0 Views

ตอนที่ 5 Mister Filder The Kind(2)

 

“ฮาฮ่า ผมขอโทษกับคำอธิบายที่ไม่ดีของผมที่มันทำร้ายความรู้สึกของคุณด๊อกโกโฮ ได้โปรดใจเย็นๆและนั่งลงฟังผมก่อน”

 

ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของบาร์พยายามทุกอย่างสุดความสามารถของเขาที่จะพยายามทำให้ด๊อกโกโฮซึ่งกำลังโกรธอยู่สงบลง

 

แต่ด๊อกโกโฮไม่มีท่าทางว่าจะสงบลงแม้แต่น้อย

 

“คำอธิบาย บ้านแกสิ แกพล่ามแบบนั้นออกมาเพราะแกกำลังดูถูกฉันอยู่! ฉันยอมรับว่าแกแข็งแกร่งกว่าฉันนิดหน่อย แต่การจะบดกระโหลกบางๆของแกมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ถ้าฉันฝึกซัก 3 ปี!”

 

“ฮาฮ่า นั้นสินะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน….”

 

ขณะกำลังมองไปที่ด๊อกโกโฮซึ่งกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เจ้าของบาร์ได้ยกถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้น เขาค่อยๆส่ายหัวของเขาและยกชาขึ้นมาจิบ มันเหมือนกับว่าเขากำลังเดือนร้อนเพราะเด็กๆที่กำลังพูดจาไร้สาระ เมื่อด๊อกโกโฮส่งสัญญาณใกล้จะระเบิดออกมาอีกครั้งเจ้าของบาร์ได้มองตรงเข้าไปในตาของเขาและพูดขึ้นด้วยความเคร่งเครียดไม่เหมือนก่อนหน้านี้

 

“ด๊อกโกโฮ ท่านสุภาพบุรุษ ท่านกำลังคิดผิดแล้ว”

เขายกนิ้วของเขาขึ้นและชี้ไปที่แขนเสื้อ

“ต่อให้คุณฝึกด้วยตัวเองเถอะ คนแบบคุณจะไม่มีวันแม้แต่ที่จะแตะปลายแขนเสื้อของผมด้วยซ้ำ”

“หา?! แกกำลังสบประมาทข้านักดาบผู้เก่งกาจที่สุดในน๊อคคริม?! ด๊อกโกโฮงั้นหรอ!”

 

จิตสังหารมากมายพรั่งพรูออกมาจากร่างกายของด๊อกโกโฮ มากพอที่จะทำให้สัตว์ร้ายต่างๆกลัวและหนีไป สายตาของเขามองเหมือนต้องการให้แทงทะลุไปที่ใบหน้าของเจ้าของบาร์ แต่ตรงกันข้ามกันเจ้าของบาร์กลับสงบนิ่งเหมือนทะเล มีเสียงที่ให้ความรู้สึกสบายๆดังออกมาจากปากของเขา

 

”ผมไม่ได้ท้าทายคุณ”

เขาไม่ได้หลบสายตาที่เหมือนอยากจะฆ่าเขาของด๊อกโกโฮ

“ผมแค่กำลังบอกความจริงกับคุณ”

“แก!!!!!!!!!!!”

เสียงที่เปรียบเสมือนสิงโตคำรามดังออกมาจากปากของด๊อกโกโฮ เทคนิคกำลังภายในที่เขาคิดค้นขึ้น เทคนิคราชาแห่งพยัคฆ์ หมุนวนไปรอบเส้นลมปราณหลักทั้ง 12 และ 8 เส้นลมปราณพิเศษ และกระจายกลิ่นอายอันดุร้ายออกมา

มีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามของเสือที่แม้แต่สัตว์ในเทือกเขาหิมะที่มีขนาดใหญ่ยังรู้สึกกลัวไหลเอ่อท้วมออกมาจากร่างกายของด๊อกโกโฮอบอวนเต็มไปทั่วภายในบาร์ ออร่าที่ปล่อยออกมาค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นพายุหมุน และดูเหมือนว่ามันกำลังจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างภายในบาร์

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วด๊อกโกโฮกำลังพยายามที่จะทำลายสถานที่แห่งนี้อยู่

มันเป็นการแสดงพลังเพื่อพิสูจน์ว่าเขานั้นโกรธและเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาผู้ที่ครอบครองเทือกเขาทั้ง 108 ลูก ของอาณาจักรโชนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน

สำหรับวัลแคนผู้ซึ่งพึ่งเข้ามาในบาร์ บรรยากาศนั้นค่อนข้างหนักหน่วง เขายิ้มเก้อๆและมองสำรวจไปรอบๆสภาพของบาร์ เขากังวลว่าบางทีมันอาจจะทำลายสถานที่แห่งนี้

