0 Views

Chapter 93 – Black Market Ninth Shopping (4)

หลังจากที่ได้สายตาได้ ซังจินและก็ฟรานซ์ก็เหล่มองไปที่รูปร่างที่ใหญ่ยักษ์ของงเคนที่ยืนอยู่ เขามีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าจากก่อนหน้านี้ ในตอนนี้ตัวของเขาได้มาถึงระดับสายตาของซังจินแล้ว

ทันใดนั้นเคนก็ได้มองไปที่ความสูงของตนเองและจากนั้น

“อะบรู๋ววววว~”

เขาได้หอนยาวออกมา เสียงของเขาฟังดูยินดีมาก ทันใดนั้นเองซังจินก็ได้สังเกตุเห็นรูปสลักที่เปลื่ยนแปลงไปเช่นกัน รูปสลักมันมีขนาดใหญ่และมันวาวขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้มันดูคล้ายกับเคนแล้ว ซังจินได้หยิบไอเทมขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ


แกรนด์คิน – เจ้าแห่งป่าไม้
ซัมม่อนระดับตำนาน

ทักษะพิเศษ – สปิริตลิ้ง (แกรนด์คิน)
สปิริตลิ้ง(แกรนด์คิน) – ซัมม่อนแกรนด์คินผู้ภักดีออกมา

ถ้าหากซัมม่อนตาย หรือถ้าผ่านไป 10 นาทีหลังจากที่อัญเชิญ มันก็จะหายไป

แกรนด์คินได้รับสืบทอดป่าจากแม่ของเขา ตามตำนานเขาสามารถจะสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตภายในป่าและควบคุมสปิริตได้


“โว้ว…”

ซังจินได้มองไปที่หน้าต่างข้อมูล ฟรานซ์ก็ได้ยืนนิ่งอ้าปากค้าง

“นี่มัน…จากบทที่ 2…?”

เขาคงจะเข้าใจผิดว่าเคนเป็นอเฮนน่า แม้ว่าในปัจจุบันเคนจะดูเหมือนเธอมากก็ตาม

“กรร?”

เคนได้เดินเข้ามาหาฟรานซ์ คงเป็นเพราะว่าขนาดตัวของเคน ฟรานซ์จึงได้ก้าวถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว

“โวว…”

เคนได้เอียงหัวและหันไปมองซังจิน เขาเริ่มที่จะคล้ายมนุษย์มากขึ้น

‘เจ้านาย เขาเป็นใครหรอ? ทำไมท่านถึงได้อยู่ด้วยกันกับเขาในตลาดมืด?’

มันดูเหมือนกับว่าเขาจะถามออกมาเช่นนี้จากสายตาของเขา ซังจินได้ลูบไปที่หัวของเคนและพูดออกมา

“เขาเป็นสหายของฉัน เหมือนกับนายนั้นแหละ เป็นสหาย”

ดูเหมือนเคนจะประหลาดใจและหันกลับไปมองที่ฟรานซ์

‘ฟุดฟิด ฟุดฟิด’

เขาได้พยายามดมกลิ่นในอากาศเพื่อจดจำเอาไว้ ซังจินได้พูดกัยฟรานซ์

“เคนเป็นเพื่อนของฉัน นายก็เห็นใช่ไหมว่าเขาเป็นหมาป่า…แต่เขาก็เป็นพันธมิตที่ไว้ใจได้มากที่สุด”

“ฉันรู้”

ในตอนนี้สหายของเขากำลังพบกัน เขาได้คิดถึงบางสิ่งบางอย่าง

“โอ้ใช่แล้ว…เกี่ยวกับ…”

“ช่วยบอกมาเลย”

ซังจินได้เกาหัวของเขาและพูดออกมา

“นายคิดยังไงกับการได้รับโทษลดเงิน 10% จากรางวัลการจู่โจม”

“10%…นี้มันเกี่ยวข้องกับแหวนแห่งความร่ำรวยหรอ? นายไม่ได้บอกว่าฉันจะได้รับเงินเพิ่ม 10% หรอกหรอ?”

“เอ๊ะ?”

ซังจินได้หยุดนิ่งราวกับได้ถูกอะไรบางอย่างทุบหัว ฝยจอยยี้เชสได้คิดถึงการที่ซื้อแหวนแห่งความร่ำรวนมาจะการลดโทษ 10%

“อา…ในกรณีนี้…ตามฉันมา”

ระหว่างทางไปร้านอัญมณี ซังจินได้ได้บอกเกี่ยวกับเรื่องของบทลงโทษนั้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกทุกอย่างไป

“นี้มันเป็นความลับแต่ว่า…ในกรณีที่ฉันจะต้องเลือกคนเสียสละคนหนึ่ง การที่จะถูกลงโทษลดเงิน 10% อย่างถาวร…มันเป็นการเสียสละที่มากมาย”

“จริง?”

“สิ่งที่ฉันต้องการ…สำหรับนายก็คือให้นายมีส่วนร่วมในการเสียสละนั้นด้วย ถ้านายสามารถจะรับภาระนั้นได้ มันก็จะช่วยให้ฉันสามารถ ‘เลือก’ ใครสักคนได้อีกครั้งในฐานะพันธมิตร

“โอ้…”

ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นี้ พวกเขาก็ได้มาถึงที่นี่แล้ว ซังจินได้ถามออกมาทันทีที่เข้าไปในร้าน

“เมอริเดี่ยนช่วยส่ง ‘หัวใจแห่งทอง – แหวนแห่งความร่ำรวย’ มาที”

“ไม่มีปัญหา”

เจ้าของร้านแมวได้หันหลังกลับไปหาแหน จากนั้นซังจินได้พูดกับฟรานซ์

“ฉันจะซื้อมันให้นาย มันราราเพียงแค่ 500 เหรียญเท่านั้น…”

แต่แล้วเมอริเดี่ยนก็ได้พูดออกมา

“เดี๋ยวก่อน นี้มันไม่ใช่ราคา 500 เหรียญแล้ว”

“หืมมม?”

ซังจินตกใจมาก

“นี้มันเป็นเวลานานแล้ว ในตอนนี้มันมีราคา 5000 เหรียญ”

“อะไรนะ?”

ซังจินได้อุทานออกมา และจากนั้นเมอริเดี่ยนก็อธิบายออกมา

“ไอเทมชิ้นนี้มันจะแพงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป มันเป็นสินค้ายอดนิยม ดังนั้นราคาของมันจึงผันผวนมาก”

เธอพูดถูกแล้ว เขาได้รับโบนัสจากรอบล่าสุด 500-1000 เหรียญ ดังนั้นถ้ามันมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 500 เหรียญ เขาก็สามารถเห็นผลของการลงทุนมันได้ในรอบถัดไป

ทุกคนที่ตระหนักถึงการดำรงอยู่ของแหวนนี้ก่อนก็สามารถจะประหยัดเงินลงไปได้อย่างมาก

“แต่ว่า 5000 เหรียญมันแพงเกินไป”

ซังจินเริ่มจะโกรธขึ้น แต่เมอริเดี่ยนก็ได้ตอบกลับอย่างสงบ

“ในตอนนี้ข้าบอกได้เลยว่ามันยังคงถูกอยู่ ต่อจากนี้ไปมันก็จะกลายเป็นแพงมากๆยิ่งขึ้น ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถจะให้ส่วนลดใดๆได้ นายรู้ใช่ไหมเกี่ยวกับกฏของสถานที่นี้?”

“มันจะไม่มีข้อแลกเปลื่ยนในการซื้อขายใดๆ”

“อึก…”

ฟรานซ์ได้ก้าวถอยกลับไปด้านหลัง

“อาาา เค ฉันจะซื้อมันเอง มันควรจะเป็นไอเทมชิ้นต่อไปของฉัน”

“แต่ฉันก็เพียงแค่จะพยายามจะใช่มันลดโทษของนาย…”

“นายได้ให้สเตตัสที่น่าเหลือเชื่อมาแก่ฉันแล้ว ถ้าฉันสามารถจะใช้เงินเพียงแค่ 5000 เหรียญเพื่อซื้อสเตตัสเช่นนี้ได้ ฉันก็จะซื้อมันเป็นร้อยครั้งเลยหละ และก็ฉันยังพอมีเหรียญเหลืออยู่บ้าง”

ก่อนทีซังจินจะได้ตอบกลับไป

“ช่วงส่งมันมาให้ฉันที”

เขาได้ซื้อแหวนจากเมมอริเดี่ยนมาในทันที และจากนั้น

“งั้นก็…ต่อจากนี้…”

เขาได้หันหน้าไปหาซังจิน ซังจินได้จ้องมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเอาแหวนเฮลิกซ์ออกมา

****

เมื่อซังจินได้กลับมาที่โรงแรม ดารูปินก็ได้ทำความสะอาดโต๊ะอาหารที่ซังจินทิ้งเอาไว้ไปแล้ว

“อา…ท่านหายตัวไปและไม่ได้กลับมาหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ข้าจึงได้ทำความสะอาดไปแล้ว”

ซังจินได้ตอบกลับเขาไป

“ไม่เป็นไรหรอกและทำความสะอาดต่อได้เลย ฉันได้ไปกินที่อื่นมาแล้ว และ…”

เคนได้อยู่ด้านหลังของเขา

“กรรร~”

เคนไม่สามารถที่จะเข้ามาภายในโรงแรมได้และติดแหง๊กอยู่ที่ด้านนอก

“นายอาจจะต้องให้อาหารเขาเป็นสองเท่า”

ดารูปินมองไปที่รูปร่างของเคนและตอบกลับมา

“อา…ท่าอาจจะพูดถูก”

เขาได้หยักหน้ารับ ราร์ก็ได้จ้องมองไปที่ร่างกายที่ใหญ่โตของเคนและ

“ก้า…?”

เขาได้มุดไปหลบอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะวิ่งเล่นและกลิ้งตัวกันไปมาเหมือนกับแต่ก่อน ซาดาเมอร์เมื่อได้เห็นเคน เขาก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าซังจินได้ให้ผลไม้กับเขา

“เคนดูเหมือนว่าจะน่าเชื่อถือมากขึ้นในตอนนี้”

“ใช่แล้ว ในโอกาสครั้งต่อไป มันจะเป็นตาของนายซาดาเมียร์”

“ไม่ ไม่ แม้ว่าถ้าหากฉันกินสิ่งนั้นไป ฉันก็แคลงใจกับการเปลื่ยนแปลงของฉัน”

“เป็นเช่นนั้นหรอกหรอ?”

ในขณะที่ซังจินกำลังพูดคุยกับเขา ดารูปินก็ได้เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับกระดาษในมือ

“นี้คือใบเสร็จจากการประมูล และข้อมูลการจู่โจมถัดไป”

ซังจินได้ตรวจสอบที่แผนข้อมูลก่อนเป็นอย่างแรก

‘ข้อมูลเกี่ยวกับรังมังกรแดง’

ในเวลานี้การอ่านข้อมูลพวกนี้มันเป็นสิ่งสำคัญ ซังจินได้เก็บแผนข้อมูลลงไปภายในเสื้อของเขาและนั่งลงบนโต๊ะเพื่อเช็คใบเสร็จรับเงิน

‘นี้มัน 3000…ราคาขั้นต่ำ เวรเอ้ย…ฉันควรจะขายมันให้แพงขึ้น’

‘นี่มัน 5300 เยี่ยม’

‘โอ้ 7000 ซื้อไปในทันที? มาดูกัน อัศวินของจักพรรดิ์ใช่ไหม? มันเป็นฉายาที่ยอดเยี่ยม เขาจะต้องมีฝีมือและร่ำรวยแน่ๆ’

ซังจินได้นับเงินเหมือนกับเด็กที่ได้รับเงินค่าขนมและนำใบเสร็จใส่ลงไปในลูกบาศก์ทีละชิ้น เขาได้ขายไอเทมออกไปแล้ว 9 ชิ้นในทั้งหมด 10 ชิ้น

ตอนนี้เขาจะต้องมีประสบการณ์กับการประมูลของแล้ว เขาสามารถจะพิจารณาได้ว่าเป็นจ้าวแห่งการประมูลได้ ซังจินได้หันไปถามกับโอเปอเรเตอร์

“ในตอนนี้ฉันได้รับเงินมาเท่าไหร่แล้ว”

[41151 เหรียญ]

“แล้วถ้ารวมทั้งหมดหละ”

[50297 เหรียญ]

‘ไอเทมที่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือ…ดวงดาวไร้นาม 20000 เหรียญ และอัพเกรดมูนสเปค 10000 เหรียญ รวมทั้งหมดเป็น 45000 เหรียญ…ฉันมีเงินพอแล้ว’

เขาจะมีเหรียญเหลืออยู่หลังจากที่ซื้อของที่จำเป็น 5000 เหรียญ สิ่งนี้มันเป็นเพราะว่ารายได้ที่ได้รับจากการประมูลมันมากกว่าที่เขาคาดเอาไว้

‘5000 เหรียญที่เหลืออยู่…ฉันควรจะซื้ออิลิกซ์…’

แต่แล้วเขาก็ได้นึกบางอย่างออก

‘โอเด๋ยวก่อนนะ…ชาร์จหินแสวงหาฆาตกร’

เขาได้ลืมมันไปพักหนึ่ง เขาจะต้องใช้เงินที่เหลืออยู่ 5000 เพื่อชาร์จพลังของมัน ดังนั้นแล้วเงินที่เขาเหลืออยู่คือ 297 เหรียญดำ

‘…โอ้ งั้นอิลิกเซอร์ก็ครรจะเป็นในครั้งถัดไป…’

ซังจินได้ลุกขึ้นหลังจากที่ตัดสินใจเสร็จ ในที่สุดเขาก็ได้เสร็จธุระทุกอย่างในวันนี้ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ที่เขาจะต้องทำนั้นก็คือการอายน้ำและพักผ่อน แต่แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เขาได้นึกบางอย่างออก

‘นาดา…’

ถ้าหากว่าเธอตรวจสอบหน้าต่างสเตตัสแล้ว มันก็ควรจะทำให้เธอเข้าใจเกี่ยวกับความตั้งใจของเขา และถ้าหากว่าเธอเช็คฉายาผู้ถูกเลือก เธอก็จะรู้ว่าเธอสามารถเลือกเขาไปหาได้

‘ฉันสงสัยว่าเธอจะเรียกฉัน…’

ซังจินไปมองออกไปจากหน้าต่าง แต่ว่าในตลอดคำคืนนั้น

[คนที่ถูกเลือกได้ส่งคำขอเคลื่อนย้ายทางไกลมาให้คุณ]

มันไม่มีคำประกาศดังกล่าวออกมา

****

“นี้คือดวงดาวไร้นาม และแว่นของกอเมท”

ซังจินได้หยิบของพวกนี้ขึ้นมาจากโต๊ะ และในตอนท้ายชายคนนั้นก็ได้ส่งหินห้าก้อนที่สว่างสดใสออกมา

“และนี้ก็คือหินที่ชาร์จเสร็จแล้ว”

ซังจินได้เก็บหินทั้งหมดมา และในที่สุดเขาก็หยิบเหรียญขาวและพูดด้วยเสียงที่เหมือนกับนักธุรกิจ

“เอาน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกอันด้วย”

ตามคำขอของเขา ชายคนนั้นก็ได้ยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน

“อา นายกำลังเพลิดเพลินไปกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว”

เขาได้ยิ้มกว้างออกมาจนเห็นฟัน

“หืมมม….โอเค โชคดี”

เสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจได้ดังออกมา ซังจินจึงต้องการทที่จะออกไปในทันที แต่แล้วจากนั้นชายคนนั้นก็ได้กล่าวออกมาอีกคำหนึ่ง

“การจู่โจมครั้งต่อไป…คือรังมังกรแดง”

นี้มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดถึงเกี่ยวกับการจู่โจม ซังจินได้หันหน้ากลับมาและพูดขึ้น

“ใช่แล้ว”

“หืมมม…เอาหละโชคดีนะ รังมังกรมันเป็น….สถานที่ๆมีประวัติศาสตร์…และทรงพลัง”

มันดูแปลกๆ เล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่

“…ฉันรู้แล้ว”

ซังจินได้ตอบกลับไปและออกไปจากร้าน ที่ด้านนอกมันยังคงมืดอยู่

“โอเปอเรเตอร์กี่โมงแล้ว?”

“ตี 4.45 นาที”

“มูนสเปค…อัพเกรดเสร็จหรือยังนะ?”

การที่จะเดินทางไปโรงแรมมันก็อยู่ในทิศทางเดียวกับโรงตีเล็กอยู่แล้ว มันแค่ต้องอ้อมอีกหน่อย ซักเล็กน้อย เขารู้สึกว่ามันจะไม่เป็นอะไรหากว่าเขาไปลองดูที่นั่นก่อนแล้วค่อยกลับไปที่โรงแรม

‘เอาหละ มันก็ไม่มีอะไรจะเสียหายซักหน่อย’

ซังจินได้ตัดสินใจออกมาและหันเท้าไปยังโรงตีเหล็ก มันยังคงเป็นช่วงรุ้งสางของวันใหม่

“เคร๊ง เคร๊ง”

เขาสามารถจะได้ยินเสียงตีเหล็กดังออกมาได้จากระยะไกล ซังจินได้มุ่งหน้าไปต่อที่โรงตีเหล็ก เขาได้เห็นคาร์กอตกำเขาทุบค้อนออกไปและเเหงือไหลออกมา

ซังจินได้เดินเข้าไปใกล้ๆเขา แต่ว่าเขาก็ยังคงทุบค้อนต่อไปโดยที่ไม่ได้ตระหนักถึงการมาของซังจิน

“เคร๊ง เคร๊ง”

ซังจินยังคงมองเขาอย่างเงียบๆต่อไปเพื่อที่จะไม่ให้เขาเสียสมาธิ คาร์กอตยังคงทุบไปเรื่อยๆอีกหนึ่งชั่วโมง

“เคร๊ง คร๊ง”

เขาทุบและทุบจนในที่สุดเขาก็ได้นำดาบจุ่มลงไปใน้ำเย็นและดึงเอามันออกมา มูนสเปคในตอนนี้มีใบดาบสีน้ำเงินสะท้อนแสงจันและสดใสมากขึ้นเเรื่อยๆ”ช

คาร์กอตได้ตรวจสอบไอเทมอย่างใกล้ชิดและพึมพัมกับตัวเอง (แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่คนเดียวก็ตาม)

“วูว…เหมือนจะเสร็จแล้ว มันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำงานนี้ แต่ว่า…แน่นอนมันก็คุ้มค่ากับการพยายามที่มากขึ้นเป็นพิเศษ ใบมีดนี้มัน…”

และในตอนนี้ซังจินที่ได้เฝ้ามองเขามานานกก็ได้เอ่ยขัดเขา

“ขอบคุณมากสำหรับการทำงานหนักคาร์กอต”

“โอ้พระเจ้าช่วย”

คาร์กอตได้ร้องออกมาด้วยเสียงแหลมสูงราวกับว่าเขาได้เห็นผี

“นายทำให้ฉันตกใจนะ นายมายืนอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”

“ไม่ได้นานนักหรอก”

คาร์กอตได้สงบจิตใจที่เต้นเร็วขึ้น

“เอาละ…ยังไงก็ดาบ ดาบมันได้เสร็จสินแล้ว ดาบเล่มนี้มันเป็นดาบที่ถูกครอบงำ…มันเป็นดาบวิญญาณ”

ซังจินได้รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยิน

“โอ้ นายยสามารถบอกได้ยังไงกัน? ว่ามันเป็นดาบที่มีพลังวิญญาณ”

“แน่นอนสิ ฉันสามารถจะบอกมันได้ และ…”

เสียงของเขาได้ขาดหายไป และจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาว่า

“เอาหละ ดูด้วยตัวนายเองเถอะ”

เขาได้ส่งมูนสเปคที่อัพเกรดมาแล้วคืนให้กับซังจิน

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <