0 Views

 

 

ผู้คนทั่วป่าเก้าวงกตได้ยินเสียงกระแทกดังกึกก้อง แสงสีทองเจิดจ้าและกระแสพลังอันแข็งแกร่งท่วมท้นออกมาจากจุดที่มันตกลงมา คลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าส่งประกายสุกปลั่งกระเพื่อมออกมาราวกับคลื่นน้ำ โค่นต้นไม้โดยรอบอย่างง่ายดายด้วยพลังอันมหาศาล

 

“เร็วเข้า! สัตว์ศักดิ์สิทธิ์จุติแล้ว! รีบไปที่นั่นกัน!”

 

กลุ่มคนจำนวนมากกู่ร้องอย่างตื่นเต้นและวิ่งเข้าไปหาจุดที่เกิดการปะทะอย่างบ้าคลั่ง ด้วยเกรงกลัวว่าหากชักช้าไปแม้แต่ก้าวเดียวผู้อื่นก็อาจคว้าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไปก่อน

 

ไม่มีผู้ใดทราบว่าเมื่อลำแสงสีทองพุ่งลงมาจากสวรรค์ มันตกลงมายังตรงโคนต้นไม้ที่เฟิ่งจิ่วอยู่อย่างพอดิบพอดี

 


แรงกระแทกที่ลำแสงสีทองตกกระทบพื้นทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ กระแสพลังอันรุนแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบโค่นล้มลง แน่นอนว่าเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้ก็ย่อมล้มลงไปด้วย ร่างของนางร่วงลงจากต้นไม้และกลิ้งลงไปในหลุมขนาดใหญ่นั้น

 

เฟิ่งจิ่วถูกโอบล้อมอยู่ในแรงกดดันมหาศาลรู้สึกหายใจไม่ออกและทรมานอย่างยิ่ง นางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดบนใบหน้าขณะที่กระแสพลังโถมเข้าใส่จนไม่อาจแม้แต่จะลืมตาขึ้น

 

“อั่ก!”

 

นางร่วงลงไปในหลุมขนาดใหญ่ ตอนที่นางร่วงท้องของนางกระแทกกับบางสิ่งที่ยื่นออกมาจนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ขณะเดียวกันกระแสพลังโดยรอบก็เริ่มที่จะเบาบางอย่างช้าๆ

 

เมื่อความเจ็บปวดทุเลาลง ในที่สุดเฟิ่งจิ่วก็สามารถลุกขึ้นมาได้ ทันใดนั้นนางก็เห็นสิ่งหนึ่งปักอยู่บนพื้น มันคือไข่ฟองใหญ่สีทองระยิบระยับ!

 

“นั่นมันไข่ของหงส์ไฟจากปรากฏการณ์บนฟ้าเมื่อครู่งั้นรึ?”

 

สายตาของนางเต็มไปด้วยความพิศวง มิใช่ความแปลกใจทว่าเป็นความสงสัย ในป่าเก้าวงกตอันใหญ่โตมีที่ตั้งมากมาย ไฉนจึงเลือกมาจอดตรงหน้านาง…

 

“เอาล่ะ ในเมื่อมันอยู่ตรงหน้า คงน่าเสียดายถ้าข้าจะไม่หยิบมันขึ้นมาซักหน่อย แล้วในเมื่อมันเลือกมากลิ้งอยู่แทบเท้าข้า ก็คงหมายความว่าให้ข้าเก็บไว้สินะ”

 

นางคิดอยู่เพียงชั่วขณะก่อนที่จะอุ้มไข่ขึ้นมาในอ้อมแขนและพิจารณาดู ประกายระยิบระยับสีทองของเปลือกไข่นั้นค่อยๆจางลง และอักขระโบราณดูซับซ้อนที่เดิมทีปรากฏอยู่บนเปลือกไข่ด้วยก็หายไปเช่นกัน บัดนี้นอกเสียจากเรื่องที่มีสีทองและมีขนาดใหญ่กว่าไข่ธรรมดาหลายเท่า นางรู้สึกว่าเจ้าไข่นี่ก็ไม่ได้ดูพิเศษอันใด

 

นางเหลียวดูรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใคร จากนั้นจึงพยายามที่จะเก็บไข่สีทองลงไปในถุงมิติ แต่กลับพบว่าไม่สามารถใส่มันลงไปได้ นางจึงนึกขึ้นได้ว่าถุงมิตินั้นสามารถเก็บได้เพียงสิ่งไม่มีชีวิตเท่านั้นและไม่สามารถใส่สัตว์เป็นๆลงไปได้

 

ดังนั้นนางจึงรีบเก็บไข่สีทองลงไปในชุดแล้วเรียกพลังปราณขึ้นมาเสริมความไวฝีเท้าและออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว….

 

ราวครึ่งชั่วยามหลังจากเฟิ่งจิ่วจากไปก็มีคนกลุ่มแรกมาถึง เหล่าคนในกลุ่มเห็นหลุมขนาดใหญ่และต้นไม้ต้นโตที่ถูกถอนรอกถอนโคนพาดอยู่ที่ขอบด้านหนึ่งของหลุม ทว่านอกจากนั้นที่นั่นก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอยู่เลย

 

“เหตุใดจึงไม่มีอะไรอยู่เลยเล่า? มีใครมาถึงก่อนเรางั้นรึ?” หัวหน้ากลุ่มที่เป็นชายวัยกลางคนอาบไปด้วยเหงื่อจากการที่รีบวิ่งมาอย่างบ้าคลั่ง ความคาดหวังที่ท่วมท้นแปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธเกรี้ยวเมื่อเขาเห็นว่าหลุมขนาดใหญ่นั้นว่างเปล่า

“ใคร? ใครที่มันมาก่อนพวกเรา! ?”

 

เมื่อเขาพูดจบ มู่หรงอี่ซยวนและเฟิ่งชิงเกอก็ได้รีบเร่งมาถึงพอดี เมื่อพวกเขาเห็นว่าไม่มีสิ่งใดอยู่ในหลุม มู่หรงอี่ซยวนมิได้แสดงอาการใดๆมากนัก ทว่ากับเฟิ่งชิงเกอ สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนไปทันที

 

“ใครกัน!?” สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอาฆาตของนางมองกราดไปที่คนอีกกลุ่มแล้วถามอย่างฉุนเฉียว “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหน?”

 

ขณะนั้น นางมิได้รู้สึกตัวว่ามู่หรงอี่ซยวนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆกำลังจ้องมาที่นางอย่างครุ่นคิด

 

ในความรู้สึกของมู่หรงอี่ซยวน เฟิ่งชิงเกอนั้นเป็นเด็กสาวที่อ่อนโยนและนุ่มนวลอ่อนหวาน อีกทั้งยังมีเมตตาและคำนึงผู้อื่นอยู่เสมอ เขารู้จักกับนางมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทว่าเขาไม่เคยเห็นนางมีสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายรุนแรงเฉกเช่นเด็กสาวตรงหน้าเขามาก่อน

 

นี่ทำให้เขาเริ่มครุ่นคิดขึ้นมาอีกครั้ง…..