0 Views

 

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว กวนซีหลินก็ผงะและพูดไม่ออกไปพักใหญ่ เขาเดินคอตกอย่างหดหู่อยู่เงียบๆ

 

คนทั้งสองมิได้เดินทางตรงลึกเข้าไปในป่า เนื่องจากจุดประสงค์ของเฟิ่งจิ่วในป่าแห่งนี้คือการเก็บสมุนไพร เส้นทางการเดินของพวกเขาจึงวกไปวนมาและอ้อมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สลัดฝูงหมาป่าหลุดไปได้ พวกเขาลุยผ่านพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัชพืชหนาทึบและพืชพรรณต่างๆอยู่บ่อยครั้ง

 

จากการเด็ดนู่นดึงนี่มาตลอดทาง เฟิ่งจิ่วก็เก็บสมุนไพรวิเศษมาได้มากทีเดียว ทว่าจากที่นางประเมินสมุนไพรเหล่านี้ส่วนมากเป็นเพียงสายพันธุ์ทั่วไปและไม่มีอันไหนหายากหรือมีค่ามากเป็นพิเศษ อย่างไรซะในแคว้นกระจ้อยร่อยระดับเก้าอย่างที่นี่คงไม่มีทางจะพบสมุนไพรที่หายากหรือเลอค่ามากได้อยู่แล้ว

 

พวกเขาเดินทางไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงตีนเขาที่สูงชัน

นัยน์ตาคมกริบของเฟิ่งจิ่วเห็นถึงกอของพืชวิเศษส่ายไปมาตามลมอยู่ที่ใกล้ยอดเขา ตาของนางลุกวาวในทันใด

 

“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปเก็บสมุนไพรพวกนั้น”

 

หลังจากตามหามานาน ในที่สุดนางก็พบสมุนไพรวิเศษที่สามารถกำจัดรอยแผลได้ นางจะไม่ตื่นเต้นยิ่งได้อย่างไร?

 

“เจ้าหนู เจ้า….. เจ้าจะกลับมาที่นี่ใช่ไหม?” กวนซีหลินถามนางอย่างไม่สบายใจ

 

หลังจากก้าวออกไปได้ไม่กี่ก้าว เมื่อเฟิ่งจิ่วได้ยินที่กวนซีหลินเอ่ย นางก็ชะงักไปเล็กน้อยและเดินกลับมาแล้วล้วงเอาเนื้อย่างออกมายัดใส่มือเขา

 

“ข้าแค่ไปเก็บสมุนไพร ไม่นานเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ตอนนี้เจ้าก็มีเนื้อย่างสำรองไว้แล้ว จะดีกว่าถ้าเจ้าปืนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอสัตว์ป่า”

 

นางมองไปรอบๆและเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ใหญ่กว่าต้นอื่นๆเล็กน้อย มันสูงชะลูดตั้งตรงราวกับจะชี้ไปยังท้องฟ้า นางชี้มันและกล่าว “เจ้าปีนต้นนั้นไหวหรือไม่? ข้าจะกลับมาตาม หาเจ้าตรงนั้นหลังจากที่เก็บสมุนไพรเสร็จ”

 

เมื่อได้ยินว่านางไม่ได้จะทิ้งเขา ในที่สุดกวนซีหลินก็ยิ้มออก และยืนยันให้นางมั่นใจ

“แน่นอนว่าได้ ข้าจะรอเจ้าอยู่บนต้นไม้ต้นนั้น เจ้าห้ามลืมกลับมาหาข้านะ!”

 

“แน่นอน” นางตบไหล่เขาเบาๆ เพื่อรับรอง ก่อนที่จะมุ่งตรงไปที่ยอดเขา

 

ภูเขานั้นสูงชันยิ่งและต้องใช้พลังงานอย่างมากในการขึ้นไป นางดึงตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ หากนางไม่ทันระวังจุดหยั่งเท้า หินที่ร่วนจะแตกกลิ้งร่วงลงไปจากภูเขา ทำให้นางจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในทุกๆ ก้าว

 

เกือบหนึ่งชั่วยามกว่าที่นางจะเริ่มอยู่ใกล้กอสมุนไพร นางเห็นรูเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กัน งูพิษสีเขียวตัวขนาดประมาณนิ้วหนึ่งแล่บลิ้นขู่ฟ่อออกมาจากรู แววตามุ่งร้ายจดจ้องมาที่นาง

 

นางมองสำรวจบริเวณนั้นและพบว่ายังมีอีกรูหนึ่งอยู่ถัดจากรูแรกที่นางเห็น ดูเหมือนว่ามันจะเชื่อมทะลุกัน

 

นางตระหนักว่าหากจะเก็บสมุนไพรกอนั้นจำเป็นต้องกำจัดงูนั่นเสียก่อน หลังจากตัดสินใจนางก็กวาดตาสำรวจรอบข้างและหยิบเอาหินขนาดเท่ากำปั้นมาจากผนังผา จากนั้นก็ดึงตัวเองเข้าไปใกล้รูที่มีงูโผล่ออกมามากขึ้น เมื่อเจ้างูยื่นหัวออกมาเพื่อสำรวจนางก็ยัดก้อนหินเข้าไปอุดรูในทันที

 

แทบจะในขณะเดียวกัน เจ้างูก็กลับตัวอย่างรวดเร็วและพุ่งออกมาจากอีกรูในทันที ปากของมันอ้ากว้างอวดเขี้ยวที่เต็มไปด้วยพิษขณะที่พุ่งเข้ามาใส่แขนของนาง

 

ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าฟาด เฟิ่งจิ่วตวัดมีดฟันออกไปในพริบตา หัวของอสรพิษขาดสะบั้นในคราเดียวและร่างของมันก็ร่วงลงไปตามหน้าผา หลังจากนั้นเฟิ่งจิ่วที่ไปถึงที่หมายในที่สุด ก็ขุดสมุนไพรวิเศษออกมาจากดินโคลนและเก็บไว้ในถุงมิติ

 

“ฟู่! เหนื่อยชะมัด!”

 

เมื่อเก็บได้แล้วนางก็ปีนขึ้นไปอีกเพื่อให้ไปถึงยอดเขา ตั้งใจที่จะสังเกตสภาพแวดล้อมจากจากจุดที่ได้เปรียบที่สุด ซึ่งระหว่างทางนางก็ได้พบสมุนไพรที่ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังวิญญาณออกมาจางๆอยู่ข้างยอดเขาจึงเด็ดมันมาใส่ถุงมิติอย่างยินดี

 

“โชคดีอะไรอย่างนี้! ได้เจอสมุนไพรวิเศษถึงสองชนิดในที่เดียว!” นางยิ้มและพูดกับตัวเอง แล้วยืนตรงยอดเขาและมองลงไป นางเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินทางลึกเข้าไปในป่าจากทางตะวันตก

 

หัวหน้าของกลุ่มนั้นเป็นชายรูปงามแต่งกายในชุดสีขาว เขาคือคู่หมั้นของเจ้าของร่างคนก่อน องค์ชายลำดับสามแห่งแคว้นตะวันรุ่ง มู่หรง อี่ ซยวน ส่วนเด็กสาวข้างๆเขาที่แต่งกายในชุดสีฟ้าดูพริ้วไหวล่องลอยดุจสายน้ำ มีใบหน้าที่นางคุ้นเคยอย่างที่สุด…..

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

มีกิจกรรมแจกของที่หน้าเพจนะคะ ไปร่วมสนุกกันได้น้าา ตามลิงค์นี้เลยค่า

ภูติหมอไร้เงา