แต่…. ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

 

“…………………”

 

ทุกสิ่งทุกอย่างในผับอยู่กับที่ของมันไม่กระดิกแม้แต่นิ้วเดียว และแน่นอนเจ้าของผับยังคงจิบชาของเขาอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“บ้าชิบ! มันต้องไม่ใช่แบบนี้…”

ด๊อกโกโฮมองไปที่เจ้าของบาร์ด้วยความกระอักอระอ่วน เขายังคงพยายามที่จะปลดปล่อยพลังออกมา แต่พายุสงบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา

หลังจากที่ตระหนักว่ามีบางสิ่งบางอย่าผิดปกติ เขาค่อยๆยับยั้งออร่าที่ปล่อยออกมา เหงื่อได้ออกมาจากตัวเขาอย่างท่วมท้น

เจ้าของบาร์พูดด้วยโทนเสียงที่แสดงถึงความนับถือ? แต่ก็ยังคงดูรุนแรง

“นักดาบที่เก่งที่สุด อ่า.. คงงั้นสินะ”

“……”

“แน่อนผมเชื่ออยู่แล้วว่าคุณเป็นคนปกครองเทือกเขาทั้ง 108 และไม่มีใครสามารถต่อกรกับคุณได้ในโลกก่อนหน้านี่ ให้ผมได้เตือนคุณอีกครั้ง ผมไม่ได้ดูถูกคุณ”

ด๊อกโกโฮปิดปากเงียบ เขาค่อนข้างเหนื่อยมากแล้วและสิ่งที่เจ้าของบาร์พูดไม่ได้แย่ที่จะฟังเท่าไหร่ แต่คำพูดที่ออกมาจากปากของเจ้าของบาร์ไม่ใช่สิ่งที่ด๊อกโกโฮคาดหวังเอาไว้

“อย่างไรก็ตาม มันมีคนที่แข็งแกร่งกว่าคุณอยู่เต็มไปหมดในโลกใบนี้”

“แกกล้าดียั…..”

“ออกไปที่ถนนสิ มีคนที่แข็งแกร่งกว่าคุณเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอกนั้นเป็นร้อยคน ไม่ใช่แค่นักดาบที่เก่งกาจที่สุด แต่เต็มไปด้วย ปรมจารย์ดาบ อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดตลอดกาล เจ้าแห่งสวรรค์เหนือสรวงสวรรค์ มันมีพวกเขาเต็มไปหมดข้างนอก นั้นคือความจริง”

เขาไม่หยุดที่จะพูดต่อไป

“แต่พวกเขาทั้งหมดก็ผ่านการฝึกฝน ทำไมน่ะเหรอ? เพราะตระหนักถึงความแข็งแกร่งที่มีอยู่อย่างจำกัดของพวกเขา และมันก็ไม่น่าอายที่จะวางศักดิ์ศรีลง”

ด๊อกโกโฮรู้สึกหมดคำพูดจากร่างกายที่สั่นไหวของเขามันดูเหมือนว่าเขาจะเสียความมั่นใจไป แต่เจ้าของบาร์ก็ยังคงพูดต่อไปแต่คราวนี้ด้วยโทนเสียงที่ดูอ่อนขึ้น

“คุณด๊อกโก ให้ผมได้พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ผมจะทำให้ดีที่สุด ให้มั่นใจได้ว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุดจากตอนนี้ คุณเป็นคนที่มีพรสวรรค์ คุณสามารถไปถึงจุดที่ดีกว่านี้ได้เร็วกว่าและด้วยวิธีที่ปลอดภัยกว่าปกติ….”

“อ๊ากกกกกก… เงียบไปซะ!”

ปังงง!!!

ด๊อกโกโฮคำรามและตบลงที่โต๊ะอีกครั้ง

 

“หุบปากของแกได้แล้ว ข้าด๊อกโกโฮหัวหน้าของโจรทั้ง 108 ชนเผ่า ผู้ที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครมาตลอด 60 ปีของชีวิต 3 ปี ไม่สิ 5 ปี! ใน 5 ปี อาวุธของข้า ดาบปีศาจเลือดทมิฬ จะสะบั้นหัวของเจ้า ก่อนหน้านั้น รักษาคอของเจ้าไว้ให้ดี!”

 

ด๊อกโกโฮพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายและหมุนตัวจากไป เขาพยายามที่จะผลักประตูให้เปิดออกด้วยเท้าขวาแต่น่าเศร้าประตูไม่ได้เปิดออกเพียงแค่ขยับเป็นช่องเล็กๆ พอให้คนที่ผอมมากๆผ่านไป และประตูก็ปิดลงอีกครั้ง

 

เสียงของเจ้าของบาร์ดังมาจากข้างหลัง

“เป็นเพราะมีคนแบบคุณอยู่มาก ผมเลยทำประตูให้แข็งแกร่งและหนักกว่าปกติ”

“แก….!”

ด๊อกโกโฮเพิ่มแรงให้มากขึ้นกับแขนทั้งสองข้างจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและออกจากบาร์ไป วัลแคนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับสถานการณ์นี้

‘ให้ตายเถอะ ฉันรู้สึกขี้ขลาดตาขาวไปแล้วในแค่หนึ่งวัน’

 

สิ่งที่ด๊อกโกโฮพูดนั้นไม่มีอะไรผิด

หลังจากมองไปที่สถานะของเขาผ่านระบบ เขาสมควรที่จะภาคภูมิใจในตนเอง ถ้าหากมีใครซักคนมาพูดว่า ‘คุณยังขาดความสามารถที่จะทำด้วยตัวคุณเอง มาให้ฉันช่วยเถอะ ฉันจะดูแลคุณเอง’ กับคนแบบด๊อกโกโฮ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการดูถูก

[ด๊อกโกโฮ ครูฝึกโจร อดีตนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดจากน๊อคคริม]

[เลเวว 92]

ด้วยเลเวลของเขามันเพียงพอที่จะเล็งไปที่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดสิบอันดับแรก และถ้าให้เวลากับเขาซักเล็กน้อย เขาสามารถขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของทวีปรูเบลรวมทั้งวัลแคนด้วย

 

“สำเนียงการพูดของเขาค่อนข้างหยาบคายและเขาก็ดูโง่นิดหน่อย แต่…”

มันเป็นแค่บุคลิกภายนอก มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่…

‘เขาก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าแข็งแกร่งจริงๆนั้นแหละ’

 

ไม่ว่าวัลแคนจะพยายามแค่ไหนที่จะประทับใจเขา แต่มันก็ไม่สำเร็จ ตั้งแต่เมื่อวาน.. ไม่ ตั้งแต่เขามาถึงเมืองเบลลองค์ วัลแคนคงไม่รู้สึกแบบนี้ ถ้าหากเขาพบกับด๊อกโกโฮที่ทวีปรูเบล เขาคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดในการประทะกับคู่แข่งที่สมควรจะได้รับมัน เขาคงพยายามที่จะเป็นมิตร พยายามที่จะไม่ทำให้ด๊อกโกโฮเป็นศัตรู และบางทีอาจจะแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้ซึ่งกันและกัน

แต่ในเมืองเบลลองค์ เขาไม่ได้รู้สึกถึงอะไรเลยเหมือนกำลังดูเด็กที่กำลังพาลอยู่ หรือคนเมาที่กำลังอาละวาดในเมืองที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่มีเลเวว 122,368 และ 371 เพ้นพ่านไปทั่ว เลเวว 92 นั้นมัน.. ดูน้อยไปหน่อย

ชัดเจนว่าเป็นแค่มือใหม่

 

‘ฉันจะต้องหยุดคิดได้แล้ว’

บางทีตั้งแต่เข้าเมืองที่เหลวไหลนี่มา มันกำลังทำให้ฉันบ้า

วัลแคนยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

“ร้านยังไม่เปิดตอนนี้นะครับ… บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกในเมืองเบลลองค์ของคุณ?”

ในขณะที่วัลแคนกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เขาก็ได้ยินเสียงของเจ้าของบาร์พูดออกมา วัลแคนทักทายอย่างสุภาพและยิ้มให้กับเจ้าของบาร์ เขารู้สึกว่าเขายังต้องสุภาพกว่านี้แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำตัวหยาบคายแม้แต่น้อย

วัลแคนมองไปที่สถานะของเจ้าของบาร์ที่เขาพึ่งตรวจสอบ

[เจ้าของบาร์ ฟิวเดอร์]

[เลเวล ??]

*เนื่องจากระยะห่างของเลเวลมากเกินไป ไม่สามารถตรวจสอบได้

ถ้าไอหน้าโง่คนไหนทำตัวหยิ่งยโสหลังจากที่มองไปที่คำเตือนนั้น เขาหรือเธอคนนั้นคงเป็นแค่คนบ้า

“ใช่ สวัสดี คุณสามารถเรียกผมว่าวัลแคน หรือ คิมแจฮยอค แล้วแต่ที่คุณต้องการ ผมมาที่นี่เพราะว่า ใครบางคนบอกว่าสำหรับคนที่พึ่งมาที่เมืองนี้ควรจะมายังที่แห่งนี้”

วัลแคนแนะนำตัวอย่างสุภาพ ตาของฟิวเดอร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“ผมไม่เคยพบใครที่สุภาพขนาดนี้ในการพบกันครั้งแรก”

ผู้คนซึ่งมีผมสีดำและผิวสีน้ำตาลส่วนมากมาจากโลกที่มีชื่อว่า ‘มูริม’ และพวกเขารู้เป็นที่รู้จักในเรื่องความแข็งแกร่ง

“สวัสดี ผมชื่อฟิลเดอร์ เป็นเจ้าของบาร์แห่งเดียวในเมืองเบลลองค์ ได้โปรดกรุณานั่งลง”

ฟิวเดอร์แนะนำตัวและให้วัลแคนนั่งลงในที่เดียวกับด๊อกโกโฮนั่งก่อนหน้านี่

หลังจากที่เขานั่งลง เจ้าของบาร์ก็โบกมือเล็กน้อย แก้วชาสองแก้วได้ปรากฎขึ้นอยู่บนโต๊ะ

“มันเป็นชาที่มีกลิ่นหอมและรสชาตินุ่มลึก”

“เห็นได้ชัดเลย ขอบคุณ”

วัลแคนไม่ได้มีงานอดิเรกที่ชื่นชอบในการจิบชา แต่เขาก็ขอบคุณและจิบชาเข้าไปเล็กน้อย ชาเต็มไปด้วยกลื่นที่หอมแต่ไม่มีรสชาติอะไรเลย

“ผมชอบกลิ่นของมันมาก”

“ยินดีที่คุณชอบมัน ฮาฮ่า”

‘จริงๆแล้วมันไม่ดีเลย!’

ฟิวเดอร์ยิ้มอย่างสุภาพ ยกชาของเขาขึ้นจิบเหมือนกัน และพูดว่า

“ผมรู้ว่าคุณคงมีคำถามมากมาย แต่ได้โปรดให้ผมได้ถามคุณบางเรื่องก่อน”

วัลแคนพยักหน้าตอบรับพร้อมกับคำถามที่เริ่มขึ้น

“บางทีคุณอาจจะมาจาก ‘มูริม’?”

“หะ? อะไรนะ?”

ฟิวเดอร์อธิบายเพิ่มเติมหลังจากได้เห็นปฎิกิริยาตอบรับของวัลแคน

“ผมถามว่าคุณมาจากที่ๆเต็มไปด้วยคนผมดำและผิวสีน้ำตาลใช่ไหม”

‘เขากำลังพูดถึง…?’

วัลแคนตระหนักได้ว่าสถานที่แห่งนี้ เมืองเบลลองค์ไม่ได้เป็นคนที่มาจากทวีปรูเบลเท่านั้น แต่มาจากหลากหลายโลกที่ต่างกัน

“ฉันไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แต่เหมือนว่าฉันจะมาต่างโลกอีกครั้ง”

หลังจากถอนหายใจ วัลแคนพูดขึ้น

“ไม่ สถานที่ๆผมจากมาเต็มไปด้วยคนที่มีผมทองหรือน้ำตาล และมีผิวขาว”

“คุณสามารถบอกชื่อสถานที่ๆคุณจากมาได้ไหม?”

“มันมีชื่อว่า ทวีปรูเบล”

มันเป็นครั้งแรกของฟิวเดอร์ที่ได้ยินชื่อของสถานที่แห่งนั้น แน่นอนว่ามันไม่แปลกเลย ถ้าหากคนผู้นี่เป็นคน ‘จำพวก’ นั้น แน่นอนว่าเขาไม่รู้แน่ชัดเพราะไม่ได้มีคนประเภทนั้นมากมายนัก

ฟิวเดอร์เดาจากสถานที่ๆวัลแคนจากมา แต่เพื่อให้มั่นใจ เขาเลยถามคำถามสุดท้าย

“ทวีปรูเบล นับถือพระเจ้าที่ชื่อว่า ‘โพเวล’ รึเปล่า?”

“ไม่ใช่ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”

“ถ้าอย่างนั้นคุณคงเป็น ‘ผู้เล่น’”

เสียงที่สุขุมของฟิวเดอร์ทำให้หูของวัลแคนตั้งขึ้น

ภายใต้โต๊ะกำปั้นของวัลแคนได้เริ่มกำแน่นขึ้น

 

 

****************************************************************************************

ติดตามข่าวสารที่เร็วกว่าได้ที่

Max Level Newbie