0 Views

 

 

กระบี่ที่พุ่งเข้ามาดูราวกับเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบ ทว่าผิดไปจากทุกความคาดหมาย  ชั่วขณะที่ปลายกระบี่กำลังจะแทงเข้าไปที่อกของนาง ร่างของเฟิ่งจิ่วทิ้งตัวลงไปข้างหลังอย่างฉับพลันและตีลังกากลับหลัง แรงที่ส่งมาจากช่วงเอวทำให้ร่างของนางหมุนรอบซึ่งไม่เพียงแต่จะสามารถหลบกระบี่ที่รุนแรงถึงชีวิตได้ แต่มีดในมือของนางยังสามารถโจมตีไปที่ชายวัยกลางคนได้อย่างรวดเร็วจนไม่อาจมองทัน

 

เมื่อพบว่าเฟิ่งจิ่วสามารถหลบกระบี่ของเขาได้ชายวัยกลางคนก็ตกตะลึง ทันใดนั้นจิตสังหารก็กดดันเข้ามาประชิดตรงหน้า! เขาไม่อาจออกกระบวนท่าฟาดฟันต่อได้และล่าถอยอย่างรวดเร็ว ทว่ามันยังคงช้าไปเสี้ยววินาที


‘คว่าก!’

 

เขาสะดุ้งอย่างเจ็บปวด นัยน์ตาชั่วช้ามองไปที่ร่างเบื้องหน้าอย่างหวาดกลัว

 

แม้จะเลี่ยงจุดตายไปได้ ทว่าแขนของเขาถูกมีดฟันลึกไปถึงกระดูก เลือดสดๆไหลทะลักออกมาจนชุ่มแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดทำให้แขนของเขาห้อยอย่างไร้เรี่ยวแรงและสั่นสะท้าน

“ท่านลุงรอง”

เด็กสาวกรีดร้องและรีบวิ่งเข้ามาหา

 

“ฆ่ามันซะ!” ชายวัยกลางคนคำรามลอดไรฟัน เหล่าคนคุ้มกันตอบสนองในทันที ทว่าชายหนุ่มกลับยกมือห้ามไว้

 

“ข้าจะจัดการไอ้ขอทานนี่ด้วยตัวเอง!” ร่างของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอำมหิต กลิ่นอายกระหายเลือดแผ่ซ่าน ดวงตามุ่งร้ายจับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่วราวกับงูพิษ

 

นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนที่กำลังได้รับความช่วยเหลือจากเด็กสาวข้างๆ สายตาของเฟิ่งจิ่วเลื่อนไปมองชายหนุ่มที่กำลังแผ่รังสีอำมหิต คางของนางเชิดขึ้นขณะที่กล่าว เสียงของนางเต็มไปด้วยความดูถูก “เจ้าไม่ใช่คู่มือของข้า”

 

แม้ว่านางจะสัมผัสถึงพลังจากชายหนุ่มได้บ้าง ทว่ามันเป็นคนละชั้นกับชายวัยกลางคนโดยสิ้นเชิง หากนางต้องการจะฆ่าชายวัยกลางคน นางจำเป็นต้องใช้หลายกระบวนท่าจึงจะสามารถฆ่าได้ ทว่ากับหนุ่มรุ่นเยาว์ตรงหน้า นางฆ่าเขาได้โดยเหงื่อยังไม่ทันออกเสียด้วยซ้ำ

 

หลิงโม่หานยังคงเฝ้ามองจากบนต้นไม้ที่ห่างไปไม่ไกล เขามองนางเชิดคางพูดอย่างหยิ่งยโสและดูถูก หลิงโม่หานส่ายหัวกับตัวเองอย่างเงียบๆ [ยังไงซะนางก็เป็นแค่เด็กสาว…]

 

ทว่าจากที่เฝ้าสังเกตยามที่นางสู้กับชายวัยกลางคนเมื่อครู่ บัดนี้เขาตระหนักว่านางสามารถจัดการคนทั้งกลุ่มได้ด้วยตัวเองเสียด้วยซ้ำ ด้วยความสามารถของนางตราบเท่าที่คอยระมัดระวังสิ่งต่างๆในป่านี้ นางคงจะไม่ประสบปัญหาใดๆ

 

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจับจ้องร่างนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะรวบรวมพลังปราณและกระโจนห่างออกไป…..

 

“ไม่ใช่คู่มือของเจ้า? ฮ่า! ถ้างั้นจงลองชิมการโจมตีข้าดู!” ชายหนุ่มตะโกนดังก้อง พลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสงสีส้มจากพลังปราณเรืองออกมาจากทั่วร่าง เขากระทบกำปั้นเข้าด้วยกันและกู่ร้อง แล้วกระโจนเข้าไปเหวี่ยงกำปั้นใส่เฟิ่งจิ่ว

 

“หืม?” เมื่อเห็นรัศมีปราณสีส้มคิ้วของเฟิ่งจิ่วก็เลิกขึ้น รัศมีบนดาบของชายวัยกลางคนก็ดูเหมือนจะเป็นสีส้มจางๆ หรือว่าระดับพลังปราณของชายหนุ่มจะอยู่ระดับเดียวกับชายวัยกลางคนงั้นรึ?

 

“หมัดห้าขุนเขา!”

เมื่อสังเกตถึงสายลมเบื้องหลังกำปั้นของเขา เฟิ่งจิ่วกระโดดถอยหลังในทันที นางเห็นหมัดของชายหนุ่มไปโดนต้นไม้ใหญ่และโค่นมันลงหลังจากที่นางหลบ และพบว่ารอยของหมัดปรากฏชัดอยู่บนลำต้น นางประทับใจและตกตะลึงอย่างเงียบๆ

 

ด้วยพลังปราณผสานเข้ากับกระบวนท่า ผลที่ออกมาช่างน่าทึ่ง คู่ต่อสู้ของนางจู่โจมด้วยหมัด ทุกการต่อยล้วนทรงพลัง หากนางพยายามใช้กำลังในการตอบโต้คงไม่ได้ผลเป็นแน่ ถ้าเป็นเช่นนี้ นางก็ต้องไหลไปตามกระแสพลังเพื่อที่จะโต้กลับ!

 

นัยน์ตาของนางเปล่งประกายอย่างกระจ่างแจ้ง ขณะที่ล่าถอยและเก็บมีดในมือลงไป

 

หลังจากที่เด็กสาวปฐมพยาบาลท่านลุงรองของนางเรียบร้อยแล้ว นางเห็นเฟิ่งจิ่วเก็บมีดลงจึงเยาะเย้ยอย่างดูถูกว่า “ท่านลุงรอง เจ้าขอทานนี่เสียสติไปแล้วหรืออย่างไง? เหตุใดนางจึงเก็บมีดไปเสีย!? หรือนางจะคิดว่านางจะสามารถต่อยกับพี่ชายจนชนะได้น่ะ?”

 

ชายวัยกลางคนกลับจ้องมองเฟิ่งจิ่วอย่างครุ่นคิด แววตาของเขาดูคับข้องใจ ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มคืบคลานเข้ามา