0 Views

 

 

 

เขามองเด็กสาวตรงหน้าที่ยิ้มหน้าเป็น จ้องกลับมาที่เขาด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างยิ่ง

เมื่อเขานึกถึงสัมผัสนุ่มๆที่ฝ่ามือและความรู้สึกเมื่อริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกัน หน้าของหลิงโม่หานก็พลันมืดมัวลง ทว่าใบหน้าของเขาปกคลุมไปด้วยเคราดกหนาจึงไม่อาจเห็นได้ชัด

 

เมื่อเห็นชายคนนั้นหันหลังและเดินออกไปโดยไม่พูดจา เฟิ่งจิ่วรู้สึกแปลกใจไปชั่วขณะ นางคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสาวเท้าตามไป

 

“ลุง ท่านไม่คิดรึว่าโชคชะตานำพาให้เราพบกัน? นี่ไง? เราอุตส่าห์กลับมาเจอกันอีกครั้งที่นี่ ในเมื่อเป็นแบบนี้ทำไมเราไม่เดินทางไปด้วยกันเสียเลยเล่า?”

 

เมื่อเห็นชายคนนั้นยังคงเดินต่อโดยไม่สนใจนางแม้แต่น้อย นางก็มิได้ขุ่นเคืองแต่อย่างใด เพียงคิดว่าลำพังแล้วด้วยพลังของนางหากยังคงเดินร่อนเร่ไร้จุดหมายในที่แบบนี้อาจจะอันตรายไปซักหน่อย แต่หากอยู่กับชายเยี่ยงเขา มันคงปลอดภัยขึ้นมากสำหรับนาง

 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเขาเดินนางก็ตาม เมื่อเขาหยุด นางก็หยุดเช่นกัน

เมื่อเทียบกับความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเฟิ่งจิ่ว รัศมีเย็นชาจากหลิงโม่หานนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาไม่อาจทนอีกต่อไปและหันมาจ้องนางด้วยสายตาเย็นเฉียบ เขานิ่วหน้าและขมวดคิ้วแน่นจนเกิดเป็นรอยย่นลึกบนใบหน้าขณะกล่าว

 

“ทำไมเจ้าถึงต้องตามข้ามาด้วย?”

 

เขารู้ดีว่าตัวเขาไม่ใช่คนที่เป็นมิตรหรือเข้าถึงได้ง่าย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจะมีซักกี่คนที่ไม่ได้ถอยหนีออกไปอย่างน้อยสามก้าวเมื่อเห็นเขากัน?

 

แม้แต่คนที่โง่เง่าที่สุดยังไม่ตามติดเขาอย่างไร้ยางอายเยี่ยงนี้ ทว่าเด็กสาวคนนี้เป็นราวกับแผ่นกาวเหนียวหนึบที่ติดแน่นไม่ว่าเขาจะสะบัดอย่างไรก็เอาไม่ออก

 

“เพราะในที่แห่งนี้ท่านเป็นคนเดียวที่ข้ารู้จัก!” นางมองเขาราวกับว่าเขาน่าจะรู้อยู่แล้ว

ในตานางพยายามจะซ่อนประกายตาซุกซนชั่วร้ายไว้และทำหน้าเคร่งเครียดขณะกล่าว

“ตั้งแต่ที่ท่านให้เศษเงินแก่ข้า ข้าก็มั่นใจว่าท่านเป็นคนที่มีเมตตายิ่ง!”

 

เส้นเลือดสีเขียวปูดขึ้นมาบนหน้าผากของหลิงโม่หาน และคิ้วของเขาก็เริ่มกระตุก ริมฝีปากบางของเขาเม้มจนเป็นเส้นตรง สายตาแข็งกระด้างกวาดไปที่นางครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินต่อโดยไม่กล่าวอะไรอีก

ถ้าเขารู้ไวกว่านี้ว่าการโยนเศษเงินทิ้งอย่างลวกๆจะทำให้แผ่นกาวดื้อด้านนี่แปะติดมา เขาคงไม่โยนเศษเงินนั่นทิ้งต่อให้มันจะเกะกะซักเท่าไหร่ สวรรค์ทราบว่ามันไม่ใช่ความเมตตาที่เขาโยนเศษเงินเล็กๆนั่นให้ ทว่าเป็นเพราะเศษเงินนั่นมันเกะกะกระเป๋าแล้วเขาก็เห็นขอทานน้อยตรงหน้าพอดี เขาจึงไม่คิดอะไรและโยนมันออกไป ใครจะไปรู้ว่ามันจะ…

 

เฟิ่งจิ่วที่ตามหลังหลิงโม่หานมาติดๆ สังเกตว่าเขากำลังมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่า แววตาของนางเป็นประกายขึ้นมาชั่ววูบ ในขณะที่มองไปยังร่างในชุดดำและเอ่ยถาม

“ลุง ข้าได้ยินมาว่าในส่วนลึกของป่านั้นมีสัตว์ที่ดุร้ายอย่างยิ่ง มันจริงหรือไม่?”

 

นางไม่คาดว่าจะได้ยินคำตอบใดกลับมา ทว่าเสียงเย็นๆของเขาตอบกลับมาอย่างไม่แยแส

“ในเมื่อเจ้ารู้ก็รีบๆออกไปซะ”

 

“ลุง ข้าแค่จะคอยอยู่ข้างๆและเก็บสมุนไพรบ้างเท่านั้น ข้าสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาให้ท่านอีก” นางเพิ่งจะตรวจสอบชีพจรของตัวเองและพบว่าพิษส่วนใหญ่ในร่างถูกขับออกมาพร้อมเลือดที่นางกระอักขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว นางต้องการเพียงแค่สมุนไพรอีกชุดหนึ่งเพื่อทานในคืนนี้ แล้วก็นางจะหายเป็นปลิดทิ้ง

 

 

เดิมทีนางตั้งใจจะออกจากป่าเก้าวงกตทันทีที่ขับพิษในร่างได้หมด ทว่าใครจะไปรู้ว่านางจะพบได้มากับลุงคนเดิมอีกครั้ง?

 

ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนใจและตามเขาไปเพื่อที่จะเก็บสมุนไพรเพิ่มอีก แม้ว่านางจะสามารถมาถึงภายในป่าได้ แต่กระนั้นมันก็เป็นเพียงส่วนในของชายป่าเท่านั้น และนางกำลังจะตามเขาไปสู่ส่วนลึกจริงๆของป่า ใจของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

 

[สมุนไพรมหัศจรรย์แบบใดกันที่จะอยู่ภายในนั้น? มีคำกล่าวว่ายิ่งสถานที่อันตรายเพียงใดก็ยิ่งมีโอกาสพบพืชวิเศษมากขึ้นเท่านั้น คงจะดียิ่งหากนางได้พบพืชวิเศษ ต่อให้นางจะไม่ได้ใช้มันกับตัวเอง อย่างน้อยที่สุดมันย่อมทำกำไรให้นางได้มหาศาลอย่างแน่นอน!]

 

ยิ่งไปกว่านั้น ซูโร่วหยุนทำลายรูปโฉมของนางจนแทบดูไม่ได้ จนแม้แต่นางยังรู้สึกว่าตัวเองแลดูน่าสะพรึงกลัว เป็นธรรมดาที่นางจะหาวิธีรักษาบาดแผลบนใบหน้า ไม่เช่นนั้นนางคงต้องอยู่กับใบหน้าเยี่ยงนี้ไปชั่วชีวิต

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ลงสองตอนรวดฉลองเพจครบ200ไลค์
ขอบคุณมากๆที่คอยติดตามนะคะ

 

มาเข้ากลุ่มธรรมดามาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า
ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บนะคะ

VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยนะคะ

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~