0 Views

 

 

 

ชายคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

พูดให้ชัดขึ้นคือไม่แน่ว่าเขาเพียงแค่สลบหรือสิ้นลมไปแล้ว ร่างกายท่อนบนของเขานอนแช่อยู่ในแม่น้ำ เขานอนคว่ำอยู่ทำให้มองไม่เห็นหน้า ทว่าเมื่อดูจากเสื้อผ้าเนื้อดีสีน้ำตาลอ่อนที่สวม ตระกูลของเขาน่าจะมีฐานะดีทีเดียว

 

เสื้อผ้าบริเวณท้องของเขาชุ่มโชกไปด้วยโลหิตอย่างน่ากลัว และที่ศีรษะของเขาก็มีเลือดออกเช่นกัน แม้ว่าจะนอนคว่ำหน้าลงแม่น้ำ ทว่าเขาโชคดีที่จุดที่ล้มลงนั้นมีก้อนหินปูดสูงขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย หนุนให้ใบหน้าของเขาไม่จมอยู่ใต้น้ำ หากมิใช่เช่นนั้นต่อให้ไม่ได้ตายจากการเสียเลือด เขาก็คงจมน้ำตาย

เนื่องจากร่างของเขานอนอยู่ในแม่น้ำ ทำให้เลือดที่ไหลจากท้องและศีรษะของเขาไหลไปตามน้ำไปสู่ลำน้ำเบื้องล่างที่นางอยู่เมื่อครู่

 

นางเดินเข้าไปพลิกตัวชายคนนั้นขึ้น และยื่นมือไปใต้จมูกเขาเพื่อทดสอบดูว่ายังหายใจอยู่หรือไม่

เมื่อนางพบว่ายังหายใจอยู่จึงลากเขาขึ้นมาบนพื้นหญ้าริมแม่น้ำ

 

นางตรวจสอบบาดแผลของเขาและหยิบยาขวดเล็กๆออกมาจากถุงมิติ แล้วโรยยาห้ามเลือดบางส่วนไปที่แผลบนศีรษะก่อนจะถอดเสื้อของชายหนุ่มออกและโรยยาไปที่บาดแผลตรงท้องด้วย จากนั้นก็หยิบชิ้นผ้าออกมาจากถุงมิติและฉีกมันเป็นเส้นเพื่อเอามาพันแผล

“เจ้านี่โชคดีสุดๆเลยนะที่ได้มาเจอข้า”

เมื่อมองไปที่ชายหนุ่มที่หมดสติ นางก็หัวเราะเบาๆรู้สึกแปลกใจตัวเอง นางเลิกคิ้วขึ้นและพึมพัม “ข้าเป็นคนดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

เพื่อไม่ให้กลิ่นเลือดดึงดูดสัตว์ร้ายใดๆเข้ามา นางจึงนำเสื้อผ้าทั้งหมดของชายหนุ่มที่เปื้อนเลือดไปโยนทิ้งให้มันไหลไปตามน้ำ และหยิบผ้าอีกผืนมาจากถุงมิติและใช้มันห่มร่างของชายหนุ่ม

 

เมื่อเห็นว่าเริ่มที่จะมืด อีกทั้งที่นี่ยังมีแหล่งน้ำจืด นางจึงหยิบกิ่งไม้แห้งมาเริ่มจุดไฟเพื่อที่จะค้างคืนที่บริเวณนี้

นางนึกว่าเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำอาจจะจับปลาได้บ้าง ทว่าหลังจากนั่งมองอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่พบปลาว่ายผ่านแม้แต่ตัวเดียว นางถอนหายใจอย่างผิดหวัง “น้ำใสไร้ปลาอยู่ ดูท่าว่าสำนวนเก่านี่จะเป็นจริง!”

 

นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยิบเนื้อย่างที่เหลือมาอุ่นและฉีกกิน หลังจากเติมกระเพาะเรียบร้อยนางก็นั่งขัดสมาธิและเริ่มโคจรพลังอีกครั้ง

นางตั้งใจเพียงว่าจะชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่าง ปราณช่วงระดับนักรบเริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์ขึ้นไปเป็นช่วงใหญ่นางจึงไม่รีบร้อน ทว่านางรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆในร่างหลังจากเริ่มฝึกฝนพลังทำให้สัมผัสได้ว่ามันกำลังก้าวหน้า ส่งผลให้นางรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาก จึงยังคงฝึกฝนพลังต่อไปอีกหลายชั่วโมง จนกระทั่งรู้สึกได้ว่าพลังปราณนั้นก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังระดับนักรบขั้นต้นระดับที่สอง นางจึงค่อยถอนหายใจยาวๆอย่างผ่อนคลายและลืมตาขึ้น

 

ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำและอากาศในป่าก็เย็นลง โชคดีที่ได้ไออุ่นจากกองไฟที่จุดไว้และพลังปราณในร่างก็ช่วยไล่ความหนาวออกไป

เมื่อหันไปมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก็เห็นว่าเขาคู้ตัวและดูเหมือนว่าจะสั่นเทา นางจึงยื่นมือไปตรวจดูและพบว่าแผลที่ติดเชื้อของเขาทำให้เกิดไข้ขึ้น

 

เฟิ่งจิ่วครุ่นคิดอยู่ซักพักก่อนจะค้นถุงมิติและเจอขวดยาเล็กๆอีกขวดในที่สุด นางเทเม็ดยาลงบนฝ่ามือและลองดม หลังจากที่พอจะทราบฤทธิ์ยาและวิธีใช้ นางก็ง้างปากของชายหนุ่มและใส่ยาลงไปก่อนที่จะเทน้ำตามลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลืนไปพร้อมกัน

 

นางโยนกิ่งไม้เพิ่มเข้าไปในกองไฟ ทำให้มันแรงขึ้นอีกเล็กน้อย ทว่าทันใดนั้นเสียงจากในป่าที่ดังเข้าหูมาก็ทำให้ตัวแข็งทื่อ

“โฮ่ง!”

“โฮ่ง!”

“บรู้ววว…..”

“หมาป่า?”

นางลุกขึ้นในทันทีเมื่อได้ยินเสียงหอนของหมาป่าที่ฟังดูน่าสะพรึงกลัวมาจากทั้งระยะใกล้และไกล เสียงหอนทั้งหลายสะท้อนก้องไปมาในป่า

หมาป่าเป็นสัตว์ที่อยู่เป็นกลุ่ม เมื่อมันมา มันจะมาเป็นฝูง!