0 Views

Chapter 81 – Magician’s Ivory Tower (2)

ซังจินได้ขี่พรมเวทมย์ขึ้นไปที่ขั้นบนของหอคอยอีกครั้งที่ๆมีศพของสิงโตและวงเวทย์อยู่

‘…ทำไมกันนะ?’

ซังจินได้มองออกไปรอบๆห้องแต่ว่าเขาไม่ได้เจอกับอพไรอื่นอีกเลย และจากนั้นเขาก็ไปที่บันได

“ฮ้า ฮ้า ฮ้า”

เขาสาทารถจะได้ยินเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของจอมเวทย์เรนินได้ ซังจินได้นึกย้อนกลับไปในความทรงจพของเขา

‘แช่แข็ง เผาไหม้ ตาย!’

ซังจินได้นึกถึงท่าโจมตีของบอส ซึ่งปกติแล้วบอสนี้ดูจะประสาทมากมันจึงทำให้ซังจินไม่สามารถจะคาดเดาการโจมตีของเขาได้

การโจมตีนี้มันได้ถูกออกแบบมาให้ค่อยๆไล่จัดการจนขึ้นมาถึงชั้นที่ 10 ชั้นที่บอสอาศัยอยู่ แต่ว่าซังจินได้กระโดดข้ามขึ้นสาที่ชั้นบนสุดเลยและแผนการของเขาก็คือการค่อยๆไล่ลงไป กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเพียงแค่เขาลงไปแค่ชั้นเดียวเขาก็จะพบกับบอสเลย

ที่ชั้นบันได ซังจินได้ถือดาบอาเทอร์มิโอแทนที่ดาบบลัดเวเจน มันเป็นอาวุธที่เหมาะสมที่สุดแล้วในการต่อสู้กับจอมเวทย์ มันไม่เพียงจะลดดาเมจเวทย์ลง 20% เท่านั้น แต่มันก็ยังสามารถจะสะท้อนเวทย์กลับไปได้อีกด้ว

“วูว…”

ซังจินได้สูดหายใจลึกก่อนที่จะเดินลงไปที่ชั้นล่าง ที่มจกลางของหอคอยมันเป็นช่องขนาดใหญ่ทอดถึงพื้น

เหนือช่องว่างนั้นจอมเวทย์ที่บ้าคลั่งก็กำลังพูดกับตัวเองอยู่

“ทำไม? ทำไมถึงได้เอาลูกของข้าไป ข้าไม่สามารถจะยอมรับมันได้ ไอ้แก่ซีเนลนั้น”

ซังจินที่กำลังย่องลงมาจากบันไดก็ได้สังเกตุเห็นสิ่งนี้และเขาก็ได้คิดกับตัวเอง

‘เฮ้…ฉันอาจจะสามารถจบมันได้เร็วกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก’

จอมเวทย์โดยส่วนมากจะไม่สามารถปะทะกับซังจินในระยะประชิดได้ ถ้าหากว่าเขาสามารถจะเขาไปใกล้มันได้ เขาก็จะสามารถจบการต่อาู้ได้ภายในไม่กี่วินาที จากนั้นซังจินก็ได้ร่ายเวทย์ออกมา

 

“หลบซ่อนจากทุกๆสายตาที่มองผ่าน ล่องหน”

ร่างกายของซังจินได้หายไปจากการมองเห็น ในขณะเดียวกันจอมเวทย์ที่บ้าคลั่งก็ยังคงตะโกนอย่างบ้าคลั่งต่อไป

“ใช่แล้ว! จริงด้วย มันจะต้องเป็นเช่นนี้ เขาคงจะคิดว่า…เขาเชื่อว่าข้าสามารถจะชนะเขาได้ ใช่แล้ว! เขากลัวข้า เพราะว่าข้าเป็นอัจฉริยะที่เขาไม่สามารถจะเป็นได้”

ในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่กับการคุยกับตัวเอง ซังจินกได้ค่อยๆย่องมาหาเขา ซังจินพึ่งจะได้รับฉายา ‘นักฆ่า’ มาในการจู่โจมล่าสุด ดังนั้นการโจมตีเพียงหนึ่งหรือสองครั้งก็ควรจะสามารถล้มเขาได้

“ใช่แล้ว ช้าเป็นอัจฉริยะ…อัจฉริยะ…ข้าจะต้องชนะไอ้แก่นั่น…”

ในตอนนี้ซังจินได้อยู่ห่างจากเขา 2-3 เมตร แต่เมื่อซังจินได้อยู่ห่างจากเขาสองเก้า ซังจินก็ได้พุ่งตัวออกไป แต่ว่า

“ไอ้เศษสวะ!”

ทันใดนั้นเรนินก็ได้หายตัวไปพร้อมกับแสงสว่างออกมา

“เคร๊ง!”

ดาบของซังจินไม่พบอะไรเลยนอกจากอากาศ จากนั้นดาบของเขาก็ได้ปะทะกับพื้นและสร้างลอยเอาไว้ เรนินได้โผล่ขึ้นมาอีกครั้งในที่ๆไกบออกไป จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศขึ้น

[คำเตือนบอส]

[จอมเวทย์ที่บ้าคลั่งเรนินปรากฏตัว]

ซังจินได้ล้มเหลวในการลอบสังหารอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าในครั้งนี้มันจะเป็นการลอบโจมตีครั้งที่สองของเขาก็ตาม

‘ทำไมมันถึงไม่สำเร็จ?’

เขาได้คิดขึ้นกับตัวเอง เรนินได้หยิบคทาออกมาจากเสื้อคลุม มันเป็นไม้คทาที่ยาวพร้อมด้วยหัวด้านบนคทาสามหัว มันเป็นคทาที่ประหลาด

มันแปลกประหลาดมาก เพราะว่าหัวมันยังคงมีชีวิตอยู่และเคลื่อนไหว

“โฮ่ง ๆ!”

“เอ๋ง!”

“กรร~”

หัวแต่ละหัวต่างก็ส่งเสียงประหลาดๆออกมาด้วยตนเอง

‘โอ้ใช้แล้ว ฉันลืมเกี่ยวกับมันไป…ถึงว่าทำไมมันแปลกๆ…’

ซังจินได้ขมวดคิ้วออกมา และเรนินก็กล่าวกับเขา

“ฉันรู้ว่าแกได้เข้ามาใกล้ข้าตั้งนานแล้ว เซอร์บีรัสได้เตือนข้าเมื่อเจ้าเข้ามา เจ้านักฆ่า”

เซอร์บีรัสมันดูเหมือนว่าจะเป็นชื่อของคทาสามหัวนี้

‘ถ้าหากว่าเซอร์บีรัสดมกลิ่นได้ ฉันก็ไใ่สามารถจะใช้การล่องหนได้อีกต่อไป…’

การลอบสังหารมันเป็นไปอย่างยากลำบาก ซังจินได้กลับมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้และเตรียมดาบขึ้นมา ถ้าหากการลอบฆ่ามันไม่ได้ผล ทั้งหมดที่เขาจะต้อวทำก็คือการเอาชนะตามปกติ

“แกเป็นใคร? แกเป็นหุ่นเชิดของกษัตริย์หรอ? หรือว่าของไอ้แก่? จริงสิข้าไม่ได้สนใจมันอยู่แล้ว ข้าจะแช่แข็งศพของแก่และจากนั้นก็จะเอาหัวของแกมาแสดงโชว์”

เขาได้พูดพล่ามอย่างไร้สาระ ดูเหมือนว่าเขาจะไปไกลเกินกว่าคำว่าบ้าแล้ว ซึ่งซังจินก็ไม่ได้มีเวลามานั่งฟังสิ่วที่เขาพล่าม

จากนั้นจอมเวทย์ที่บ้าคลั่งก็ได้เริ่มร่ายเวทย์

“บลิ้ง!”

บอสได้หายตัวไป นี้มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญที่สุดเกี่ยวกับบอสตัวนี้ ความสามารถของมันคือสามารถจะวาปไปที่ไหนก็ได้ในหอคอยทันที จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร่ายเวทย์จากด้านหลัง

“เผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง บอลไฟ”

ซังจินได้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจใช้เวทมนตร์ที่เขาพึ่วจะเรียนรู้มา

“โล่สนามพลังเวทย์ที่ดูดกลืนเวทมนตร์ โล่ต้านเวทมนตร์”

เขาได้ใช้เบสโกโร่ร่ายเวทย์แทนเขา และในขณะเดียวกันเขาก็ร่ายเวทย์อีกบทขึ้นมา

“เผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง”

บอลไปของเรนินได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจินเป็นสิ่วแรกและชนกับโล่เวทย์ของเขา

“ตูมม”

โชดดีที่เขาได้ร่ายเวทย์โล่ออกมา ซังจินเพียวแค่ถอยหลังไปเล็กน้อยจากแรงกระแทก แต่ว่าสะเก็ดไฟไม่ได้โดนเขาเลย ซังจินได้ยิ้มขึ้นในขณะที่กล่าวออกมา

“บอลไฟ”

เขาได้ปล่อยลูกไฟสวนกลับไป เมื่อเห็นบอลไฟพุ่งมาใส่เขาเรนินก็ได้ร่ายเวทย์ออกมา

“บลิ้ง!”

และเขาก็ได้หายตัวไปอีกครั้งหนึ่ง

“ตูมม”

บอลไฟได้ระเบิดออกมา

‘…เขาหลบงั้นหรอ?’

ซังได้มองออกไปรอบๆ แต่ว่าเรนินก็ไม่ได้อยู่ห่างออกไปจากจุดที่ระเบิดมากนัก

“กรร~”

เขาคงจะไม่สามารถจะหลบดาเมจทั้งหมดไปได้ ซังจินได้ยิ้มขึ้มมาอีกครั้งในขณะที่พุ่งเข้าไปหาศัตรู ซึ่งจอมเวทย์ก็ได้ตอบสนองกลับมาด้วยการร่ายเวทย์

“ใบมีดของข้าจงตื่นขึ้นและปกป้องข้า คมมีดมีชีวิต”

ครู่หนึ่ง ดาบของเขาก็ได้กลายมาเป็นมีชีวิตและบินวนไปรอบๆเขา แม้ว่ามันจะดูไม่น่าจะอันตรายมากนัก แต่ว่าใันก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถจะละเลยได้

“เคร๊ง ปัง”

ซังจินได้ไล่ตามเรนินต่อไปหลังจากที่ปัดดาบมีชีวิตออกไป ซึ่งเรนินก็ได้ถอยหลังกลับไปในขณะที่เหวี่งคทาใส่ซังจิน

“กรร”

หัวหมามันพยายามจะกัดซังจิน

‘…น่ารำคาญ…’

ซังจินได้ปัดดาบมีชีวิตออกไปด้านข้างด้วยดาบของเขาและพยายามจะโจมตีหัวหมา แต่ว่า

“บลิ้ง”

จอมเวทย์ได้หลบออกไปไม่ไกล ซังจินเริ่มที่จะโมโหขึ้น ในตอนนี้เขามีหินแสวงหาฆาตกรอยู่ 5 ก้อน ในการที่จะต้องใช้มันทั้งหมด 5 ก้อน ซังจินจะต้องมีเวลาอย่างน้อย 50 นาที

ดังนั้นเขาจะต้องเคลียเป้าหมาในการจู่โจมนี้ภาย 40 นาที เขาไม่ต้องการจะเสียเวลาไปกับบอสมากนัก จากนั้นซังจินก็ได้เก็บมูนสเปคเข้าฝักและถืออาเทอร์มิโอไว้เพียงเล่มด้ด้วยดาบเพียงเล่มเเียว เขาได้ถือมันยื่นออกไปข้างหน้่ เขาเตรียมพร้อมที่จะฆ่าบอสในทันที และคิดกับตัวเองในขณะที่มองไปบนใบดาบ

‘สะท้อนเวทมนตร์…จะต้องใช้ในเวลาที่เหมาะสม…’

เขาได้วางแผนที่จะใช้มัน แต่ว่า

“หลบซ่อนจากทุกๆสายตาที่มองผ่าน ล่องหน”

จอมเวทย์ได้เลือกที่จะซ่อนตัวไป ซังจินได้พุ่งออกไปในทางที่ที่เรนินได้อยู่ล่าสุด แต่แล้วเขาก็หยุดตัวเอง แม้ว่าถ้าหากเขาต้องการจะใช้ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’ เขาก็จะต้องหาที่อยู่ของศัตรูเป็นสิ่งแรก ซังจินได้มองออกไปรอบๆ

เขาไม่สามารถจะเห็นร่องรอยใดๆของจอมเวทย์ได้เลย

“กรร~”

และจากนั้น

“จงแพร่กระจายความตาย ลูกแก้วน้ำแข็ง”

จากมุมหนึ่งอากาศได้เริ่มแข็งัวในขณะที่บอลน้ำแข็งได้พุ่งออกมาและมันได้เข้าใกล้ซังจินอย่างช้าๆ ซึ่งซังจินก็ไม่มีเวลามากพอที่จะร่ายเวทย์โล่ต้านเวทมนตร์ และก็ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่น่าจะสามารถสะท้อนเวทย์นี้กลับไปได้อีกด้วย

“แช็งตัว”

ซังจินได้พยายามที่จะป้องกันมันด้วยทักษะของผ้าคลุม แต่ว่าการที่จะแข็งตัวมันใช้เวลานานเกินไป

“ฉึก ๆ ๆ”

ซังจินได้โดนสะเก็ดน้ำแข็งที่ด้านหลังของเขาสามชิ้น ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็สามารถจะได้ยินเสียงเรนินหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆๆ ไอ้โง่ โมรอน มันคิดว่าแก่จะสามารถต่อต้านจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่เช่นข้าได้งั้นหรอ?”

ซังจินได้เริ่มที่จะหมดความอดทน

‘ฉันจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้สำหรับในภายหลัง…’

แต่ว่าเขาก็ต้องการที่จะต่อสู้กับจอมเวทย์

ซังจินได้หยิบตะเกียงนองซาดาเมียร์ออกมาและถูกมัน ครู่หนึ่งจินนี่สีฟ้าก็ได้ปรากฏออกมาและทักทายเจ้านายของตน

“ท่านเรียกข้าหรือ นายท่าน?”

แต่มันก็ไม่มีเวลาให้เขาได้ตอบกลับไป

“บอลไฟ”

บอลไฟได้พุ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ซึ่งซาดาเมียร์ก็ได่ตอบสนองกลับไปในทันที

“กำแพงที่ไม่มีวันพังทหาย กำแพงน้ำแข็ง”

กำแพงน้ำแข็งได้ปรากฏออกมา

“ตูมม”

และมันก็ได้ป้องกันบอลไฟเอาไว้ ซาดาเมียร์ได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ในทันที

“ศัตรูที่ล่องหน”

ซังจินได้ตอบกลับไป

“ฉันไม่สนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่จงค้นหาเขาซะ”

ซาดาเมียร์ได้ร่ายเวทย์อีกบทหนึ่งขึ้นมาในทันที

“หมู่มวลลมหนาวและคมมีดน้ำแข็งจงออกมา พายุเยือกแข็ง”

ด้วยเวทย์นี้ ทั่วทั้งห้องได้เริ่มที่จะหนาวเย็นขึ้น ซังจินก็รู้สึกหนาวเช่นกัน แต่ว่าเขาก็ได้กัดฟันเอาไว้และมองสำรวจไปรอบๆ จากนั้นเขาก็เห็นก้อนน้ำแข็งปรากฏเป็นรูปร่างคน

‘ตรงนั้น…’

ซังจินได้หันไปที่นั้น

“ฮ้าา”

เขาได้โยนมูนสเปคไปที่ทิศทางมนุษย์น้ำแข็ง แต่ว่า

“บลิ้ง”

ศัตรูของเขาได้หลบไปอีกครั้งหนึ่ง

“ฮ่าห์”

ซังจินได้เรียกดาบกลับมา และหันหน้าไปคุยกับซาดาเมียร์

“พอจะมีวิีที่จะสวนกลับการบลิ้งบางไหม?”

ซาดาเมียร์ได้ตอบกลับมา

“การบลิ้งจากสามารถเคลื่อนที่ผ่านช่องว่างมิติได้ แต่ว่าเขาจะไม่สามารถยกเลิกการบลิ้งกลางทางได้ ดังนั้นถ้าหากท่านโจมตีหลายๆที่พร้อมกัน…”

ในขณะเดียวกันเรนินก็ได้โจมตีเข้ามา

“กัดกร่อนผิวหลังและทะลายกระดูก หมอกสังหาร”

มีหมอกแสงสีม่วงได้ส่องออกมาจากคทา ซึ่งซังจินสามารถจะบอกได้จากสีหมอกว่ามันเป็นอันตราย ในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีรับมือกับมัน ซาดาเมียร์ก็ได้ตอบโต้ไปก่อน

“ผลักดันศัตรูของข้า ลมกรรโชก”

หมอกสีม่วงได้ถูกผลักกลับไป เเรนินจึงร่ายเวทย์อย่างรวดเร็ว

“บลิ้ง”

เขาหลบเวทย์ออกมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม

“แค่ก ๆ”

เขาก็ได้เริ่มไอออกมา ซังจินได้เห็นตั้งแต่ในตอนบอลไฟแล้ว แต่เมื่อซาดาเมียร์ก็ได้กล่าวเสริมขึ้นมาอีกว่ากลไกการหลบหนีด้วยบลิ้งมันไม่ได้สมบูรณ์แบบ

“แล้วก็ถ้าหากว่าเราโจมตีพร้อมกันสามทางมันจะจบลงอย่างรวดเร็ว”

ซึ่งซังจินก็ได้เรียกเคนออกมาเช่นกัน

“โฮ่ง”

ซังจินไม่ต้องการที่จะเสียเวลาไปกับการจัดการบอสมากนัก เขาจึงได้เรียกเคนออกมาด้วยอีกคน

“ซาดาเมียร์ใช้เวทย์โจมตีจากระยะไกล ฉันจะไปออกไปรอบๆพร้อมกับเคนและไล่ล่าเขาอีกทางหนึ่ง เขาจะจัดการเขาพร้อมๆกัน”

หลังจากคำสั่งสั้นๆนั้น ซาดาเมียร์ก็ได้เริ่มร่ายเวทย์

“หอกซึ่งเจาะทะลวงทุกสิ่ง”

เมื่อเวทย์ของซาดาเมียร์ได้พุ่งออกไป

“บลิ้ง”

เรนินได้ใช้เวทย์ของเขาเพื่อหลบหนี แต่เคนที่ได้รอคอยอยู่ก็ได้พุ่งเข้าำปใส่เขา ,ใ้ว่าเรนินจะำม่สามารถใช้เวทย์บิล้งหลบไปได้ แต่เขาก็เหวี้ยงคทา ‘เซอร์บีรัส’ เข้าใส่

“โฮ่งๆ”

“เอ๋ง”

“กรร”

หัวของเซอร์บีรัสทั้งสามหัวได้แยกเขี้ยวใส่เคน แต่ว่าเคนก็ได้จัดการทั้งสามหัวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“เอ๋ง ๆ ๆ”

หัวทั้งหมดของมันได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมๆกัน เรนินได้ทำคทาหลุดมืออกไปแล้ว จากนั้นเคนก็พุ่งเข้าใส่เขา เรนินได้เริ่มหวาดกลัวและตะโกนออกมา

“บลิ้ง”

และเขาก็ได้บลิ้งอีกครั้ง แต่ว่าเขาก็ได้เข้ามาใกล้กับที่ๆซังจินรออยู่

“ตาของนายแล้ว”

ซังจินที่ได้เฝ้ามองเคนต่อสู้อยู่ในก่อนหน้านี้ เมื่อได้ถึงตาของเขาเขากเหวี้ยงดาบออกไปในทันที

“อั๊ก”

เรนินได้ถูกฟันเข้าไปที่ท้อง แต่ว่าเขาก็ได้โจมตีสวนกลับมาเช่นกัน

“ฟรอสต์ไบท์”

อย่างไรก็ตาม

“สะท้อนเวทมนตร์”

ซังจินได้สะท้อนเวทย์ของเรนินกลับไปด้วยอาเทอร์มิโอ เท้าของเรนินได้ถูกแช่แข็งในทันที

“อะ…อะไรกัน!?”

ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ หัวของเขาก็ได้ถูกตัดออกไปแล้วโดยดาบของซังจิน จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[บอสจอมเวทย์ที่บ้าคลั่งเรนินได้ถูกกำจัด]

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 130 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <