0 Views

แคว้นตะวันรุ่ง เมืองจันทร์สลัว

 

ยอดสีเขียวปรากฏรางๆภายใต้หมู่เมฆที่ล้อมรอบ ต้นไม้ใหญ่หนาทึบปกคลุมพื้นที่สูงชันโอนเอนไปตามสายลม รุ่งอรุณนี้ผืนป่าดูเยือกเย็นและเงียบสงัด

 

ทว่าบัดนี้ลึกลงไปยังที่ห่างไกลในป่าอันเปล่าเปลี่ยว ความโหดเหี้ยมและโลหิตที่สาดกระเซ็นได้เผยตัวออกมา

 

เด็กสาวในชุดแพรไหมงดงามถูกฉุดรั้งให้คุกเข่าลง ด้วยแขนทั้งสองของนางนั้นถูกบิดไขว้ไว้ข้างหลังโดยชายกำยำสองนาย

ศีรษะของนางก้มลงต่ำและแทบไม่มีสติ ผมที่ปรกหน้าชุ่มไปด้วยโลหิตที่ทะลักออกมาจากใบหน้าของนางเอง สีแดงสดหยดแล้วหยดเล่า หยดจากปลายผมซึมลงสู่พื้นดิน

 

เด็กสาวที่อ่อนแออย่างมากกัดฟันแล้วเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เผยให้เห็นถึงเลือดที่ปกคลุมใบหน้าของนาง

ใบหน้านั้นถูกทำให้เสียโฉมอย่างฉกรรจ์ เนื้อหนังบนใบหน้าถูกฟันเหวอะจากคมมีดจนชุ่มโชกและยุ่งเหยิงไปด้วยโลหิต

 

“เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงต้องการทำร้ายข้า”

 

เสียงของเด็กสาวอ่อนแรงอย่างมาก มันดังออกมาจากลำคอเพียงเสียงกระซิบ

นางดิ้นรนอย่างมากที่จะต่อต้านการหมดสติจากการเสียเลือด นางเพ่งมองไปยังใบหน้าที่ถูกคลุมด้วยผ้าโปร่ง เรือนร่างอันงดงามปรากฎขึ้นตรงหน้า

 

หญิงสาวที่ปกคลุมใบหน้าสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนดุจท้องฟ้าที่มีเมฆ ที่เอวแขวนพู่สีเดียวกันไว้ มันแกว่งไกวไปมาอย่างงดงามตามจังหวะที่หญิงสาวก้าวเดินอย่างนุ่มนวล

 

ก้าวของหญิงสาวหยุดลงตรงหน้าเด็กสาวที่คุกเข่า นางมองต่ำลงไปยังใบหน้าเสียโฉมของเด็กสาว

ดวงตาอันงดงามของนางโค้งดุจจันทร์เสี้ยวเมื่อนางแย้มยิ้มและพูดอย่างนุ่มนวล

 

“ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ คุณหนูใหญ่แห่งจวนอารักษ์แคว้น บุตรสาวของนายพลเฟิ่งเซียวผู้น่าเกรงขามผู้สืบทอดในอนาคตของตระกูลเฟิ่ง และเป็นคู่หมั้นของโอรสสวรรค์ องค์ชายสามแห่งแคว้นตะวันรุ่ง”

 

เสียงอันคุ้นเคยและถ้อยคำที่หญิงสาวตรงหน้าเอื้อนเอ่ยทำให้เด็กสาวเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง

 

“เจ้า! เจ้าเป็นใครกันแน่!? ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ! เฟิ่งชิงเกอตัวจริง!”

 

เด็กสาวที่อ่อนแรงตัวสั่นเทิ้มเมื่อความคิดบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความปฏิเสธที่จะเชื่อ

 

นิ้วอันเรียวงามค่อยๆดึงผ้าคลุมหน้าออกอย่างนุ่มนวล ผ้าโปร่งลอยลงสู่พื้นอย่างช้าๆ เผยถึงใบหน้าอันงามไร้ที่เปรียบ

ความงามประณีตสะท้อนในตาที่เบิกกว้างของเด็กสาว เมื่อเธอเห็นถึงใบหน้าที่ยิ่งกว่าคุ้นเคยปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เด็กสาวตื่นตะลึงจนไม่อาจแม้แต่จะกล่าวคำพูดใด

 

ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติเชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อนางเห็นสายตาอันตื่นตะลึงและสะพรึงกลัวของเด็กสาวบนพื้นดิน

เสียงของนางเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นที่มิอาจระงับเมื่อนางกล่าว

 

“เฟิ่งชิงเกอ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะครอบครองตัวตนของเจ้า สถานะของเจ้าและทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า ทุกๆอย่าง และสำหรับตัวเจ้า……”

 

เสียงของนางหยุดไปชั่วครู่ เมื่อนางหัวเราะอย่างนุ่มนวล

 

“คนฉลาดอย่างเจ้าไม่ลองคาดเดาซักหน่อยหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?”

 

เมื่อได้ยินบุคคลเบื้องหน้าใช้เสียงดั้งเดิมของนางในการพูด เฟิ่งชิงเกอตัวแข็งไปชั่วอึดใจแล้วจ้องเขม็งไปยังบุคคลเบื้องหน้าเธอและอุทาน

 

“โร่ว…. โร่วหยุน? เจ้า….. เจ้าคือซูโร่วหยุน!”

 

ซูโร่วหยุนเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับนาง นางช่วยเด็กน้อยมาจากข้างถนนและพากลับมายังจวนอารักษ์แคว้น

และเก็บเด็กกำพร้าตัวน้อยไว้ข้างกายดั่งเป็นมิตรสหาย แล้วเด็กสาวตัวน้อยก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่นางสามารถคุยได้ในทุกเรื่อง เป็นผู้ที่นางรู้สึกใกล้ชิดดุจดังน้องสาว…..

 

ดังนั้น นางไม่เคยแม้แต่จะคาดคิดว่าผู้ที่ทำให้นางเสียโฉม ผู้ที่ต้องการแย่งชิงตัวตนของเธอจะเป็นโร่วหยุน…..

 

“เพราะเหตุใด? ข้าปฏิบัติกับเจ้าอย่างดียิ่ง เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้?” ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศบาดลึกเข้าไปในหัวใจ

เมื่อนางนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่าใบหน้าของนางเสียโฉมเยี่ยงไร ตัวตนของนางกำลังจะถูกขโมยไปเยี่ยงไร โดยไร้ผู้ใดจะทราบเรื่องราว ความเกลียดชังเริ่มสูบฉีดขึ้นมาในใจของนาง

 

“เพราะเหตุใด? หึ แน่นอนว่าเพราะทุกสิ่งที่เจ้ามียังไงเล่า ท่านปู่และบิดาที่รักและตามใจเจ้า โอรสสวรรค์ที่รักเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด และ…..”

 

ดวงตาที่ยิ้มดุจจันทร์เสี้ยวจ้องไปยังเฟิ่งชิงเกอที่อยู่บนพื้นดิน “ทั้งหมดจะเป็นของข้าในไม่ช้า ความประคบประหงมตามใจของท่านปู่และบิดา รักอันลึกซึ้งและความอ่อนโยนของพี่ใหญ่มู่หรง ทั้งหมดจะเป็นของข้า”

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

 

สวัสดีค่ะนี่โรปิ้งนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆที่เข้ามาอ่าน เพิ่งเคยแปลด้วยตัวเองเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยค่ะ
แปลแล้วรู้สึกสนุกมากเลยค่ะ พล็อตเรื่องก็ไม่จำเจเหมือนสาวน้อยข้ามมิติเรื่องอื่นด้วย ยิ่งแปลก็ยิ่งลุ้นว่าจะเป็นยังไงต่อ มาติดตามไปด้วยกันนะคะ