0 Views

เมื่อเขาหันกลับไป หวังหยู่ก็เห็นคนที่ตะโกนนั้นเป็นผู้หญิงที่สวยงามพร้อมกันกับท่าทางที่ดูอ่อนแอ เธอนั้นสวมเสื้อกันหนาวสีขาวบริสุทธิ์และรองเท้าคู่ขาว ผู้หญิงคนนี้วิ่งมาในทิศทางของเขาซึ่งมันทำให้ผมของเธอนั้นปลิวสยายไปจากแรงลม

 

เมื่อเห็นทิศทางที่เด็กผู้หญิงคนนี้ชี้ หวังหยู่ก็เห็นไอ้อันธพาลที่ชนเขาเมื่อกี้นี้ ชายคนนี้นั้นหันกลับมามองด้านหลังในขณะที่เขาก็วิ่งไปด้วย

 

หวังหยู่ก็รีบลุกขึ้นยืนและพุ่งไปด้านหน้าของชายหนุ่ม และใช้ร่างกายอันใหญ่โตของเขาปิดกั้นเส้นทางของชายตัวเตี้ยคนนี้

 

ชายคนนี้หลบสายตาของเขา ผมที่ยุ่งเหยิงและมีกระเป๋าเงินของผู้หญิงในมือของเขา ในช่วงเวลาที่เขาเห็นใครบางคนที่ปิดกั้นเส้นทางของเขา เขาก็รีบหยิบมีดออกมาเอวของเขาในทันที

 

“ถ้ามึงไม่ต้องการที่จะตาย หลบไปซะไอ้สัส! นี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของมึง!”

 

หวังหยู่นั้นก็จ้องไปที่ชายคนนี้ต่ออย่างง่ายๆโดยไม่มีท่าทางที่จะหลบทางเลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อเห็นผู้หญิงที่อ่อนวัยนั้นใกล้ที่จะจับเขาได้แล้ว ชายคนนี้ก็เริ่มหวาดกลัวและยกมีดของเขาขึ้นเพื่อที่จะฟันหวังหยู่

 

พร้อมกันนั้นหวังหยู่ก็ขมวดคิ้วและทันใดนั้นเขาก็จับไปที่เอวของชายหนุ่มอย่างฉับพลันก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร หลังจากนั้นเขาก็โยนชายคนนี้ล้มลงกระแทกเข้ากันกับพื้น เขายกขาของเขาขึ้นและหวังหยู่ก็เตะมีดออกไปจากมือของชายคนนี้และหลังจากนั้นเหยียบไปที่ด้านหลังหัวของเขา

 

ช่วงเวลาที่เกิดนั้นมันน้อยกว่าสามวินาทีซะอีก ชายคนนี้ก็สูญเสียความสามารถในการต่อต้านแล้ว

 

ในเวลานั้นเอง หญิงสาวที่อ่อนวัยก็มาถึงโดยที่ยังหายใจไม่ทันอยู่ เธอนั้นรีบหยิบกระเป๋าเงินของเธอและเธอก็พูดอย่างขอบคุณแก่เขา “พี่ชาย ขอบคุณพี่มากเลยๆ! พี่สามารถที่จะบอกชื่อแก่หนูได้ไหม?”

 

หวังหยู่มองไปที่เธอและพยักหน้าเบาๆ หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไปที่เจ้าของร้านค้าและตะโกน “เรียกตำรวจ!”

 

“ผม….ผม..ผมเข้าใจ….”

 

เจ้าของร้านก็ตื่นตระหนกทันทีกับสิ่งที่เขาเห็น เมื่อฟังคำสั่งของหวังหยู่เขาก็พยักหน้าอย่างเร่งรีบในขณะที่พยายามที่จะหยิบมือถือของเขาออกมาอย่างตะกุกตะกักเพื่อที่จะเรียกตำรวจ

 

ด้านข้างของเขาก็คือหญิงสาวที่หยิบเงินออกมาบางส่วน หลังจากที่นับมันออกมาคร่าวๆแล้ว เธอก็ยื่นออกมาให้แก่หวังหยู่และพูด “พี่ชาย ถ้ามันไม่ใช่เพราะพี่แล้ว วันนี้ฉันจะใช้มันซื้ออุปกรณ์ซึ่งมันก็คงหายไปหมดแล้ว ฉันไม่ได้มีเงินมากซักเท่าไหร่แต่ก็ได้โปรดตกลงรับเงินนี้เพื่อเป็นการขอบคุณเถอะค่ะ….”

 

“…”หวังหยู่มองไปที่เด็กผู้หญิงอย่างเงียบๆ ก่อนที่เขาจะวิ่งหนีจากไป ซึ่งเขาพึ่งที่จะคิดถึงอะไรบางอย่างออก แล้วเขาก็ทิ้งเจ้าของร้านที่มีท่าทางอึกอักไว้และหญิงสาวที่มึนงงอย่างมาก

 

หลังจากที่ออกมาจากร้านน้ำดื่ม หวังหยู่ก็เริ่มที่จะวิ่งกลับไปยังบ้านในทันที ประโยคสนทนากับหญิงสาวเมื่อตะกิ้นี้นั้นเตือนให้เขานั้นต้องรีบไปเก็บผ้าห่มก่อนเที่ยง………

 

เมื่อวิ่งตลอดทางกลับบ้านมันก็ใช้เวลามากกว่าสามชั่วโมงนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าเขานั้นออกไปโดยที่ไม่ได้มีผลกระทบกันกับงานที่มู่จี่เซียนสั่งให้เขาทำนั้นก็ทำให้หวังหยู่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หลังจากที่เก็บผ้าห่มเข้ามา หลังจากนั้นเขาก็กลับไปต่อยเสาอีกครั้ง “ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงการต่อยเป็นจังหวะนั้นดังสะท้อนไปทั่วอพาร์ทเมนต์ที่ว่างเปล่านี้

 

ประมาณ4โมงนั้น ก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นออกมาจากห้องนั่งเล่น ผู้เช่านั้นกำลังจะมาดูบ้านของเขา! หวังหยู่นั้นก็รีบหยุดการฝึกซ้อมและรีบไปหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาเช็ดเหงื่อก่อนที่จะเดินมายังห้องนั่งเล่น

 

คนแรกที่เข้ามาในบ้านก็คือมู่จี่เซียนที่กำลังถือถุงกับข้าวใบใหญ่ “เข้ามาก่อน เข้ามา บ้านของฉันค่อนข้างที่จะใหญ่ ฉันอยู่ที่นี่กับสามีของฉันแค่สองคน ดังนั้นเราเลยจะปล่อยเช่าห้องนอนอีกสองห้องที่เหลือออกไป…”เธอพูดกับผู้คนด้านหลังเธอเมื่อเธอวางสิ่งของลงจากมือของเธอลงไปที่โต๊ะ

 

“อะไรนะ? ผู้ชาย? พวกเราเป็นเด็กผู้หญิงกันทั้งหมดนั่นจะไม่เป็นปัญหาอย่างงั้นเหรอ?”เสียงที่คุ้นเคยอย่างมากถามขึ้นมา ผู้หญิงอันอ่อนเยาว์ที่สวมเสื้อกันหนาวสีขาวก็เข้ามาในบ้าน

 

“ไม่ ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ สามีของฉันเป็นคนที่ว่านอนสอนง่ายและปกติแล้วเขาก็แทบจะไม่ได้ออกไปจากบ้านเลย”เมื่อเธอเห็นหวังหยู่เดินออกมา มู่จี่เซียนก็หัวเราะคิกคักออกมาและชี้ไปที่เขาและพูด “คนนี้คือสามีของฉัน! ไม่ต้องกังวลไป ฉันสามารถที่จะการันตีได้เลยว่ามันไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆกับนิสัยของเขา!”

 

“เอ่อ…. ยินดีที่ได้รู้จักนะ!”หวังหยู่ทักทายไปแบบอึดอัดๆกับเด็กสาว

 

ในตอนนี้หวังหยู่นั้นสวมแค่กางเกงขาสั้นสีดำเพียงตัวเดียวและร่างกายของเขานั้นก็เปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจน แผ่นหลังอันกว้างใหญ่และกล้ามเนื้อที่หนาของเขานั้นสามารถที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้แล้วเขาก็มีคางเหลี่ยมที่แข็งแกร่ง คิ้วที่คมและดวงตาสุกสกาวที่ทำให้เขานั้นเขานั้นดูเป็นผู้ชายที่สง่างามอย่างไม่น่าเชื่อและไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้!

 

เมื่อเห็นเด็กสาวจ้องไปที่ทิศทางของมู่จี่ซียนชี้ไป เธอก็สบตาเข้ากันกับหวังหยู่ซี่งทำให้เธอนั้นมึนงงไปชั่วขณะ ไม่ใช่ว่าชายคนนี้ที่เธอพึ่งจะเจอในตลาดอย่างงั้นเหรอ? บางทีมันอาจจะเป็นโชคชะตาที่ชายคนนี้พึ่งจะช่วยเธอมานั้นเป็นเจ้าของของห้องที่เธอที่จะเช่า

 

เมื่อสังเกตเห็นเด็กสาวจ้องมาที่เขาก็ทำให้หวังหยู่นั้นตระหนักขึ้นมาได้ว่าเขาสวมเสื้อผ้าอะไรอยู่และทำให้ใบหน้าของเขานั้นแดงขึ้นในฉับพลัน เขารีบเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่และปิดประตูด้านหลังของเขา

 

เมื่อเด็กสาวนั้นฟื้นคืนสติได้เธอก็หัวเราะอย่างอึดอัดและพูด “ตำแหน่งของอพาร์ทเมนต์นี้ไม่แย่เลย ฉันต้องการที่จะเช่ามัน!”เมื่อเธอพูดจบ เด็กสาวก็กระเป๋าของเธอออกมาและหยิบกองเงินออกมา “นี่คือค่าเช่าหนึ่งปีค่ะ!”

 

“หนึ่ง…หนึ่งปี?!”เมื่อเธอหยิบเงินออกมา มู่จี่เซียนก็รู้สึกถึงความไม่น่าเชื่อ การต่อรองในตอนแรกนั้นเป็นเพียงแค่ครึ่งปี และไม่ใช่ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้พึ่งจะพูดว่าผู้ชายอยู่ในบ้านนั้นจะไม่ค่อยสะดวกสบายไม่ใช่เหรอ?

 

“ใช่! และถ้าสตูดิโของเรานั้นทำงานได้ดี พวกเราอาจจะขอขยายเวลาเช่าเพิ่มไปอีกหนึ่งปี! ราคานั้นก็สามารถที่จะตกลงกันได้ค่ะ!”เด็กสาวพยักหน้า

 

มันเป็นเรื่องยากที่จะปกปิดความตื่นเต้นของมู่จี่เซียน และพูดขึ้น “เยี่ยมเลย ในตอนนี้พวกเรามาเซ็นสัญญากันเถอะ!” หลังจากที่เซ็นสัญญาเสร็จ เด็กสาวก็รีบออกไปจากบ้าน

 

หลังจากที่เด็กสาวออกไปจขากบ้าน หวังหยู่ก็ออกมาจากห้องเพื่อที่จะช่วยภรรยาของเขาเก็บกับข้าวเข้าไปในตู้เย็น และอดที่จะถามขึ้นไม่ได้ “ที่รัก งานของเด็กสาวคนนั้นคืออะไรหรอ?”

 

“ฉันคิดว่าเธอนั้นอยู่ในสตูดิโอเกม!”มู่จี่เซียนตอบกลับ

 

“ค่ายเกม? มันคืออะไร?”หวังหยู่ถามอย่างสงสัย ตั้งแต่เขายังเด็ก หวังหยู่นั้นก็เหมือนกันกับเป็นเพชรในตระกูลของเขา ด้วยเหตุนี้นี่เองเขาจึงไม่เคยที่จะก้าวอออกมาจากบ้านและแทบจะไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกเลย ซึ่งมันทำให้เขานั้นไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสตูดิโอเกมมาก่อน

 

“มันคือการเล่นเกมและได้รับเงินยังไงละ!”มู่จี่เซียนตอบกลับมาในทันที เมื่อเธอเป็นพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าในบริษัทเกมแล้ว เธอก็ไม่แปลกประหลาดใจกับสิ่งที่เรียกว่าสตูดิโอเกม

 

“โอ้….”หวังหยู่ตอบกลับไปอย่างคลุมเครือ เธอสามารถที่จะเล่นเกมจนใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างงั้นเหรอ? เรื่องแบบนี้มันเหมือนกับเป็นแค่นิทานสำหรับเขาเลย

 

หลังจากที่ทำความสะอาดห้องนอน หมู่จี่เซียนก็มองไปที่หวังหยู่และพูด “ฉันกำลังจะไปทำงานที่ร้านอาหารแล้ว เด็กผู้หญิงคนนี้จะมาที่นี่ในไม่ช้าและคุณจะต้องช่วยพวกเขานะ โอเคไหม? อย่ามัวแต่ยืนและดูเฉยๆละ!”

 

“ผมรู้หน่า! ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผมหรอก!”

 

“ผมไม่ได้เป็นคนโง่ แม้ว่าผมจะรู้แค่บางส่วนในโลกนี้ก็เถอะ…”หวังหยู่คิด

 

ช่วงเวลาเย็นๆนั้นเด็กสาวที่สวมเสื้อกันหนาวสีขาวก็กลับมาพร้อมกันกับเด็กผู้หญิงอีกสามคนที่มาพร้อมกันกับกระเป๋าเดินทาง เด็กผู้หญิงที่เหลืออีกสามคนนั้นสวยเป็นพิเศษและไม่ได้พ่ายแพ้กับเด็กผู้หญิงที่สวมเสื้อกันหนาวสีขาวเลย เมื่อพวกเธอเห็นหวังหยู่ พวกเธอก็รีบที่จะทักทายเขาเลย “สวัสดีค่ะ คุณเจ้าของบ้าน!”

 

“เอ่อ…. สวัสดีครับ…..”หวังหยู่เริ่มที่จะเขินอายอีกครั้งหนึ่ง “มีสิ่งใดที่ผมสามารถช่วยพวกคุณได้บ้างไหมครับ?”
“ไม่ ไม่เลยค่ะ พวกเราไม่ได้เอากระเป๋าเดินทางมามากซักเท่าไหร่ พวกเราไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างปัญหาให้แก่พี่หยู่”เด็กสาวที่สวมเสื้อกันหนาวสีขาวตอบกลับมา

 

“โอ้ โอเค” หวังหยู่ก็รีบตอบกลับและรีบกลับไปยังห้องของเขาในทันที

 

เมื่อเห็นหวังหยู่ดูซุ่มซ่ามและมีท่าทางที่อึดอัด ผู้หญิงอีกสามคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะคิกคักออกมา “พี่ใหญ่ นี่พี่จริงจังใช่มะ? ชายที่แข็งแกร่งและกล้าหาญที่พี่พูดถึงคนนี้นี่นะ?? ฮ่าๆๆๆ”

 

“ฉันหมายถึงว่าเขานั้นดูยิ่งใหญ่ แต่ทำไมเขาจึงดูประหลาดแบบนี้ละ?”

 

“ใช่เลย! พี่เห็นไหมว่าแค่เขาเห็นพวกเราเขาก็เขินแล้ว? ฮ่าๆๆๆๆ”

 

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว! รีบเข้าไปจัดของได้แล้ว พวกเราจะต้องเริ่มงานพรุ่งนี้แล้ว!”

 

เพียงเวลาไม่นานหลังจากที่เด็กสาวจัดของเสร็จ หวังหยู่ก็ได้ยินเสียงเคาะเบาๆที่ประตู เขาก็เดินไปเปิดประตูและเห็นเด็กสาวที่ใส่เสื้อกันหนาวสีขาวยืนรอเขาอยู่ด้านนอก

 

“มีอะไรที่ผิดปกติอย่างงั้นเหรอ?”เขาถามขึ้น

 

“พี่ชายหยู่ หนู่ยังไม่ได้จ่ายให้ที่พี่ช่วยหนูในตอนกลางวันเลย ตั้งแต่ที่เรามีชะตาที่ต้องพบกัน ทำไมไม่ให้หนูเลี้ยงข้าวพี่ละ?”เด็กสาวที่ใส่เสื้อกันหนาวสีขาวตอบกลับ

 

“มันไม่จำเป็นอะไรเลย มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย! นอกจากนี้แล้ว ฉันก็ไม่ชอบการที่จะออกไปจากบ้านซักเท่าไหร่” หวังหยู่หัวเราะเบาๆ เพียงแค่เขาพูดนั้น ท้องของหวังหยู่ก็เริ่มที่จะร้องออกมา มันเป็นเวลาค่อนข้างเย็นแล้ว แต่ตั้งแต่มู่จี่เซียนนั้นทำงานที่ร้านอาหาร และหวังหยู่ก็ไม่รู้วิธีทำอาหาร เขาก็ทำได้แค่อดทนหิวไปเป็นชั่วโมงแล้ว

 

เด็กสาวที่ใส่เสื้อกันหนาวสีขาวก็หัวเราะคิกคักออกมาเบาๆและพูด “พี่ชายหยู่ ตั้งแต่ที่พวกเราอยู่ใต้เพดานเดียวกัน พวกเราสามารถที่จะพิจารณาได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว พี่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีพิธีรีตองอะไรแบบนั้นหรอก ตั้งแต่ที่ภรรยาของพี่ไม่อยู่ในบ้านในตอนนี้ละก็ แปลว่าพี่นั้นกำลังหิวอยู่แน่ๆ พวกเราจะสั่งอาหารมา และพี่ควรที่จะมานั่งกินกับพวกเรา มันสะดวกสบายมากจริงๆนะ!”

 

“นี่มัน….”หวังหยู่ลังเล

 

“เฮ้….พี่ชายหยู่อย่าดูถูกพวกเราได้ไหมคะ?”เด็กสาวที่ใส่เสื้อกันหนาวสีขาวพูดพร้อมกับเผยให้เห็นร่องรอยของความไม่ยินดีในน้ำเสียงของเธอ

 

“ไม่! ไม่แน่นอน!”หวังหยู่รีบพูดในขณะที่เขาโบกมืออยู่

 

“ถ้าอย่างงั้นละก็ ทำไมพี่จึงลังเลที่จะมากินข้าวด้วยกันละ?”

 

“โอเค โอเค ผมจะกิน แต่ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์นะ….”ตั้งแต่ที่เขาไม่สามารถที่จะโต้เถียงได้ หวังหยู่ก็ยอมแพ้

 

หลังจากการแนะนำตัวแล้ว หวังหยู่ก็พบว่าเด็กสาวที่ใส่เสื้อกันหนาวสีขาวนั้นมีชื่อว่า หลี่ซัว และเด็กสาวอีกสามคนของเธอนั้นเป็นลูกน้องของเธอ เด็กสาวที่มีตาโตนั้นชื่อเซี่ยวหยี่ เด็กสาวอีกคนที่มีคางที่คมนั้นมีชื่อว่า เมิ่งเมิ่ง และมีท่าทางที่ไม่น่าเชื่ออีกคนนั้นชื่อว่า แมรี่

 

ทั้งสี่นั้นอยู่ในเกมสตูดิโอ ที่ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับหาเงินกับเกมดัง และในตอนนี้กำลังทำงานอยู่ในเกมที่ชื่อว่า <<REBIRTH>> เกมนี้มันเป็นเกมล่าสุดของบริษัทของมู่จี่เซียนที่พึ่งปล่อยออกมาสามวันก่อนและมันโด่งดังเป็นอย่างมาก

 

“เธอสามารถที่จะหาเงินได้จากการเล่นเกมอย่างงั้นหรอ?”หวังหยู่ถามอย่างสงสัย

 

ปราศจากการรอคอยคำตอบจากหลี่ซัว แม่รี่ก็รีบตอบกลับมาในทันทีพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคัก “แน่นอนค่ะ! ผู้เชี่ยวชาญการเล่นเกมนั้นเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว! อย่าบอกนะว่าพี่ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเลย?”

 

“พี่….ไม่เคย….”หวังหยู่ตอบกลับไปอย่างซื่อสัตย์

 

“โอ้! พระ! เจ้า! พี่บ้านนอกจริงๆ! พี่ชายหยู่ แล้วตอนนี้พี่ทำงานอะไรอยู่ละ?”แมรี่ตบไปที่หน้าผากของเธอและอุทานขึ้น รอบๆเธอนั้นก็มีท่าทางสงสัยเช่นกัน

 

“พี่….เอ่อ….พี่ไม่มีงานทำเลยในตอนนี้….”หวังหยู่รู้สึกผิดหวังจริงๆ เขานั้นเป็นคนแบบดั้งเดิมและตรงไปตรงมา แม้ว่าเขานั้นไม่ได้มีความสามารถในการพูดคุยที่ยอดเยี่ยมก็ตาม เขาก็ยังรู้ดีว่าการที่ภรรยาของเขานั้นเลี้ยงดูเขาอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าชื่นชมเลยแม้แต่น้อย

 

“โอ้ววววว! ดังนั้นพี่เป็นปลิงนี่เอง! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ! ไม่ต้องกังวลไปพี่ หนูจะไม่ดูถูกพี่เอง หนูหมายถึงว่าหนูก็กำลังตามหาใครสักคนที่จะเลี้ยงหนูเหมือนกัน!”แมรี่หัวเราะจนสุดปอดของเธอ

 

“นี่มัน…”เมื่อฟังเรื่องนี้ หวังหยู่ก็รู้สึกอึดอัดและมีท่าทางที่ย่ำแย่บนใบหน้าของเขา เมื่อเห็นท่าทางที่ผิดหวังของหวังหยู่แล้ว ใบหน้าของหลี่ซัวก็ดำมืดขึ้นในฉับพลัน

 

“แมรี่! ระวังปากเธอด้วย!” เธอก็ด่า

 

“โอ้….”แมรี่ก็รีบก้มหัวของเธอลง

 

“พี่ชายหยู่ เธอนั้นก็แค่ล้อเล่น ช่วงเวลานี้มันยากลำบาก และมันเป็นเรื่องปกติมากที่พี่จะไม่มีงาน ถ้าพี่ต้องการงานละก็ ทำไมพี่ไม่มาเข้าร่วมกับเราละ!”หลี่ซัวรีบพูด ในฐานะที่เป็นหัวหน้า หลี่ซัวนั้นก็มีสายตาที่มองผู้คนได้ดี เธอรู้ว่าหวังหยู่นั้นไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่แมรี่พูดแน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเธอเจอเขาในตอนกลางวันที่ทางเข้าของตลาด เขานั้นกำลังมองหางานอยู่แน่ๆ

 

“ทำงานให้เธออย่างงั้นเหรอ? พี่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ด้วย?”หวังหยู่งงงวย ตั้งแต่ที่เขายังเด็ก เวลาทั้งหมดของเขานั้นถูกใช้ไปในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยเหตุนี้นี่เองเขาจึงไม่เคยแตะคอมพิวเตอร์มาก่อน ไม่ต้องไปพูดถึงเล่นเกมเลย

 

“แน่นอน พี่สามารถทำได้! เกมนี้มันง่ายมากแม้กระทั่งเด็กสาวแบบพวกเราก็เล่นได้ ดังนั้นทำไมพี่จะเล่นไม่ได้ละ? <<REBIRTH>> เป็นเกมเสมือนจริง (VR) ซึง่มันก็เหมือนกันกับชีวิตจริง มันเป็นโอกาสทางธุรกิจในการเล่นเกมในตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมที่พึ่งออกมาปีแรกๆ มันจะเป็นเรื่องที่ง่ายมากในการหาเงิน!”หลี่ซัวหัวเราะ

 

“จริงๆหรอ?”หวังหยู่นั้นสนใจเล็กน้อยกันกับคำพูดของเธอ เขาไม่สามารถที่จะหางานได้เป็นเวลาสองเดือนและสถานะของเขานั้นแทบจะกลายเป็นฝุ่น ตราบเท่าที่มันถูกกฎหมาย อะไรก็ตามที่ทำให้เขาได้เงิน หวังหยู่นั้นต้องการที่จะทำทุกอย่าง! เขาไม่ต้องการที่จะพึ่งพาภรรยาเขาไปตลอดกาล!

 

“แน่นอน! ถึงแม้ว่าสตูดิโอของเรานั้นจะไม่ได้โด่งดังก็ตาม หนูก็สามารถที่จะจ่ายเงินให้พี่ห้าหรือหกพันต่อเดือนได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย!”หลี่ซัวตอบกลับ

 

“ดีเลย! ถ้าอย่างงั้นพี่จะเข้าร่วมด้วย! แต่ว่าพี่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยนะ….”

 

“มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย! สตูดิโอของเราจะแบ่งปันอุปกรณ์ให้แก่พี่เอง!”หลี่ซั่วหัวเราะ