0 Views

Chapter 82 – Magician’s Ivory Tower (3)

“วูว”

ซังจินได้ถอนหายใจออกมาในขณะที่เช็คเหงื่อออกไป

‘บลิ้งไปได้ทุกๆที่ด้วยเวทมนตร์…’

มันได้ใช้เวลานานมากกว่าที่เขาคาดเอาไว้ ในการที่จะใช้หินแสวงหาทั้งห้าก้อน เขาจะต้องทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นซังจินก็เดินลงไปที่ชั้นล่าง

“ถ้าหากว่าที่นี่เป็นชั้นที่ 10…งั้นชิ้นส่วนลับมันคงอยู่ที่…’

ซังจินได้พยายามทบทวนความทรงจำของเขา ในตอนที่เขาได้เดินขึ้นไปและต่อสู้กับมอนปกติ เขาก็ได้เดินมาเจอกับปนะตูลับ ซึ่งมันเก็บหมวกจอมเวทย์เอาไว้ มันเป็นหมวกที่จะสามารถเพิ่มสถานะได้ชั่วคราว

‘มันอยู่ที่ชั้น 5 หรือชั้น 6 กันนะ?’

มันเป็นที่ๆมนุษย์แมงป่องอยู่ แต่ว่าเขาจำไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน ในชีวิตที่แล้วเขายุ่งกับการเอาชีวิตรอดมากเกินไปที่จะเอาเวลามาสำรวจพื้นที่รอบๆ

‘ไม่เป็นไร ฉันควรจะเห็นมันในตอนที่ฉันเดินลงไป’

“ไปกันเคอะ ซาดาเมียร์ เคน”

ซังจินได้เดินลงไปข้างล่างพร้อมกับสัตว์อัญเชิญของเขา การที่การอัญเชิญของเขามีเวลาถึง 15 นาทีคงจะต้องขอบคุฉายา ‘ผู้อัญเชิญ’ ของเขา

มันเป็นการดีที่สุดที่เขาจะลงไปชั้นล่างพร้อมกับพรรคพวกที่น่าเชื่อถือได้ และเมื่อเขาได้ลงมาถึงชั้น 9 ที่ชั้นนี้มันก็ได้มีแพะสีดำตัวใหญ่อาศัยอยู่ แพะมันได้มองมาอย่างไร้เดียงสา แต่แล้ว

“แบ๊ะ~”

เมื่อแพะได้ร้องออกมา ซังจินก็รู้สึกง่วงนอนไปเอง ความต้านทานของเขากลายเป็นสิ่วไร้ค่าในทันที และตาของเขาก็เริ่มจะปิดลงด้วยตัวเอง ซังจินได้พยายามร้องเรียกซาดาเมียร์ผู้ที่อยู่ด้านหลังเขาในทันที

“ซาดา…”

แต่ว่าก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็หลับลงไปแล้ว

“สายฟ้าสัมผัส”

ซาดาเมียร์ได้ใช้เวทย์สายฟ้าออกมาเพื่อปลุกเขา แต่แพะก็ได้พุ่งเข้าใส่พวกเขาอีก ซังจินจึงพยายามจะยกดาบขึ้นมาป้องกัน แต่แล้ว

“ฟิ้ว~”

เคนได้พุ่งออกไปอย่างกับสายฟ้าจากด้านข้าง และกระแทกตัวเข้าใส่แพะ

“แบ๊ะ~”

แพะก็ได้ร้องออกมาในขณะที่ดันกลับไป ซึ่งจากนั้นเคยก็กลับมาอยู่ข้างๆซังจิน

“กรร…”

เคนได้แยกเขี้ยวออกมาและขู่ขึ้น

“ข..ขอบคุณ เคน”

ซังจินได้ขอบคุณเคนในขณะที่นึกย้อนกลับไป แพะตัวนี้มันไม่ใช่แพะธรรมดา มันสามารถจะใช้เวทย์ได้ มันเป็นแพะเวทมนตร์ ซึ่งมันก็อาจจะถูกสร้างโดยจอใเวทย์ที่บ้าคลั่งเรนินก็ได้ หลังจากนั้นแพะก็ร้องออกมาอีกครั้ง

