว พวกเราสามาราถที่จะเอาชีวิตรอดจากที่ไหนก็ตามที่พวกเราไปได้! พวกเราไม่จำเป็นที่จะต้องอดทนอยู่ภายใต้กิลด์ที่หยาบคายแบบนี้!”

 

“ใช่เลย! พูดได้ดีมาก!”หลี่ซัวพยักหน้า

 

“อย่าไปกังวลกับมันมากเลย! หัวหน้าของเธอนั้นชวนฉันไปดื่ม มันไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายเลย”หวังหยู่หัวเราะอย่างสบายๆ

 

“พวกเราจะไปด้วย!”แมรี่พูดอย่างไม่ง่ายเลย

 

เมื่อเห็นว่าพวกเธอนั้นยังคงสงสัยกับเรื่องนี้อยู่หวังหยู่ก็พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้

 

ในพื้นที่นี้นั้นเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับ 15 ความแข็งแกร่งของสี่สาวนั้นมีขีดจำกัด ตั้งแต่ที่พวกเขาต้องการที่จะออกไป พวกเธอก็เพียงแค่วิ่งหนีโดยไม่ต้องสู้

 

หลังจากที่ออกมาจากป่าพงไพรแห่งความลับแล้ว ทั้งห้าคนก็พุ่งไปยังร้านอาหารเมืองรัตติกาล

 

ด้านในร้านอาหารนั้นล้อมรอบไปด้วยฝูงคนพร้อมกับแฝงไว้ด้วยเจตนาฆ่า พวกเขานั้นสวมตราสีแดงเลือดเหมือนกันและพวกเขาก็มาจากกิลด์เดียวกันอย่างชัดเจน

 

“รอฉันด้านนอก ฉันจะไปคนเดียว!”หวังหยู่พูดกับเด็กสาว หลังจากที่เขาเห็นบรรยากาศด้านนอกร้านอาหาร

 

“พี่จะไม่เป็นไรใช่ไหม?”ทั้งสี่ถาม

 

“จะมีอะไรให้กลัวกันละ? มันก็เป็นเพียงแค่เกมอยู่ดี ดังนั้นมันก็เป็นแค่ประสบการณ์ใหม่ๆเท่านั้น!”หวังหยู่หัวเราะ

 

“แต่….”

แมรี่ต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลี่ซัวก็หยุดเธอและพูด “ถ้าอย่างงั้นพวกเราจะรอพี่ด้านนอก พวกเราไม่ต้องการที่จะกลายเป็นตัวถ่วงต่อพี่ชายหยู่”

 

“ใช่ แน่นอน!”ทั้งสามคนก็พยักหน้าพร้อมกัน

 

หลังจากที่ให้คำแนะนำกับพวกเธอแล้ว หวังหยู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารเพียงตัวคนเดียว

 

ร้านอาหารนี้มันไม่ได้ใหญ่และมีเพียงห้องโถงขนาดใหญ่เพียงห้องเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากพันธมิตรอันนองเลือดที่ปิดกั้นด้านนอกนั้นทำให้มีโต๊ะว่างเพียงแค่สองโต๊ะ

 

ผู้คนที่เป็นที่ดึงดูดสายตานั้นก็คือสมาชิกของนิกายซวนเฉิน

 

แม้กระทั่งพันธมิตรอันนองเลือดมีคนปิดกั้นจำนวนมากด้านนอกร้านอาหารนั้น มันไม่มีใครเลยที่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาก็ยังคงนั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารอย่างเมินเฉย

 

เมื่อพวกเขาเห็นหวังหยู่เข้ามาด้านใน พวกเขาก็เรียกเขาในทันที “พี่ชายกระทิง ในที่สุดพี่ก็มาถึงแล้ว! พวกเรารอพี่มานานมากแล้วนะ!”

 

“ถ้าอย่างงั้นก็รอไปอีกสักครู่หนึ่ง ผมยังจัดการปัญหาไม่เสร็จเลย”หวังหยู่หัวเราะ

 

เมื่อเขาพูดขึ้น หวังหยู่ก็เดินไปอีกโต๊ะหนึ่งอย่างสบายๆ

 

เมื่อพวกเขาเห็นว่าเขาเดินไปยังโต๊ะของพันธมิตรอันนองเลือดพวกเขาก็เริ่มต้นพูดคุยกันในแชทกิลด์ในทันที “ไม่ใช่ว่ากระทิงเหล็กนั้นกำลังจะต่อสู้กับพันธมิตรอันนองเลือดอย่างงั้นเหรอ?”

 

“เมื่อมองสถานการณ์นี้แล้วฉันก็คิดเหมือนกัน… @กระทิงเหล็ก บอกพวกเราทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”ไร้ความกลัวพูด

 

“ผมฆ่านกสวรรค์ไป”หวังหยู่ตอบกลับด้วยความจริง

 

“ฮ่าๆ! สมกับเป็นกระทิงเหล็ก! นายกล้าที่จะฆ่าแม้กระทั่งน้องชายของธงสงคราม!”พวกเขานั้นอ้าปากด้วยความตื่นเต้น

 

“นักบวชที่น่าสงสารเช่นนี้นั้นมีหมอกมืดมากมายล้อมรอบตัวธงสงครามอันนองเลือดในตอนนี้ ฉันกลัวว่าเขาจะตายลงไปในไม่ช้า….”รัศมีฤดูใบไม้ผลิบ่นพึมพำและเขาก็ส่ายหัว

 

