0 Views

Chapter 77 – Black Market Eighth Shopping

“เริ่มประมูลที่ 4000 และขายทันทีที่ราคา 4500”

ที่ร้านประมูล ตอนนี้ซังจินกำลังเอาไอเทมที่เขาได้รับมาในวันนี้ลงไปในการประมูล

“เริ่มประมูล 1500 ขายทันที 2000 ”

“รับทราบท่านนักล่า”

ไอเทมจากรางวัลการจู่โจมหนึ่งชิ้น และไอเทมที่ได้จากการล่าฆาตกรอีก 6 ชิ้น ซังจินได้เอาไอเทมทั้งหมดนี้ไปลงประมูล ก่อนที่จะกลับโรงแรม

เมื่อมาถึงเคนก็ได้เขามาทั้งทายซังจินพร้อมกับส่ายหาง

“โฮ่ง ๆ”

ซังจินต้องการจะคุกเข่าลงไปลูบหัวเคน แต่แล้วเขาก็ได้สังเกตุเห็นว่าตัวเคนในตอนนี้สูงพอที่เขาแค่ก้มไปลูบก็ได้แล้ว สิ่งนี้มันทำให้เขาประหลาดใจ

‘ในตอนแรกที่ฉันเจอเคน เขาตัวเตี้ยกว่าเข่าฉันอีก….’

เคนได้โตขึ้นมาเรื่อยๆผ่านบทการจูีโจม ซังจินได้ลูบลงไปที่หัวเคนพร้อมกับกล่าวออกมา

“ถ้านายยังคงเติบโตแบบนี้ บางทีนายอาจจะสูงกว่าฉันอีกนะ”

ด้วยคำพูดนี้

“โฮ่ง”

เคนได้เห่าออกมา นอกจากร่างกายที่เติบโตขึ้นแล้ว เสียงของเขาก็ยังเปบื่ยนไปเป็นลึกขึ้น เมื่อตอนที่เขายังเล็กเสียงของเขาน่ารักมาก แต่ว่าในตอนนี้มันดูน่าพึ่งพาและเชื่อถือ

ในตอนนี้เมื่อมองดูเคนดีๆ เคนเริ่มที่จะมีออร่าที่คล้ายๆกับแม่ของเขามามากขึ้นแล้ว (อเฮนน่า)

“ดีมาก เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเคน นั่นมันจะทำให้ฉันมีความสุข

ในขณะที่ซังจินกำลังคุยกำเคนนั้น

“ฮี้~”

เสียงของชาโดวรันได้ดังออกมาจากคอกม้า ราวกับว่าเขากำลังร้องเรียกความสนใจ

ซังจินไม่ได้เรียกชาโดวรันได้เนื่องจากว่าเขาไม่มีโอกาสในเมืองดาร์ดเอลฟ์ ดังนั้นเขาจึงรู้วึกเหมือนถูกลืม

‘เฮ้้ค นายสามารถช่วยวางฉันไว้บนชาโดวรันได้ไหม ฉันมีบางอย่างที่อยากจะคุยกับเขา’

“ฉันรู้นะว่านายเป็นผี แต่ว่านายจะติดต่อกับม้าได้ยังไง?”

เบสโกโร่ได้ตอบกลับมา

‘เขากับฉันเคยเป็นสหายในสนามรบกันมานานพวกเราสามารถจะเข้าใจกันได้โดยปราศจากคำพูด มันก็เหมือนนายกับเจ้าหมาป่าแหละ’

มันเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ซังจินได้เดินเข้าไปหาชสโดวรันตามที่เขาได้ขอมา เคนก็ได้ตามหลังซังจินมาอย่างใกล้ชิด

“กรร~”

เคนได้ขู่ออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงไม่ชอบชาโดวรัน ซังจินได้เดินเข้าไปหาชาโดวรันและวางเบสโกโร่ไว้บนอานม้า การวางเบสโกโร่ทิ้งไว้มันไม่มีปัญหาเพราะว่าที่นี่ไม่มีใครที่จะมาหยิบหรือขโมยไป

