0 Views

Chapter 9 – Ahenna’s Forest (2)

ได้มีคนโผล่ขึ้นมาด้านหน้าของซังจินโดยที่แต่ละคนต่างมีขนาดและรูปร่างที่ต่างกัและเชื้อชาติที่หลากหลายได้แก่ เด็กหนุ่มสวมแว่นชาวตะวันตก ชายชราผมขาว ชาวเอเชียตัวเตี้ย และชายผิวขาวตัวสูง

แต่ว่าความสามารถนั้นไม่สามารถดูได้จากขนาดรูปร่างและเชื้อชาติได้ ตัวบ่งชี้ได้ดีที่สุดในตอนนี้คือฉายาที่พวกเขามีอยู่ ซังจินจึงเงยหน้าไปมองฉายาของพวกเขา

หนุ่มชาวตะวันตกนั้นมีฉายา ‘นักดาบผึกหัด’ ชายชาวเอเชียมีฉายา ‘นักสำรวจฝึกหัว คนชรามีฉายา ‘คนตัดไม้ และสุดท้ายชายผิวขาวสูง ‘อันธพาล’ ซังจินส่ายหัวด้วยความผิดหวังเมื่อเห็นฉายาของพวกเขา

ไม่มีใครที่มีความสามารถเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะในตอนนี้ซังจินนั้นมีข้อมูลเกียวกับการต่อสู้ที่นี้เพียงพอสำหรับการเคลียแบบสมบูรณ์


Phase 5 – Ahenna’s Forest Raid
Objective – Hunt the Wolf Queen ‘Ahenna’
Time Limit: 25 Minutes.


[ทำภารกิจให้สำเร็จก่อนที่เวลาจะหมด]

[หากไม่สำเร็จ คุณจะตาย]

เมื่อโอเปอเรเตอร์พูดจบลง ชายผิวขาวสูงก็ได้เดินออกมาข้างหน้าแล้วพูดกับคนภายในกลุ่ม

“สุภาพบุรุษทั้งหลายจงมารวมกันตรงนี้เจ้าพวกน่าโง่และน่ารังเกียจ”

ผู้ชาวผิวขาวสูงคนนี้เป็นคนที่มีฉายาว่า ‘อันธพาล’ มีรอบสักปกคลุมที่ไหล่ของเขาและเขาก็ยังทำตัวหยิ่งและมีอำนาจ

‘นักสำรวจฝึดหัด’ ชายเอเชีย และ ‘นักดาบฝึดหัด’ ชาวตะวันตกลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปใกล้กับ ‘อันธพาล’ และอันธพาลบ่นขึ้น

“ว๊าว…กลุ่มที่ฉันได้รับมามีแต่คนอ่อนแอ’

ชายแก่ ‘คนตัดไม้’ และซังจินได้รักษาระยะห่างจากแคมป์ไฟและมองดูอยู่ไกลๆ อันธพาลได้มองดูและเรียกพวกเขา

“เฮ้ ชายแก่คนตัดไม้แกไม่ได้ยินงั้นหรอมาที่นี่ซะ แกด้วยเจ้าสุดยอดนักล่ามานี่ซะถ้ายังไม่อยากตาย”

ซังจินนั้นได้เริ่มอยู่ในอารมณ์เหมือนกับในการจู่โจมครั้งแรก

“…ฉันคงจะต้องเคลียการจู่โจมนี้ด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง”

ซังจินได้ละทิ้งความพยายามที่จะร่วมมือกันทันทีมันไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้ความช่วยเหลือจากพวกนี้ เขามีทักษะและพลังที่เพียงพอจะเคลียการจู่โจมนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่มั่นใจคือพื้นที่ลับและบอสลับ

แม้ว่าซังจินจะมั่นใจว่าเขาสามารถที่จะต่อสู้และชนะได้ แต่เขาไม่มั่นใจว่าจะทำมันได้ทันภายในเวลาที่กำหนด

‘อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือเวลา’

[การจู่โจมจะเริ่มภายใน 1 นาที]

ก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น ซังจินได้เรียกโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ เพิ่มแต้มสเตตัสทั้งหมดไปที่ความคล่องแคล่ว”

[ค่าความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 60]

การอัพค่าความคล่องแคล่วเป็นตัวเลือกที่ดี หลังจากการแนะนำเขาไม่รู้สึกว่ามีอะไรในที่นี้คุกคามเขาได้

เขาสามารถตัดมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในป่านี้ซึ่งคือหมีกริซรี่ได้ภายในดาบเดียว ดังนั้นแทนที่จะไปเพิ่มความแข็งแกร่งเขาจึงเพิ่มค่าความคล่องแคล่วเพื่อเพิ่มความเร็วของเขาแทน

แต่ในตอนที่เขาเพิ่มค่าความคล่องแคล่ว เขาก็ได้รู้สึกเสียใจที่ไปเพิ่มค่าความอดทน

‘บางทีคะแนนที่เสียไปมันควรจะนำไปเพิ่มอย่างอื่นได้อีก แต่ในตอนนี้ความคล่องแคล่วเป็นสิ่งจำเป็น

และในขณะทีซังจินกำลังคิดถึงผลของการอัพสเตตัสของเขา

“สวัสดี !”

ในชายป่าได้มีใครบางคนเดินออกมา เขาเป็นคนที่ 6 ทุกคนได้จ้องมองไปที่เขา

เขาแบกหีบใบใหญ่ที่เกือบเท่าร่างของเขามา เมื่อซังจินมองเห็นเขา ซังจินก็นึกถึงความทรงจำในอดีต

‘โอ้ใช่ นึกออกแล้ว’

“ผมนั้นเป็นพ่อค้าเร่นามว่า อินเดล ท่านสามารถที่จะซื้อสิ่งของบางจากผมได้ก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น แต่แน่นอนว่าราคามันจะแพงกว่าปกติ ฮีฮี”

ลูกบาศก์นั้นจะขายของแค่เฉพาะในงทแรกเท่านั้น ตอนนี้สถานที่เดียวที่สามารซื้อขายได้คือในตบาดมืด

แต่จะมีบางครั้งที่จะมีพ่อค้าเร่มาขายของภายในการจู่โจม อันธพาลได้เข้าไปหาพ่อค้าทันที

“แกเป็นใครกันว๊ะ”

พ่อค้าเร่ยิ้มอย่างอายๆ

“ผมอธิบายไปแล้วผมคือพ่อค้าเร่ อินเดล ผมนั้นขายโพชั่นและสิ่งของจิปาถะต่างๆ นอกจากนี้ยัง…”

อันธพาลได้เข้าไปจับคอเขายกขึ้นและข่มขู่เขา

“แกจะไม่ได้รับเหรียจากฉันหรอก จงส่งสิ่งของทั้งหมดของแกมาซะไอเวร

เสียงเตือนดังขึ้นมาจากลูกบาศก์

[คำเตือน]

[การโจมตีสิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตรจะทำให้คุณจะได้รับบทลงโทษในตอนแบ่งรางวัลการจู่โจม]

อันธพาลปล่อยมือออกจากพ่อค้าเร่ใสทัสที

“โว๊ว โวว นี้มันไม่ดีเลยฉันผิดเองขอโทษสำหรับเรื่องนั้น”

“แค่กๆ”

อินเดลไอออกมาเล็กน้อยและพูดต่อ

“ผมจะบอกว่า สิ่งมีชีวิตในป่านี้นั้นหวาดกลังแและอ่อนแอต่อไฟ….ดังนั้นผมจึงขอแนะนำเถ้าของซาลาแมนเดอร์ และสำหรับนักธนูจะเป็นลูกธนูไฟ ผมคงไม่จำเป็นต้องอธิบายประโยชน์ของโพชั่นว่ามันดีแค่ไหน”

‘นักดาบฝึกหัด’ ‘นักสำรวจฝึกหัด’ แม้แต่ ‘คนตัดไม้’ ต่างก็เดินกันเข้าไปซื้อของจากพ่อค้า

“ขอเถ้าซาลาแมนเดอร์ 3 ถุง”

“ลูกธนูไฟราคาเท่าไหร่”

“ฉันก็ต้องการเถ้าซาลาแมนเดอร์ 3 ถุง และ โพชั่นฟืนฟู 3 ขวด

พวกเขาต่างจับจ่ายซื้อของอย่างรวดเร็วและสิ้นเปลือง การกระทำของพวกเขานั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการเอาตัวรอด

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นภายใน 30 วินาที]

อันธพาลได้มองดูอยู่ครู่หนึ่งอย่างลังเลและพูดขึ้น

“เฮ้ ฉันขอเถ้าซาลาแมนเดอร์ด้วยเหมือนกัน”

แม้พ่อค้าจะไม่ค่อยพอใจอันธพาลแต่เขาก็ยังขายให้ด้วยราคาที่เท่าเทียม อินเดลได้หัวมามองที่ซังจินเมื่อขายของให้คนอื่นเสร็จ

“ท่านต้องการไอเทมอะไรหรือไม่”

ซังจินได้ปฏิเสธด้วยการส่ายศีรษะ

“ฮีฮี เข้าใจเข้าใจแล้ว”

พ่อค้ายิ้มและหัวเราะอย่างร่าเริง แต่กับซังจินเขารู้สึกไม่พอใจเพราะเขาไม่สามารถที้จะบอกได้ว่าพ่อค้าเป็นมนุษย์หรืออะไรบางอย่าง

‘มันคล้ายกับเป็น NPC ในเกม’

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มที่จะนับถอยหลังไปสู่การจู่โจม

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 10 วินาที 10 9 …’]

‘มันไม่แปลกเลยเพราะขนาดโอเปอเรเตอร์ก็ยังมี’

ซังจินได้โยนความคิดออกไปปละดึงดาบขึ้นมา

“เฮ้ ฉันบอกให้แกมาที่นี่”

อันธพาลนั้นพยายามที่จะให้ซังจินเข้ามาร่วมกับเขา แต่ซังจินก็ตอบกลับไปว่า

“จงระวังตัวและเคลื่อนที่กันเป็นกลุ่มออกล่าแค่หมาป่าและหมีกริซรี่ที่อยู่ตามลำพัง ถ้าหากยังไม่อยากที่จะตาย อ่อและก็ระวังเสือพูม่าที่โผล่ออกมาจากด้านบนต้นไม้”

ซังจินได้ให้คำเตื่อนพวกเขา

[2 1 0 การจู่โจมเริ่มขึ้นแล้ว]

เหมือนกับเมื่อการจู่โจมที่แล้วซังจินวิ่งเข้าไปในป่าทันทีที่การจู่โจมเริ่มขึ้น เขาได้ยินเสียงของอินเดลดังมาจากด้านหลัง

“ผมจะอยู่ในที่ตรงนี้ตลอดเวลาหากคุณต้องการของสิ่งใดก็สามารถมาที่นี่ได้ตลอดเวลา”

เมื่อซังจินได้ยินเขาก็คิดกับตัวเอง

‘มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ฉันต้องประหยัดเหรียญของฉันเพื่อที่จะซื้อดาบคาตานะ’

****

ซังจินได้ออกล่ามอนสเตอร์ทุกตัวภายในป่ามี่เขามองเห็นทันที ล่ากลุ่มหมาป่าที่นำโดยหมาป่าหายนะ ล่าเสือพูม่าที่หลบอยู่ภายใต้ต้นไม้

“กว๊าา~~””

หมีกริซรี่ได้พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ผิดกับขนาดตัวของมัน แต่ซังจินก็ได้ตัดมันขาดลงภายในดาบเดียวเช่นเคย คงต้องขอบคุณค่าความแข็งแรงและค่าความคล่องแคล่วที่มากกว่า 200 ของเขา สัตว์ป่าที่ตัวทุกที่ได้พุ่งเข้ามาต่างก็ถูกตัดออกราวกับแผ่นกระดาษ

ซังจินไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การต่อสู้มากเกินไป เขาให้ความสำคัญกับการค้นหาพื้นที่ผิดปกติมากกว่า การเคลียมอนสเตอร์ทั้งหมดในการจู่โจมไม่ได้มีความสำคัญสูงที่สุด

การเคลียมอนสเตอร์ทั้งหมดนั้นแม้จะให้คะแนนที่มากขึ้น แต่ซังจินก็ได้มี ‘หัวใจแห่งทอง’ และฉายา ‘สุดยอดนักล่า’ แล้ว มันทำให้เขาสามารถพลาดแต้มสเตตัสเพียงเล็กน้อยและเหรียญประมาณนึงได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นคือไอเทมรางวัลที่ได้จากการปราบบอสลับได้ มันได้รับว่าจะเป็นไอเทมที่อยู่ในระดับ ‘วีรบุรุษ’ เป็นอย่างน้อย ไอเทมเขายินดีที่จะจ่ายเป็นพันเหรียญเพื่อซื้อมา

และในบางครั้งเขาจะเห็นกลุ่มหมาป่าหายนะอยู่ พวกมันนั้นไม่เหมือนกลุ่มอื่น พวกมันทั้งแข็งแรงและว่องไวแต่สิ่งสำคัญที่สุดคือไหวพริบ

เมื่อพวกมันเห็นเขามันจะเรียกกลุ่มหมาป่าขนเทาทันทีและร่วมมือกันจู่โจมซังจิน แต่แน่นอนพวกที่ถูกกำจัดนั้นเป็นหมาป่า

“ฮ่าา…โอเปอเรเตอร์”

ซังจินได้เรียกโอเปอเรเตอร์หบังจากไก้ตัดพวกมอนสเตอร์เป็นชิ้นๆ

“เหลือเวลาเท่าไหร่”

[เหลือเวลาอยู่ 19 นาที 49 วินาที]

เขาได้ใช้เวลาไปมากกว่า 5 นาทีแล้วในการเข้าไปภายในป่า

‘ตอนนี้มันน่าจะใกล้ถึงแล้ว…’

ราชินีหมาป่า ‘อเฮนน่า’ ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน เธอจะปรากฏตัวออกมาเองเมื่อได้มีการฆ่าหมาป่าในจำนวนมี่ถูกกำหนดไว้

“ก๊าซซ~”

ซังจินได้พลิกตัวกลับหลังไปอย่างรวดเร็วพร้อม้หวี่ยงดาบคาตานะ เสือพูม่าได้ถูกตัดออกตั้งแต่คอจนถึงรักแร้

‘เจ้าพวกนี้มันชอบซุ่มโจมตีเสมอเมื่อฉันลืมเกี่ยวกับมันไป’

เมื่อซังจินกำลังจะเก็บดาบของเขาลง เขาก็เหลือบไปเห็นหมาป่าขนเทาที่อยู่ตรงต้นไม้ ซังจินจึงได้ยกดาบขึ้นมาอีกครั้งนึง

แต่เจ้าตัวนี้มันแตกต่างจากตัวอื่นๆมันไม่ได้เข้าโจมตีในทันทีหรือจ้องมองเขา มันเงยหน้าขึ้นฟ้าและหอนขึ้นมา

“อ๋าบรูวว~~”

และเพียงครู่เดียวหมาป่ารอบๆก็ได้เข้ามาในพื้นที่

“”อ๋าบรูว อ๋าบรูว””

พื้นที่โดยรอบนี้ได้เต็มไปด้วยเสียงหอนของพวกหมาป่า

“อ๋าบรูว~”

หมาป่าจำนวนป่าได้หอนขึ้นมา ซังเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น

“….นั้นคือเธอ”

และเพื่อยืนยันความรู้สึกของเขาโอเปอเรเตอร์ได้ประกาศถึงการมาของบอส

[คำเตือน บอสมอนสเตอร์]

[ราชินีหมาป่า ‘อเฮนน่า’ ปรากฏตัวแล้ว]

ครู่ต่อมาหมาป่าที่ตัวใหญ่กว่าหมีกริซรี่สองเท่าได้โผล่ออกมา มันมีดวงตาทีหลักแหลมและขนสีขาวราวหิมะ อเฮนหน้านั้นดูราวกับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

‘แต่มันเป็นศัตรู’

ซังจินได้เตรียมตัวที่จะวาดดาบของเขา

“อ๋าบรูว~”

อเฮนน่าได้หอนเสียงดังขึ้น และได้มีหมาป่าหายนะได้ปรากฏขึ้นมาข้างๆอเฮนน่าเป็นโหล แต่ละตัวก็ได้พาหมาป่าขนเทามาด้วย ซังจินได้ประเมินจำนวนพวกมันอย่างรวดเร็ว

“น่าจะประมาน… 50 ถึง 60 ตัว..”

ส่วนที่ยากสุดของการจู่โจมนี่ก็คือจำนวนที่มากกว่าของศัตรู

‘เมื่อครั้งนั้นฉันได้ทีมที่ดีและร่วมมือกันเอาชนะพวกมันได้…’

และเมื่อเขากำลังอยู่ในความคิด เขาก็ได้ยินเสียงมาจากด้านหลังของเขา

“มันอยู่ที่ไหน ไอเจ้าราชินีสารเลวนั้น”

“ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงมากจากทางด้านนั้นครัง ได้โปรดรอสักครู่นึง”

“นี้มันบ้าอะไรเนี้ย ไอตัวใหญ่นี้มันคือหมาป่าแน่หรอ เราต้องสู้กับมันงั้นเหรอ”

ซังจินไม่ได้หัวกลับไปมอง เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นคือใคร เขาจับดาบของเขาแน่นและเม้มริมฝีปาก