0 Views

 

 

 

นางอยากรีบหลบออกไปก่อนที่ฝูงหมาป่าจะมาถึง ทว่าขณะนี้ในพงหญ้าเริ่มปรากฏถึงสายตาสีเขียวแวววาวคู่แล้วคู่เล่า….

 

“ดูท่าจะสายเกินหนีเสียแล้ว”

 

คิ้วของนางขมวดเข้าด้วยกันขณะที่กวาดตามองไปที่ฝูงหมาป่ารอบๆ นางเหลือบมองชายที่นอนหมดสติอยู่ข้างหลังแว่บหนึ่ง และเริ่มรู้สึกว่านางนี่มีพรสวรรค์ในการหาเรื่องใส่ตัวซะจริงๆ

 

ถ้ามีแค่นางคนเดียวการปะทะกับฝูงหมาป่านั้นไม่ได้ยากลำบากอะไร แต่การที่มีคนหมดสติอยู่ข้างหลังทำให้อะไรๆยุ่งยากขึ้นมามากทีเดียว

 

“บรู้ววววววว!”

เสียงหอนยาวดังขึ้นราวกับเป็นการออกคำสั่ง ฝูงหมาป่าที่ขยับเข้ามาอย่างช้าๆเพื่อโอบล้อม พลันกระโจนเข้าใส่นางในทันที!

โดยใช้ประโยชน์จากการอยู่ริมแม่น้ำ นางลากชายหนุ่มไปทิ้งไว้ที่ชะง่อนหินที่ยื่นออกมาจากเนินริมน้ำ เนินสูงนั้นช่วยป้องกันการโจมตีจากด้านหลังอีกทั้งยังทำให้นางไม่ต้องกังวลว่าชายหนุ่มที่สลบอยู่ข้างหลังจะถูกหมาป่าลากไป

 

นางชักมีดออกมาและถือไว้ด้านหน้า ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเต็มที่ หากหนีไม่พ้น นางก็จะสู้! นางไม่เชื่อว่าตัวเองจะไม่สามารถจัดการกับพวกหมาป่าแค่สิบกว่าตัวนี่ได้!

 

นัยน์ตาของนางเย็นยะเยียบและเปล่งประกายเฉียบคม นางปลดปล่อยพลังปราณในร่างอย่างช้าๆ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่หมาป่าทั้งสิบ พวกมันตีวงล้อมรอคอยจังหวะอย่างน้ำลายสอ

 

ฝูงหมาป่าหอนเสียงต่ำราวกับจะพยายามขู่ให้นางหวาดกลัวและล้มเลิกความคิดที่จะสู้

ทว่าเฟิ่งจิ่วมิใช่คนธรรมดา แล้วก็มิใช่คนประเภทที่จะหวาดกลัวจนเข่าอ่อน ยอมแพ้โดยไม่ต่อต้าน

 

นางเสียเปรียบอย่างหนักในด้านจำนวน และหากพุ่งเข้าไปจู่โจมนางจะถูกล้อมในทันที ดังนั้นนางจึงยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ รอคอยเหล่าหมาป่ากระโจนเข้าใส่

ทุกการเคลื่อนไหวของหมาป่ากว่าสิบตัวเต็มไปด้วยความกระหายเลือดที่ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้น หมาป่าสีเทาตัวใหญ่ก็หอนเสียงยาวมาจากบนเนินสูงขึ้นไป

“บรู๊ววว!”

 

เมื่อสิ้นสุดเสียงร้อง หมาป่ากว่าสิบตัวก็กระโจนเข้าหานางในทันที พวกมันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นถึงเขี้ยวอันคมกริบ เล็บยาวสะท้อนประกายคมกริบอยู่ในความมืด

 

เฟิ่งจิ่วที่กะจังหวะไว้เป็นอย่างดีเคลื่อนไหวในพริบตา!

 

การเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของนางเมื่อประกอบกับพลังปราณนั้นทำให้นางรวดเร็วยิ่งขึ้น มีดในมือนางทะลวงผ่านคอของหมาป่าที่กระโจนเข้ามาเป็นตัวแรกและชักออกในทันที ภายใต้ความมืดมิดของยามค่ำคืน เสียงร้องอย่างน่าสังเวชดังก้องไปทั่ว โลหิตอุ่นระอุพุ่งกระฉูดส่งกลิ่นคาวไปทั่วตัวนาง และแล้วเจ้าหมาป่าก็ทรุดตัวลงแน่นิ่งไป….

 

หลังจากฆ่าหมาป่าได้สำเร็จนางก้าวถอยหลังก้าวหนึ่งในทันที มีดในมือทอประกายวูบ หมาป่าสองตัวกระโจนเข้าใส่จากทางซ้าย อาจเพราะเพื่อนร่วมฝูงถูกฆ่าไปทำให้พวกมันระวังตัวขึ้น พวกมันตอบสนองอย่างรวดเร็วยิ่งและหลบมีดของนางได้ ขณะที่หมาป่าตัวอื่นๆก็กำลังใกล้เข้ามา

 

พวกหมาป่าที่จู่โจมจากทางด้านขวาสบโอกาสที่จะกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มที่หมดสติเบื้องหลัง นางไม่สามารถปลีกตัวไปรับมือได้ จึงทำได้เพียงตวัดขาเตะกองไฟใส่พวกมันขณะเดียวกับที่ใช้มีดรับมือกับหมาป่าทางด้านซ้าย กิ่งไม้ติดไฟร้อนระอุกระเด็นเข้าใส่พวกหมาป่าทางขวา

 

หมาป่านั้นกลัวไฟ เมื่อพวกมันเห็นประกายไฟพุ่งเข้ามาหาพวกมันจึงร้องลั่นอย่างตื่นกลัวและล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันมือในมือเฟิ่งจิ่วก็กำจัดหมาป่าอีกสองตัวอย่างรวดเร็ว

 

พวกมันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นและน่าสะพรึงกลัว หรือไม่ก็ความกระหายเลือดไม่มีที่สิ้นสุดของนาง ที่ทำให้พวกมันเริ่มหวาดกลัวและส่งเสียงครางต่ำออกมาขณะที่พวกมันค่อยๆล่าถอยไปทีละก้าว ไม่กล้าที่จะรุกเข้ามาจู่โจมอีก ทว่าก็ยังคงไม่ต้องการที่จะจากไป…