“แบ๊ะ~”

วงเวทย์ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของแพะ และบอลไฟก็ได้พุ่งออกมาึากวงเวทย์นั้น มันเล็กกว่าลูกไฟของเรนิน แต่ว่าเพียงแค่นี้มันก็มีลูกที่ใหญ่อยู่พอควร ซังจินจึงร่ายเวทย์ออกมา

“โล่ต้านเวทย์”

บอลไฟได้พุ่งตรงเข้ามาใส่ซังจิน

“ตูมม”

และระเบิดออก

‘แพะที่ไหนกันปล่อยบอลไฟได้…’

ซังจินจำเป็นจะต้องเอาชนะมันให้ได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงพุ่งเข้าไปใส่แพะอีกครั้ง ซึ่งแพะมันก็ได้เหวี่ยงหัวของมันไปรอบๆมันพยายามจะโจมตีซังจินด้วยเขาของมัน แต่ว่านั่นคือความผิดพลาด

มันไม่มีทางเลยที่จะสามารถต่อสู้กับซังจินในระยะประชิดได้ ซังจินเขาไม่ได้หลบเขาเลย เขาใช้ดาบมูนสเปคฟันใส่เขาแทนที่จะหลบ

“แกร๊ก”

เขาของแพะมันได้หักออกมา ซึ่งเขามันได้หักลงภาวในการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันทำให้แพะตกใจกลัวมากและ

“แบ๊ะ~”

ในขณะที่มันร้องออกมาอีกครั้ง ซังจินก็วิ่งเข้าไปเพื่อที่จะปลิดชีวิตมันลง แต่ว่า

”วิ้ง”

แสงได้ส่องออกมาจากตัวแพะ และมันก็ได้วาปไปอยู่ในอีกมุมหนึ่ง มันเหมือนกับทักษะ ‘บลิ้ง’ ที่เรนินใช้เลยซังจินได้ยิ้มแยกเขี้ยวออกมา

‘ฉันรู้อยู่แล้ว…ฉันได้เรียนรู้ทริคนี้มาจากเจ้านาของแกแล้ว…’

ซังจินได้หันไปกล่าวกับซัมมอนของเขา

“ใช้วิธีเดียวกับก่อนหน้านี้”

ด้วยคำสั่งนี้ ซาดาเมียร์ได้เริ่มร่ายเวทย์ออกมา และเคนก็วิ่งไปทางขวาของแพะ และซังจินก็วิ่งไปทางซอมย

มันเป็นกลยุทเดียวกันกับที่จัดการเรนิน มันไม่มีทางเลยที่แพะจะสามารถรอดไปได้

“ศรสายฟ้า”

“แบ๊ะ~”

แพะได้วาปหลบออกไปจากเวทย์ของซาดาเมียร์ แต่ว่าในตอนท้ายมันก็ได้เข้าไปใกล้ซังจินด้วยตัวเอง ซังจินจึงใจบลัดเวเจนในการตัดหัวของมันออกมา จากนั้นเขาก็สะบัดดาบเพื่อเอาเลือดออก และซาดาเมียร์ก็เข้ามาหาเขาและพูดขึ้น

“เจ้าวิ่งนี้…มันเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เวทมนตร์”

ซาดาเมียร์ได้หยิบหัวแพะขึ้นมา

‘มันคืออะไร…’

ซังจินกำลังจะถามออกไปแต่ว่าซาดาเมียร์ก็ได้กระซิบออกมาเบาๆ

“สัญลักษณ์ของอิลล์ โอเมน…”

ซังจินได้มองไปที่เขา บนหัวของแพะมีสัญลักษะดาวห้าแฉกสีแดงอยู่

“นั่นคืออะไร?”

ซาดาเมียร์ได้อธิบายออกมาอย่างจริงจัง

“นี้มัน…เป็นรูปแบบต้องห้าม”

“ต้องห้าม? มันคือ?”

“มันเป็นเวทย์ต้องห้าม อย่างเช่น…การผสมพันธุ์สัตว์สองสายพันธุ์เข้าด้วยกัน”

“จริง?”

“ใช่แล้ว เพียงแค่วาดสัญลักษณ์นี้ในคูตาลก็จะมีโทษแล้ว…ในจุดๆนี้….”

ซังจินได้กอดอกขึ้นและกล่าวออกมา

“เจ้าของหอคอยเป็นคนที่นอกรีต แม้ว่าในก่อนหน้านี้นายจะไม่ได้เห็น แต่ว่าเขาได้เผาสิ่งก่อสร้างรอบๆหอคอยทิ้ง”

ซังจินไม่ได้จริงจังมากนัก แต่ว่าซาดาเมียร์กำลังฝังศพอยู่ จากนั้นซังจินก็กล่าวออกมา

“เฮ้ ไปชั้นล่างกันเถอะ พวกเราจะไปพบกับคนอื่นๆในอีกครึ่งทาง”

****

ซังจินได้ก้าวลงไปชั้นล่างเรื่อยๆในขณะที่เดียวกันก็กวาดล้างพวกมอนสเตอร์ออกไป

ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์จะยิ่งมากขึ้นตามชั้นที่สูงขึ้นไป ดังนั้นซังจินที่ค่อยๆไล่ระดับหอคอยลงมาจากชั้นบนสุดจึงพบว่ามันง่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดซังจินก็ได้มาถึงชั้นที่ 6 ชั้นที่ชิ้นส่วนลับอยู่ ผู้พิทักษ์ชั้นนี้คือมนุษย์แมงป่อง มนุษย์แมงป่องมันก็ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเช่นกัน

ร่างกายของมันเหมือนกับแมงป่องยักษ์ในทะเลทรายคูตาล แต่ว่าท่อนบนของมันเป็นมนุษย์ซึ่งมีแขนเป็นก้ามแมงป่อง และแม้ว่าซังจินต้องการจะลองพูดกับมันดู มนุษย์แมงป้องก็ได้มีหมวกเหล็กปิดใบหน้าเอาไว้

“เยี่ยม ฉันจะได้รู้หลังจากที่ฆ่ามันสินะ”

ซังจินได้ดึงดาบออกมา และซาดาเมียร์ก็ได้กล่าวกับเขา

“นายท่านนี่จะเป็นเวทย์สุดท้ายของข้า”

ดังนั้นสู้มาตลอดโยที่ไม่ได้หยุดพักเลยืดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

“อา โอเค”

จากนั้นซังจินก็หันไปกล่าวกับเคน

“เคนไปจัดการหางของมัน”

ซังจินได้กล่าวออกมาและจากนั้นเขาก็พุ่งตรงเข้าไปข้างหน้า

“ศรสายฟ้า”

เวทย์ของซาดาเมียร์ได้พุ่งออกมาจากด้านหลังของเขา

“เปรี๊ย~”

มนุษย์แมงป่องได้ถูกสายฟ้าช็อตเข้าใส่ จากนั้นซังจินก็ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ พุ่งเข้าไปตัดก้ามทั้งสองข้างของมนุษย์แมงป่องออกไป

“อั๊ก…”

แมงป่องได้ของออกมาด้วยความเจ็บปวดและเหวี่นงแขนเข้าใส่ แต่ว่าซังจินก็ได้หลบอย่างสบายๆด้วยการเอียงหัวหลบ ทุกอย่างมันได้อยู่ในการคำนวนของเขาหมดแล้ว

“กรร~”

เคนได้พุ่งเข้าไปและกัดหางของแมงป่องเอาไว้

“ฮา โฮ…”

แมงป่องก็ยังคงร้องเสียงแปลกๆออกมาด้วยความโกรธแค้น ซังจินเริ่มจะเบื่อหน่ายแล้ว เขาจึงวิ่งขึ้นไปบนร่างกายของแมงป่องและตัดข้อมือของส่วนที่เป็นมนุษย์ทิ้ง

จากนั้นซังจินก็เอาดาบบลัดเวเจนแทงลงไปที่ใจกลางของร่ายกายของแมงป่อง ซึ่งได้ทำให้มันตายลงไป และหางของมันก็สูญเสียความแข็งแกร่งและตกลงไปเอง

และจากนั้นร่างกายส่วนของก็ไร้เรี่ยวแรงและตายตามๆกันไป

“หืมม…”

ซังจินคิดเกี่ยวกับใบหน้าของมัน แต่ว่าในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่สนมัน เขาคิดว่ามันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องไปดูใบหน้าใต้หน้ากากนั้น จากนั้นซังจินก็หันไปรอบๆ

ซาดาเมียร์ได้กลับเข้าไปในตะเกียงแล้ว

‘เวทย์ต้องห้าม…จริงๆมันไม่ควรจะมี’

เขรได้คิดขึ้นกับตัวเอง และจากนั้นที่บันไดชั้นล่าง

“นายคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา?”

“ทำไมเราจะต้องไปสนใจเจ้านั่นด้วย?”

“แต่ว่าบอสถูกกำจัด…”

“ลืมมันไปซะ พวกเราเพียงแค่เตรียมพร้อมสำหรับศัตรูตัวถัดไปก็พอ”

ได้มีเสียงของคนอื่นๆดังขึ้นมา พวกเขาได้มาถึงแล้ว ซังจินจึงได้ไปพบกับคนอื่นๆพร้อมกับเคน

“โย่ว~ ทำได้ดีนี่”

การตอบสนองต่อซังจินของแต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน

“นาย…”

จอมเวทย์เขียวหมดคำพูด

“นายเป็นคนฆ่าบอส? ด้วยตัวคนเดียว?”

ภูผาได้ถามออกมาอย่างสงสัย

“ทำไมนายถึงไปเพียงคนเดียว?”

ฮอปไลต์ได้กล่าวโทษเขา และสุดท้าย

“ไอเวรฆาตกร ตายซะ”

ชาวภูเขาได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่มองดูชายที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา

‘มันก็จะเกิดการณ์แบบในรอบที่แล้วงั้นหรอ…’

ซังจินได้เตรียมอาวุธขึ้นมาและปัดป้องดาบสองมือของชาวภูเขส ดาบแรก ดาบสอง ดาบสาม พวกเขาได้ปะทะกัน…และชายคนนี้แข็งแกร่ง เขสไม่เพียงแต่จะเร็วเท่านั้น แต่การโจมตีของเขาก็ยังหนักหน่วงอีกด้วย

ซังจินได้ปัดดาบลงและวางแผนที่จะผลักดาบของเขากลับไป

แต่เมื่อซังจินได้ผลักดาบออกมา ชาวภูเขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรและใช้แรงผลักนั้นในการหมุนตัว

เพราะเหตุนี้มันจึงได้ทำให้การผลักของซังจินไร้ฆ่า และชาวภูเขาก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการโจมตีซังจิน

“วูบ~”

ดาบได้ส่งเสียงที่อันตรายออกมา ซังจินจึงได้ยกดาบบลัดเวเจนขึ้นมาป้องกัน

“เคร๊ง”

ชายคนนั้นได้ถอยกลับไปหลังจากที่การโจมตีล้มเหลว ชาวภูเขาได้แสดงออกมาอย่างจริงจัง

‘เขาป้องกันมัน?’

ดูเหมือนว่าดวงตาของเขาจะพูดเช่นนั้น แต่แม้กระทั่งซังจินก็ยังประหลาดใจเช่นกัน การโจมตีในครั้งนี้เขาจำเป็นจะต้องใช้ ‘ความสนใจเต็มที่’ ในการป้องกันมัน

ถ้าหากว่าเขามีความคล่องแคล่วและความแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าสองเท่า เขาก็จะต้องตกเป็นเหยื่อของการโจมตีนี้แน่นอน

‘เฮ้…เขาทำได้ดีจริงๆ’

ซังจินได้ปรายตามองไปที่ชายคนนั้น ชาวภูเขาคนนี้เป็นเด็กหนุ่มผิวขาว ผมสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้า มีลักษณะที่น่าไว้วจ และนอกจากนี้ก็ดูสมาท จากนั้นชาวภูเขาก็ได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม

“เฮ้! พวกนายกำลังทำอะไรอยู่? มาช่วยฉันสิ!”

แต่คนอื่นๆก็ยังคงลังเล พวกเขารู้าึกลำบากมจที่จะโจมตีคนอื่นๆ ด้วยในตอนนี้ทุกๆคนควรจะรู้จักระบบฆาตกรแล้ว

พวกเขาไม่ต้องการที่จะเป็นคนโจมตีคนแรก ซังจินได้พบว่ามันน่าสนใจดีเขาอยากรู้บางอย่าง ซังจินจึงตัดสินใจใช้ ‘ไทดท์ – ดวงตาแห่งเจเรเมียร์’

ซังจินได้สัมผัสไปที่ต่างหูด้านขวา การที่จะมช้งานทักษะนี้ควรจะต้องมีการสนทนากัน ดังนั้นซังจินจึงกล่าวกับนักล่าคนอื่นๆ

“ฉันไม่ได้เป็นฆาตกร ทั้งหมดที่ฉันทำก็คือการก้าวไปข้างหน้า”

และในไม่ช้าเขาก็ได้ยินเสียงของทุกๆคนพร้อมกัน

‘ดังนั้นแล้วการประกาศเกี่ยวกับการฆ่าบอสเป็นความจริง?’

‘แต่ว่าเขาก็ดูไม่เหมือนจะเป็นฆาตกรเลย? เยี่ยม ตั้งแต่ที่เขาไม่ได้เป็นฆาตกร ฉันก็ไม่ควรที่จะโจมตีเขาก่อนและได้รับบทลงโทษ

‘ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งตาย…ผลงานของฉันก็จะเพิ่มมากขึ้น ฉันเพียงแค่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับมันและเพียงแค่มองทุกอย่างดำเนินไปและจบลงด้วยตัวมันเอง’

เขาสามารถจะได้ยินเสียงภายในความคิดของแต่ละคนได้ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก และในเสียงพวกนั้น มีเสียงหนึ่งที่มีผลต่อซังจินมากที่สุด

‘แม่แกสิ…หุบปากไป ไอ้เวรเอ้ย!’

มันเป็นความคิดที่โกรธแค้นของชาวภูเขา จากนั้นชาวภูเขาก็ได้พุ่งเขามาใส่ซังจินอีกครั้ง

“เคร๊ง”

ดาบสองมือของชาวภูเขาได้ปะทะเข้ากับดาบคู่ของซังจิน

“เฮ้ ทำไมนายถึงทำอย่างงั้น?”

“พวกนายไม่รู้ความจริงงั้นหรอ?”

และเสียงที่เหมือนกับเสียงกระซิบก็ได้ดังออกมา

‘พวกเราเกือบจะตายกันก็เพราะว่าไอหมอนี่มันออกไปจากทีม’

เขาดูไม่เหมือนจะเป็นคนเลวเลย ซังจินต้องการที่จะอธิบายกับเขา

“เฮ้ ฉันไม่ได้เป็นฆาตกร มันเพียงแค่…”

“ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น!”

บทสนทนาของพวกเขาไม่ยาวนัก และเขาก็ได้พุ่งเขามาหาซังจินพร้อมกับดาบสองมือของเขา และจากนั้นความคิดของเขาก็ดังออกมา

‘ฆาตกรมันก็เหมือนกับศัตรูของมนุษยชาติ! แกมันก็แค่เศษสวะ’

ซังจินได้มองดูเขาพุ่งเข้ามา มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะต้อวยิ้มออกมา

‘เฮ้…ชายคนนี้เป็นคนที่มีความชอบธรรมมาก”

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 130 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <