0 Views

Chapter 71 – Dark Elven City (4)

“แกกล้าทำอย่างนั้น…กับท่านนักบวชได้อย่างไร?”

เอลฟ์ทั้งสี่คนได้ตั้งสติกลับมาอีกครั้งจากนั้นก็วิ่งเข้าไปหาซังจิน แต่ว่าเมื่อไม่มีพลังเวทของนักบวชแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับมอนสเตอร์ปกติ

ซังจินได้พุ่งออกไปฟันและเคนก็ตามเข้าไปกัดอีกตัวจนพวกมันแต่ละตัวค่อยๆตายลง ซังจินที่พึ่งจะทำการจัดการกับพวกเอลฟ์เสร็จเขาก็คิดขึ้นกับตัวเองอย่างรวดเร็ว

‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย มีคูลดาว 10 นาที…ดังนั้นในตอนนี้…ฉันก็จะต้องค้นหาชิ้นส่วนลับก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้น…ค่อยค้นหา ‘พวกเขา’…มันก็ควรจะใช้เวลาไป 10 นาทีพอดี’

เขาได้พูดกลับโอเปอเรเตอร์ในทันทีที่วางแผนเสร็จสิ้น

“โอเปอเรเตอร์ฉันต้องการจะใช้ทักษะของนักล่าสมบัติ บอกฉันเกี่ยวกับชิ้นส่วนลับที่อยู่ที่นี่ที”

ครู่หนึ่งเสียงของโอเปอเรเตอร์ก็ได้ดังออกมาจากลูกบาศก์

[นักพยากรณ์ที่อ่านอดีตและมองเห็นอนาคต]

[ทุกๆคนที่ได้พบกับมเขาไม่สามารถที่จะเข้าใจความลึกลับของเขาได้]

[ผู้คนได้มาชุมนุนกันเหมือนหมู่เมฆ และเสริมเติมแต่งด้วยข่าวลือ]

[แต่เขาก็ไม่เคยที่จะอ่านดวงดาวจริงๆเลยซั้งครั้ง]

[หัวใจของผู้คนเป็นที่สุดของโชคชะตา]

[มันเป็นเรื่องง่ายที่จะพยากรณ์ดวงชะตาถ้าหากว่าคุณสามารถจะอ่านหัวใจคนได้]

ซังจินได้เกาหน้าผากเล็กน้อย เขาไม่สนใจที่จะฟังมันเป็นครั้งที่สอง เขาเลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากเบสโกโร่แทน

“เบสโกโร่นายได้ยินใช่ไหม”

‘ข้าได้ยิน’

“นายสามารถจะเข้าใจมันได้ไหม?”

‘ไม่เลย แต่ว่า…เมื่อพิจารณาจากคำว่าพยากรณ์…เราก็ควรจะไปหาหมอดูจริงไหม?’

มันเป็นคำแนะนำที่ทุกคนสามารถจะให้ได้ แต่ว่าการที่เขายังคงอยู่ที่นี่ต่อมันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาได้คำตอบเร็วขึ้น

“งั้นก็ออกไปจากที่นี่ก่อนเป็นอย่างแรก”

ซังจินได้ออกไปจากวิหารแห่งนี้พร้อมๆกับพวกเหล่าสัตว์อัญเชิญ เมืองแห่งที่ถูกสร้างออกมาดูเหมือนจะเป็นกรวยที่มีวิหารอยู่ตรงกลาง มันจึงได้ทำให้สามารถจะมองไปรอบๆได้โดยการที่ยืนอยู่แถวนี้

“หมอดู…หมอดู…”

ซังจินพึมพัมออกมากับตัวเองในขณะที่มองไปรอบๆเมือง จากนั้นซาดาเมียร์ก็ได้พูดกับซังจินจากด้านข้า

“นายท่าน ตรงนั้น”

“หืมม ที่ไหน?”

