0 Views

Chapter 89 – Magician’s Ivory Tower (10)

ร่างกายของเบอเซิกเกอร์ได้เปลื่ยนเป็นสีแดง ดวงตาของเขาได้กลายไปเป็นสีแดงเลือดและส่องสว่างออะมา ยอนฮัวเรทก็ได้ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง

‘ฆ่า ฆ่า ฆ่า’

จากภายในหูของเขา

‘เขากำลังพลังเพิ่มขึ้น ระวังตัวด้วยเค’

เบสโกโร่ได้เตือนออกมา ซังจินรู้ดีเกี่ยวกับมันแน่นอน ไม่ว่าความแตกต่างของสเตตัสจะมากแค่ไหน แต่สถานะดังกล่าวมันก็เป็นอันตราย

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง”

เขาได้ร่ายเวทย์พร้อมด้วยเบสโกโร่

“จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง”

ซังจินได้จงใจร่ายเวทย์ช้าลงเล็กน้อยเพื่อที่จะให้เวทย์ของเบสโกโร่หยุดศัตรไว้กับที่เพื่อสร้างโอกาสให้ศัตรูโดนเวทย์บอลไฟเต็มๆ

“ฟรอสต์ไบท์”

เมื่อเวทย์ของเบสโกโร่ออกมาก่อนจะถึงตัวศัตรู ม่านพลังป้องกันรอบๆเขาก็ปรากฎออกมาและช่วยหยุดความหนาวเย็นไว้ มันเป็นเวทย์ป้องกันของไอเทมหรือฉายาที่เตรียมไว้ป้องกัน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาหยุดร่ายเวทย์บอลไฟ

“บอลไฟ”

บอลไฟได้รวมตัวกันขึ้นที่ปลายบลัดเวเจนและพุ่งเข้าไปใส่เบอเซิกเกอร์

“ตูมม”

เวทย์ได้ตกลงไปบนพื้นและระเบิดออกมา แต่ว่าเบอเซิกเกอร์ได้วิ่งออกมาจากเขตอันตรายแล้ว เขาได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจินด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ซังจินได้หยุดเขาด้วยการใช้ดวงตาของบาซิลิสทันที

“ดวงตาอสรพิษ”

เบอเซิกเกอร์ได้หยุดลงครู่หนึ่ง แต่ว่าก็มีม่านทรงกลมได้ปรากฏออกมา และเบอเซิกเกอร์ก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

“ภูมิต้านทาน?”

ดูเหมือนกับว่าเขาวิ่งเข้ามาโดยที่ไม่กลัวตายเลย ซังจินได้เตรียมดาบขึ้นมา เบอเซิกเกอร์ได้เข้ามาในระยะและเริ่มเหวี่ยงดาบมั่วๆโดยไร้ซึ่งแบบแผน สิ่งที่เขาใช้ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามมีเพียงแค่พลังและความเร็วเท่านั้น

คนอื่นก็อาจจะมีปัญหากับการโจมตีที่บ้าคลั่งนี้ แต่ว่ามันไม่ใช่กับซังจิน เขาได้อดทนและปัดขวานแต่ละครั้งของเบอเซิกเกอร์อย่างใจเย็นด้วยดาบคู่ของเขา

“เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง”

เสียงดาบได้ปะทะกันมากกว่าสิบครั้งในไม่กี่วินาที เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่านักล่าคนอื่นๆที่ซังจินเคยได้เผชิญหน้ามาจนถึงตอนนี้ การโจมตีของเขาเทียบได้กับคาเรี่ยนในบทก่อนหน้านี้

แต่มันมีความแตกต่างกันระหว่างเบิกเซิกเกอร์กับคาเรี่ยน เบอเซิกเกอร์มีระยะเวลาที่จะเคลื่อนไหวเช่นนี้ได้เพียง 30 วินาทีเท่านั้น เมื่อพ้น 30 วินาทีนี้ไปซังจินก็จะชนะไปได้โดยอัตโนมัติ และทำเพียงแค่ป้องกันอย่างง่ายๆก็พอแล้ว

เหตุผลเดียวที่ทำให้การต่อสู้กับคาเรี่ยนทำได้ยากเพราะเขาจำเป็นต้องหาจังหวะสวนกลับไป

“เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง”

เพียงแค่ป้องกันก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะ และเบอเซิกเกอร์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกนอกจากการโจมตีในโหมดบ้าคลั่งนี้ เขาทำได้เพียงแค่เหวี้ยงอาวุธของเขาไปเรื่อยๆเท่านั้น

มันเป็นเรื่องของเวลาที่ว่าเบอเซิกเกอร์จะโดนฆ่าโดยดาบของซังจินเมื่อไหร่ แต่แล้วก็ได้มีอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา

“จงตื่นขึ้นและกลายมาเป็นทาสของข้า”

ซังจินที่กำลังเผชิญหน้ากับเบอเซิกเกอร์อยู่ก็ได้ยินเสียงร่ายเวทย์ออกมาจากด้านหลัง

“การฟื้นคืนของคนตาย”

และ

“ก๊าซซซ”

ซามูไรระดับสูงได้ลุกขึ้นมากลายเป็นอันเดธและเข้าร่วมการต่อสู้ ในตอนนี้มันได้กลายเป็นการต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 ไปแล้ว เบอเซิกเกอร์ได้จดจ่ออยู่กับการโจมตีมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้

เนื่องจากว่าซามูไรระดับสูงเป็นคนที่มีความสามารถในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นศพของเขาก็ยังคงพอจะมีความสามารถอยู้บ้างและได้ทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้น แต่ซังจินก็เริ่มที่จะกังวล

‘นี่มันไม่ดีแน่….’

ชะตากรรมของเบอเซิกเกอร์ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องตายแน่นอน แค่ว่าถ้าหากเขาถูกฆ่าโดยอันเดธซามูไรมันจะกลายเป็นเรื่องแย่ ไอเทมมันจะไม่ดรอปลงมา ในขณะเดียวกันนาดาก็ได้ร่ายเวทย์อื่นออกมา

“อำนาจแห่งความชั่วร้ายลอกผิวหนังและทำลายกระดูก คลั่ง”

ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้มันเช่นกัน

“คลั่ง”

แสงสีแดงได้ส่องออกมาจากตาของเบสโกโร่และซังจินก็เล็งโจมตีไปที่หัวไหล่และข้อศอกซึ่งยากจะหลบเลี่ยง

เบอเซิกเกอร์นั้นไม่ได้อยู่นิ่งดังนั้นมันจึงทำให้โดนแค่ถากๆ แต่ว่ามันก็เพียงพอแล้วที่จะเพิ่มความเร็วการโจมตีของซังจิน

ซังจินไปแทงไปที่ด้านข้างและต้นขา และเมื่อความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นสามขั้น เขาก็สามารถจะเอาชนะอันเดธซามูไรในกาแข่งตัดหัวเบอเซิกเกอร์ไปได้

“ฉึบ”

เบอเซิกเกอร์ได้ตายลงไปก่อนที่ผลของยอนฮัวเรทจะหมดลง ไอเทมทั้งสองชิ้นได้ตกลงมา

“วูวว…”

ซังจินได้ถอนหายใจออกมาและจากนั้นก็หันหน้าไปมองนาดา นาดาก็ได้มองเขาอยู่ด้วยดวงตาที่แสดงความสงสัย

“นายเป็นใคร?”

