0 Views

 

 

 

“กรร!”

 

คำตอบที่นางได้ยินไม่ได้มาจากหลิงโม่หาน ทว่าเป็นเสียงคำรามอย่างเดือดดาลจากสัตว์ร้ายกระหายเลือดเบื้องหน้า

เมื่อเสียงคำรามดังขึ้น สัตว์ร้ายจำนวนมากเข้ามาล้อมและกระโจนเข้าใส่ทั้งคู่ในทันใด กรามของพวกมันอ้ากว้างน้ำลายไหลยืด เผยให้เห็นถึงเขี้ยวยาวเป็นประกายกระหายเลือดและน่าสะพรึงกลัว

 

“ขึ้นไปบนต้นไม้!” สายตาเย็นเยียบของหลิงโม่หานกวาดมองรอบกายขณะที่ตะโกนเสียงต่ำ

 

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนบอกให้ปีนขึ้นต้นไม้ของเขา รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิ่งจิ่ว นางว่าแล้วไงว่าลุงเป็นคนดี!

 

“ลุง ท่านเองก็ระวังตัวด้วยนะ” นางปีนป่ายอย่างคล่องแคล่วขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ และเกาะกิ่งไม้ใหญ่มองดูสถาณการณ์เบื้องล่าง คอยที่จะเห็นว่ากระบวนท่าแบบใดที่ลุงคนนี้จะใช้ออกมา

 

ทว่าจากที่สูง หางตาของนางของนางพลันเห็นชายหนุ่มซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของทั้งคู่และเล็งธนูไปที่ลุงที่อยู่เบื้องล่างนาง แววตาของนางมีประกายเย็นยะเยียบปรากฏขึ้น

ใจของนางเต้นรัวเมื่อเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาเพื่อชนต้นไม้ใหญ่ที่นางอยู่ นางปล่อยมือจากกิ่งไม้ในจังหวะเดียวกับที่สัตว์ร้ายกระแทกเข้ามา

 

“อ้ากกก!”

 

หลิงโม่หานกำลังติดพันกับสัตว์ร้ายกว่าสิบตัวขณะที่เขาหันกลับไปมองโดยสัญชาติญาณ และสีหน้าของเขาก็มืดมนลง

[เจ้าตัวปัญหานั่น!] เขากำลังจะใช้พลังปราณเพื่อรับนางไว้ ทว่าเมื่อเห็นนางขยิบตาให้ เขาก็ขมวดคิ้วและหันไปฟาดดาบใส่สัตว์ร้ายที่กระโจนเข้ามาแทน

 

ในขณะเดียวกัน หลังเฟิ่งจิ่วร่วงลงถึงพื้น นางลุกขึ้นในทันใดแล้ววิ่งพร้อมกรีดร้อง

 

“อ้ากก! ช่วยด้วย!”

 

การเคลื่อนไหวของนางนั้นดูแปลกประหลาด ชัดเจนว่านางไม่มีแม้แต่เสี้ยวของพลังภายในและวิ่งอย่างมั่วซั่วท่ามกลางฝูงสัตว์ร้าย

ทว่ากลับสามารถหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดได้ หลังจากวิ่งพ้นออกมาจากกลางฝูงสัตว์ร้าย นางมิได้วิ่งไปหลบหลังหลิงโม่หานทว่ากลับวิ่งย้อนกลับไปทางที่พวกเขาเดินมา

“ช่วยด้วย….”

 

 

ชายนับสิบซ่อนตัวที่อยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆเห็นเฟิ่งจิ่ววิ่งมาทางพวกเขา ไล่หลังมาด้วยสัตว์ร้ายอีกเจ็ดหรือแปดตัว ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียวในฉับพลัน

 

“บัดซบ”

 

ชายหนุ่มสบถเบาๆ เขาไม่สามารถเล็งธนูในมือได้เนื่องจากกระบวนท่าแปลกๆที่คาดเดาทิศทางไม่ได้ของชายชุดดำ เมื่อเห็นสัตว์ร้ายหลายตัววิ่งมาทางพวกเขา ชายหนุ่มก็รู้ว่าโอกาสในการลอบสังหารชายชุดดำได้หลุดลอยไปแล้ว เขาจึงรีบขยับจุดเล็งไปที่ขอทานน้อยและยิงออกไป

 

“เตรียมพร้อมรบ!” ชายวัยกลางคนตะโกนสั่ง พลังปราณแผ่ออกมาขณะที่เขาชักกระบี่สั้นมาจากข้างเอว

เมื่อเห็นชายหนุ่มยิงลูกศรมาที่นาง มุมปากของเฟิ่งจิ่วก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มประหลาดที่ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

 

กับพวกที่ไม่รู้จักเข็ดหลาบที่พยายามเอาชีวิตนางหลายต่อหลายครั้ง นางจะไม่ตอบแทบพวกเขาซักหน่อยได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้น นางก็ชักจะคันไม้คันมือ และจะใช้คนกลุ่มนี้เป็นเครื่องทดสอบระดับความสามารถนางในมิตินี้ซะเลย!

 

เมื่อนางเลือกเป้าหมายได้แล้ว จิตสังหารพลันพลุ่งพล่านออกมา กลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ออกมาโดยรอบ เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงของแววตาและกลิ่นอายของนางก็ทำให้ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มตกอยู่ในความหวาดกลัวและตัวสั่นอย่างหวาดผวา!

 

ในชีวิตเขาพบปะกับผู้คนมาทุกรูปแบบ และตระหนักดีว่าขณะนี้เจ้าขอทานไม่เหมือนกับครู่ก่อนอีกแล้ว กลิ่นอายทรงอำนาจและจิตสังหารที่เยือกเย็น เพียงสบตาคู่นั้นก็ทำให้เขาตัวสั่นอย่างหวาดกลัว

 

แต่คนผู้นี้ไม่มีแม้แต่เสี้ยวของพลังภายใน! เขาเชื่อว่าไม่ว่ากลิ่นอายของขอทานน้อยนี่จะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่มีทางที่เจ้าขอทานนี่จะชนะเขาได้!

 

สายตาของหลิงโม่หานจับจ้องไปที่เด็กสาวขอทานเช่นกัน ส่วนลึกของนัยน์ตาเขาเปล่งประกายวูบหนึ่ง

 

ดังคาด นางไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาไร้ทางสู้อย่างที่แสร้งทำ และตระหนักว่าเขาควรจะทราบว่าขอทานน้อยนี่ไม่ใช่คนธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเด็กสาวธรรมดาที่ไหนกันที่จะกล้าเหยียบย่างเข้ามาในป่าเก้าวงกตเพียงลำพัง?
อย่างไรก็ตามหากไร้ซึ่งพลังภายใน นางก็คงไม่สามารถต่อกรกับคนเหล่านั้นได้

 

 

ทว่าเพียงแค่ครู่ถัดมา เขาก็ตระหนักว่าเขายังคงประเมินนางต่ำเกินไปอีกครั้ง…..