0 Views

 

 

 

“เหตุใดเจ้าจึงจ้องตัวข้าผู้ศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงนั้น !?” เจ้าตัวน้อยถามพร้อมจ้องกลับ

เฟิ่งจิ่วยิ้มตอบและยื่นมือไปหยิกแก้มสีชมพูตุ้ยนุ้ยพร้อมกล่าวว่า “ข้าว่าข้าชักจะชอบเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว เจ้าว่าข้าควรจะทำอย่างไรดี?”

หงส์ไฟน้อยที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ ใบหน้าน้อยๆอันงามประณีตกลายเป็นสีแดงก่ำ เขาพยายามอย่างหนักที่จะคงสีหน้าโกรธเกรี้ยวไว้ ทว่าดวงตาทั้งคู่ของเขาสะเทิ้นอาย และสีหน้าก็ผสมปนเปไปด้วยความขวยเขินและประหม่า

“เจ้า….. เจ้าอย่าคิดว่าแค่พูดแบบนั้นแล้วตัวข้าจะมองเจ้าดีขึ้นเชียว! เจ้าก็แค่คนโง่ ตัวข้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางชอบเจ้าเด็ดขาด! อีกอย่างจงระวังคำพูดเสียบ้าง ทำตัวไม่สมกับเป็นสตรีเอาเสียเลย!”

หลังพูดสิ่งที่ต้องการไปจนสิ้น เขาก็เบือนหน้าหนีอย่างจองหองและปฏิเสธที่จะหันกลับมามองนาง

เฟิ่งจิ่วยิ้มให้เขา นางและคิดในใจว่าท่าทางขัดเขินของเจ้าหนูน้อยนี่ช่างน่ารักมากจริงๆ

 

 

“สาวน้อย มานี่มา มาให้ข้าได้มองเจ้าชัดๆหน่อย”

เสียงดังกระหึ่มที่ดูทรงอำนาจดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครานี้เมื่อเสียงนั้นมาพร้อมกับแรงอันทรงพลังที่ดึงเฟิ่งจิ่วทั้งตัวเข้าไปข้างใน

“เจ้าผู้หญิงโง่!”

เด็กน้อยเพิ่งจะกินเปลือกไข่เสร็จและกำลังเช็ดมืออยู่เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วถูกดึงตัวไป เขาร้องออกมาอย่างกังวลและรีบตามนางไปทันที

เฟิ่งจิ่วไม่สามารถขยับตัวได้ นางไม่อาจแม้แต่จะกรีดร้องเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่พริบตาหลังจากที่ถูกดูดเข้ามา นางก็มาเข้ามาถึงภายในและหยุดอยู่ตรงหน้าโครงกระดูกโครงหนึ่ง

ครู่ถัดมา กระแสพลังได้รุกล้ำเข้าสู่ชีพจรของนาง พลังที่รุกรานเข้ามาทำให้นางรู้สึกราวกับว่าถูกเปิดเผยทุกสิ่ง ราวกับนางเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องสว่างและไม่อาจซุกซ่อนความลับใดๆ

 

เมื่อหงส์ไฟน้อยตามมาทัน เขาก็ชนเข้ากับอาคมกั้นเขตแดนที่ขวางไว้และโดนกันออกไปจนไม่สามารถเข้าไปใกล้เฟิ่งจิ่วที่อยู่ภายในได้

เมื่อเขาเห็นนางยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เบื้องหน้าโครงกระดูก หงส์ไฟน้อยก็ตื่นตระหนกและตะโกนเสียงดังลั่น “เจ้าผู้หญิงโง่! เจ้าผู้หญิงโง่! เจ้าเป็นยังไงบ้าง!?”

“ร่างเซียนงั้นรึ? นี่มันร่างเซียนจริงๆรึ!? ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ร่างเซียนที่หาได้ยากยิ่งที่พบได้เพียงหนึ่งจากคนนับล้าน ตอนนี้อยู่ตรงหน้าข้า ฉู่ป้าเทียนผู้นี้!? ฮ่า ฮ่า ฮ่า! สวรรค์ไม่ทอดทิ้งข้าจริงๆ! ไม่ทอดทิ้งข้า! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…….”

เฟิ่งจิ่วได้ยินเสียงอันตื่นเต้นและมีชีวิตชีวานั้นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แล้วพลังที่ตรึงนางไว้ก็พลันคลายออก เฟิ่งจิ่วทรุดลงบนพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรงราวกับพละกำลังทั้งหมดถูกสูบออกไป นางนั่งนิ่งเงยหน้ามองโครงกระดูกตรงหน้า

นางไม่พบจิตสังหารหรือเจตนาอาฆาตใดจากตัวตนเบื้องหน้า มีเพียงความตื่นเต้นยินดีจากเสียงของเขาเท่านั้น เฟิ่งจิ่วจึงไม่กังวลนักและหันไปหาหงส์ไฟน้อยที่อยู่ข้างนอกอาณาเขต “ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง”

จะอย่างไรเสียทั้งคู่นั้นก็เป็นผู้ทำพันธะสัญญากันด้วยดวงวิญญาณ หลังจากที่หงส์ไฟน้อยใจเย็นลงเขาก็สัมผัสได้ผ่านการเชื่อมโยงว่านางสบายดีไม่มีปัญหาใดๆ เขาจึงแค่นเสียงออกมาและโต้กลับอย่างกระดากอาย “ผู้ใดเป็นห่วงเจ้ากัน?” ทว่าโดยไม่รู้ตัวนัยน์ตาของเขายังคงคอยจ้องผ่านอาคมกั้นอาณาเขตเพื่อสังเกตว่านางเป็นอย่างไร

เฟิ่งจิ่วรู้ดีว่าหงส์ไฟน้อยไม่ได้หมายความตามที่เขาพูดจึงไม่ได้ใส่ใจนัก บัดนี้ความสนใจของนางอยู่ที่โครงกระดูกเบื้องหน้า นางลองทดสอบมันดูด้วยการกล่าวเรียก “ผู้อาวุโส?”

ทันใดนั้น โครงกระดูกก็ฉายภาพออกมา ภาพร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำปรากฏขึ้นในอากาศ สายตากดดันและเฉียบคมของเขาจ้องลงมาหาเฟิ่งจิ่วที่อยู่เบื้องล่าง

“แม่สาวน้อย ไม่เลวเลยนี่ ถึงกับได้ครองร่างเซียนเช่นนี้! ”

ไม่เพียงแต่นางมีร่างเซียนอันหาได้ยากยิ่ง นางยังเป็นผู้ทำสัญญากับสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์อย่างหงส์ไฟอีกด้วย! เด็กสาวเช่นนางจะนับเป็นคนธรรมดาๆได้อย่างไร?

สวรรค์ยังมีเมตตา ชั่วขณะสุดท้ายก่อนที่แก่นโลหิตของเขากำลังจะสลายไป สวรรค์ก็ได้ส่งผู้ฝึกวิชาที่มหัศจรรย์ถึงเพียงนี้มา ราวกับเป็นการยินยอมให้เขาสืบทอดมรดกและความปรารถนานี้ต่อไปได้…..

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

 

เข้ากลุ่มมาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า
ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บนะคะ

VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยน้า

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~