แม้ว่าที่นี่มันจะเป็นโรงแรมแต่ว่ามันก็ได้ถูกสงวนไว้ให้ใช้แค่สำหรับซังจินเท่านั้น หรือจะพูดให้ถูกมากขึ้นกว่านี้คือที่ตลาดมืดแห่งนี้มันได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เดียวเท่านั้นคือเพื่อให้ซังจินใช้งาน

ถ้าหากว่าเขาทำเหรียญตกอยู่ในตลาด เหรียญมันก็จะไม่มีทางหายไป เพราะว่าในพื้นที่แห่งนี้มีนักล่าแค่เพียงซังจินเท่านั้น

ซังจินได้เดินกลับเข้าไปในโรมแรมและตามมาด้วยเคน ที่ด้านใน

“ยินดีต้อนรับกลับนายท่าน”

เป็นจินนี่ซาดาเมียร์

“วันเป็นที่ดีสินะครับ”

และดารูปินก็ได้ทักทายเขา ซังจินได้ตอบกลับคำทักทายกลับไปในทันทีพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้

“ให้ผมไปเตรียมอาหารไหม?”

ซังจินหยักหน้ารับ

“ใช่แล้ว ฝากด้วยนะ”

เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในคืนนี้หลังจากมื้ออาหารเย็น

“มีเมนูอะไรบ้างที่ท่านต้องการ?”

‘ฉันควรจะกินอะไรดีนะ?’

ซังจินได้เคาะนิ้วลงไปบนโต๊ะและพยายามนึกเมนูอาหารในอดีต และแล้วในที่สุดเขาก็นึกเมนูออก

“เอาเป็นไก่สไตล์เกาหลี ราดซอสครึ่งตัวและก็เบียร์ 500 cc แล้วก็ช่วยเอาไก้่มามห้เคนด้วย”

“รับทราบ จะไปทำทันที”

ดารูปินได้เดินออกไปและเข้าไปในห้องครัว จากนั้นซังจินก็หันไปคุยกลับซาดาเมียร์

“ซาดาเมียร์ช่วยมานี่แปปนึงสิ”

“ว่ายังไงนายท่าน”

“ฉันได้เอาไอเทมไปลงประมูลในวันนี้ 7 อัน ฉันไม่มีว่ามันจะขายออกไปได้กี่อัน แต่อย่างน้อยฉันก็คิดว่ามันน่าจะได้เงิน 30000 เหรียญ”

มันช่วยไม่ได้ที่ซาดาเมียร์จะแสดงความประหลาดใจออกมาในคำพูดของซังจิน

“มันเป็นจำนวนเงินที่น่าอัศจรรย์มาก”

“และก็นอกจากนี้ยังมีเงินจากรางวัลการจู่โจมอีก 10000 เหรียญอีกด้วย…ดังนั้นคาดว่าน่าจะมีเงินอยู่ประมาน 40000 เหรียญในวันนี้ เมื่อพวกเรากินอาหารเย็นเสร็จและรับใบเสร็จแล้ว พวกเราก็จะกลับไปที่ตลาดมืดอีกครั้งและซื้อตำราเวทมนตร์ระดับ 7 หรือสูงกว่านั้นในร้านค้า”

“รับทราบนายท่าน”

ไม่นานหลังจากนั้น ดารูปินก็ได้กลับมาพร้อมกับไก่ทอดสดๆและแก้วเบียร์ ซังจินได้หยิบไก่ทอดขึ้นมาเป็นอย่างแรกและกัดลงไป

เนื้อไก่มันมีความนุ่มและความช่ำอิกมาเนื่องจากความร้อนสดๆ จากนั้นซังจินก็เอื้อมมือออกไปหยิบเบียร์ขึ้นมาจิบ

“อ๋าา~…”

จากนั้นเขาก็เช็คฟองออกไปจากปากและหยิบไก่มากัดไปอีกคำหนึ่ง

****

“ปัง!”

ซังจินได้วางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะ นี้มันเป็นแก้วที่สามของเขาแล้ว ที่โรมแรมแห่งนี้นอกจากรสชาติอารหารที่ยอดเยี่ยมแล้วก็ยังมีเบียร์ที่ดีอีกด้วย

ซังจินต้องการจะดื่มอีก แต่ว่าถ้าหากว่าเขาดื่มไปมากกว่านี้ มันก็จะส่งผลเสียในตอนที่เขาออกไปซื้อของและมันก็ยังอาจจะมีผลไปถึงการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้อีกด้วย จากประสบการณ์ของเขสแก้วที่สามารถนี้มันถึงจุดจำกัดความปลอดภัยแล้ว

จากนั้นซังจินก็หันกลับไปกล่าวคำขอบคุณแก่ดารูปิน

“รสชาติมันเยี่ยมจริงๆเลยดารูปิน ขอบคุณมากนะ”

ดารูปินได้โค้งคำนับออกมา เขาอจจะรู้อยู่แล้วโดยที่ซังจินไม่ต้องบอก โดยการที่ตัดสินมันจากไก่ในจานที่เหลือเพียงเศษกระดูกเท่านั้น

ในโลกแห่งนี้ การดูแลของซังจินและการทำอาหารของเขาเป็นแหล่งความสะดวกสะบายเพียงไม่แก่แห่ง

หลังจากนั้นซังจินได้ออกมาจากโรงแรมพร้อมกับลูบท้องที่มีอาหารเต็มกะเพาะ ดวงอาทิตย์ที่อยู่ใกล้ออกไปกำลังตกลงมาและย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีส้ม ร้านประมูลจะดำเนินการไปจนถึงพระอาทิตย์ตกดินและหลังจากนั้นเมื่อปิดร้านแล้วใบเสร็จก็จะมาถึง

ซังจินได้นั่งลงที่ม้านั่งหินที่อยู่ด้านนอกโรงแรมและมองพระอาทิตย์ที่กำลังตกในขณะที่รอให้อาหารย่อยไปพร้อมๆกัน และแล้วในที่สุดพระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไป

“กริ๊ง ๆ’

ได้มีเด็กชายคนหนึ่งโผล่ออกมา เขากำลังขี่จักรยานอยู่ ท่อนบนของเด็กชายเป็นนกพิราบและท่อนร่างเป็นมนุษย์ เขานั้นเป็นครึ่งคนครึ่งนกพิราบ จากนั้นดารูปินก็ออกมารับใบเสร็จจากเด็กชาย

ใบเสร็จทั้งหมดนั้นมันเป็นของซังจินแน่นอน เพราะว่าในที่แห่งนี้ไม่มีนักล่าคนอื่นอีกแล้วนอกจากซังจิน

จากนั้นดารูปินก็ได้กล่าวขอบคุณ

“ขอบคุณมากสำหรับการทำงานของนาย”

เมื่อชายนกพิราบได้ส่งของเสร็จสิ้นแล้ว

“กริ๊ง ๆ”

เขาก็ได้กลับไปบนจักรยานและขี่กลับไปในความืด จากนั้นซังจินก็ยื่นมืออกไปทางดารูปิน ซึ่งดารูปินก็ส่งของทุกอย่างที่พึ่งได้รับมาให้แก่ซังจิน

มันมีใบเสร็จทั้งหมดหกใบจากไอเทมทั้งหมดที่ประมูลทีเก้าอันเมื่อรวมกับอันเอ่าแสดงว่ายังเหลือไอเทมที่อยู่ในการประมูลอีกสามชิ้นจากทั้งหมด จากนั้นเขาก็อ่านผ่านๆมัน


ใบเสร็จ – 4700 เหรียญดำ

ไอเทม ‘หมวกต้านทานไฟ’ ที่คุณได้นำไปลงประมูลได้ถูกซื้อออก…


ซังจินได้ตรวมสอบใบเสร็จใบแรกแบบผ่านๆ และหลังจากนั้นเขาก็ทำเพียงแค่ตรวจดูจำนวนเงินเท่านั้น

‘1500’

‘3700’

‘4100’

ในขณะที่เขากำลังเช็ตใบเสร็จอยู่

‘หืมมม?’

ใบเสร็จใบสุดท้ายที่เขามอง

‘12000’


ใบเสร็จ – 12000 เหรียญดำ

ไอเทม ‘เออร์แมนไทด์ – หอกแห่งอัมพาส’ ที่ท่านได้นำไปประมูลได้ถูกซื้อออกไปในราคา 12000 โดย ‘เทพแห่งหอก’


วางใบเสร็จไว้บนลูกบาศก์เพื่อรับเงินในทันที

มีถึงสองจุดที่น่าประหลาดใจในใบเสร็จนี้

หนึ่งคือมีคนที่ใช้เงินถึง 12000 ในครั้งเดียว ต่อมาคือความจริงที่ว่าเขามีฉายาที่เกี่ยวกับ ‘เทพ’

‘เทพแห่งหอก’

ซังจินรู้จักเพียงแค่คนๆเดียวที่มีฉยานี้จากชีวิตก่อน หนึ่งในสิบคนสุดท้าย

“ริวชิน…”

เขาเป็นผู้ใช้เทคนิคหอกจีนโบราณและทักษะของเขาก็ได้ไปถึงระดับ’เทพ’อย่างแท้จริง การที่จะได้รับฉายา ‘เทพ’ นั้นมันยากมาก

‘ฉันคิดว่า…เขาก็คงจะสามารถเอาชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้เช่นกัน’

ถ้าหากว่าเขายังคงมีทักษะแบบในชีวิตก่อน มันก็ไม่น่าจะแปลกใจเลยถ้าหากว่าเขาจะรอดชีวิตมาถึงตอนนี้ เว้นแต่ว่าเขาจะได้เจอกับเพื่อนร่วมทีมที่โครตจะแย่หรือไม่ก็ทั้งสี่คนในทีมมาลุมฆ่าเขา ในหมู่ทั้งสิบคนสุดม้ายแต่ละคนก็เป็นคนที่มีทักษะที่สุดยอดทั้งนั้น

มันชวนให้ซังจินได้นึกไปถึงเขาอยู่ครู่หนึ่ง

‘เฮ้ซังจิน นายไม่คิดว่า ‘เทพหอกหอก’ และ ‘เทพแห่งดาบ’ ของพวกเรามันไม่สุดยอดกว่าของคนอื่นงั้นหรอ?’

ทักษะของเขาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้ แต่ว่าสิ่งที่ตามมาพร้อมกับทักษะของเขาก็คือความภาคภูมิใจที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยความภาคภูมิใจและจิตวิญญาณที่ต้องการการแข่งขันนี้

ถ้าหากว่ามีใครที่ได้รับผลงานมากกว่าตัวเขา เขาก็จะไม่สามารถยอมรับได้และระเบิดอารมณ์ออกมา

‘ไอ้เวรโอเปอเรเตอร์แก้มันทำมั่วซั่ว ทำไมกูถึงได้ผลงานน้อยอย่างนีเ’

ด้วยอารมณ์ข้างเคียงนี้การจะหยุดเขาจึงเป็นไปได้ยาก

‘ถ้าหากว่าไม่สนใจอารมณ์นี้…เขาก็จะเป็นคนที่ดี…บางที…เราอาจจะได้เจอกันอีกครั้งก็ได้’

หลังจากที่ห้าบทได้มีกล่าวกล่าวออกใาในตอนจบทั้งเลทรายว่าในตอนนี้มีจำนวนนักล่าเหลืออยู่ 600000 คน ตั้งแต่ตอนนั้นมันก็ผ่านมาถึง 3 บทแล้ว

แม้ว่าซังจินจะไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่ว่าในตอนนี้จำนวนคนก็คงจะลดลงไปเป็นจำนวนมาก มันคงจะถึงเวลาแล้วที่ซังจินจะมีโอกาสเจอพวกสหายเก่าๆบางแล้ว อย่างน้อยก็หนึ่งคน

โดยเฉพาะที่ตั้งแต่ซังจินได้รับ ‘หินแสวงหาฆาตกร’ ซึ่งมันจะอนุญาติให้เขาได้เจอกับนักล่าหลายๆคนแต่ละรอบ ดังนั้นโอกาสพบกันของพวกเขาจึงมากขึ้น ซังจินได้ใช้เวลาครู่หนึ่งนึกถึงพวกเขาเห่านั้น

‘อรูโจ ริวชิน นาดา อัมชูบ้า ไอริส ฮิวเดอร์แบรนท์ ชุนซุเกะ มัสตาฟา และเอ็ดเวิร์ด’

พวกเขาเหล่านี้เคยได้ล่าด้วยกัน ซึ่งซังจินเคยได้เห็นบุคคลิกของพวกเขา ทั้งในด้านที่เลวร้ายที่สุดที่มันจะเปิดเผยออกมาในช่วงวิกฤต พวกเขาแต่ละคนต่างก็มีทักษะและพรสวรรคที่น่าทึ่ง แต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นคนดี

ซังจินได้แบ่งแยกพวกเขามาเพื่อที่จะใช้ ‘การล้างบาป’ และแยกกลุ่มที่ไม่คู่ควรออกไป

‘คนที่น่าพ ใจที่สุด…อาจจะเป็นนาดา และคนที่น่าพอใจน้อยที่สุดคือ….’

แต่แล้วซังจินก็ถูกขัดจังหวะ

[โปรดฟัง]

[‘สุดยอดจอมเวท’ ประสบความสำเร็จในการสร้างไอเทมในตำนานที่มีเพียงชิ้นเดียว ‘เอ็ดด้า – ตำนานแห่งนอร์ส’]

[สำเนาเล่มอื่นๆทั้งหมดจะถูกทำลาย และผู้ที่ครอบครองจะได้รับเงินคืน 500 เหรียญ]

ซังจินมองไปที่ลูกบาศก์

‘สุดยอดจอมเวท…’

มีเพียงคนเดียวที่อาจจะได้รับฉายานี้ คนที่เขาต้องการน้อยที่สุดเพื่อจะมาล้างบาป

‘เอ็ดเวิร์ด’

ซังจินจินรีบยืนขึ้นในทันที เขาไม่มีเวลาที่จะให้เสียไปอีกแล้ว เขาจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เขาจะต้องแข็งแกร่งให้มากพอที่จะเอาชนะทั้ง 9 คนในช่วง 10 คนสุดท้ายด้วยตัวคนเดียว ซังจินนำใบเสร็จไปวางไว้บนลูกบาศก์ในทันที

[ได้รับ 27500 เหรียญดำ]

ซังจินยืนยันจำนวนเงินที่ได้รับและพูดออกมา

“ซาดาเมียร์!”

เขาได้เรียกซาดาเมียร์ที่อยู่ในโรงแรม และจากนั้นครู่หนึ่งซาดาเมียร์ก็ได้โผล่ออกมา

“ท่านเรียกข้าหรอ?”

“ใช่แล้ว ไปกันเถอะ ไปซื้อหนังสือเวทมนตร์กัน”

ท่านทางของนายท่านของเขาดูจะน่าปลัวกว่าปกติ ซาดาเมียร์จึงก้มหัวลงต่ำกว่าปกติและตอบกลับมาด้วยความเคารพ

“รับทราบ นายท่าน”

ก่อนที่เขาจะไปที่ตลาดมืด ซังจินได้เดินไปที่คอกม้า เบสโกโร่ยังคงวางอยู่บนอานม้า

‘พวกเขาคงจะมีเวลามากพอแล้วที่จะคุยกัน’

ซังจินได้หยิบหมวกออกมาและกล่าวขึ้น

“สวมใส่”

และจากนั้นเบสโกโร่ก็ได้ส่วมใส่ลงบนหัวของเขา เขาสามารถจะมองเห็นทุกๆอย่างในความมิดชัดเจนอีกครั้ง จากนั้นเขาก็กล่าวออกมา

“เบสโกโร่ ถ้านายมีอะไรที่ต้องการจะพูด ใก็บอกฉันมานเลยนะ เพราะว่านายกับฉันนั้นใช้เวทมนตร์ร่วมกัน”

‘เข้าใจแล้ว’

เมื่อเคนได้เห็นเจ้าของเตรียมตัวที่จะไปที่ไหนซักแห่งเขาก็ได้เห่าออกมา

“โฮ่ง”

เคนได้ตามมาด้านหลังอย่างใกล้ชิด จากนั้นพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เดินเข้าไปในตลาดมืด นี้เป็นครั้งแรกที่ซังจินได้เข้าไปในตลาดมืดหลังจากที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว นอกจากการไปที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำในตอนตี 4