“ชายที่น่าสงสาร….”ความทระนงตัวพูดความเห็นใจ

 

เมื่อพวกเขานั้นยังคงพูดคุยกัน หวังหยู่ก็เดินไปถึงอีกโต๊ะแล้ว

 

บนโต๊ะนั้นก็มีใบหน้าที่คุ้นเคย หนึ่งในนั้นก็คือผู้นำของกองทัพพริมโรส และอีกคนก็คือนกสวรรค์ และที่เหลือก็เป็นคนที่หวังหยู่นั้นไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างไรก็ตาม ตามที่พริมโรสอันนองเลือดนั้นแสดงท่าทางต่อหน้าพวกเขาแล้ว พวกเขาก็คงเป็นพวกคนที่มีตำแหน่งมากกว่าเธอแน่ๆ

 

“เทพเจ้ากระทิงเหล็ก ในที่สุดคุณก็มาถึงแล้ว”ตั้งแต่ที่หวังหยู่นั้นเดินเข้ามาในร้านอาหาร คนของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นก็จ้องมาที่เขาและสมาชิกของนิกายซวนเฉิน

 

“นี่คือผู้เชี่ยวชาญอันดับ1 เทพเจ้ากระทิงเหล็กสินะ!!”เมื่อเห็นหวังหยู่เดินมายังโต๊ะพวกเขา พริมโรสอันนองเลือดก็รีบยืนขึ้นและแนะนำเขา

 

ด้านข้างนกสวรรค์นั้น ผู้เล่นที่เหลือบนโต๊ะก็มองไปที่หวังหยู่ และพูดด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตร “เป็นเกียรติมาก”

 

เมื่อเห็นการแสดงออกของพวกเขาแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่เด่นชัดว่าพวกเขานั้นไม่ได้สนใจนักต่อสู้ในสายตาพวกเขาเลย

 

พริมโรสอันนองเลือดนั้นชี้ไปที่ชายอีกคนหนึ่งและพูด “นี่คือผู้นำของพวกเรา ธงสงครามอันนองเลือด”

 

ชายคนนี้ดูเหมือนอายุสามสิบปีและใบหน้าของเขานั้นมีความคล้ายคลึงกับนกสวรรค์ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดก็คือมีรอยแผลเป็นบนหน้าผากของเขา

 

“หืม”หวังหยู่ทำเสียงฮึดฮัด การนับถือนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำต่อผู้คนบางคน ตั้งแต่ที่คนพวกนี้นั้นไม่ได้แสดงมารยาทต่อเขา แล้วทำไมเขาจะต้องมีมารยาทกลับด้วยละ

 

หวังหยู่ก็ใช้เท้าดึงเก้าอี้มาหาเขาแล้วเขาก็นั่งลงแบบสบายๆ เหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่รอบๆตัวเขาเลย

 

การกระทำของหวังหยู่นั้นทำให้ใบหน้าของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นเปลี่ยนกลายเป็นน่าเกลียด

 

ใครบางคนที่นั่งด้านข้างของธงสงครามอันนองเลือดทุบโต๊ะอย่างรุนแรงและตะโกน “มึงเป็นใครกันไอเหี้… มึงคิดว่ามึงเป็นใคร? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกเราบอกว่าให้มึงนั่งลงได้?”

 

หวังหยู่ก็เลิกคิ้วขึ้นและตอบอย่างสบายๆ “ถ้านายต้องการที่จะพูดอะไรละก็ พูดมันอย่างตรงๆ แล้วดูสิ นายทำขวดเหล้าแตก!”

 

“ไอ้เย็..แม่….”เพียงแค่ชายคนนี้จะระเบิดความโกรธอีกครั้ง ธงสงครามอันนองเลือดก็รีบหยุดเขาในทันทีและพูด “อสุรา นายจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ของนาย นายไม่เห็นเหรอว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้ไม่เห็นนายอยู่ในสายตา?”

 

เมื่อเขาพูดนั้น คำพูดของธงสงครามอันนองเลือดนั้นก็เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและชั่วร้าย

 

หวังหยู่ก็พยักหน้าอย่างง่ายๆและพูด “นั่นมันถูกแล้ว ผมไม่ได้เห็นผู้คนระดับนี้อยู่ในสายตาของผมหรอก”

 

ธงสงครามอันนองเลือดมึนงงไปชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะพูด “สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปจริง! วิสัยทัศน์ของนายนั้นไม่เหมือนพวกเราที่เป็นคนธรรมดาเลย!”

 

“ใช่เลย ผมรู้อยู่แล้ว!”หวังหยู่แสยะยิ้มแล้วเขาก็หยิบไหเหล้าและเทลงแก้วของเขา

 

“แม้ว่านายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปแล้วนายก็จำเป็นต้องทำบางอย่างอย่างมีเหตุผล”ธงสงครามอันนองเลือดเมินเฉยกับการกระทำของหวังหยู่และเขาก็พูดต่อ

 

“แน่นอน! มันเป็นเรื่องธรรมชาติ”

 

“ถ้าอย่างงั้นละก็สำหรับปัญหาที่เกี่ยวกับน้องชายของฉันแล้ว ทำไมเทพเจ้ากระทิงเหล็กไม่อธิบายกับพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

 

หวังหยู่ก็ยกแก้วขึ้นมาอย่างช้าๆและดื่มมันลงไปและพูด “โอ้วววววว เรื่องนี้นี่เอง ฮึ! การอบรมสั่งสอนวัยรุ่นนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ! ไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณผมหรอก!”