0 Views

Chapter 99 – Red Dragon’s Lair (5)

 

ซังจินได้วิ่งออกไป ในตอนนี้ผู้อมตะและนักล่าคนอื่นๆกำลังเผชิญหน้ากับมังกร แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของพวกเขาล่อแหลมมาก

 

ผู้อมตะทำได้เพียงแต่รับมือกับการโจมตีของคาลกัลป์เพียงคนเดียว เขายังมีปัญหาแม้ว่าจะร่วมมือกับแท้งคนอื่นๆ ดัฃนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้เลย เพียฃแค่แรงเหวี่ยงครึ่งเดียวของมังกรมันก็ได้ทำให้ผู้อมตะถูกผลักมากกว่าเมตรนึงแล้ง

 

“ก๊าาา”

 

ซังจินกลัวว่าผู้อมตะอาจจะตายได้ ดังนั้นเขาจึงได้ใช้เวทย์จากระยะไกล

 

“ปิดบาดแผลและลบล้างความเจ็บปวด ฮีล”

 

ซังจินได้ร่ายเวทย์รักษาให้กับผู้อมตะในขณะที่เขาเร่งรีบพุ่งไปข้างหน้าเมื่อซังจินได้มายืนอยู่ถัดไปจากผู้อมตะ คาลกัลป์ก็ได้ตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น

 

“แก! ข้าจะกินแกทั้งตัวเลย”

 

กรงเล็บของคาลกัลป์ได้พุ่งเข้ามาหาเขา แม้ว่ามันจะมีชื่อว่ากรงเล็บ แต่ขนาดความยาวของมันก็เท่ากับหอกไปแล้ว ซังจินได้ถอยไปด้านหลังเพื่อหลบกาารโจมตี จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศ

 

หินบนพื้นได้ถูกทำลายลงไปด้วยกรงเล็บ ไม่ว่าพลังชีวิตของซังจินจะมากแค่ไหน เขาก็น่าจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอนหากถูกมันโจมตีสักครั้งหนึ่ง

 

ซังจินได้แขวนชีวิตของตนเองไว้ลนเส้นด้ายและมองไปมี่มังกรอย่างระมัดระวัง เมื่อมังกรมันได้เหวี่ยงแขนออกมาอีกครั้ง ซังจินก็ได้สังเกตุไปเห็นเลือดบนคอของมัน

 

‘เลือด…?’

 

แม้ว่าในขณะที่เขาหลบอยู่ เขาก็ได้หาโอกาสสังเกตุศัตรู จุดๆนั้นมันเป็นแผลกากบาทที่เขาได้ทำมันเอาไว้

 

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นเช่นนี้เนื่องจากเกล็ดของมัน แต่ว่าเกล็ดของมันก็ได้หายไปในตอนที่ซังจินได้โจมตีมันก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเลือดของมันกำลังไหลออกมาอย่างช้าๆจากตรงนั้น

 

‘ตรงนั้น’

 

จากนั้นซังจินก็ตะโกนออกมา

 

“ทุกคน! เน้นการโจมตีไปที่คอของมัน นายสามารถจะเห็นรอยแผลกากบาทได้ถ้านายสังเกตุดีๆ”

 

ตามคำแนะนำนี้ ลูกธนูและหน้าไม้ รวมไปถึงเวทย์ได้มุ่งเป้าไปที่จุดนั้น แม้ว่านักล่าที่ยังอยู่ในเปลวเพลิงก็ยังโจมตีมาที่คอ

 

คาลกัลป์หงัดหงิดมากเนื่องจากการโจมตีทั้งหมดได้มุ่งเป้ามาที่คอของมัน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่คอยาวแต่แขนสั้นมันจึงไม่สามารถจะป้องกันได้สะดวกนัก

 

มันได้พยายามจะใช้ปีกป้องกันเอาไว้ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเนื่องจากว่าปีกมันก็ได้รับความเสียหายจากก่อนหน้านี้เช่นกัน

 

มังกรได้โจมตีออกมาอย่างรำคาญเพื่อที่จะปกป้องจุดอ่อน แต่ว่าซังจินก็หลบไปได้ทุกครั้ง มังกรเริ่มที่จะโมโหและตะโกนออกมา

 

“ไอ้เวร สมุนของข้าไปอยู่ไหนกัน? ขาบอกให้พวกแกมาช่วยข้าไง”

 

มันได้มองไปที่ทางออก แต่ว่าลูกสนุนของเขาได้ถูกจัดการไปดดยเคนและพรรคพวก

 

“ไร้ประโยชน์”

 

คาลกัลป์ที่หยิ่งยโสจนกระทั่งในตอนนี้เริ่มที่จะตระหนักถึงความแตกต่างและเริ่มที่จะกรีดร้องออกมา

 

“มันต้องไม่ใช่แบบนี้”

 

ได้เริ่มเริ่มกระพือปีกรัวๆราวกับไก่ และวิ่งอาละวาดไปถั่วถ้ำนักล่าจึงจำเป็นจะต้องกระจายตัวกันออกไปจากการโจมตีนี้ที่อาจจะทำให้พวกเขาตายไปได้ แต่ว่าทุกอย่างก็ยังคงเป็นไปด้วยดี

 

นักล่าได้กลับมาร่วมตัวกันอีกครั้งเมื่อมังกรมันได้พุ่งผ่านไป และเริ่มที่จะเตรียมตัวพุ่งเข้าไปโจมตีมันอีกครั้ง

 

คาลกัลป์ได้รับความเสียหายที่ด้านหลังและปีกจากการโจมตีนี้ .ัฃจินได้คิดขึ้นมา

 

“ทุกอย่างกำลังไปได้ดี”

 

และเขาก็ได้พุ่งเข้าไปหามังกร แต่แล้วจากนั้น

 

‘นายท่าน เตรียมตัวหยุดเสียงคำราม’

 

มูนสเปคได้ให้คำเตือนออกมา มังกรมันไม่ได้วิ่งออกไป มันได้ซ่อนใบหน้าของมันเอาไว้และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีด้วยการคำราม ซังจินจึงรีบตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“ระวัง มันกำลังจะคำราม”

 

เขาได้ให้คำเตือนกับนักล่าคนอื่นๆ

 

‘ฉันควรจะทำยังไงดี?’

 

ถ้าหากว่ามันเป็นการตะโกนธรรมดามันก็อาจจะไม่มีผลมากนัก แต่ว่านี้มันมีพลังเวทย์ผสมอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเสียงได้เข้าไปในหูของทุกคน พวกเขาก็จะสูญเสียความนึกคิดและพลังไป

 

และเป้าหมายอันดับหนึ่งที่มังกรเล็งเอาไว้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง ถ้าหากว่าเขาสูญเสียความคิดไปและเกิดการหวาดกลัว มังกรมันก็จะใช้ทุกอย่างเพื่อที่จะจัดการเขา

 

‘ฉันได้รับการป้องกันจากผลของกำแพงเหล็กในก่อนหน้านี้ แต่ว่าฉันไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว…’

 

จากนั้นเขาก็ได้นึกถึงบาฃอย่างที่สำคัญมาก ซังจินได้ตรวจสอบไปที่แหวนแห่งการผสมสัตว์ – คิเมโร่ มันเป็นแหวนที่มีรูปร่างของสัตว์สี่ตัวอยู่ มนุษย์ อสรพิษ แพะ และสิงโต

 

‘สิงโตมันให้ภูมิคุ้มกันความกลัวใช่ไหม?’

 

ซังจินได้จับแหวนเอาไว้ในขณะที่มองดูปากของมังกร ซังจินตั้งใจที่จะใช้มันเมื่อที่มังกรมันอ้าปากตะโกนออกมาเพื่อที่จะใช้โอกาสนั้นสวนกลับไป แต่แล้วจากนั้น

 

ผู้อมตะได้เดินมาหาซังจินและพูดออกมา

 

“ฉันจะปกป้องนายจากการคำรามเอง เตรียมตัวโต้กลับได้เลย สุดยอดนักล่า”

 

‘อะไรนะ?’

 

เขาไม่มีเวลาที่จะตอบสนองอะไรกลับไป มังกรมันได้หันหน้ากลับมาทันทีที่เตรียมตัวเสร็จสิ้น จมูกขอฃมันได้เรืองแสงออกมาในขณะที่มันกำลังจะตะโกน

 

แต่แล้วผู้อมตะก็ได้หยิบกระดิ่งออกมา

 

“กระดิ่งแห่งความเงียบ”

 

“กริ่ง”

 

เสียงที่สงบได้ดังออกมา และซังจินก็รู้สึกแปลกๆ หูของเขาได้อื้อไปในทันที

 

คาลกัลป์ได้เปิดปากออกมาและตะโกน

 

“ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งหมด ไอ้พวกเวรมนุษย์”

 

แต่ซังจินก็ไม่สามารถจะได้ยินอะไรเลย ผู้อมตะได้พยายามที่จะฑุดอะไรบางอย่างกับเขา แต่ซังจินก็ไม่ได้ยินเสียงของเขาเช่นกัน

 

ดูเหมือนว่าไอเทมชิ้นนี้จะสร้ามพื้นที่ลบล้างเสียง ดังนั้นซังจินจึงไม่สามารถจะได้ยินอะไรได้เลย

 

ส่วนนักล่าอีกแปดคนที่เหลือรวมไปถึงเคนและพรรคพวก พวกเขาได้วิ่งออกไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เมื่อซังจินได้เข้าใจถึงสถานการณ์ เขาก็รีบรวมรวบสมาธิและวิ่งออกไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“อ๊ากกก”

 

เสียงกรีดร้องได้ดังออกมาจากปอดของเขา

 

***

 

ผู้อมตะประหลาดใจอย่างมาก

 

“ระวัง มันกำลังจะคำราม”

 

เมื่อเขาได้ยินคำเตือนของซัฃจิน เขาก็ได้เข้าไปปกป้องซังจินทันที และเข้าไปใช้กระดิ่งแห่งความเงียบเพื่อที่จะป้องกันเสียงทั้งหมด

 

มันเป็นแผนที่ดี เมื่อเสียงกระดิ่งได้ดังออกมาเขาก็จะไม่ได้ยินเสียงอะไรได้เลย แต่ว่าสุดยอดนักล่าก็ยังคงวิ่งออกไปและกรีดร้อง

 

ผู้อมตะงงอย่างมาก

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

เขาได้เคยใช้กระดิ่งมาแล้วหลายครั้ง มันสามารถจะสร้างพื้นที่ป้องกันเสียงได้ แต่ว่าในครั้งนี้มันดูเหมือนจะไม่มีผล

 

ไม่สิ ไอเทมมันทำงาน เขาเองก็ยังได้รับการคุ้มครองจากเสียงคำราม เขาได้จ้องมองไปที่ซังจินอย่างมึนงง

 

“คิ คิ คิ ใช่แล้ว วิ่งเข้าไปเจ้าคนแคระตัวจ้อย”

 

เขาได้เฝ้ามองคาลกัลป์วิ่งไล่ตามหลังของสุดยอดนักล่าไป

 

‘ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะ แต่ว่า’

 

ผู้อมตะไปวิ่งออกไปข้างหน้าเพื่อที่จะปกป้องเขาจกาคาลกัลป์ แต่ว่าคาลกัลป์ไม่ได้สนใจเขาเลย คาลกัลป์มันได้ตระหนักว่าการฆ่าซังจินนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นผู้อมตะจึงทำได้เพียงตะโกนออกมา

 

“สุดยอดนักล่า!!!”

 

แต่แล้วจากนั้นเขาก็ได้ตระหนักว่าสถานะของสุดยอดนักล่ามันเป็นเรื่องแปลก เขาได้แอบสับเปลื่ยนดาบไป จากดาบสีม่วงไปเป็นคาตะนะที่มีออร่าสีแดง ผู้อมตะได้ตระหนักว่าเขาคงจะต้องวางแผนบาสงอย่างเอาไว้

 

“ตายซะไอ้แมลงตัวจ้อย”

 

คาลกัลป์ไม่ได้สังเกคุเห็นการสับเปลื่ยนนี้ เขาให้ความสนใจไปเพียงแค่การจับสุดยอดนักล่าที่ยังคงกรีดร้องอยู่เท่านั้น

 

“อ๊ากกกก”

 

แต่สุดยอดนักล่าผู้ซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ ทันใดนั้นเขาก็ได้หันกลับมาและกระโดดไปบนอุ้งเท้าของคาลกัลป์ และกระโดดไปหามังกร

 

ที่ๆเขาเล็งเอาไว้นั่นก็คือแผลกากบาทที่เขาได้ทำเอาไว้ในก่อนหน้านี้

 

****
ซังจินได้แทงบลัดเวเจนและมูนสเปคทั้งคู่ลงไปบนคอของมังกร ต้องขอบคุณแผลที่เขาทำเอาไว้ในก่อนหน้านี้ที่ทำให้เขาสามารถแทงดาบลงไปได้อย่างง่ายดาย

 

“ก๊าซซซซซ”

 

คาลกัลป์ที่ถูกแทงได้ร้องออกมาในแบบที่ไม่เคยร้องออกมาก่อนในขณะที่ถอยหลังไป ซังจินผู้ที่สามารถหลอกมังกรได้สำเร็จ ได้เคลื่อนที่ไปเพื่อที่จะจบชีวิตมันในทันที

 

แต่ว่ามังกรมันก็ได้กระพือปีกขึ้นและหนีออกไปเหมือนกับไก่ยักษ์คลั่ง มันเป็นการยากที่จะติดตามมันไปและโจมตีมันในตอนที่มันกำลังวิ่งอาละวาด

 

ซังจินได้ไล่ตามมันไปห่างๆและพยายามที่จะฟันและแทงไปที่หางและปีกของมัน แต่แค่นี้ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายถึงตายให้มันได้

 

‘ฉันต้องการแค่…โอกาสเดียวเท่านั้น…’

 

มังกรมันได้มีเลือดไหลออกมาอย่างมากมายจากคอของมัน ซังจินได้มองหาโอกาสในขณะที่ไล่ล่ามันไป แต่แล้วจากนั้นเขาก็เห็นมังกรหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง

 

‘คราวนี้มันเป็นอะไร?’

 

มูนสเปคได้ตอบคำถามกลับมาให้เขา

 

‘นายท่าน โปรดระวังมันเป็นการโจมตีด้วยลมหายใจ’

 

คราวนี้มันเป็นการโจมตีด้วยลมหายใจ ซังจินได้หันหน้าไปหานักล่าคนอื่นๆและตะโกนออกมา

 

“มันเป็นการโจมตีด้วยลมหายใจมังกร”

 

นักล่าได้กระจายตัวกันออกไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ พวกเขารู้ถึงความอันตรายของมันแล้วจากก่อนหน้านี้ ซังจินได้หันกลับมามองที่คาลกัลป์ มันกำลังสูดลมหายใจและมีสะเก็ดใจปลิวอยู่แถวๆปากของมัน

 

มันได้วางแผนที่จะได้ใช้ลมหายใจจริงๆ ซังจินมีความเชื่อมั่นว่าเขาสามารถจะหลบลมหายใจของมันได้ เนื่องจากว่าเขาสามารถจะสังเกคุเส้นทางที่มันจะปล่อยออกมาได้ด้วยการเฝ้ามองคอของมัน

 

เขาจะเป็นห่วงก็แค่เคนและคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังเขา เนื่องจากว่าลมหายใจมังกรมันอันครายมาก

 

แม้แต่แค่โดนสะเก็ตของมันก็ร้ายแรงมากแล้ว ซังจินรู้สึกกดดันมากที่จะตัดสินใจ

 

‘ฉันควรจะทำยังไงดี?’

 

แต่แล้วแผนการก็ได้โผล่ขึ้นมาบนหัวของเขา เขารีบขยับเพื่อที่จะไปทำมันในทันที เขาได้ใช้ทักษะของบัลดเวเจนในทันที

 

“การล้างบาปแห่งโลหิต”

 

เขาได้ใช้บลัดเวเจนตัดไปที่หางของคาลกัลป์ คาลกัลป์ไม่สามารถจะร้องออกมาได้เนื่องจากมันกำลังรวบรวมอากาศเอาไว้ภายในปาก มันทำได้เพียงแค่จ้องมองมาที่ซังจินแทน ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะยั่วยุมัน

 

“นายจะวิ่งไปอีกนานแค่ไหน เจ้าจิ้งจก”

 

ดวงตาของมังกรมันได้เต็มไปด้วยความโกรธ ซังจินได้ไปอยู่ที่มุมกำแพงและจับมูนสเปคเอาไว้

 

“พรึบบ”

 

ไอน้ำจำนวนมากได้ถูกปล่อยออกมาจากจมูกของซังจิน มันกำลังเตรียมตัวที่จะปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซังจินจึงพูดออกมา

 

“ฉันจะปล่อยเธอออกมามูนสเปค”

 

และดึงดาบออกมา

 

“เสียงคร่ำครวญของคนตาย”

 

“กรี๊ดดดดดด”

 

มูนสเปคได้กรีดร้องออกมาในเวลาเดียวกับที่มังกรได้เริ่มปล่อยลมหายใจออกมา

 

มังกรที่ตอนแรกเล็งมาที่ซังจินมันก็ได้ยกหัวขึ้นด้วยความหวาดกลัวและไฟของมันก็ไม่ได้เผาอะไรเลยนอกไปเสียจากเพดาน

 

ตอนนี้แผลของมันสามารถเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากมันแหวนหน้าไปบนเพดาน ซังจินเตรียมพร้อมดาบและวิ่งไปที่คอของมัน แต่แล้วจากนั้น

 

สายตาของคาลกัลป์ก็ได้กลับมาเป็นปกติ และเขาก็จ้องลงมาที่ซังจินอีกครั้ง

 

‘นายท่าน มังกรตัวนี้มีความต้านทานต่อความกลัวเป็นอย่างมาก’

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <