0 Views

Chapter 90 – Black Market Ninth Shopping (1)

‘ฉันควรจะทำยังไงดี?’

ซังจินได้นึกไปถึง ‘ดวงตาแห่งเจรามิท’ ที่อยู่ที่หูของเขา

ถ้าหากว่าเขาสามารถจะอ่านใจเธอได้ เขาก็อาจจะสามารถปรับความเข้าใจกับเธอได้ ซังจินได้ตัดสินใจเริ่มการสนทนาขึ้นมาในทันที

“เธอชื่ออะไร?”

เขาได้สัมผัสไปที่ต่างหูของเขา

“ทำไมนายถึงได้ต้องการที่จะรู้ชื่อของฉัน”

ในตอนนี้เขาก็สามารถจะได้ยินความคิดของเธอได้

‘1 นาทีก่อนที่จะกลับตลาดมืด…ฉันเพียงแค่ต้องระมัดระวังจนกว่าจะถึงตอนนั้น…แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่า…ฉันก็ยังไม่สามารถจะมีโอกาสเก็บไอเทม…’

หลังจากที่เขาได้ยินความคิดนี้ ซังจินก็ได้เหล่มองไปที่ด้านหลังของเธอที่ๆมีธนูของนักล่านกฮูกตกอยู่ มันคงจะเป็นปัญหาของเธอ

ในตอนนี้ที่สามารถจะฆ่าฆาคกรลงไปได้ถ้างั้นทำไมเธอถึงไม่สามารถจะเอาไอเทมมาได้? ไอเทมแต่ละชิ้นที่เธอได้รับมาจากฆาตกรมันจะต้องคุ้มค่ากับเธอมากกว่าซังจินแน่ๆ”

ซํงจินได้ชี้ไปที่ธนูของนักล่านกฮูกและพูดออกมา

“เฮ้ ไปหยิบไอเทมของเธอสิ มันจะน่าอับอายนะถ้าเธอไม่สามารถจะเก็บไอเทมที่เธอควรจะได้รับจากการล่าฆาตรกร ถูกไหม?”

‘ฉันไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นฆาตกร…’

มันดูเหมือนกับว่าเธอจะลดการ์ดลงเล็กน้อย เธอได้ถอยหัลงไปช้าๆขณะที่มองไปที่ซังจิน ซังจินก็ยังคงยืนนิ่งๆต่อไปเพื่อให้เธอได้รู้สึกปลอดภัย

และเธอก็ได้หยิบธนูมาเก็บลงไปในลูกบาศก์ของเธอโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากเขาเลย เมื่อได้อยู่ห่างออกไป ซังจินก็ได้ก้าวไปข้าหน้า แต่เธอก็ยังคงถือมีดสั้นของเธอมาทางเขา

‘ได้พูดว่าหน้าอกในก่อนหน้านี้…มันไม่มีทางเลยที่ฉันจะสามารถลดการ์ดลงได้ ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถชักดาบออกมาได้อย่างรวดเร็วด้วยในก่อนหน้านี้ เขาสามารถที่จัดปัดมีดสั้นของฉันออกไปได้ภายในไม่กี่วินาที’

เมื่อได้อ่านความคิดของเธอ ซังจินก็ได้วางดาบทั้งหมดของเขาลงไปในลูกบาศก์

“ฉันมีความต้องการที่จะสู้เป็นศูนย์ ฉันเกียงแค่ต้องการจะคุยด้วยเท่านั้น”

‘เขาได้เก็บอาวุธทั้งหมดลงไป? ในกรณีนี้เขาได้วางแผนที่จะโจมตีงั้นหรอ?’

ในตอนนี้เธอได้สับสนมากขึ้น เธอได้ถามเขาออกมา

“…อะไรหละ?”

“ฉันไม่ใช่ศัตรู ความจริงแล้ว…ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะช่วยเธอ”

“ช่วยจากอะไร? ฆาตกรได้ตายไปแล้ว”

เขาไม่สามารถจะได้ยินเสียงในความคิดของเธอได้อีก เวลา 10 วินาที มันได้ผ่านไปแล้ว ซังจินได้ดึงขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาและพูดขึ้น

“สิ่งนี้…มันคือไปเทมที่จะเพิ่มสเตตัสของเธออย่างมหาศาล ฉันจะใช้สิ่งนี้กับเธอ”

“ทำไม? ฉันจะรู้ได้ยังไงว่ามันไม่ใช่ยาพิษ”

“มันไม่ใช่ยาพิษ ฉันได้บอกเธอไปแล้วว่ามันเป็นประโยชน์”

“ถ้าหากว่ามันเป็นความจริงงั้นก็ดี…ส่งมันออกมา ฉันจะใช้มันด้วยตัวเอง”

ซังจินได้ตบหน้าผากตนเอง เขาไม่มีเวลาที่จะโน้มน้าวเธอมากนัก แต่ว่าเขาก็ไม่ต้องการจะสูญเสียโอกาสนี้ไปเช่นกัน ในตอนนั้นเองซอมบี้ก็ได้ทรุดตัวลงไป

ซังจินไม่ได้ทำอะไรเลย และมันก็ตายลงไปด้วยตัวมันเอง มันหมาความว่ามานาของเธอหมดลง

‘…’

ซังจินได้ตัดสินใจตัวเลือกของเขาแล้วเขาก็ได้ตัดสินใจออกมา เขาไม่สามารถจะปล่อยเธออไปได้ เธอได้พิสูจน์แล้วว่าเธอมีค่ามากเพียงพอทั้งในด้านทักษะและความเป็นคน นอกจากนี้เธอก็เป็นคนที่ซังจินได้เลือกเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

“วูวว…”

เขาได้ถอนหายใจออกมาและจากนั้นเขาก็ได้พุ่งเข้าใส่เธอ เธอได้เบิกตากว้างออกมาในขณะที่แกว่งมีดสั้นสู้กับเขา เธอมีความเร็วเป็นอย่างมาก เธอคงจะมีสเตตัสพื้นฐานที่สูงมากแม้ว่าจะแบ่งมันออกไปอัพเวทมนต์ด้วย

แต่นี้มันก็เป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบกับนักล่าคนอื่นๆ บางทีเธอก็อาจจะต่อสู้กับซังจินได้บ้างด้วยเวทมนตร์ดำ แต่ว่ามานาของเธอได้หมดไปแล้ว มันไม่มีอะไรที่เธอสามารถจะทำได้อกี

ซังจินได้บิดตัวและหลบการโจมตีทั้งหมดของเธอ และจากนั้นเขาก็จับข้อมือของเธอเอาไว้ เมื่อเธอได้ถูกจับมือเอาไว้เธอก็ได้เตะออกมา แต่ว่าเขาก็ได้ขยับตัวหลบไปด้านข้างและหลบเธอ

เพราะการที่ซังจินหลบไปด้านข้างได้ทำให้เธอเตะพลาด เธอได้สูญเสียสมดุลไปและเริ่มที่จะล้ม ซังจินได้ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วและคว้าตัวเธอจากด้านหลัง เขาได้ยกเธอขึ้น

หน้าอกที่ใหญ่โตของเธอได้ผ่านเข้ามาเบี้ยงหน้าสายตาของเขา สถานการณ์ได้เริ่มเปลื่ยนไปอย่างแปลกประหลาดอีกครั้ง นาดาได้เริ่มสบถออกมา

“ไอ้ลูกกระ***”

มันได้สายเกินไปแล้วที่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ซังจินได้พลักเธอลงพื้นและกดเธอไว้จากด้านบนเพื่อที่ไม่ใช่เธอได้หลบหนี

“ไอ้เวรตะไล”

นาดายังคงสาปแช่งดูหมื่นเขาต่อไป แต่เธอก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกนอกจากนี้ ซังจินได้เปิดขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาด้วยมือข้างหนึ่งและเทลงไปที่เธอ

“ล้างบาป”

แสงสว่างได้ออกมาและเขาไปหาเธอ ในเวลาเดียวกันโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คุณได้ถูก ‘เลือก’ โดยใครบางคน ได้รับฉายาใหม่]

ในตอนนี้การล้างบาปได้สำเร็จแล้ว ซังจินได้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและพลักเธอออกไป

“ฉันขอโทษ ฉันไม่มีทงเลือก”

แต่ว่าการแสดงออกของนาดาต่อซังจินนั้นได้รุนแรงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาก่อน

“ออกไปจากสายตาของฉันซะไอ้เศษสวะ”

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะไม่สนใจทุกอย่างและโฟกัสไปที่สิ่งที่สำคัญ

“ฉายา ตรวจสอบฉายา”

ถ้าเธอเพียงแค่ตรวจสอบฉายาของเธอ เธอก็จะสามารถเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้

[ผู้ถูกเลือก – ได้รับโบนัสสเตตัส 20% จากผู้ที่…]

แต่ก่อนที่คำอธิบายจะเสร็จสิ้น

[คุณจะกลับไปสู่ฮอลนักล่าในอีก 10 วินาที]

การรับถอยหลังก็ได้เริ่มขึ้น บทนี้มันได้จบลงไปแล้ว

[9 8 7]

ตามมาด้วยการนับเวลาถอยหลังของลูกบาศก์ ซังจินได้พูดกับเธอ

“ช่วยตรวจสอบฉายาของเธอและหน้าต่างสเตตัส”

[6 5 4]

แต่เธอก็ได้จ้องมองมาที่เขาราวกับว่ามองมาที่พวกโรคจิตชอบข่มขืน

“และช่วยเรียกฉันไปที่ตลาดมืด”

[3 2 1]

“หรือว่าถ้าเธออยู่ในอันตราย”

[0]

หลังจากซังจินได้พูดจบ ทั้งสองคนก็ได้หายไปจากสายตา

****

ซังจินได้ถูกวาปมาที่ห้องที่ไม่สิ้นสุดที่เรียกว่าฮอลแห่งนักล่า ภายในนี้มันเต็มไปด้วยผู้คน แต่ว่าก็ไม่มีใครพูดออกมา เพราะว่าพวกเขาแต่เขาคนต่างก็เหนื่อยกันหมด

ในขณะเดียวกันโอเปอเรเตอร์ก็ได้พูดออกมา

[ยินดีต้อนรับ ทุกๆคนที่นี่ได้เอาชนะบทที่เก้ามาแล้ว]

[จากผู้เข้าร่วมทั้ง 7310067613 ในการจู่โจมแรก]

[จำนวนนักล่าที่ไได้เหลือรอดอยู่ในตอนนี้คือ 183655 คน]

[ทุกๆคนในตอนนี้คือคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมนุษยชาติทั้ง 0.00255% จากทั้้งหมด]

[และคุณก็ได้พิสูจน์แล้วด้วยตัวคุณเองว่าคุณแข็งแกร่งและมีคุณค่า]

ซังจินได้มองไปรอบๆตัวของเขา มีคนมากมายอยู่รอบตัวเขา แต่ว่าในครั้งนี้มันไม่เหมือนกับครั้งล่าสุดที่มีฝูงชนไปจำกัด ในตอนนี้เขาสามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดขอบของฝูงชนได้

[โปรดเติบโตต่อไปและแข็งแกร่งขึ้น]

[และเคลียการจู่โจมสุดท้าย]

โอเปอเรเตอร์ได้หายไปจากหน้าจอ และแทนที่ด้วยสถานเลี้ยงเด็กกรำพร้าที่ซังจินเคยอยู่ อาจารย์ใหม่ ครู เพื่อน ฯลฯ ในตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่จะได้เห็นผู้ที่ติดอยู่ในนรก

ซังจินไม่เคยคิดว่าเลยเกี่ยวกับผู้คนในนรก ดังนั้นเขาจึงมองไปรอบๆเขา ในตอนนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ร้องไห้กันออกมาให้เห็น พวกเขาเพียงแค่แสดงความเสียใจภายในใจของตัวเองเท่านั้น

พวกเขาได้เห็นมันมามากพอที่จะยอมรับมันได้แล้ว คนที่เหลืออยู่ทั้งหมดแข็งแกร่งพอที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้

[อีกครั้ง]

[ถ้าหากว่ามีใครคนใดคนหนึ่งที่สามารถจะเคลียการจู่โจมสุดท้ายได้]

[ทุกๆคนในนรกก็จะฟื้นขึ้นมา]

ท่ามกลางความเงียบสงบได้มีใครบางคนตะโกนออกมาด้วยความรังเกียจ

“แล้วทำไมถึงได้เรียกพวกเรามาที่นี่?”

