0 Views

 

 

“นามของผู้เยาว์คือมู่หรงอี่ซยวน” ชายหนุ่มพูดอย่างนุ่มนวลและใจเย็น

 

“งั้นนี่ก็คือองค์ชายสามของแคว้นตะวันรุ่งสินะ กิริยาท่าทางของเจ้าน่าทึ่งทีเดียว”

 

ชายวัยกลางคนพยักหน้าและหันไปมองคนอื่นๆที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศก่อนจะกล่าวกลั้วหัวเราะว่า

 

“ท่านทั้งหลาย สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะจุติลงมา และข้าเชื่อว่ามันยังคงอยู่ภายในป่าเก้าวงกตนี้ พวกเรามาแข่งกันด้วยความสามารถของตนเองกันเถิด แล้วมาดูว่าใครกันที่จะได้มันไป!”

 

เมื่อพูดจบ เขาก็หันกลับไปและหัวเราะดังลั่นขณะที่ขี่กระบี่บินออกค้นหาโดยรอบ

 

เมื่อเห็นชายคนนั้นจากไป คนอื่นๆที่เหลือกังวลว่าตนจะล้าหลังจึงรีบแยกย้ายกันออกไปค้นหาเช่นกัน

 

เมื่อคนที่อยู่เบื้องล่างเห็นดังนั้น ทั้งหมดก็พลันถอนหายใจอย่างโล่งอกกันอย่างพร้อมเพรียง

 

ผู้ฝึกวิถีเซียนถึงเจ็ดแปดคนพร้อมกัน! ก่อนหน้านี้ชั่วชีวิตของพวกเขาเคยเพียงได้ยินเสียงเล่าลือ ทว่าไม่เคยได้พบพานแม้แต่คนเดียว และในวันนี้พวกเขาก็ได้พบเกือบสิบคนในคราเดียว นี่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนเกือบตายเลยทีเดียว…

 

เมื่อเห็นผู้ฝึกวิถีเซียนเจ็ดหรือแปดคนนั้นพากันขี่กระบี่บินออกไปอย่างสง่างาม นัยน์ตาของเฟิ่งชิงเกอก็เต็มไปด้วยความปรารถนา นางหันหน้าไปหามู่หรงอี่ซยวนที่อยู่ข้างๆและพูดอย่างนิ่มนวล

 

“พี่ใหญ่มู่หรง หากมีโอกาสเราไปเข้าสำนักเซียนและเรียนรู้วิถีเซียนด้วยกันจะได้หรือไม่?”

 

“แน่นอน” มู่หรงอี่ซยวนตอบกลับอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ้มให้บางๆ

 

เมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้าตกลง หัวใจนางก็พองฟูไปด้วยความสุข ขณะถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่ใหญ่มู่หรง ตอนนี้พวกเราจะไปตามหาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กันต่อรึ?”

 

“ด้วยเหล่ายอดฝีมือที่รวมตัวกันที่นี่ พวกเราไม่มีโอกาสโดยสิ้นเชิง ต่อให้พบมัน สิ่งที่ได้มาก็มีเพียงการชักนำการต่อสู้ประหัตประหารมาสู่พวกเราเท่านั้น”

 

“เช่นนั้นพวกเราจะกลับกันเลยหรือ?”

 

มู่หรงอี่ซยวนที่ได้ยินดังนั้นก็มองเฟิ่งชิงเกอแล้วพูดอย่างนุ่มนวล

“เจ้ากลับไปก่อนเถิด! ข้าได้สั่งให้ผู้คุ้มกันเฟิ่งกลับไปกับเจ้าแล้ว เพราะข้ายังต้องไปเข้าไปที่ภูเขาในส่วนลึกที่สุดของป่าเก้าวงกตเพื่อที่จะนำโคลนจากดวงใจแห่งบ่อน้ำไปให้ผู้เฒ่าฉิน”

 

“ข้าจะไปกับท่านด้วย”

 

นางเกาะแขนเสื้อของมู่หรงอี่ซยวนและเขย่าน้อยๆก่อนจะพูดเบาๆ

 

“พี่ใหญ่มู่หรง ข้ายังไม่อยากกลับ ข้าอยากอยู่กับท่านต่อ”

 

“ส่วนลึกสุดของป่าเก้าวงกตนั้นไม่เหมือนบริเวณนี้ ลึกเข้าไปทุกหนึ่งร้อยเมตรจะมีอันตรายต่างๆกัน โดยเฉพาะที่ดวงใจแห่งบ่อน้ำที่ด้านในหุบเขา เล่าลือกันว่าที่นั่นมีสัตว์ร้ายชั้นสูงถึงระดับสามคอยพิทักษ์อยู่ ดังนั้นทำตัวว่าง่ายแล้วกลับไปก่อนเถิด เมื่อกลับไปข้าจะไปหาเจ้า”

 

เมื่อได้ยินที่มู่หรงอี่ซยวนกล่าว เฟิ่งชิงเกอก็ทราบว่าเขาไม่มีทางยอมให้นางตามไปด้วย นางจึงทำได้เพียงพยักหน้าและกล่าวว่า “ก็ได้! ข้าจะกลับไปก่อน เมื่อท่านกลับมาแล้วห้ามลืมไปหาข้านะ”

 

“แน่นอน”

 

ชายหนุ่มยิ้มบางๆ หลังจากกวาดตามองนางอีกครั้ง เขาก็เลือกชายฉกรรจ์สิบคนจากในกลุ่มและออกคำสั่ง “พวกเจ้าทั้งหมดจงคุ้มกันคุณหนูเฟิ่งชิงเกอกลับไปที่คฤหาสน์ของนางอย่างปลอดภัย และถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างทาง พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบ!”

 

“ขอรับ!” ชายฉกรรจ์ทั้งสิบขานรับอย่างเคารพ และไปยืนเตรียมพร้อมอยู่ข้างผู้คุ้มกันเฟิ่ง

 

พอได้ยินคำพูดดังนั้น เฟิ่งชิงเกอก็รู้สึกสบายใจขึ้นขณะที่อำลามู่หรงอี่ซยวนอย่างไม่ค่อยเต็มใจ และยอมให้เหล่าผู้คุ้มกันพานางกลับบ้าน

 

หลังจากเฟิ่งชิงเกอจากไปไกลระยะหนึ่ง รอยยิ้มบนหน้าของมู่หรงอี่ซยวนก็จางหายไปแทนที่ด้วยสายตาลึกล้ำสงบนิ่งจ้องไปยังร่างที่กำลังเดินทางห่างออกไป ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับพร้อมเก็บซ่อนแววตาครุ่นคิดไว้ภายใน

 

ที่อีกด้านหนึ่ง  เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายจากข้างหลังก็กระโจนและกลิ้งตัวลงไปตามเนินก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังคงประคองไข่ไว้ด้วยมือหนึ่ง ขณะที่แนบตัวติดกับเนินดินและพยายามซ่อนตัวหลังพงหญ้าเพื่อที่จะซ่อนไม่ให้ถูกพบตัว

 

เพียงชั่วใจเต้นไม่กี่คราถัดมา ผู้ฝึกวิถีเซียนคนหนึ่งก็ลอยผ่านมาถึง ตาของเขากวาดมองไปทั่วผืนป่าเบื้องล่างเพื่อหาบุคคลต้องสงสัยหรือความเคลื่อนไหวใดๆ

 

เฟิ่งจิ่วแนบตัวแน่นสนิทกับกำแพงเนินและกลั้นหายใจไม่ขยับตัวแม้แต่นิด กระทั่งร่างนั้นบินผ่านไปจนลับสายตานางจึงค่อยถอนหายใจออกมา

 

“ฟู่! ฉิวเฉียดจริงๆ!  เจ้าไข่นี่สร้างปัญหาชะมัด”

 

นางขมวดคิ้วนิ่วหน้าขณะจ้องไปที่ไข่สีทอง และเริ่มคิดว่านางควรจะทำอย่างไรกับมันดี?

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

 

มาเข้ากลุ่มธรรมดามาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า
ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บนะคะ

VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยน้า

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~