อันเดธซามูไรยังคงอยู่ในท่าเตรียมต่อสู้ มันพร้อมที่จะโจมตีตามคำสั่งของนาดา เธอยังคงไม่แน่ใจว่าเขาเป็นเพื่อนหรือศัตรู

ซังจินได้เก็บดาบลงไปเพื่อที่ให้เธอมั่นใจ

“อา ไม่ต้องกังวล”

แต่เบสโกโร่ก็ได้ตะโกนออกมาในหัวของเขา

“ว๊าว มันใหญ่มากเลยนะเค”

เขาพูดถูก หน้าอกของเธอใหญ่ล้นออกมา เขาพยายามที่จะเมินมันและพูดต่อไป

‘ฉันเป็นพันธมิตร’

แต่ว่า

‘ดูที่หน้าอกนั้นสิ….หน้าอกนั่น’

เพราะว่าการรบกวนของเบสโกโร่มันได้ทำให้เขากลายเป็นลิ้นพันกัน

“ฉันเป็นหน้าอก”

“อะไรนะ?”

การแสดงของทางสีหน้าของนาดาได้เปลื่ยนไปอย่างฉับพลัน เธอได้หยิบมีดสั้นขึ้นและกำลังจะพุ่งเข้าใส่เขา

‘อ้า ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ’

เบสโกโร่ได้เริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“เวรเอ้ย”

‘ฉันเป็นหน้าอก…หน้าอก’

ซังจินได้โยนหมวกออกไปในทันที

“ฉันเป็นพันธมิตร ฉันไม่ใช่ศัตรู”

แต่เธอก็ได้ตั้งท่าเฝ้าระวังเขาแล้ว อันเดธซามูไรก็ดูเหมือนจะพร้อมพุ่งเข้าใส่ซังจินตลอดเวลา

เพื่อที่จะให้เธอสบายใจซังจินจึงยกมือขึ้นและก้าวออกไปหลายก้าว

“ฉันจะบอกเธออีกครั้ง ฉันไม่ใช่ศัตรูและก็ไม่ใช่ฆาตกร”

ลูกบาศก์ของนาดาก็ได้ยืนยันคำพูโของเขา

[ฆาตกรทั้งหมดได้ถูกกำจัดแล้ว]

[จะเริ่มการแจกรางวัลอีกครั้ง]

[ผลงานของคุณคือ 100%]

[ได้รับแต้มสเตตัส 12600 แต้ม และเหรียญดำ 12600 เหรียญ…]

เธอได้ผูกขาดผลงานเนื่องจากว่าพรรคพวกของเธอตายหมดแล้ว เธอได้รับผลงานมากกว่าซังจินซะอีก และซังจินก็ได้ยืนรอเธอในขณะที่เธอรับรางวัล

[ขอแสดงความยินดีด้วย]

[คิเมโร่ – แหวนแห่งการรวมสัตว์]

[เมอร์ก้า – ผลไม้วิวัฒนาการ]

[เซอร์บีรอส – ผู้เฝ้าประตูนรก]

[หินเอนชานต์]

เธอได้รับไอเทมมากกว่าเขาหนึ่งอย่างคือเซอร์บีรอส คทาของเรนิน

[สุดท้ายนี้จะเริ่มการมอบฉายาที่ได้รับจากการจู่โจม]

แม้ว่ามันจะใกล้ถึงตอนจบของการแจกรางวัล แต่นาดาก็ไม่ได้ลดการเฝ้าระวังซังจินลงเลย ซังจินอาจจะต้องถูกบังคับให้อยู่ในสถานการณืที่เลวร้ายได้เลย (ต่อสู้กับเธอ)

เมื่อได้เห็นฉายานักล่าสมบัติของเธอ เธอจะต้องได้ต่อสู้กับบอสลับหลายตัวและเก็บรวบรวมชิ้นส่วนลับหลายๆชิ้น เธออาจะอ่อนแอกว่าเขาแต่มันก็ไม่ได้มากนัก แม้อย่างนั้นก็ตามเขาก็ไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเธอ

ซังจินชอบเธอมากเลยทีเดียว(ไม่ใช่ในเรื่องเพศ แต่เป็นแนวๆเพื่อนมนุษย์) ผู้ใช้มีดสั้นและเวทมนตร์ดำมันไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอแย่เลย เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งและเป็นคนดี เมื่อได้พูดคุยกับเธอ เธอมักจะพูดว่า

‘ฉันจะต้องพึ่งพานานะซังจิน’

‘ฉันจะระวังหลังให้นายซังจิน’

‘ระวังตัวด้วยซังจิน’

เธอเป็นคนที่อบอุ่นและอ่อนโยนมากกว่าคนอื่นๆ ในชีวิตก่อนหน้านี้เธอไว้ใจเขาและเชื่อในความเป็นผู้นำของเขา

‘เราจะได้มาร่วมทีมกันอีกครั้ง ฉันจะมั่นใจเมื่อได้ร่วมทีมกับนาย’

แต่ว่าในคราวนี้มันดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะผิดพลาด ซังจินได้นึกย้อนกลับไปในสิ่งที่เกินขึ้นเร็วๆนี้ราวกับการกอกลับหลังของหนัง

‘ฉันเป็นหน้าอก’

ซังจินได้ปิดตาแน่น

‘ให้ตายเถอะ’

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเธอได้มองมาที่เขาราวกับเขาเป็นโรคจิต เขาสามารถจะเข้าใจเธอได้อยู่ สิ่งแบบนี้ได้เกิดขึ้นกับเธอเกือบจะทุกรอบการจู่โจม เธอคงจะมีประสบการณ์ที่คล้ายๆกับของเซริน

[จอมเวทย์ดำระดับสูง – เพิ่มพลังเวทมนตร์ดำ 30%]

[คุณจะกลับไปที่ฮอลนักล่าในอีก 3 นาที 32 วินาที]

‘3 นาที 32 วินาที…’

นี้มันเป็นการล่าฆาตกรครั้งสุดท้ายแล้ว เวลาของการจู่โจมนี้ 1 ชั่วโมง 30 นาที ใกล้จะหมดลงแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซังจินจึงได้กล่าวกับเธออีกครั้งหนึ่ง

“ฉันไม่ใช่ศัตรู”

และเธอก็ได้ตอบกลับมา

“แล้วนายเป็นอะไร?”

ซังจินลังเล แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะพูดความจริงกับเธอ เขาไม่สามารถจะโกหกสหายในอนาคตของเขาได้

“ฉันเป็น…”

ซังจินได้เหล่มองและชี้ไปที่ฉายาที่ลอยอยู่บนหัวของเขา

“ผู้พิพากษา ฉันเชี่ยวชาญในการล่าฆาตกร”

ด้วยคำพูดนี้ นาดาก็ได้ให้คำตอบที่ไม่คาดคิดออกมา

“ฉันรู้แล้ว ผู้พิพากษา ฮันก็มีฉายานี้เช่นกัน”

‘หืมมม?’

ในตอนนี้เธอได้กล่าวมันออกมา มันเห็นได้ชัดว่าเธอจะมีโอกาสได้พบกับฆาตกรมากว่าเขามาก ดังนั้นเขาก็คสรจะตระหนักถึงมันตั้งแต่แรก

จากนั้นซังจินก็ได้ตรวจสอบด้านหลังของเขา มันมีศพของนักล่านกฮูกอยู่เขาได้ถือธนูเอาไว้และมีบางอย่างที่คล้ายกับธนูวางอยู่ข้างๆเขาด้วย เธอก็คงจะได้จัดการฆ่าฆาตกรคนนี้เพื่อเอาไอเทมมาเช่นกัน

“เอาหละ ก่อนหน้านี้นายมาที่นี่ได้ยังไงกัน? นายไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนที่เริ่มการจู่โจมนิ”

ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง

‘ฉันควรจะบอกเธอเกี่ยวกับร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำดีไหมนะ?’

แต่ว่าการที่บอกเธอไปอาจจะทำให้เกิดอะไรแปลกๆขึ้นได้ ซังจินรู้สึกว่าหากเขาบอกเธอไป มันก็อาจจะมีการเปลื่ยนแปลงที่ยากจะควบคุมได้ ดังนั้นซังจินจึงตัดสินใจที่จะให้คำตอบเธอไปสั้นๆ

“ฉันมีไอเทมที่อนุญาติให้เคลื่อนย้ายไประหว่างมิติได้ มันจะช่วยให้ฉันได้แทรกแซงการจู่โจมอื่นๆ”

ด้วยความรู้สึกขอบคุณ

‘นายได้มันมาจากที่ไหน?’

เธอไม่ได้ถามคำนั้นออกมา เธอพูดเพียงแค่

“ถ้านายเสร็จธุระแล้ว ก็ไปได้แล้ว”

ดูเหมือนว่าเธอจะมองซังจินในเรื่องของความกลัว อาจจะว่าเนื่องจากเห็นเขาต่อสู้กับเบอเซิกเกอร์ในก่อนหน้านี้

เธอไม่ได้กลัวกับการสู้กับนักล่าคนอื่นๆแบบ 3 ต่อ 1 แต่เธอก็ได้หวาดกลัวซังจินเมื่อเห็นเขาต่อสู้ก่อนหน้านี้ ซังจินจึงพูดกับเธอ

“ฉันไม่สามารถจากไปในทันทีได้ และฉันก็ยังไม่มีความต้องการที่จะสู้กับเธอด้วย”

“ฉันจะรู้ได้ยังไง?”

“เธอไม่ใช่ฆาตกร ฉันจะได้รับอะไรงั้นหรอจากการฆ่าเธอ”

แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องฆ่าเธอ สิ่งที่ปากของเขาได้พูดออกมาในก่อนหน้านี้

‘หน้าอก’

นาดาไม่สามารถคลายการเฝ้าระวังของเธอได้ ซังจินจึงได้ขมวดคิ้วขึ้น มันดูเหมือนว่าสถานการณืจะไม่สามารถแก้ไขได้เพียงแค่พูดคุยกัน ซังจินจึงพูดกับเธอ

“ไม่ว่าเธอจะเชื่อฉันรือไม่ก็ตาม ฉันจะไปเก็บไอเทมของฉัน แต่ถ้าหากว่าเธอโจมตีฉัน ในขณะเดียวกันฉันก็จะตอบโต้กลับไป

ซังจินได้เริ่มขยับช้าๆ นาดาก็ได้คอยสังเกตุการณ์เขาอยู่ เธอดูเหมือนจะเข้ามาโจมตีเขา แต่เธอก็ไม่ได้เลือกที่จะโจมตีเขาซังจินเว้นแต่ว่าเขาจะเป็นฆาตกร

แถมเธอก็ยังกลัวการกลายไปเป็นฆาตกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายตรงข้ามที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการล่าฆาตกรที่ใช้ฉายาว่าผู้พิพากษาอยู่

ซังจินได้หยินไอเทมของซามูไรและเบอเซิกเกอร์ขึ้นมาและเก็บมันลงไปในลูกบาศก์ มันช่วยไม่ได้ที่้เขาจะคิดบางอย่างขึ้นมา

‘ฉันต้องการจะล้างบาปเธอ….’

เธอเป็นพรรคพวกที่ไว้ใจได้และน่าเชื่อถือมากที่สุดในหมู่ของ 10 คนสุดท้าย เธอมีความสามารถและมนูษย์สัมพันธ์ที่ดี เธอเหมาะสมที่สุดแล้ว ทักษะของเธอก็เป็นที่ต้องการในเวลานี้เช่นกัน

ปัญหาก็คือตอนนี้เธอได้เชื่ออย่างสมบูรณืไปแล้วว่าเขาเป็นโรคจิต

‘ฉันหวังว่าฉันจะสามารถใช้เวทมนตร์น้ำเงินระดับ 9 เพื่อที่จะย้อนเวลากลับไปได้…’

ในขณะเดียวกันโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คุณจะกลับไปที่ฮอลนักล่าในอีก 1 นาที]

เหลือเวลาอีกเพีง 2 นาที

‘ฉันควรจะทำยังไงดี?’

ฉันจินได้เค้นสมองของเขาเพื่อหาคำตอบนี้

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <