0 Views

 

 

 

หลังเด็ดกินใบสุดท้ายที่เหลืออยู่ของช่อผักในกำมือ นางโยนก้านที่เหลือทิ้งจากนั้นก็ค่อยๆขุดต้นพิลังกาสาออกมาจากดินอย่างระมัดระวัง นางนั่งบนพื้นและจดจ่ออยู่กับการขุดจนไม่สังเกตว่างูพิษลายขาวดำกำลังเลื้อยผ่านพงหญ้าตรงเข้ามาหานาง

 

เมื่อมันเข้ามาใกล้ หัวของมันชูขึ้น แลบลิ้นแฉกและส่งเสียงฟ่อเบาๆ ฉับพลัน งูพิษก็ดีดตัวขึ้นพุ่งเข้าใส่ กรามของมันอ้ากว้างเพื่อที่จะฝังเขี้ยวไปยังน่องของเฟิ่งจิ่ว

 

ทันใดนั้นท่าทีของเฟิ่งจิ่วเปลี่ยนไปในฉับพลัน จิตสังหารอันเฉียบคมแผ่ซ่านไปทั่ว ตาของนางเปล่งประกายเย็นยะเยียบ

นางหันตัวและยื่นมือไปคว้าหัวงูอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด อีกมือหนึ่งตะครุบเข้าไปที่จุดตาย นิ้วของนางฉกเข้าไปอย่างแรงและทะลวงลึกเข้าไปในร่างของมัน

 

“ฟ่อ!” เจ้างูขู่ออกมาดังลั่น ร่างของมันกระตุกเล็กน้อยก่อนจะอ่อนยวบลง

 

“โอ้? งูสามเหลี่ยมงั้นรึ?” ราวกับว่ากลิ่นอายเย็นยะเยียบเมื่อสักครู่เป็นเพียงภาพหลอน นางพลันกลับมามีท่าทีเนือยๆและเกียจคร้านขณะมองไปที่งูและหัวเราะเบาๆ

“ข้าไม่เจอหมูป่าหรือกระทั่งกระต่ายน้อยซักตัว เห็นทีข้าคงต้องย่างเจ้ามาเติมกระเพาะว่างๆของข้าแทน” แต่ก่อนจะทันพูดจบประโยค รอยยิ้มของนางพลันแข็งค้าง

นางเพิ่งพบปัญหาใหญ่……. ไม่มีไฟ

 

 

ภายในป่าอันชื้นแฉะ การจะจุดไฟด้วยการเสียดสีไม่ใช่เรื่องง่ายดายซักนิด นางไม่มีไม้ขีดไฟ ไม่มีถ่าน ไม่มีกระทั่งหินเหล็กไฟมาก่อประกายไฟ แล้วนางจะทำงูย่างได้อย่างไร!

 

“ช่างมัน! ช่างมัน! ทนไปอีกซักหน่อยน่า! อย่างน้อยที่สุดข้าก็ต้องหาที่แห้งให้ได้ก่อนที่จะคิดหาทางก่อไฟ”

 

นางพึมพัมกับตัวเองเบาๆอย่างสลดใจขณะที่หยั่งน้ำหนักของซากงูในมือ และเสียดายเกินกว่าจะโยนมันทิ้งไป ดังนั้นนางจึงทำความสะอาดและจัดการแปรรูปมัน

 

นางเริ่มจากตัดหัวของมันออกแล้วถลกหนัง ก่อนจะกำจัดถุงน้ำดีและแขวนชิ้นเนื้อที่บัดนี้ดูแทบไม่ออกว่าเคยเป็นสิ่งใดไว้บนกิ่งไม้

นางเช็ดมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดกับกอหญ้า และเด็ดพืชกลิ่นฉุนมาถูมืออย่างกระฉับกระเฉงเพื่อกำจัดกลิ่นคาวเลือดออก เสร็จแล้วจึงแบกเนื้อขึ้นมาเดินทางหาสมุนไพรต่อ

 

ในวันนั้นเจ้าขอทานสกปรกตัวน้อยในชุดมอมแมมเดินตระเวนไปทั่วป่าเก้าวงกตอันเต็มไปด้วยอันตรายเพียงลำพัง แบกกิ่งไม้ไว้บนบ่า บนนั้นมีงูที่ถูกถลกหนังห้อยไว้แกว่งไปมาตามจังหวะที่ก้าวเดิน…..

 

นางตระเวนสำรวจเพียงลำพังตลอดทั้งวันเพื่อหาสมุนไพรมาแก้พิษในร่าง และเดินจากชายป่าลึกเข้าไปข้างในเรื่อยๆโดยไม่ทันรู้ตัว และในที่สุดนางก็พบสมุนไพรทั้งหมดที่จำเป็นก่อนพลบค่ำ

 

นางหากิ่งไม้แห้งจนพบด้วยแสงอาทิตย์ที่ยังพอมี และเริ่มลงมือก่อไฟด้วยวิธีที่โบราณอย่างที่สุด แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะทำให้นางใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยามในการพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กว่านางจะก่อไฟได้สำเร็จมือของนางก็พุพองอย่างหนัก ทว่าเมื่อนางได้กัดลงบนเนื้องูย่าง ทุกความพยายามของนางก็ดูช่างคุ้มค่ายิ่งนัก

 

สมุนไพรทั้งหมดที่ต้องการใช้ทำยาแก้พิษครบแล้ว กระเพาะก็เต็มแล้ว นางเริ่มบดสมุนไพรที่พบเมื่อตอนเช้าแล้วทามันตามตัว จากนั้นดับไฟและปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูง หาจุดเหมาะๆ เพื่อนอนพักผ่อนอย่างสบายใจ

 

เมื่ออยู่ในที่แบบนี้คนเดียว นางไม่สามารถคอยดูแลให้ไฟลุกโชนอยู่ตลอดได้ เมื่อยามค่ำคืนมาถึงนางจะตกเป็นเป้าของสัตว์ป่าได้อย่างง่ายดาย และนางก็ไม่ได้มีพลังงานเหลือเฟือที่จะคอยจัดการกับพวกมัน ดังนั้นแม้ว่าบนกิ่งไม้สูงจะหนาวเย็นและไม่มีกองไฟคอยให้ความอบอุ่น นางก็เลือกความปลอดภัยมากกว่าความสบายอย่างไม่ลังเล

 

ดังคาด เมื่อยามค่ำคืนมาถึง เสียงหอนของหมาป่าดังไปทั่วผืนป่า กังวานก้องอยู่ในความมืด ก่อให้เกิดความพรั่นพรึงในใจผู้คน

 

สำหรับเฟิ่งจิ่ว นางหลับสนิทจนดูราวกับว่าเสียงหอนที่ทอดยาวก้องในป่าเป็นเพียงบทเพลงกล่อมนอนสำหรับนาง

 

โดยไม่รู้สึกตัวว่าเหนือขึ้นไปบนต้นไม้ที่ไม่ไกลกันนัก ร่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืดกำลังจับตาทุกการกระทำของนางในป่าแสนอันตรายแห่งนี้

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

เข้ากลุ่มธรรมดามาคุยกันได้นะคะ เข้าฟรีน้า

รายละเอียดของกลุ่มธรรมดานะคะ
– ลงนิยาย 2 – 3 วันต่อ 1 ตอน
– ตอนใหม่จะลงที่กลุ่มธรรมดาก่อนลงเว็บ
VV ลิงค์กลุ่มธรรมดา VV เข้ามากันได้เลยนะคะ

ห้องนั่งเล่นภูติหมอไร้เงา MGD ~