0 Views

 

ซูโร่วหยุนอิ่มเอมไปด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นสภาพที่ทุกข์ทรมานและน่าสังเวชของเฟิ่งชิงเกอ แต่นางไม่หยุดเพียงเท่านั้น

 

“ข้าควรจะฆ่าเจ้าเพื่อป้องกันฝันร้ายในอนาคต แล้วลบร่องรอยทุกอย่างของเจ้าให้หมดเพื่อให้ไม่มีผู้ใดหาเจ้าพบ แต่ทว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า……”

 

เมื่อเห็นว่าเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายของนางทำให้เฟิ่งชิงเกอขวัญผวา เสียงหัวเราะดุจปีศาจก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงบอกให้พวกมันทำลายเฉพาะใบหน้าที่งดงามอย่างร้ายกาจของเจ้า โดยไม่แม้แต่จะแตะต้องผิวขาวละมุนดุจหิมะบนร่างเจ้าซักนิด”

 

นางก้มลงเล็กน้อยและมองไปยังใบหน้าของเฟิ่งชิงเกอ แล้วพูดต่อ

 

“เพราะข้าจะขายเจ้าให้กับที่ที่เสื่อมทรามที่สุด สถานที่ที่มอบความสุขแก่บุรุษทั้งหลาย ข้าเชื่อว่าแม้เจ้าจะเสียโฉม ผิวขาวๆที่นุ่มนวลของเจ้าก็จะเป็นที่นิยมดีทีเดียวสำหรับพวกมัน เจ้าคิดว่าอย่างไรกันเล่า?”

 

“เจ้ามิต้องมองข้าเยี่ยงนั้น ใบหน้าอันงดงามของเจ้าถูกทำลายจนสิ้นแล้ว แม้เจ้าจะบอกผู้ใดว่าเจ้าคือบุตรสาวคนโตแห่งจวนอารักษ์แคว้นก็ไม่มีใครเชื่อเจ้า มีแต่จะบอกว่าเจ้านั้นเสียสติ ส่วนเรื่องการหลบหนีงั้นหรือ? ระดับพลังแค่ระดับนักรบชั้นสองของเจ้าไม่ได้มีค่าอะไรทั้งนั้นที่นั่น”

 

ขณะที่นางพูด นางกรอกยาเข้าไปในปากของเฟิ่งชิงเกอ แล้วยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

 

“เจ็ดวัน หากเจ้ายังรอดจากความเจ็บปวดมาได้อีกเจ็ดวัน ยาพิษที่ข้าเพิ่งให้จะฆ่าเจ้าเอง”

 

เฟิ่งชิงเกอแยกเขี้ยวด้วยความโกรธและกรีดร้อง

“ซูโร่วหยุน! แม้ข้าจะกลายเป็นผี ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป!”

 

“หึ ตอนนี้เจ้าเป็นมนุษย์ เจ้ายังไร้หนทางจะต่อกรกับข้า เมื่อเป็นผีเจ้าไม่ยิ่งไร้สิ้นหนทางยิ่งกว่าอีกรึ!”

นางหัวเราะอย่างเยือกเย็นแล้วออกกับสั่งกับชายที่ยืนอยู่

 

“นำตัวนางออกไป ทำให้แน่ใจด้วยว่านางจะถูกขายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอย่าทิ้งร่องรอยใดๆจะดียิ่งถ้าพวกเจ้าปิดปากเจ้าคนรับสินค้าไว้ได้”

 

“ขอรับ!” ชายบึกบึนสองคนน้อมรับคำสั่งในทันที พวกมันทุบไปที่หลังของเฟิ่งชิงเกอเพื่อให้หมดสติและแบกเฟิ่งชิงเกอขึ้นบ่าก่อนจะก้าวกระโดดออกไป เพียงไม่กี่ก้าวพวกเขาก็หายลับไปในแมกไม้

 

ชายวัยกลางคนผู้แต่งตัวในชุดสีดำล้วนยืนอยู่เบื้องหลังซูโร่วหยุนตลอดเวลาที่ผ่านมา ก้าวขึ้นมาข้างหน้า “คุณหนู ยามนี้เริ่มจะสายแล้ว จะกลับไปที่จวนเลยหรือไม่ขอรับ”

 

“ใช่ ข้าควรกลับได้แล้ว” นางแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อมองไปยังท้องฟ้า และกล่าวอย่างนุ่มนวล

 

“นับแต่บัดนี้ ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ และเฟิ่งชิงเกอคือข้า”

 

—–

 

สองวันต่อมา ยามค่ำคืน ณ เมืองต้าหล่าง ภายในหอฟ้ารัญจวน

 

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอันรุนแรง เฟิ่งชิงเกอที่หมดสติค่อยๆลืมตาขึ้น นางยังคงรู้สึกมึนงงขณะที่ได้ยินเสียงแปลกๆ ของใครบางคนที่กำลังเดาะลิ้น และรู้สึกได้ว่าแขนทั้งสองของนางกำลังถูกมือคู่หนึ่งลูบไล้  นางกรีดร้องอย่างหวาดผวาและกลิ้งตัวร่วงลงจากเตียง

 

“ฮี่ ฮี่….. ในที่สุดก็ตื่นแล้วเรอะ? เยี่ยมยอด นายน้อยผู้นี้ไม่ชอบกระทำกับปลาตาย รสชาติของตัวที่มันดิ้นรนอย่างมีชีวิตชีวานั้นดีกว่ามากมายนัก”

 

ชายที่ดูต่ำช้าอายุราวสามสิบปีกำลังมองนางอย่างหื่นกระหายด้วยดวงตาลุกวาว

เมื่อเฟิ่งชิงเกอกลิ้งลงไปที่พื้นและขดตัวถอยไปยังมุมห้อง ดวงตาของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นขณะที่กล่าว

 

“ข้าไม่นึกเลยว่าพวกมันจะให้ของดีเยี่ยงนี้มา แม้ใบหน้าของนางจะเสียโฉมแต่ผิวที่นุ่มลื่นจนไม่น่าเชื่อของนาง…. เหอ เหอ ราวกับคุณหนูตระกูลชั้นสูงเลยทีเดียว!”

 

เฟิ่งชิงเกอขดตัวถอยไปยิ่งขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

 

“เจ้า! ออกไปให้พ้นจากข้า! ไปให้พ้น!”

 

นางผุดลุกขึ้นและวิ่งไปยังประตูในทันใด  ทว่านางถูกกระชากเข้าไปในวงแขนของชายผู้นั้นหลังวิ่งหนีไปได้เพียงสองก้าว

 

“จะหนีงั้นหรือ? ฮี่ ฮี่ เมื่อเจ้าเข้ามาในห้องนี้แล้วยังจะคิดว่าจะออกไปได้อีกรึ? มา! ให้นายน้อยผู้นี้ดูผิวขาวผ่องดุจหิมะของเจ้าให้ละเอียด”

 

“อ๊าาาา!” เฟิ่งชิงเกอกรีดร้อง นางขนลุกด้วยความขยะแขยงจากการถูกกอดโดยชายต่ำช้า และดิ้นรนที่จะผลักชายผู้นั้นออกไป

 

มือของนางปะป่ายไปบนมีดที่ห้อยอยู่ที่สะโพกของเขา โดยไม่ต้องคิด นางดึงมันออกมาแล้วเสียบตรงไปยังหัวใจของชายผู้นั้น

 

“แม่งเอ๊ย! อีตัวนี่!” ความใคร่ของชายต่ำช้าปลิวไปจากหัวชั่วชณะ

เขาหลบมีดอย่างเชื่องช้าและถูกฟันเข้าที่หน้าอก ความเจ็บปวดทำให้เขาผลักนางออกไปและส่งเฟิ่งชิงเกอกระเด็นไปอย่างแรง

 

“อ๊าา!”

 

‘ปัง!’

 

ศีรษะของนางกระแทกเข้ากับมุมเตียง โลหิตสีแดงสดไหลออกมาราวกับน้ำพุ นางพยายามที่จะยืนขึ้นทว่าร่างกายพลันหนักอึ้งและแล้วนางก็ร่วงลงไปบนพื้นอีกครั้งและสิ้นสติไป