0 Views

 

 

เมื่อเฟิ่งจิ่วได้สติขึ้นมาอีกครั้ง นางและหงส์ไฟน้อยก็อยู่ในสุสานพันศาสตราเรียบร้อยแล้ว นางเห็นกระบี่อยู่ทุกที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยรังสีกระบี่อันคมกริบที่สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

นางก้มลงเหลือบมองเจ้าตัวน้อยที่ดึงชายเสื้อนางอยู่ ก่อนจะแบมือของตนออกเผยให้เห็นถึงแหวนที่ดูธรรมดาๆในมือ นางกัดนิ้วตัวเองอย่างแรงเพื่อให้เลือดออกแล้วหยดลงบนแหวน

แหวนที่มัวหมองเกิดแสงสว่างวาบขึ้นและพลันดูสะอาดเปล่งประกายเหมือนใหม่ในทันใด อย่างไรก็ตามมันยังคงดูเป็นแหวนธรรมดาที่ไม่สะดุดตาอยู่เช่นเดิม

เฟิ่งจิ่วสวมมันเข้ากับนิ้วหนึ่ง ซึ่งแหวนนั้นก็ย่อขนาดตัวเองให้พอดีกับนิ้วของนางโดยอัตโนมัติ จากนั้นนางก็ลองถ่ายเทจิตสำนึกลงไปในแหวนดู

เหมือนดั่งที่อาจารย์ได้บอกไว้ มันคือพื้นที่ว่างที่ภายในบรรจุตำราวิชาต่างๆและสมบัติล้ำค่าไว้หลายต่อหลายกอง นางตรวจสอบลึกเข้าไปและพบว่าตัวเองถูกเด้งออกมานอกมิติ

นางรวบรวมสติอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มิได้กลับเข้าไปในแหวน แต่จ้องไปที่กระบี่กองเท่าภูเขาตรงหน้าแล้วถอนหายใจ “นี่ข้าต้องหากระบี่คมครามจากกระบี่มากมายที่นี่รึ? ดูท่าทางจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด!”

“ถึงเจ้าจะหากระบี่คมครามไม่เจอ เจ้าก็ยังหาเล่มอื่นไปใช้งานได้ ที่สุสานนี่มีของดีไม่น้อยเลยทีเดียว” หงส์ไฟน้อยกล่าวตอบนางในทันที และขณะที่พูดเขาก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมาจึงมองนางอย่างเย่อหยิ่งแล้วกล่าวว่า “อย่าได้สำคัญตัวผิดไปเชียว ตัวข้าผู้สูงส่งนั้นไม่ได้ใส่ใจกงการอะไรของเจ้าหรอกนะ”

“ข้ารู้ ข้ารู้”

เฟิ่งจิ่วกล่าวกลั้วหัวเราะและจับมืออ้วนจ้ำม่ำนั้นเอาไว้ก่อนจะเดินลึกเข้าไปภายในสุสาน

“ไปกันเถอะ! ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ไปเดินเล่นให้ทั่วเสียหน่อย เรามีเวลาแค่สามชั่วยาม แม้จะยังไม่สามารถพบศาสตราที่เหมาะสม แต่หากครบเวลาพวกเราก็จะโดนย้ายออกไปจากที่นี่ เพราะงั้นเราต้องใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่า”

ด้วยความที่มือของเขาถูกนางกุมไว้ หงส์ไฟน้อยเขินอายเล็กน้อยและส่งเสียงกระแอมออกมา“ฮึ่ม!” แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ดึงมือออกและยอมให้นางจูงเขาเข้าไปข้างใน

กระบี่รอบกายพวกเขานั้นปลดปล่อยรังสีอันเฉียบคมออกมา แม้ว่าบางเล่มจะขึ้นสนิมไปบ้างแล้ว ทุกเล่มนั้นต่างปักไว้อยู่บนพื้น หลังจากเดินมาได้พักใหญ่ พวกเขาก็ยังไม่อาจสามารถสัมผัสได้ถึงกระบี่คมคราม และเฟิ่งจิ่วเริ่มอยากทดสอบคำกล่าวของอาจารย์ขึ้นมา กระบี่นั้นเลือกเจ้าของด้วยตัวมันเองจริงรึ?

นางคว้ากระบี่เล่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆแล้วพยายามดึงมันขึ้นมา ทว่ากระบี่นั้นยังคงปักลึกอยู่บนพื้นและไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว เมื่อนางตั้งใจออกแรงให้มากให้มากขึ้นและกำลังจะลองดูอีกครั้ง นางก็พลันสัมผัสได้ถึงรัศมีเย็นยะเยียบระเบิดออกมาจากตัวกระบี่ นางจึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

“แฮะ แฮะ แปลกดีชะมัด” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างอัศจรรย์ใจ นัยน์ตาระยิบระยับไปด้วยความสนใจ

“แปลกอันใดกัน? กระบี่ทุกเล่มในสุสานกระบี่ล้วนเป็นเยี่ยงนี้ทั้งนั้น” หงส์ไฟน้อยกล่าวอย่างเย่อหยิ่งและเชิดหัวน้อยๆมองไปที่เจ้าผู้หญิงโง่ที่ทำตัวอย่างกับเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ไม่รู้อะไรเลย แล้วขมวดคิ้วพลางพูดต่อ “นี่เจ้าตั้งใจจะไล่หาไปจนครบทุกเล่มจริงๆ?”

ได้ยินดังนั้นเฟิ่งจิ่วก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะถามกลับ

“หากไม่ทำเช่นนั้น แล้วจะทำอย่างไรได้?”

หงส์ไฟมีสีหน้าราวกับจะบอกว่า ‘ว่าแล้วเชียว’  แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกขณะที่มองนางพร้อมเอ่ย “เจ้านี่โง่จริงๆ”

แม้จะถูกดูหมิ่นดูแคลนอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฟิ่งจิ่วก็ไม่รู้จะทำเช่นไรจริงๆ ใครใช้ให้นางไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยกันเล่า!?

“ไม่ใช่ว่าชายคนนั้นทิ้งร่องรอยของแก่นโลหิตของเขาไว้รึ? หลับตาและลองแผ่สัมผัสของเจ้าออกไป แล้วดูว่าเจ้าเจอร่องรอยรัศมีของกระบี่คมครามหรือไม่!”

“มันจะได้ผลรึ?”

เจ้าหนูน้อยเชิดคางขึ้นและพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ฟังดูรอบรู้ด้วยการพูดด้วยเสียงกดต่ำ “กระบี่คมครามนั้นมิใช่กระบี่สามัญ อีกทั้งเจ้ายังมีเสี้ยวแก่นโลหิตของผู้ถือครองคนก่อน แน่นอนว่าเจ้าสามารถสัมผัสได้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

“ข้าจะลองดู”

และนางก็เริ่มทำตามในทันใด เฟิ่งจิ่วหลับตาลงแล้วกำจัดสิ่งรบกวนต่างๆออกไปจากหัว เหลือเพียงความพยายามสัมผัสถึงรัศมีพลังที่แตกต่างกันอยู่ภายในสุสานศาสตรา ราวครึ่งชั่วธูปถัดมานางก็ลืมตาขึ้น แววตาระยับเต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี

“เจอแล้ว! อยู่ตรงนั้น!” นางสามารถสัมผัสได้ถึงกระบี่คมครามจริงๆ ในใจนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

เข้ากลุ่มมาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า
ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บนะคะ

VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยน้า

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~