0 Views

 

 

หลังจากนั้นกวนซีหลินจึงตามอยู่ข้างๆเฟิ่งจิ่วเงียบๆ ขณะที่ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้คนกลุ่มนั้น ทีแรกพวกเขาซ่อนตัวที่หลังต้นไม้คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จากนั้นนางก็เดินดุ่มๆนำเขาไปข้างหน้า กวนซีหลินนึกว่าขอทานน้อยคิดแผนที่จะทำให้คนกลุ่มนี้รับพวกเขาเข้ากลุ่ม และไม่นึกว่าเจ้าหนูนี่จะพาเขาเดินเลยผ่านกลุ่มคนไปทางด้านข้าง โดยไม่พูดไม่จาใดๆและไม่แม้แต่จะเหลือบไปมองกลุ่มคนเลยซักนิด

 

ทว่ากลุ่มคนก็ระวังตัวขึ้นมาทันทีที่เห็นชายสองคนปรากฏตัวขึ้น ผู้นำกลุ่มประเมินชายทั้งสองอย่างสุขุมก่อนที่จะผ่อนคลายการระวังลง เนื่องจากเห็นว่าระดับพลังของชายทั้งสองไม่สูง อีกทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะคุกคามพวกเขา

 

ทว่าในขณะเดียวกัน เขาก็ได้ยินคนของเขาตะโกนขึ้นมาอย่างตกใจ

“นายท่านสาม นั่นฝูงหมาป่า!”

 

ด้วยเสียงตะโกนนั้นชายฉกรรจ์สามสิบถึงสี่สิบคนที่นั่งพักอยู่ลุกขึ้นมาในทันใด เป็นเวลาเดียวกับที่เฟิ่งจิ่วที่เดินห่างออกไปหันกลับมาตะโกนอย่างตกใจ หลังจากได้ยินเสียงชายฉกรรจ์ร้องเตือน

 

“ว่าไงนะ? ฝูงหมาป่ารึ? ไหน? อยู่ที่ไหน?” นางตะโกนออกมาอย่างอกสั่นขวัญแขวน ขณะที่ลากกวนซีหลินกลับมายืนที่ข้างๆกลุ่มคน

 

“เจ้าทั้งสองเป็นใคร? นี่พวกเจ้าล่อฝูงหมาป่ามาที่นี่เรอะ!?” ชายวัยกลางคนกระชากเสียงตะโกนและจ้องทั้งคู่อย่างโกรธเคือง

 

“จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า !?”

นางจ้องกลับและกล่าวว่า “นั่นมันหมาป่า! มิใช่ลูกแมว! พวกข้าจะไปทำให้พวกมันเดินตามมาได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้นหากรู้ว่ามีหมาป่าคอยตามหลัง พวกข้าคงวิ่งเตลิดหนีเอาตัวรอดแล้ว! ไยจะมาเดินเอ้อระเหยเช่นนี้ ”

 

“ผู้อาวุโสหกอย่าได้ผลีผลาม ยามนี้พวกเราควรใส่ใจไปกับป้องกันก่อนเป็นอันดับแรก!” หัวหน้ากลุ่มกล่าวอย่างดุดัน “หมาป่าเทานั้นดุร้ายป่าเถื่อนอีกทั้งยังคล่องแคล่วรวดเร็วอย่างยิ่ง ทุกคนระวังให้ดี”

 

เฟิ่งจิ่วเห็นคนทั้งกลุ่มขยับไปประจำตำแหน่งอย่างเป็นระบบ ล้อมเป็นวงปกป้องศูนย์กลางโดยที่มีรุ่นเยาว์และคนที่อ่อนแอทั้งเด็กชายเด็กสาวอยู่ภายใน  นางดึงกวนซีหลินเข้าไปใกล้กลุ่มคนมากขึ้น ทว่าเพียงหยุดอยู่ที่ขอบนอกและมิได้เข้าไปในวงการปกป้อง แม้กระนั้นก็ยังมีสายตามุ่งร้ายจ้องตรงมาจากเด็กสาวที่อยู่ในวง

 

“เจ้าขอทานสกปรก! ไปห่างๆข้านะ!”

“น้องหญิง อย่าทำตัวหยาบคาย” เด็กหนุ่มหนุ่มดุเด็กสาวข้างๆ ดูไม่พอใจอย่างยิ่งที่เด็กสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเอาแต่ใจตัวเองและหยาบคาย

 

เด็กหนุ่มมองไปที่เฟิ่งจิ่วกับกวนซีหลินและกล่าวอย่างนุ่มนวล “ดูเหมือนว่าท่านทั้งสองมิได้มีพลังปราณสูงนัก จะดีกว่าถ้าท่านมายืนภายในเขตปกป้องนี้ ท่านลุงกับผู้อาวุโสของตระกูลข้าและเหล่าคนคุ้มกันมีฝีมือสูงส่งยิ่ง แค่ฝูงหมาป่าสิบกว่าตัวนั้นมิใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง! พวกหมาป่าไม่กี่ตัวนี่มาพอดีให้พวกข้าได้ยืดเส้นยืดสายเลยทีเดียว” ชายกำยำอกสามศอกหัวร่อเสียงดังลั่นหลังได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม พร้อมกวัดแกว่งขวานในมือ “แค่เหวี่ยงขวานใหญ่นี่ครั้งเดียวก็จัดการพวกมันได้ตัวหนึ่งแล้ว!”

 

เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น หัวหน้ากลุ่มก็ส่ายหัวกับตัวเองแล้วกล่าวว่า “กระทิงเหล็ก อย่าได้ประมาทและดูถูกศัตรูไม่ว่าจะเมื่อไร เราจะสู้กับพวกหมาป่านี่ก็ต่อเมื่อพวกมันกระโจนเข้ามาเท่านั้น”

 

“ได้ ได้ ได้” ชายกำยำหัวเราะและรับคำ เขามองไปที่เหล่าหมาป่าที่อยู่ไม่ไกลออกไปแล้วก็หัวเราะขึ้นมาอีกและพูดว่า “นายท่านสาม ดูหมาป่าพวกนั้นสิ! พวกมันไม่กล้าเข้ามาใกล้เราด้วยซ้ำไป ฮ่าฮ่าฮ่า พวกมันคงกลัวข้าเป็นแน่”

 

เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างอดไม่ได้ เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเมื่อนางได้ยินถ้อยคำหลงตัวเองเหล่านั้น ก่อนที่จะหันไปพูดกับเด็กหนุ่มว่า “ขอบคุณนายน้อยสำหรับความเป็นห่วง ทว่าเพียงแค่ยืนตรงนี้พวกเราก็พอใจแล้ว ”

 

“เจ้าหนู หัวเราะอะไรกัน? เจ้าคิดว่าข้าไม่มีความสามารถพอที่จะไล่หมาไม่กี่ตัวนี่งั้นเรอะ” คิ้วของชายกำยำโค้งขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจขณะที่จ้องไปที่เฟิ่งจิ่ว

 

เฟิ่งจิ่วยังไม่ทันจะกล่าวอะไรตอบไป เมื่อกวนซีหลินที่ยืนข้างๆพลันดึงนางไปไว้ข้างหลังเขา

 

เขายืดอกยืนเบื้องหน้านางและจ้องกลับไปที่ชายกำยำ “ทำไมเจ้าต้องมาจ้องน้องชายตัวน้อยของข้าด้วย!”

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

มีกิจกรรมแจกของที่หน้าเพจนะคะ ไปร่วมสนุกกันได้น้าา ตามลิงค์นี้เลยค่า

ภูติหมอไร้เงา