0 Views

Chapter 98 – Red Dragon’s Lair (4)

คาลกัลป์ได้ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ และเมื่อมันกางปีกทั้งสองข้างออกมามันก็มีขนาดที่ใหญ่เป็นสองเท่าองตอนนอนอยู่

นักล่าทั้งหมดได้ถูกคุกคามด้วยสิ่งนี้ แต่ง่าพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก ถ้าพวกเขาฆ่ามันไม่ได้ พวกเขาก็จะตาย

ผู้อมตะได้ไปยืนอยู่หน้าสุดและยกค้อนขึ้นในขณะที่พูดออกมา

“พรแห่งพระเจ้า”

แสงได้ส่องสว่างออกมาทั่วตัวเขา

“หิ่งห้อย…น่าสนุก!”

ในตอนนี้คาลกัลป์ได้สนใจแสงไฟที่โผล่ออกมา ในขณะเดียวกันพวกนักล่าก็ได้แยกออกจากกันตามแผนที่ได้ตกลงกันเอาไว้

แท้งทั้งสองคนยืนอยู่ที่ด้านหน้าของบอส และดาเมจประชิดจะวิ่งเข้าไปโจมตีจากทั้งสองข้างของมังกร ส่วนนักธนูและจอมเวทย์จะยืนอยู่ที่แนวหลังสุดของการต่อสู้ การต่อสู้ของจริงมันได้เริ่มขึ้นแล้ว

คาลกัลป์ได้ใช้มือขวาโจมตีไปที่แท้งที่ยืนอยู่หน้าสุด

“วูบบบ”

ผู้อมตะนั้นเป็นผู้ที่ใกล้กับการโจสตีนี้ที่สุด เขาจึงหันไปป้องกันมัน เขาได้ตั้งใจที่จะพุ่งไปด้านหน้าเพื่อที่จะหลบกรงเล็บ

แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะหลบแขนที่ยาวของมันได้ เข้าได้ตั้งมั่นโล่เอาไว้ แต่ว่าครู่หนึ่งเมื่อถูกโจมตี แสงที่ป้องกันเขาอยู่ก็ได้กระจายไปและเขาก็บินออกไป

มันทรงพลังมากอย่างไม่น่าเชื่อ จากนั้นกำแพงเหล็กก็ได้วิ่งออกไปและเหวี่ยงขวานเข้าใส่ท้องของมัน ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถจะทำให้มับาดเจ็บได้ มังกรมันมีเกล็ดที่เหมือนกับเหล็ก

“กืดดด”

ขวานของเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากการสร้างรอยบนเกล็ดของมัน

“แมวงวันน่ารำคาญ”

คาลกัลป์ได้ใช้มือซ้ายของมันเพื่อที่จะทุบกำแพงเหล็กให้จบดินไป กำแพงเหล็กจึงตั้งโล่ขึ้นมาเพื่อกันไว้ แต่ว่าร่างกายขเขาก็ได้จมลงไปในดินครึ่งตัวเนื่องจากน้ำหนักที่มากกว่าของมังกร

“อ๊าาาา”

คาลกัลป์มันได้อ้าปากออกมา มันต้องการที่จะกินนักล่าที่ถูกตรึงเอาไว้ แต่แล้ว

“ปึก”

“ปัก ปัก ปัก”

ลูกธนูและลูกหน้าไม้ได้พุ่งเข้าไปใส่ปากของมังกร เมื่อสังเกตุเห็นการโจมตีนี้มังกรก็รีบปิดปากอย่างรวดเร็ว แม้ว่าลูกธนูเหล่านี้จะไม่สามารถทำบาดแผลกับมังกรได้ แต่ว่ามันก็สามารถจะช่วยชีวิตของกำแพงเหล็กในตอนนี้เอาไว้ได้

ในขณะเดียวกัน

“โล่น้ำแข็ง”

จอมเวทย์น้ำเงินก็ได้ร่ายเวทย์ตามออกมา

“ฮีล”

และจากนั้นนักบวชก็ได้รักษากำแพงเหล็ก ผู้อมตะที่ถูกตบปลิวไปก็ได้กลับมาร่วมการต่อสู้อีกครั้ง ซังจินที่กำลังวิ่งอยู่ด้านข้างได้หันมามองพงกเขาอย่างกังวล

เขาจำได้ว่าในอดีตแท้งทั้งหมดได้ตายลงและเหลือเพียงตัวดาเมจประชิดแค่สามคนเท่านั้นที่รอดอยู่จนจบการจู่โจม แต่สำหรับในตอนนี้ ถ้าหากว่าเขาต่อสู้ไปโดยเต็มแรงมันก็อาจจะทำให้แผนของทีมเสียไปได้

มังกรมันไม่ใช่สัตว์ที่โง่ ถ้าหากสมมุติว่ามีใครสร้างบาดแผลให้กับมัน 1 แผลกับอีกคนที่สร้างบาดแผลให้กับมัน 5 แผล มันก็จะหันมาสนใจคนที่ทำร้ายมันคนหลังทันทีอย่างแน่นอน

ซังจอินจำเป็นจะต้องทำตามแผนต่อไป แต่ว่าเขาได้จงใจที่จะยืนอยู่ไม่ไกลมากนักจากแท้ง ถัดไปจากแขนซ้ายของคาลกัลป์

‘…ฉันอาจจะต้อง….’

ซังจินได้เหวี่ยงดาบของเขาเข้าใส่ด้านข้างของซังจิน แต่ว่าทั้งสองเล่มของเขาก็ได้ให้เสียงที่แตกต่างกัน

“กืดดดดดด”

อาเทอร์มิโอได้กระแทกขูดกับเกล็ดของมัน

“ฉับ”

และมูนสเปคก็ได้ตัดลึกเข้าไปในร่างของมังกร และจากนั้น

“ก๊าซซ”

มังกรแดงมันได้ร้องออกมาอยากทุกทรมาน มันเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่ามังกรมันก็ได้หันมามองซังจินในทันที ท่ามกลางความตกใจของคนอื่นๆ

แท้งนั้นไม่เป็นอะไร แต่ว่าดาเมจประชิดที่อยู่ทางซ้ายของมังกรได้ถูกหางฟาดเข้าใส่เต็มๆ

“อั๊ก”

พวกเขาเหล่านั้นได้ถูกเหวี่ยงลอยออกไป หนึ่งในพวกเขาคนนึงได้ล้มลงไปกับพื้น แต่ว่าผู้ที่ตกใจมากที่สุดก็คือบาบาเรี่ยนที่อยู่ถัดไปจากเขา

เขาตัวแข็งทื่ออยู่กับที่เมื่อมังกรแดงมองมาทางนี้

‘แล้วมันกำลังจะมา…’

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะเหวี่ยงดาบของเขาเพื่อดึงความสนใจด้วยตนเอง คาลกัลป์ได้ตกอยู่ในความโกรธเมื่อเห็นซังจิน

“แกกล้าทำร้ายร่างกายของข้า”

มันได้เหวี่ยงแขนขวาเข้าใส่ซังจิน ซังจินได้กระโดดขึ้นเพื่อหลบมัน แต่ว่าความโกรธแค้นของมังกรก็ไม่ได้หยุดลงแค่นั้น ภายในลมหายใจมัน

‘ลมหายใจ?’

ซังจินได้มองไปอย่างระมัดระวังที่ปากของมัน ว่ากันตามตรงลมหายใจของมันอันตรายมากแม้แต่กับเขา แต่แล้วจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงวิญญาณที่อยู่ในมูนสเปค

‘นานท่านได้โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการกู่ร้องของเขา

‘หืออ?’

ซังจินไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนองอะไร มังกรมันได้มองมาที่ซังจินเหมือนกับจะใช้ลมผายใจใส่ แต่แล้วทันใดนั้น

“ฉันจะฆ่าแก!!!!!!!”

เสียงตะโกนนี้ได้ดังขึ้นในของของนักล่าทุกคน พวกเขาทุกคนต่างก็หวาดกลัวเนื่องจากแผ่นดินไหว แม้กระทั่งกับซังจิน แต่ว่าเขาก็สามารถจะฟื้นตัวกลับมาได้อยากรวดเร็ว

บาบาเรี่ยนได้เริ่มที่จะตะโกนออกมา

“ฉันอยากจะมีชีวิต ฉันต้องการที่จะมีชีวิต”

เขาได้เริ่มที่จะวิ่งเข้าไปหากำแพงถ้ำ ซังจินได้เลิกสนใจเขาและเหวี่ยงดาบทั้งสองเล่มของเขาไปที่คอของมันกร

“ก๊าซซ”

มังกรมันได้ก้าวถอยหลังกลับไปพร้อมกับแผลรูปกากบาทตรงคอของมัน ซังจินต้องการที่จะเข้าไปโจมตีซ้ำอีก แต่ว่าคาลกัลป์ก็ได้เริ่มเหวี่ยงแขนอย่างบ้าคลั่ง ดังนั้นซังจินจึงถอยกลับไปเพื่อรอโอกาสใหม่

แต่ว่ามังกรมันก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น มันได้กางปีกและเริ่มบินออกไป

“ห่าอะไรกันเนี้ย”

แท้งผู้ที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนอื่นๆก็ได้พยายามที่จะวิ่งตามไป แต่ว่าพวกเขาก็ไม่สามารถจะเข้าไปใกล้ได้เนื่องจากแรงลมจากปีกของมัน ลูกธนูต่างๆก็ไร้ผลเช่นกัน

หลังจากที่มันได้กลางปีกบินขึ้นไปบนอากาศ คาลกัลป์ก็เริ่มที่จะบินไปรอบๆถ้ำ นักล่าทั้งหมดก็ได้ตะโกนออกมา

“ศรน้ำแข็ง”

“ใบมีดลม”

“มิสไซศักดิ์สิทธิ์”

ปล่อยเวทมนตร์

“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว”

และยิงธนูจากระยะไกล ซังจินก็ด้วย

“สายฟ้าที่น่าหวาดหวั่น จงแพร่กระจายไปสู่เหล่าอริข้า”

“สายฟ้าที่น่าหวาดหวั่น จงแพร่กระจายไปสู่เหล่าอริข้า”

“โซ่สายฟ้า”

“โซ่สายฟ้า”

เบสโกโร่ก็ได้ใช้ออกมาเช่นกัน เมื่อเวทย์ถูกตัวมังกรมันก็ได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เวทย์นี้คงจะพอทำอะไรมันได้บ้างแล้ว

เมื่อซังจินกำลังคิดที่จะร่ายเวทย์อื่นอีก

‘นายท่าน ลมหายใจมังกรกำลังจะมา’

มูนสเปคได้เตือนเขาออกมา

ซังจินได้มองสำรวจไปที่มังกร ตอนนี้มีไอน้ำจำนวนมากอยู่งริเวณจมูกของมัน

‘อันนี้ของจริง’

ซังจินได้ตะโกนออกมา

“ลมหายใจมังกร”

นักล่าทั้งหมดได้ตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินคำนี้และมองสำรวจไปที่ปากของมังกรเช่นกัน จากนั้นมังกรก็เริ่มเปิดปาก เมื่อเห็นพวกนักล่า พวกเขาได้หลบหนีไปจากพื้นที่ปากของมัน

“ฟูวววววว”

ไฟจำนวนมากได้พุ่งออกมา

ลมหายใจของมันได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนไปในทันที พื้นที่แห่งนี้ยังคงไหม้ต่อไปเรื่อยๆราวกับว่ามันติดน้ำมัน

จากนั้นคาลกัลป์ก็เริ่มร่ายเวทย์ออกมา

“จงเผาทุกสิ่งในเส้นทาง5

บอลไฟยักษ์สองลูกได้ปรากฏขึ้นบนมือของมัน ขนาดของไฟมันใหญ่กว่าปกติมาก ซาดาเมียร์ก็ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘เวทมนตร์มันมีต้นกำเนิดมาจากมังกร’

และห้าสีของเวทย์ก็เช่นกันมันเอามาจากสีของพวกมังกร และสีของพวกเขาก็จะสอดคล้องกับเวทย์ที่ใช้ หรือในอีกคำพูด มังกรตัวนี้เป็นแห่งกำเนิดเวทยมนตร์แดง ผลของเวทย์ที่มังกรใช้จึงทรงพลังเป็นอย่างมาก

ซังจินได้มองไปที่บอลไฟที่ค่อยๆขยายขึ้นๆบนมือของคาบกัลป์และคิดกับตัวเอง

‘ฉันควรทำยังไง?’

จากนั้นซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้อาเทอร์มิโอสะท้อนเวทย์มันกลับไปแทนที่จะใช้โล่ต้านเวทย์ การโจมตีมังกรที่อยู่บนอากาศมันเป็นเรื่องยาก

ตอนนี้เขาจะต้องบังคับให้มันลงมาบนพื้น

“สะท้อนเวทมนตร์”

อาเทอร์มิโอได้เริ่มส่องแสงสีม่วงออกมา

“บอลไฟ”

บอลไฟขนาดยักษ์ได้ถูกปล่อยออกมาจากมังกร ซังจินได้มองไปที่ทิศทางของบอลไฟและจากนั้นเขาก็สะท้อนมันกลับไปในทิศทางที่เขาเห็นมังกรบินไป

บอลไฟมันได้เปลื่ยนทิศทางไปเมื่อมันได้สัมผัสกับอาเทอร์มิโอและพุ่งกลับเข้าไปหามังหร ในขณะเดียวกันบอลไฟอีกลูกหนึ่ง

“ตูมม”

บอลไฟได้ระเบิดออกมาด้วยเสียงอันดัง ซังจินได้กังวลเกี่ยวกับรักล่าคนอื่นๆทางด้านนั้น

‘…พวกเขายังรอดไหม?’

แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ถ้าหากพวกเขาตายไปด้วยการโจมตีนี้ ก็คงจะต้องโทษโชคชะตาของเขา บอลไฟลูกที่ซังจินได้สะท้อนกลับไปได้พุ่งเข้าไปหามังกรตามที่เขาคำนวณไว้

คาลกัลป์มันไม่ได้เปลื่ยนทิศทางเลย มันยังคงบินทวนเข็มนาฬิกาตามเดิม และในไม่ช้าบอลไฟก็ได้ปะทะเข้ากับปีกของมัน

“ตูมมม”

ด้วยการครั้งเบิดครั้งยิ่งใหญ่

“ก๊าซซ”

มังกรได้เอียงตัวกลางอากาศอยู่ครู่หนึ่ง เกล็ดของมันไม่ได้รับความเสียหายจากไฟเลย แต่ว่าอย่างน้อยมันก็ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด

มังกรได่พยายามที่จะรักษาบาลานซ์ของมัน แต่ว่าตอนนี้ตัวของมันเอียงเกินไป มันได้ชนเข้ากับกำแพงและไถล่ลงไปบนพื้น

ซังจินต้องการที่จะวิ่งเข้าไปหาซังจินในทันที แต่ว่ามีกำแพงไฟขว้างทางของเขาเอาไว้ มันอยู่สูงมากเกินไปที่จะกระโดดผ่านไปได้

ซังจินได้พยายามที่จะมองผ่านกำแพงเพลิงไป นักล่าคนอื่นๆกำลังหลบอยู่หลังกำแพงน้ำแข็งที่จอมเวทย์น้ำเงินสร้างเอาไว้ พวกเขาได้ทำให้มันเป็นที่พักพิงฉุกเฉิน จากนั้นซังจินจึงตะโกนบอกพวกเขา

“นี้มันเป็นโอกาส สมใจไปที่การโจมตีมัน”

นักล่าพวกนั้นได้วิ่งออกมาจากหลังกำแพงและวิ่งไปที่คาลกัลป์ มังกรมันได้ลุกขึ้นจากกำแพงและขอความช่วยเหลือออกมา

“เจ้านายของแกกำลังตกอยู่ในอันตราย ช่วยด้วย”

ด้วยคำสั่งนี้

“กรรร โฮ่ง ๆ”

เสียงเห่าของพวกสุนัขก็ได้ดังออกมาจากข้างหลังของมังกร

‘พวกนี้ หลังจากที่มันอ่อนแอ…’

ซังจินได้จำได้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของมังกรเช่นกัน เมื่อมังกรรู้สึกว่ามันอยู่ในอันตราย มันก็จะร้องขอความช่วยเหลือจากมอนสเตอร์ใกล้ๆ

ซังจินได้ตรสจสอบไปที่นักล่าคนอื่นๆ นักล่าคนอื่นๆต่างก็บาดเจ็บจากไฟอยู่แล้ว ถ้าหากว่าการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปพวกนักล่าก็จะตายทีละคน

และก็ไม่ต้องพูดถึงว่านี้มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการกำจัดมังกร

‘ฉันคิดว่าฉันไม่สามารถจะช่วยอะไรได้’

ซังจินได้โยนรูปปั้นของเคนไปบนอากาศ

“ออกมาเคน”

หมาป่าขนาดตัวเท่าผู้ใหญ่ได้โผล่ออกมา เคนได้มองไปที่มังกรและ

“กรรร”

แยกเขี้ยวใส่ แต่ว่าซังจินก็ได้ชี้ไปที่พวกครึ่งปีศาจและเฮลฮาวพร้อมกับพูดขึ้น

“เคนไปทางด้านนั้น”

“โฮ่ง”

เคนได้ตอบกลับสั้นๆ และจากนั้นก็ตามมาด้วยการหอนยาวๆ

“อะบรู๋ววววววววว”

ทันใดนั้นเองควันก็ได้ปรากฏตัวรอบๆเคน และพวกหมาป่าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา

‘มันเป็นผลมาจากการวิวัฒนาการ…?’

ซังจินได้มองฟปที่เคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะบอกออกมา

“ฉันจะปล่อยให้เป็นหน้าที่นายนะ”

“อะบรู๋วว~”

เคนได้ตอบกลับมาก่อนที่จะนำพรรคพวกของเขาไปจัดการกับพวกมอนสเตอร์พวกนั้น ซัจินได้มองไปที่มังกร กำแพงไฟมันได้ถูกสร้างมาจากลมหายใจมังกรได้เริ่มอ่อนตัวลง

ซังจินได้มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกระโดดข้ามมันและวิ่งฝ่าไปหามังกรแดงที่บาดเจ็บ

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <