0 Views

 

 

เฟิ่งจิ่วลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ มุมปากโค้งขึ้นน้อยๆ ปรากฏเป็นรอยยิ้มแสนพึงพอใจ

ความพยายามในการชักนำพลังเข้าสู่ร่างสัมฤทธิ์ผล ทั้งยังใช้เวลาน้อยกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก

 

และเมื่อนึกถึงถุงมิติขึ้นได้ นางก็หยิบมันออกมาจากในเสื้อคลุมทันทีแล้วถ่ายเทพลังปราณลงไปเพื่อเปิดมันออก

 

“โอ้! ไม่น้อยเลยนะนี่”

 

ความจุของถุงมิติไม่ได้มีความจุใหญ่โตมโหฬาร ทว่ามันก็บรรจุของไว้มากทีเดียว นางกวาดตามองในถุงอย่างรวดเร็วและหยิบสมุนไพรกับทองแท่งออกมาจากห่อผ้ามาใส่ในถุงมิติ ก่อนที่จะผูกมันไว้กับเอวอย่างแน่นหนา

 

นางพบว่ายังเหลือเนื้อย่างอยู่จึงเก็บมันไว้ในห่อ และเดินทางลึกเข้าไปในป่าเพื่อหาแหล่งน้ำสะอาดมาล้างบาดแผลบนใบหน้า

 

โคลนบนใบหน้านางไม่ใช่อะไรที่นางซี้ซั้วป้ายไว้แต่อย่างใด แต่มันคือแก่นดินและน้ำบาดาลบริสุทธิ์ที่นางผสมเข้าด้วยกันอย่างบรรจงเพื่อให้เป็นโคลนสำหรับพอกแผล ข้อดีอย่างแรกของมันคือฤทธิ์เย็นของโคลนจะช่วยลดการอักเสบ และอีกอย่างคือมันจะช่วยปิดบังรอยแผลบนใบหน้านางไว้ทำให้ไม่เป็นที่สังเกตมากนัก

 

ทว่าโคลนนี้อยู่บนใบหน้านางมาหลายวันแล้วและนางต้องล้างมันออก ดังนั้นสำหรับตอนนี้นางจำเป็นจะต้องหาแหล่งน้ำให้ได้

 

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะหาตำแหน่งของแหล่งน้ำคือการสังเกตดูความหนาแน่นของต้นไม้และพืชต่างๆในป่า

 

นางมิได้ตรงดิ่งไปทางส่วนลึกของป่าในทันที ทว่าเดินไปโดยสังเกตความหนาทึบของต้นไม้ใบหญ้า ผ่านไปถึงสองชั่วยามก่อนที่นางจะได้พบกับแหล่งน้ำ

 

มันเป็นลำธารที่ไหลรินจากบนเนินมาถึงพื้นที่ต่ำที่นางอยู่ ต้นไม้บนสองฝั่งข้างแม่น้ำนั้นหนาทึบและอุดมสมบูรณ์

 

“ฟี้ว! จะหาน้ำในป่านี้นี่มันยากจริงๆ”

 

นางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกและสาวเท้าอย่างยินดีไปที่ริมแม่น้ำและย่อตัวลงวักน้ำขึ้นดื่มก่อนจะหยิบเอากระบอกไม้ไผ่ออกมาจากถุงมิติเพื่อเติมน้ำใส่ให้เต็มและเก็บสำรองไว้เผื่อใช้ในอนาคต

 

นางถอดรองเท้าออกและแช่เท้าลงในลำธารและรู้สึกราวกับว่าความเหนื่อยล้าค่อยๆถูกชะออกไปตามสายน้ำ

 

หลังพักแช่เท้าพลางฟังเสียงน้ำไหลรินกระทบหินได้สักครู่ นางก็เริ่มล้างโคลนออกจากใบหน้าอย่างระมัดระวังโดยล้างแผลอย่างช้าๆทีละน้อยเพื่อไม่ให้มีเศษโคลนหลงเหลือ

 

จนกระทั่งผิวน้ำสะท้อนภาพใบหน้าที่เสียโฉมอย่างน่าสะพรึงกลัวด้วยบาดแผลจากการถูกฟันด้วยของมีคมหลายต่อหลายครั้ง

 

นางจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนกลับมาจากผิวน้ำ นัยน์ตาทั้งคู่เย็นยะเยียบ

 

ร่างกายที่นางใช้อยู่นี้คล้ายกับร่างเดิมของนางในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ใบหน้าของนางก็เช่นกัน ทว่าใบหน้าที่เห็นจนคุ้นชินในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดบัดนี้กลับเสียโฉมอย่างน่าสะพรึงกลัว ทำให้ความรู้สึกกระหายเลือดที่เดิมทีสงบนิ่งอยู่ในตัวเริ่มที่จะตื่นขึ้น

 

“ซูโร่วหยุนเอ๋ยซูโร่วหยุน จงดูแลชีวิตของเจ้าไว้ให้ดีเถอะ….”

นางพึมพัมกับตัวเองเบาๆพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเสียวสันหลัง

 

นางหยิบสมุนไพรที่เก็บมาตลอดทางออกมาจากถุงมิติ ผสมมันเข้ากับก้านของพืชวิเศษสองก้าน โดยบดพวกมันรวมกันและนำของเหลวที่ได้มาทาบนบาดแผล

 

สะเก็ดหนาๆบนบาดแผลหลุดออกมาพร้อมกับโคลนที่นางล้างออกเมื่อครู่ ทว่าสภาพน่ากลัวดุจภูติผีจากแผลที่ถูกกรีดก็มิได้หายไป

 

หลังจากที่สะเก็ดแผลหลุดออก ทุกบาดแผลจากมีดนั้นหลงเหลือเป็นรอยสีชมพูคล้ำ

เมื่อเทียบกับระหว่างที่พวกมันยังตกสะเก็ด อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ใบหน้านางในตอนนี้ก็สามารถเรียกได้ว่าเพียงแค่น่าเกลียด มิได้น่าสะพรึงกลัวแล้ว

 

หลังจากทาของเหลวที่ได้จากการผสมสมุนไพร นางรอสักพักให้มันแห้งก่อนที่จะโน้มตัวลงมองไปที่น้ำในแม่น้ำ น้ำใสกระจ่างสะท้อนให้เห็นถึงใบหน้าของนางที่ดูแปลกไปเล็กน้อยเนื่องจากภาพสะท้อนนั้นมีสีออกแดง นางเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ

 

นางจ้องต่อไปและคิ้วของนางก็เลิกสูงขึ้น สายน้ำที่ใสกระจ่างบัดนี้ขุ่นมัวไปด้วยแถบสีแดง นางมองตามขึ้นไปทางต้นน้ำและหยุดคิดชั่วครู่ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินเลียบขึ้นไปทางต้นน้ำ

 

ราวครึ่งชั่วธูปฝีเท้าของนางก็หยุดลง สายตาจดจ้องไปที่กอวัชพืชหนาทึบที่ริมแม่น้ำ….

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

 

มาเข้ากลุ่มธรรมดามาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า
ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บนะคะ

VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยนะคะ

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~