0 Views

Chapter 76 – Dark Elven City (9)

เมื่อการวาปครั้งที่สองของซังจินเสร็จสิ้นเขาก็มองออกไปรอบๆ และแล้วเขาก็เห็นคนสองคนกำลังสู้กันอยู่

‘เฮ้เค’

เบสโกโร่ได้พูดออกมาเป็นคนแรก

“รู้แล้ว ฉันกำลังจะไป”

ซังจินได้ตอบไปอย่างรวดเร็วและรีบวิ่งไปหานักล่า เขานั้นไม่รู้ว่ามครคือฆาตกร แต่เขาจะต้อวรีบเข้าไปป้องกันผู้เคราะห์ร่ายหรือไม่ก็ป้องกันการที่ฆาตกรจะถูกฆ่า

แต่ในตอนที่เขาเข้ามาใกล้ เขาก็ได้สังเกตุเห็นว่าทั้งคู่นั้นมีออร่าสีแดงอยู่ ซังจินไม่รู้ว่าพวกเขาต่อสู้กันเพราะอะไร แต่ว่าถ้าหากซังจินยังยืนนิ่งเฉยอยู่อีกมันอาจจะเกิดการสูญเสียขึ้นได้หากมีใครบางคนตายไป

‘เฮ้ หยุดการต่อสู้สิ’

ซังจินได้วิ่งออกไปในทันทีพร้อมกับร่ายเวทออกมาพร้อมๆกับเบสโกโร่

“จงถอดเขี้ยวเล็บและกลายเป็นแกะที่เชื่อฟัง โพลี่มอฟฟ์”

“จงถอดเขี้ยวเล็บและกลายเป็นแกะที่เชื่อฟัง โพลี่มอฟฟ์”

เวททั้งสองอันได้ถูกใช้มาในเวลาเดียวกัน และฆาตกรทั้งสองคนก็ได้กลายเป็นแกะ จากนั้นซังจินก็ดึงดาบออกมา

เขาได้โจมตีไปที่แกะตัวที่มกล้ที่สุดก่อนหนึ่งทีและเวทมนตร์ก็คลายออกมา

“ไอเวรแกเป็นใครกัน”

ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องพูดอะไรกลับไป ซังจินได้เคลื่อนที่ไปหาศัตรู แต่แล้วฆาตกรก็ได้ใช้ทักษะออกมา

“ดวงตางู”

ฆาตกรมีสร้อยของบาซิลิสเช่นเดียวกันซังจิน ดวงตาของสร้อยได้เปิดออกมาและจ้อมไปที่ซังจิน ซึ่งมันได้ทำให้เขาตัวแข็งไป

‘โอ้?’

ซังจินจึงรีบใช้ทักษะตามมาในทันที

“ฟรีอาร์ค”

และเขาก็ได้กลายเป็นอิสระด้วยเวทมนตร์ เขาได้เข้าไปโจมตีต่อทันที ฆาตกรตกใจมากเมื่ เขาเห็นว่าดวงตาของบาซิลิสใช้งานไม่ได้และพยายามจะยกอาวุธขึ้นมาป้องกัน แต่ว่าเขานั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซังจิน

ดาบบลัดเวเจนได้แทงเข้าไปข้างในหัวใจของเขา

“อั๊ก…”

เขาร้องออกมาสั้นๆด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะร่วงลงไปนอนกับพื้น ซังจินได้หันกลับไปมองข้างหลัง ในตอนนี้พลหอกได้ออกจากการกลายเป็นแกะแล้ว เขาได้มองสลับไปมาระหว่างซังจินกับฆาตกรอีกคนอยู่

เขาอาจจะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับการที่มีศัตรูใหม่โผล่ขึ้นมาอน่างฉับพลัน

‘ถ้าหากว่าพวกเขาสองพนร่วมมือกันพวกเขาก็อาจจะมีโอกาสรอดได้มากกว่านี้แท้ๆ’

ซังจินได้ส่ายหัวของเขาในขณะเดียวกันเบสโกโร่ได้แสดงความคิดเห็นออก

“อาจจะไม่”

ฆาตกรได้งุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ซังจิน นี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่นักล่ากล้าท้าทายเขา แต่ว่าพวกนักล่าธรรมดาก็สามารถต่อต้านซังจินได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

“เคร๊ง ๆ ๆ ฉึก”

ซังจินได้ดึงดาบออกมาจากอกของฆาตกรและฆาตกรก็ได้ขุกเข่าลงไป

“พรืด”

เขาได้พ่นเลือดออกมาจากริมฝีปากของเขา

‘เยี่ยม ๆ’

เบสโกโร่กำลังสนุกสนานมากเมื่อได้เห็นเลือด ซึ่งตรงกันข้ามกับซังจิน เขากำลังเก็บไอเทมที่ดรอปลงมาอย่างสงบ

เหมือนกับชาวนาที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าว เขาทำมันอย่างช้าๆสบายๆ และจากนั้นก็เก็บมันลงไปในลูกบาศก์

“โอเปอเรเตอร์เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ฉันมาที่นี่?”

[7 นาที 21 วินาที]

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

‘หืมมม…ฉันคิดว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันรีบเกินไป’

เขาได้สำรองเวลาไว้ถึง 20 นาทีต่อรอบการล่า เขาได้คำนวณเวลานี้หลังจากที่เขาได้ลองในพื้นที่ราบสูง

แต่ว่าการคำนวนเวลานั้นมันเป็นแค่การใช้ความรู้สึกของเขาวัด เพราะว่าความจริงแล้วที่ราบสูงมันเป็นพื้นที่ๆเปิดกว้างมันจึงได้ทำให้การค้นหาฆาตกรใช้เวลานาน แต่ว่าในแผนที่นี้บอสมันจะอยู่ในพื้นที่ๆแน่นอน มันเป็นที่ๆทุกคนต้องมา การค้นหาฆาตกรจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก

‘ฉันควรจะดูลักษณะพื้นที่ก่อนที่จะกะระยะเวลา’

แม้ว่าซังจินจะจำรายระเอียดไม่ได้ในทุกๆการจู่โจม แต่ว่าเขาก็รู้เกี่ยวกับบอสทุกๆตัว ยกเว้นเจ้าตัวที่มันฆ่าเขา ซังจินจึงควรจะสามารถกะระยะเวลาโดยประมาณได้ในแต่ละการจู่โจม

ซังจินได้เลิกคิดเกี่ยวกับมันและนั่งลงที่บันไดตรวจสอบไอเทมที่เขาได้รับมา

‘สิ่งนี้มันน่าจะขายได้ประมาณ…4000 เหรียญ’

‘สิ่งนี้อาจจะ 2000…ไม่สื 1500 มากกว่า ใช่แล้ว ฉันไม่สามารำจะจินตนาการถึงคนที่สนใจมันได้’

เขาได้คำนวนราคาไอเทมโดยประมาณที่เขาได้รับมาในครั้งนี้ โดยปกติแล้วซังจินจะเดินผ่านตลาดมืดไป และกลับไปที่โรงแรมทันที แต่ว่าในตอนนี้ซังจินได้วางแผนชีวิตที่แตกต่างออกไป

‘เอาไอเทมไปขึ้นประมูล กินข้าวเย็นและรอรับใบเสร็จ จากนั้นก็กลับไปที่ตลาดมืดอีกครั้ง’

เขาเคยได้ยินมาว่าเวทระดับ 7 มันมีราคาที่สูงมาก มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะซื้อมันด้วยรางวัลจากการจู่โจมเพียงครั้งเดียว

‘แถมฉันยังต้องการที่จะซื้อ ‘ดาวไร้นาม’ อีกด้วย…’

จากประสบการณ์ของเขามันไม่มีที่ไหนเลยที่จะให้เงินเท่าที่เขาต้องการ ซังจินได้คำนวนราคาของทั้งหกชิ้นให้เสร็จอย่างรวดเร็วและยืนขึ้น

“การแสวงหาความยุติธรรม”

มันเป็นครั้งที่สามและเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาได้วาปไปในมิติอื่นในการจู่โจมนี้

****

เมื่อเขาได้มาถึงที่วิหารเป็นครั้งที่สาม ซังจินก็ต้องการจะก้าวเท้าออกไป และค้นหานักล่า แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ในวิหาร

ซังจินได้เดินเข้าไปในวัดและจากนั้นก็มองออกไป

“ตูมม”

ฆาตกร ‘เบอเซอเกอร์’ ได้หมุนหัวของ ‘การ์ด’ด้วยค้อนของตน

“พลั่ก”

หัวของการ์ดได้หันผิดทางไปและเขาก็ตายลงในทันที

ซังจินขมวดคิ้วขึ้น เขามีเวลาไม่มากพอที่จะเข้าไปช่วยชายคนนั้น สิ่งเดียวที่เหบือไว้ให้ซังจินทำก็คือแก้แค้นให้คนที่ตายไป

ซังจินได้ย่องเข้าไปที่ด้านหลังของฆาตกรในขณะที่ฆาตกรกำลังหอบหายใจอยู่ และเมื่อเขาเข้ามาถึงระยะโจมตีเขาก็แทงดาบออกไป

“ฉึก”

การโจมตีของเขาได้รับผลเพิ่มดาเมจจากฉายานักล่าด้วย มันจึงทำให้ฆาตกรได้ตกตายลงไปในทันที

ภายในวิหารแห่งนี้ได้เต็มไปด้วยศพต่างๆเรียงรายกันเต็มไปหมด ซังจินจึงรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับที่นี่ เขาจึงต้องการจะเก็บไอเทมและออกไปจากที่นี่ทันที แต่แล้ว

“แค่กๆ”

ด้านในวิหาร ซังจินได้ยินเสียงใครบางคนไอออกมา ซังจินจึงรีบไปในจุดที่เกิดเสียงในทันที ที่นั่นมีชายชายชาวตะวันตกตัวสูงใหญ่ ‘โกไรแอดท์’ ถูกมัดติดอยู่กับเสา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา

เขาคงจะต้องได้รับบาดเจ็บจากฆาตกรคนก่อนหน้านี้แน่นอน ซังจินได้เข้าไปหาชายคนนั้นทันที

“เฮ้ นายโอเคไหม?”

“อะ…แค่กๆ”

ดูเหมือนกับว่าเขาต้องการจะพูดอะไรบ่างอย่าง แต่เขาก็ต้องหยุดไปเพราะการไอของเขา สภาพของเขาดูเหมือนใกล้จะตายเต็มทนแล้ว

“นายเป็นใคร…”

ซังจินได้ขมวดคิ้วในขณะที่ตอบกลับเขาไป

“ให้ความสำคัญกับสิ่งสำคัญก่อนสิ นายมีโพชั่นไหม?”

“ฉัน…ใช้หมดแล้ว”

ในตอนที่เขาพุดออกมา ซังจินก็ได้สังเกตุเห็นขวดโพชั่นเปล่าๆวางเรียงรายอยู่บนพื้น หลังจากเขามองชายคนนั้นครู่หนึ่ง ซังจินก็หยิบขวดโพชั่นขนาดกลางออกมา

โพชั่นขนาดกลางจะฟื้นฟูพลังชีวิต 1000 หน่วย ซังจินที่มีพลังชีวิตเกือบจะถึง 50000 แล้วจึงไม่รำเปนจะต้องใช้มัน

“เอาไปและดื่มมันไปซะ ถ้าหากว่าเลือดนายหยุดไหล อย่างน้อยนายก็ไม่ต้องกังวลว่านายจะตาย

แต่ชายคนนั้นก็ได้ส่ายหัวของเขา

“เลือดของฉันไม่ได้ไหล แค่กๆ”

ซังจินได้เข้าไปสำรวจใกล้ๆและอย่างที่ชายคนนั้นบอกร่างกายของเขาไม่มีรอบขีดข่วนเลย

“ถ้าอย่างนั้น?”

“ฉันทรมานเพราะ…พิษจากคำสาปของจอก…”

“…อา”

ความจริงคือเขาไม่ได้ถูกโจมตีโดยฆาตกร เขาได้ถูกโจมตีโดยอาวุธของเคเรนิส ขาข้างหนึ่งของเขามีสีม่วงบวมเปล่งออกมา

“นายไม่มียาแก้พิษงั้นหรอ?”

“ฉันมีมันอันนึง แต่ว่าฉันได้ใช้มันในการแก้พิษของอนาคอนด้าไปแล้ว ฉันไม่คิดว่าเคเรนิสก็จะมีการโจมตีที่เป็นพิษด้วย…”

ซังจินได้ตบไปที่หน้าผากของตนเองอย่างช่วยไม่ได้

“ถ้าหากว่านายเป็นแท้ง…”

‘นายก็ควรจะเก็บมันเอาไว้อย่างน้อยก็สองอัน’

เขาต้องการจะพูดออกไป แต่แล้วเขาก็ได้หยุดตัวเองไว้ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปซ้ำเติมเขา ซังจินได้จ้องมองเขาอยู่สักพักนึงก่อนจะพูดออกมา

“โอเปอเรเตอร์ส่งโพชั่นขนาดใหญ่มาให้ฉันที”

ซังจินได้รับโพชั่นมาและส่งมันไปให้กับชายคนนั้น เขามองไปที่ซังจินอยู่ครู่หนึ่ง

“ขะ…ขอบคุณ”

เขาได้แสดงความขอบคุณออกมาและดื่มโพชั่นลงไป โพชั่นขนาดใหญ่นี้จะเพิ่มพลังชีวิต 1000 หน่วย ด้วยสิ่งนี้อย่างน้อยเขาก็สามารถจะอยู่ได้นานขึ้นไปอีกหน่อย จากนั้นซังจินก็พูดขึ้น

“เฮ้ลองถามกับโอเปอเรเตอร์ดูสิ ว่าเหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ก่อนที่พิษจะหมดระยะเวลาลง”

ชายคนนั้นได้หันไปที่ลูกบาศก์และถามออกมา

“โอเปอเรเตอร์…ระยะเวลาของพิษ…มันเหลือเท่าไหร่?”

[พิษของเคเรนิสเหลือเวลาอีก 8 นาที 12 วินาที]

ชายคนนั้นได้ตกอยู่ในความสิ้นหวัง

“มันจบแล้ว ฉันได้คำนวนมันก่อนหน้านี้…พลังชีวิต 10000 หน่วยจะลดไปทุกๆนาที ฉันได้พยายามที่จะดื่มโพชั่นเข้าไปเท่าที่ฉันมี แต่ว่ามันก็มีไม่พอ…”

พิษของเคเรนิสมันอันตรายเป็นอย่างมาก ถ้าหากว่าเขาไม่ใช่แท้งเขาคงจะตายไปนานแล้ว ซังจินได้ขมวดคิ้วขึ้นมาเช่นกัน

‘แม้ว่าฉันจะมอบโพชั่นที่ฉันได้รับมาทั้งหมด…มันก็ยังไม่พอ…’

ซังจินไม่เคยซื้อโพชั่นเลย เขาไม่เคยจะต้องการมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามีแหวนแวมไพร์

สิ่งเดียวที่เขาพอจะมีอยู่ก็มีแค่โพชั่นขนาดใหญ่ที่เขาพึ่งจะมอบออกไปขวดเดียว และโพชั่นขนาดกลางและเล็กอีกเล็กน้อย

ถึงแม้ว่ามันจะช่วยยืดอายุชายคนนั้นได้ครู่หนึ่ง แต่ว่ามันก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะว่าในท้ายที่สุดเขาก็จะตายอยู่ดี

‘ฉันควรจะทำยังไงดี?’

แต่แล้วชายคนนั้นก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะ

“ขอบคุณมากสำหรับความพยายาม แต่…ฉันคิดว่าชีวิตของฉันมันคงจะต้องสิ้นสุดลงที่นี่แล้ว”

ซังจินไม่สามารถที่จะอยู่เฉยๆมองชายคนนั้นตายไป โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยได้

‘แต่มันก็ไม่มีอะไรที่นายสามารถจะทำได้’

เบสโกโร่ได้กล่าวออกมา ซังจิยเม้มปากแน่นแต่แล้วจากนั้นความคิดก็แล่นผ่านสมองเขา

‘เดี๋ยวก่อนนะ…’

เขาได้หยิบพงศาวดารสามก๊กออกมา เขาสามารถจะใช้มันได้แค่วันละครั้งเท่านั้น และวันนี้เขาก็ยังไม่ได้ใช้มันเลย ซังจินได้เปิดหนังสือในทันที

‘ถ้าหน้ากระดาษมันว่าง…ชายคนนี้ก็จะตาย…แต่ว่าถ้าไม่….’

เขาคิดขึ้นในขณะที่เปิดหน้ากระดาษ โชคดีมันมีตัวหนังสือ ซังจินได้อ่านเรื่องราวในทันที

“ในขณะที่กวนอูกำลังยุ่งกับการไปเล่นกับม้าเลี่ยง เขาได้เริ่มมีบาดแผลอยู่บนผิวหนัง และบางส่วนก็มีพิษ ยาจึงถูกนำมาใช้รักษา และผิวหนังก็ถูกเย็บกลับมาด้วยด้าย”

ชายคนนั้นมองมาที่ซังจิน เขากำลังสงสัยว่าทำไมซังจินจะต้องอ่านบทความในหนังสือ ซังจินก็ได้สังเกตุเห็นว่าถูกมองอยู่ แต่ว่าเขาก็อ่านต่อไปโดยที่ไม่สนใจ

“การรักษาสมบูรณ์แบบ กวนอูได้ยืนขึ้นมาหัวเราะและกล่าวออกมาว่า ‘แขนของข้ารู้สึกดีเหมือนใหม่เลยหละ มันไม่มีความเจ็บปวดเลย นายคือหมอหัตถ์พระเจ้าจริงๆ’ แขนของเขาได้หายเป็นปกติ 100%”

เมื่อซังจินอ่านข้อความจบ หนังสือก็ได้ปิดลงโดยอตโนมัตด้วยตัวเอง

[การสิงสถิตของ ‘ฮัวโต๋’ ทำงาน]

[ทักษะติดตัว ‘เสริมเวทมนตร์ขาว(IV)’ ทำงาน]

[ทักษะใช้งาน ‘เทคนิคการรักษาของพระเจ้า’ พร้อมใช้งานในทันที]

การได้ยินชื่อทักษะนี้มันได้ทำให้เขาสงบลง

“วูว…”

ซังจิถอนหายใจออกมา ชายคนนั้นก็ยังคงจ้องมองมาที่ซังจินโดยที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“อะไรนะ…ในตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?”

ซังจินยิ้มออกมา

“นายคิดว่ามันคืออะไรหละ? มันคือสิ่งที่จะช่วยนายไง”

ซังจินได้วางมือลงบนขาของชายคนนั้นและกล่าวออกมา

“เทคนิคการรักษาของพระเจ้า”

ได้มีแสงสว่างจ้าออกมาจากมือของเขา

****

“ท่านนักล่าเข้ามาดูร้านข้าสิ ในร้านข้ามีสินค้าใหม่เข้ามาด้วยนะ”

ซังจินได้เดินในตลาดมืดอย่างใจสบายใจ สิ่งที่เขาได้รับจากการจู่โจมกนี้มันค่อนข้างมาก

ไอเทมและเงินรางวัลการจู่โจม ไอเทมที่จะนำไปประมูลที่ได้มาจากการล่าฆาตกร และสิ่งสุดท้ายคือเหรียญขาวที่เขาได้รับมาจากการช่วยคนที่ใกล้จะตาย

การซื้อของจะเต็มไปด้วยความสุขเสมอ ถ้าหากว่าคุณรวย

“ฮืมม~ ฮึ ฮืมม~ ~”

ซังจินฮัมเพลงไปในขณะที่เดินผ่านตลาด

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 130 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <