0 Views

 

 

 

และสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทำให้เขาทราบถึงสาเหตุของความไม่สบายใจนั้น…..

 

เขาเห็นเจ้าขอทานกางขาออกด้วยเข่าที่งอเล็กน้อย ดูราวกับร่างกายของมันอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง แขนทั้งสองตกห้อยที่ข้างกายก่อนที่เจ้าขอทานจะค่อยๆยกขึ้นอย่างช้าๆ

 

เมื่อหลานชายของเขาเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างรุนแรง เจ้าขอทานเพียงเอี้ยวตัวไปทางซ้ายก้าวขาไปข้างหลังและคว้ากำปั้นของหลานชายเขาไว้ในพริบตา มือของมันประกบไปที่จุดอ่อนไหวที่สุดของฝ่ามือ นั่นคือบริเวณระหว่างหัวแม่มือและนิ้วชี้

 

หลังจากที่การก้าวถอยหลังเพียงหนึ่งก้าวได้สลายแรงทั้งหมดจากหมัดออกไป  เจ้าขอทานน้อยก็หมุนตัวเพื่อล็อกแขนของหลานชายเขา ด้วยการลงมืออย่างแม่นยำไร้ปราณีเสียงหักก็ดังก้องในอากาศและเสียงกรีดร้องก็ตามมาในฉับพลัน

 

“อ้ากกกกกกกกกก”

 

ชายหนุ่มแผดเสียงโหยหวน ความเจ็บปวดเกินทนทานทำให้สีหน้าของเขาซีดดุจคนตาย ทว่าไม่เพียงเท่านั้น แขนของเขายังคงถูกเจ้าขอทานจับไว้และไม่สามารถดิ้นหลุดได้

ยิ่งไปกว่านั้นด้วยแขนที่หักทำให้เขาไม่มีโอกาสหนีได้เลย ชายหนุ่มพยายามใช้แขนข้างที่ยังดีอยู่เพื่อดิ้นรน ทว่ามันก็ถูกเจ้าขอทานคว้าไว้ได้และลงเอยด้วยชะตาเดียวกับอีกข้าง

 

‘กร๊อบ!’

 

 

“อ้ากกกกกก….”

 

“พี่ชาย!”

 

“นายน้อย!”

 

เหล่าคนคุ้มกันและเด็กสาวต่างหน้าซีดเผือดขณะที่ร้องตะโกน เสียงของพวกเขาสั่นสะท้านจากภาพฝันร้ายตรงหน้า ความกลัวของพวกเขายิ่งพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่แขนทั้งคู่ถูกหักทิ้ง

 

สองมือที่ดูอ่อนแอและบอบบางยกขึ้นมากำรอบคอของชายหนุ่ม

 

“ไม่ อย่านะ….” ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสยดสยอง กลิ่นอายของความตายเข้าห้อมล้อม ทำให้ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

 

“อย่า! อย่าฆ่า…. เขา!”

 

ท่าทีของชายวัยกลางเปลี่ยนไปในทันทีจากที่เคยหยิ่งผยอง เช่นเดียวกับปากที่กำลังเอ่ยคำอ้อนวอน ทว่า ก่อนจะทันพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงหักดังขึ้นอีกครั้ง หัวของหลานชายของเขาผงะหงาย จวบจนวาระสุดท้ายนัยน์ตาคู่นั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความแค้น

 

“พี่ชาย! พี่ชายของข้า…..”

เด็กสาวคร่ำครวญอย่างโศกเศร้าและพยายามจะพุ่งเข้าไป ทว่านางถูกจับไว้อย่างแน่นหนาโดยชายวัยกลางคน มิให้นางก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว

 

“นาย… นายน้อย…..”

เหล่าคนคุ้มกันตกตะลึงและมองอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง นายน้อยเป็นศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลของพวกเขาและเขาก็เพิ่งถูกฆ่าโดยขอทานชั้นต่ำ หากท่านผู้นำตระกูลทราบเข้าจะโกรธเกรี้ยวถึงเพียงไหน?

 

“ฆ่ามันเพื่อล้างแค้นให้นายน้อย!”

 

ชายฉกรรจ์กว่าสิบคนพุ่งเข้าไปอย่างเคียดแค้นจนไม่สนสิ่งใด กระบี่คมกริบในมือฟาดฟันด้วยความเดือดดาล เวลานี้มีเพียงเลือดของเฟิ่งจิ่วที่จะบรรเทาความโศกเศร้าและไฟแค้นในใจพวกเขาได้

 

 

เด็กสาวร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง สายตาจ้องตรงไปยังร่างไร้ชีวิตของพี่ชายที่นอนนิ่งไม่ไหวติงบนพื้น นางไม่อาจเชื่อได้ว่าคนที่เพิ่งจะมีชีวิตชีวาเมื่อครู่ บัดนี้กลับนอนตายอยู่ต่อหน้า

 

“ท่านลุงรอง มันไม่จริงใช่ไหม? พี่ชายข้าเก่งกาจยิ่ง ไม่มีทางที่เขาจะถูกขอทานฆ่าหรอกใช่ไหม? ท่านลุงรอง บอกข้าสิว่านี่มันไม่จริง นี่มันไม่จริงใช่ไหม?”

 

นางเกาะแขนของชายวัยกลางคนขณะที่สะอื้นถาม ไม่อาจยอมรับว่าเรื่องโหดร้ายตรงหน้านางเป็นความจริง [พี่ชายของข้าเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เป็นคนที่มีความสามารถยิ่งกว่าใคร เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะถูกขอทานฆ่า!]

 

 

ขณะเดียวกันชายวัยกลางคนไม่มีแม้แต่เวลาจะโศกเศร้าหรือตกตะลึง เนื่องจากเขาเห็นชายฉกรรจ์กว่าสิบคนที่พุ่งเข้าโจมตีเจ้าขอทานล้มลงไปทีละคนๆ

 

จำนวนของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็ว และในทางกลับกันเขาไม่เห็นบาดแผลใดๆบนร่างเจ้าขอทานแม้แต่น้อย

 

“ลุกขึ้น! เราต้องไปเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนและถูกบีบให้รีบตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เขายื่นแขนข้างที่ยังดีอยู่ไปลากตัวหลานสาวที่ยังคงทรุดตัวอยู่บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

“ข้าจะล้างแค้นให้พี่ชาย! ข้าจะฆ่ามัน! ข้าจะฆ่ามัน!!!!” เด็กสาวกรีดร้องคร่ำครวญและดิ้นรนที่จะหลุดจากมือของชายวัยกลางคนเพื่อที่จะพุ่งไปโจมตีเจ้าขอทาน

 

“ได้สติซักที! เจ้าน่ะไม่มีทางฆ่าเขาได้!”

 

ชายวัยกลางคนตะโกนเสียงดังใส่เด็กสาว “รีบหนีซะ! หากไม่ไปตอนนี้มันจะสายเกินไป!” เขาลากและบังคับนางให้ไป ทันใดนั้นสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มกับนัยน์ตาที่ไร้ความรื่นเริงของขอทานน้อยที่ยืนท่ามกลางกองเลือด ทั่วร่างของเขาขนลุกไปด้วยความสะพรึงกลัวในทันที