โอเปอเรเตอร์ได้ให้คำอธิบายออกมาเหมือนกับได้ตอบสนองความต้องการของเขา

[จากตอนนี้ไปการจู่โจมจะไม่ได้แบบ 5 คนอีกต่อไป แต่จะเป็นทีมแบบ 10 คน]

[แผนที่และมอนสเตอร์จะกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นให้เท่ากับการเพิ่มขึ้นของสมาชิกนี้]

“ทีม 10 คน?”

“สองเท่าของปกติ?”

ผู้คนเริ่มที่จะกระซิบกันออกมา แต่แล้ว

[เริ่มต้นจากการจู่โจมถัดไป โปรดระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพื่อที่จะรักษาชีวิตของคุณ]

[จะเทเลพอตไปสู่ตลาดมืดในอีก 10 วินาที]

“แม้กระทั่งแบบทีม 5 คนยังยากลำบาก…”

“ใช่ เราควรจะทำเช่นไรดีในตอนนี้?”

“แกบอกพวกเราว่าตอนนี้?”

การตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้นได้ดังไปทั่วทั้งฮอล แต่ว่าก็ไม่มีการแยแสการร้องเรียนพวกนั้น

[2 1 0]

ครู่หนึ่งทุกๆคนก็ได้ถูกวาปไปจากจุดๆนี้

****

เมื่อได้กลับมาที่ตลาดมือ ซังจินก็ได้ไปนั่งพักที่ร้าน ‘เฟิร์สดรอป’

“ฮ่าาห์…”

“คุณอยากจะดื่มอะไรครับ?”

ซุย รานได้ถามซังจินอย่างสุภาพ แต่ซังจินก็ได้ตอบกลับไปด้วยความไม่เต็มใจ

“อา…น้ำเย็น น้ำ”

“อา…โอเค…”

เธอทิ้งให้เขาอยู่กับแก้วน้ำ ซังจินได้ดื่มมันลงไปและนึกไปถึงคำพูดของนาดา

“ออกไปจากสายตาของฉันซะไอ้เศษสวะ”

ซังจินได้นวดหน้าผากของเขา ในอดีตที่ผ่านมานั้น

‘คุณจะต้องมีชีวิตรอด ฉันอยากจะร่วมงานกับคุณอีก’

เธอเป็นมิตรกับเขามาก แต่ในคราวนี้สิ่งผิดพลาดมันได้เกิดขึ้น

‘แต่ว่าถ้าเธอตรวจสอบฉายาของเธอ…เธอก็ควรจะเข้าใจถึงความตั้งใจของฉัน…ใช่ไหมนะ?’

ในความจริงซังจินก็ยังมีความสนใจในบางอย่างเนื่องตากลักษณะที่เจ็บใจโกรธแค้นของเธอ แต่โอกาสสำหรับความประทับใจก้ได้สูญเสียหายไปตลอดกาล ซังจินได้หยิบเอาเบสโกโร่ออกมาจากลูกบาศก์

เขาได้เอาหัวหม่งหมวกก่อนที่จะส่วมใส่มัน

“แกมันคนแกวิปริต”

‘อะไรนะ? เจ้าเป็นคนพูดมันออกมาเองนี่’

“มันเป็นเพราะว่าได้เอาแต่พูดเรื่องแปลกๆนั้นแหละ”

‘เฮ้ ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนี้? ราวกับว่าข้าเป็นคนเดียวที่ผิดเลย? เจ้าก็จ้องมองเธอเหมือนกัน ที่ตรงนั้น ฉันเคยบอกนายมาก่อนแล้วนะว่าฉันสามารถจะมองเห็นสิ่งเดียวกันกับที่เจ้าเห็น….ที่หน้าอกมหึมานั้นนะ’

“มันมีข้อแตกต่างกันระหว่างการคิดและพูดมันออกมาดังๆ”

‘ข้อแตกต่างเดียวก็คือข้าเพียงซื่อสัตยืกับตัวเองเท่านั้น เจ้าได้พูดมันออกมาดังๆเพราะว่าเจ้าเอาแต่จดจ่ออยู่กับเรื่องนี้ เจ้าไม่คิดเช่นนี้นหรอ?’

ซังจินไม่สามารถจะโต้แย้งกลับไปได้ มันเป็นความจริงที่ว่าตาของเขาได้ติดอยู่ที่ตรงนั้นเช่นกัน จากนั้นเบสโกโร่ก็กล่าวต่อ

‘แล้วเจ้าทำพิธีล้างบาปเธอ? เจ้าปล่อยน้ำเหนียวๆใส่ตัวเธอ…’

ซังจินได้ถอดหมวกออกมาในทันทีก่อนที่เขาจะสามารถพูดจบได้

ซังจินได้สาบานว่าเขาจะเปลื่ยนหมวกในทันทีที่พบอันใหม่ที่ดีกว่า แม้ว่ามันจะยากที่จะหาอันที่ดีกว่านี้ก็ตาม

ซังจินได้เก็บเบสโกโร่ลงไปในลูกบาศก์อีกครั้ง เขาได้พักและดื่นน้ำเย็นลงไปและ

“ขอบคุณสำหรับน้ำเย็นๆนะ”

เขาได้เดินออกไปจากร้าน เขาได้ล้างบาปฟรานซ์และนาดไป เขาได้แน่ใเกี่ยวกับนาดานัก แต่ว่าฟรานซ์จะเลือกเขาแน่นอน เขาจะต้องทำอะไรก่อนที่จะไปพบกับฟรานซ์

อย่างแรกซังจินได้ไปที่ร้านประมูลของหมูสามพี่น้องก่อนเพื่อที่จะเอาไอเทมไปขาย

“ชิ้นนี้ตั้งราคาเริ่มต้นที่ 3000 และ 3400 สำหรับขายทันที สวนชิ้นนั้น…เริ่มที่ 3500และขายทันทีที่ 4500”

“รับทราบ ไอเทมจะนำไปขึ้นประมูล”

หลังจากที่เขาได้วางไอเทมทั้งแปดชิ้นที่เขาได้กำหนดราคาเอาไว้แล้ว

“โอเปอเรเตอร์ส่งไอเทมสี่ชิ้นที่ฉันได้รับจากมิติสุดท้ายมาที”

เขาก็ได้ตรวจสอบไอเทมที่เขาได้รับมาจากมิติล่าสุด มีไอเทมชิ้นหนึ่งในสี่อันนั้นที่สะดุดตาเขา

‘เอ๊ะ…’

มันเป็นสร้อยคอที่เหมือนกับที่ชาวอเมริกาใต้ในยุคสวมใส่หรือไม่ก็พวกขาวแอซแทคส่วมใส่ มันเป็นสร้อยคอของเบอเซิกเกอร์ ‘ยอนฮัวเรท – เสียงของพระเจ้าที่บ้าคลั่ง’

‘ไอเทมสองชิ้นที่เหมือนกัน…ฉินคิดว่าฉันเคยเกี่ยวกับการเสริมไอเทมในอดีต…ฉันคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับในตอนที่ชั้นไปหาคาร์กอต’

คาร์กอตเป็นช่างตีเหล็กที่อยู่ในทางตอนใต้ของตลาดมืด มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องใช้หินเอนชานต์ ดังนนั้นซังจินจึงต้องการจะจัดการทุกอย่างไปพร้อมๆกัน

ซังจินได้วางยอนฮัวเรทลงไปในลูกบาศก์และเอาไอเทมชิ้นอื่นๆอีกสามชิ้นที่ได้รับมาไปลงประมูล

“ตั้งราคาสิ่งนี้ที่ 200 และขายทันทีที่ 2500 สิ่งนี้ 2700 และตั้งราคาขายทันทีที่ 3200…”

และแล้วเขาก็ได้เอาไอเทมไปลงประมูลจนครบ

“ขอบคุณ”

เขาได้เดินออกมาจากร้านประมูล ซังจินได้คิดเกี่ยวกับสองคนที่พึ่งจะได้รับการล้างบาป

‘หืมม ฉันหวังว่าพวกเขาจะไม่เรียกฉันไปจนกว่าฉันจะทำทุกอย่างเสร็จ
…ฉันควรจะบอกให้เขาเรียกฉันหลังจากที่พระอาทิตย์ตกดิน’

เขาได้คิดเกี่ยวกับฟรานซ์เช่นนี้

‘เธอจะเข้าใจฉันถ้าเธอตรวจสอบสเตตัสและฉายาไหมนะ? แล้วถ้าเธอคิดว่าฉันเป็นคคนเลวทรามหละ?’

เขาได้คิดเกี่ยวกับนาดา


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <