0 Views

 

 

แสงแรกของวันสาดส่องไปทั่วแผ่นดินอย่างช้าๆ ในที่สุดชายหนุ่มที่หมดสติก็ฟื้นขึ้นมา ทว่าทันทีที่ลืมตา เขาพบกับภาพที่แปลกประหลาดยิ่ง

 

ขอทานตัวน้อยสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิ ร่างของขอทานเปรอะไปด้วยเลือด แม้ว่ากลิ่นจะยังคงรุนแรงทว่าคราบเลือดนั้นแห้งสนิทแล้ว เขาไม่อาจเห็นใบหน้าของขอทานน้อยได้ชัดเนื่องจากมันปกคลุมไปด้วยสีเขียวเข้มราวกับพอกยาไว้

 

ขอทานน้อยนั้นถือมีดไว้ในมือ สายตาจ้องตรงไปข้างหน้า ชายหนุ่มจึงหันหน้ามองตามสายตานั้นไป และสิ่งที่เห็นทำให้นัยน์ตาชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างระวังตัวในทันที

 

ซากของหมาป่าทั้งสามแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้าขอทานน้อย และถัดจากพวกมันไปประมาณสามเมตร หมาป่าเทาสิบตัวที่หิวโหยจนน้ำลายหยดกำลังนั่งจ้องมาที่พวกเขาอย่างกระหายเลือด

 

เฟิ่งจิ่วหันศีรษะเล็กน้อยและประสานสายตาเข้ากับนัยน์ตาชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“ระวัง!”

 

ชายหนุ่มตะโกนออกมาอย่างตกใจ ดวงตาเบิกกว้างอย่างหวาดกลัวขณะที่เห็นหมาป่ากระโจนเข้าใส่ขอทานน้อย ด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามที่จะลุกขึ้นโดยสัญชาติญาณ ทว่าการขยับอย่างรุนแรงนั้นทำให้บาดแผลที่ท้องเปิดออกซึ่งทำให้เขาร้องครวญครางก่อนจะร่วงกลับลงไปนอนที่พื้น โลหิตเริ่มซึมออกมาจากแผลของเขาอีกครั้ง

 

ขณะที่ชายหนุ่มตะโกน เฟิ่งจิ่วก็หันกลับไปมองที่เจ้าหมาป่าแล้ว นางลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่ว สายตาจ้องเขม็งไปที่หมาป่าเทา เมื่อมันกระโจนเข้ามาใกล้นางก็ย่อตัวลง ม้วนตัวและตวัดมีดเฉือนออกไปเป็นเส้นโค้งตัดผ่าอากาศที่เหนือขึ้นไป

 

‘ฉัวะ!’
“เอ๋ง!”

 

มีดแทงเข้าไปด้วยแรงมหาศาล มันผ่าลึกเข้าไปเป็นแนวยาวตามท้องของหมาป่า มันโหยหวนอย่างเจ็บปวด แรงส่งจากการกระโจนทำให้ร่างของมันยังพุ่งไปข้างหน้าไปทางชายหนุ่มที่นอนอยู่ ดวงตาโหดเหี้ยมจ้องเขม็งไปที่เขา มันร่วงลงสู่พื้นก่อนที่จะถึงตัวชายหนุ่ม ร่างกายของมันบิดกระตุกอย่างใกล้ตาย ขากรรไกรของมันอ้าออกเล็กน้อยก่อนจะปล่อยลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ในร่างอันใหญ่โต


“บรู๊ววววววว!”

 

หมาป่าที่เหลือในฝูงปั่นป่วนระส่ำระสายขณะที่พวกมันหอนเสียงยาวและครางหงิงๆในลำคอ พวกมันไม่กล้าที่จะบุ่มบ่ามเข้าไปอีก ดวงตาที่หิวโหยจับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่วอย่างสิ้นหวัง

 

เฟิ่งจิ่วดีดตัวกลับขึ้นมายืน สายตาเย็นยะเยือกของนางมองไปที่ฝูงหมาป่า ดูราวกับเป็นปีศาจร้ายที่กำลังกระหายเลือด  ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นและกล่าวว่า “ถ้าพวกแกยังจะอยู่ที่นี่ ข้าจะฆ่าทุกตัวให้หมดไม่ให้เหลือ”

 

สายตาเย็นชากวาดมองไปที่พวกมัน แล้วจ้องเขม็งไปที่หมาป่าตัวใหญ่ที่ยืนอยู่บนเนินที่ห่างออกไปเล็กน้อย มันคือจ่าฝูงของหมาป่าพวกนี้ ดูเหมือนว่ามันจะสัมผัสได้ถึงจิตคุกคามเบื้องหน้า มันจ้องกลับไปที่เฟิ่งจิ่วครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นหอนเสียงยาว ไม่นานหมาป่าทั้งสิบที่ยืนอยู่ใกล้พวกเฟิ่งจิ่วก็วิ่งเหยาะย่างถอยไปไกล

 

ชายหนุ่มชันตัวขึ้นบนข้อศอก จ้องมองอย่างตะลึงและไม่เชื่อสายตา ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนใหญ่ราวกับไข่ไก่ สีหน้าแข็งค้างอย่างประหลาดใจ

 

เฟิ่งจิ่วเช็ดมีดกับขนของหมาป่าก่อนจะเก็บ เมื่อนางหันมาเห็นท่าทางของชายหนุ่มก็หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจและกล่าวว่า “ดีที่เจ้าฟื้นแล้ว ถ้าเจ้าหลับไปนานกว่านี้ข้าคงไปแล้ว”

 

นางเดินไปข้างๆชายหนุ่มและนั่งลง แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมาดื่มน้ำ หลังจากโดนจ้องเขม็งจากหมาป่านับสิบตลอดทั้งคืน ประสาทของนางตึงเครียดอย่างมากและไม่สามารถผ่อนคลายได้แม้แต่ชั่วขณะเดียว หากนางไม่ทันระวังตัวและพลาดไปแม้แต่นิด พวกมันจะสามารถพุ่งเข้ามาฉีกพวกเขาเป็นชิ้นๆได้ในทันที

 

“เจ้า…. เจ้าเป็นใครกัน?” ดูเหมือนว่าเขาจะหวาดกลัวจากท่าทางเหี้ยมโหดของเฟิ่งจิ่วเมื่อครู่ จนทำให้เขาพูดติดอ่างเล็กน้อย

 

“ทำไมเจ้าต้องสนว่าข้าเป็นใคร” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างเฉยชา

 

“เช่นนั้น….. เช่นนั้นข้าคือใคร?”

ชั่วขณะที่คำพูดหลุดจากปากชายหนุ่ม ทำให้เฟิ่งจิ่วงุนงงอย่างยิ่ง

 

“นี่หัวเจ้าโดนกระแทกแรงถึงปานนั้น? เจ้าจำไม่ได้กระทั่งว่าตัวเองคือใคร?”

 

ขณะที่นางพูดก็นึกอะไรขึ้นได้ และยื่นมือไปสัมผัสด้านหลังศีรษะของชายหนุ่ม ดังคาดนางพบรอยปูดบวมขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

 

มาเข้ากลุ่มธรรมดามาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า
ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บนะคะ

VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยน้า

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~