ซาดาเมียร์ได้ชี้ไปที่ครึ่งร่างของทรงกรวยซึ่งมันเป็นสิ่งปลูกสร้างทรงกระบอกที่มีหลังคาโดม

“ถ้าท่านตรวจสอบโดมนั้นอย่างรอบคอบ….ท่านก็จะเห็นอะไรบางอย่าง”

ซังจินได้ตรวจสอบที่โดมอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เขากำลังจะถามออหมา จากนั้นสองสามวิ ด้วยตาที่เปิดครึ่งหนึ่งคล้ายจะหลับเขาก็สามารถจะมองเห็นแสงเวทมนตร์ได้ มันได้ลอยอยู่ที่ทางเข้าเมือง และขยับไปด้านบนของโดม มันดูเหมือนจะเป็นภาพวาดลวงตาชนิดหนึ่งที่ส่องแสงออกมา ซาดาเมียร์ได้พูดขึ้นมาอีกครั้งจากด้านข้าง

“ตาที่เปิดเพียงครึ่งนั้นจะเป็นตามองเห็นความจริง ดวงตาแห่งกระจก มันเป็นทฤษฏีที่คิดขึ้นโดยเจเรมีย์หนึ่งในสองจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่”

มันอยู่บนพื้นฐานความคุ้นเคยของซาดาเมียร์ รูปแบบๆนี้มันดูเหมือนจะมีความสำคัญบางอย่าง

“ดังนั้น?”

“ในความจริง…มันไม่ใช่ชนิดสัญลักษณ์ของคำพยากรณ์ แต่ว่า..ถ้าหากมันเกี่ยวข้องกับ….สถานที่แห่งนี้ก็ดูขะมีความเป็ยไปได้มากที่สุด”

ซังจินได้ให้ความสำคัญไปที่สิ่งนั้นอย่างจริงจัง

“งั้นลองดูรอบๆอีกครั้งกัน ถ้าหากว่าพวกเราก้าวเท้าลงไปจากที่นี้ มันก็จะค้นหาสถานที่อื่นได้อีก”

“รับทราบนายท่าน”

ซังจินได้เดินไปรอบๆทางเข้าของวิหารและมองไปรอบๆตัวเมืองในขณะเดียวกัน

“นายท่าน”

“ว่าไง นายเห็นอะไรบางอย่างงั้นหรอ?”

“ที่นั่น…”

ในเวลานั้น ซาดาเมียร์ก็ชี้ไปที่ท้ายเมือง มันเป็นสถานที่ๆถูกทหารเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พื้นที่แห่งนั้นถูกปกคลุมด้วยผ้าสีดำจากด้านในของถ้ำ จากนั้นซังจินก็พูดออกมาอย่างมัน่ใจ

“อา~ มันไม่ใช่ที่นั่นหรอก”

“อะไรนะ? ที่นั่นมันดูน่าสงสัยไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ตาม…”

ซังจินได้พูดออกมาอีกครั้ง

“ที่นั่นมันเป็นสถานที่ๆบอสลับอยู่ ดังนั้นมองหาที่อื่นต่อเถอะ”

ซังจินรู้เป็นอยากดีเกี่ยวกับสถานที่นั้น มันเป็นสถานที่แรกที่เขาได้พบกับบอสลับในช่วงชีวิตก่อน ซังจินและพรรคพวกได้เข้าไปสำรวจถ้ำนั้นหลังจากที่กำจัดบอสการจู่โจมเสร็จ

“มันเป็นเช่นนั้นหรอ?”

“ใช่แล้ว ดังนั้นพอจะมีที่อื่นอีกไหมนอกเหลือไปจากถ้ำนั่น”

“เยี่ยม อย่างอื่นนอกจากสองสถานที่นั้น…ไม่น่าจะมีแล้ว มันเป็นเพราะว่าเราอยู่ในจุดที่สูงที่สุด…แล้วที่นั่นเป็นอย่างไร?”

สถานที่ๆสามที่ซาดาเมียร์ได้ชี้ไปมันคือจุดที่ซังจินเคยผ่านมันมาก่อนแล้ว ที่บริเวณนั้นมันมีแสงสว่างสไวออกมาจากลูกแก้วเวทมนตร์แต่ว่านอกจากนั้นมันยังมีเพลิงจริงๆไหม้อยู่

“อา ไม่ใช่ที่นั่น ดูเหมือนว่านักล่าคนอื่นๆจะกำลังล่าอยู่ที่นั่น”

“อา ท่านพูดถูก”

ถ้าหากว่าฟังอย่างระมัดระวังจะได้ยินเสียงร้องของการต่อสู้ดังออกมา

‘ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี’

ซังจินได้มองออกไปรอบอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าไม่ว่าเขาจะมองไปนานเท่าใดเขาก็ไม่พบกับอะไรที่โดดเด่นอีก

“งั้นไปสถานที่ๆจะต้องหรี่ตาถึงจะสังเกตุเห็นก่อนละกัน”

“รับทราบนายท่าน”

“ใช้เวทอีกครั้ง…”

ซังจินได้ถามให้ซาดาเมียร์ใช้เวทอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเคนที่ดวงตาเบิกกว้างก็จ้องมองมาที่เขา

“ซาดาเมียร์ นายสามารถจะซ่อนเคนได้ไหม?”

“ได้ ข้ามีมานาที่เพียงพอ แต่ว่า…”

“แต่?”

“เหลือเวลาอีก 6 ถึง 7 นาทีก่อนที่การอัญเชิญจะหมดลง”

การอัญเชิญมีระยะเวลา 15 นาที และเขาก็ได้อัเชิญมาตั้งแต่เริ่มต้นการจู่โจม ดังนั้นเวลาจึงเหลือน้อย

“โอเค เพียงแค่พาฉันไปที่นั่น…ฉันจะทำส่วนที่เหลือเอง”

ซังจินได้หันกลับมาและพูดกับเคน

“เคนนายสามารถจะตามฉันมาได้ด้วยกลิ่นใช้ไหม?”

“โฮ่ง”

“ก้าวเดินในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ชาโดวรัน”

ซังจิน ซาดาเมียร์ และเคน ได้หายไปอีกครั้งด้วยผลของเวทมัน ก่อนที่จะก้าวลงไปจากวิหาร เขาได้มองไปที่พื้นที่ๆถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีดำ เขาได้กะระยะห่างของมันกับโดม

‘มันควรจะโอเคถ้าหากว่าฉันวิ่งไปที่นั่นจากสถานที่ๆฉันพบชิ้นส่วนลับ’

ซังจินได้วิ่งลงไปจากวิหารจากในเงาไปอีกเงา ในระหว่างทางเขาก็ได้พบกับพวกการ์ดมากมาย แต่ว่าซังจินก็ไม่ได้ไปยุ่งกับพวกมัน ในตอนนี้เวลาพึ่งจะผ่านไปเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น มันเป็นสถิติที่เร็วที่สุดของการเคลียการจู่โจมแล้ว และซังจินก็รู้สึกมั่นใจว่าเขาจะสามารถเคลียองค์ประกอบลับทั้งสองอย่างด้วยเวลาเพียง 30 นาที หรือบางทีอาจจะเรวกว่านั้น

‘เยี่ยม ถ้าหากว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ ฉันก็จะสามารถล่าพวกมอนสเตอร์ปกติได้บางส่วน’

ซังจินยังคงเดินต่อไปในเงาขณะที่คิดเช่นนี้ ครู่หนึ่งเขาก็ได้มาถึงโดมดวงตาที่กำลังหลับได้ เขาสามารถจะเห็นได้ชัดว่าอาคารนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อาคารทั้งหลังนี้ได้ถูกแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ลวดลายที่ประณีต พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว และเครื่องหมายทางโหราศาสตร์ นอกจากสัญลักษญ์พวกนั้นแล้วก็ยังมีสัญลักษณ์ของสัตว์เล่น งัว งู แกะ และสัตว์อื่นๆอีกมาก ‘รูปแบบดวงตาที่กำลังหลับ’ ที่ด้านบนมันได้ถูกจารึกเอาไว้หลายแห่ง มันดูคล้ายกับบ้านของหมอดูเมื่อมองมันในครั้งแรกเลย

‘ดูเหมือนว่าฉันจะมาถูกที่แล้ว’

ซังจินได้ยืนยันความคิดของเขาในขณะที่มองไปที่ทางเข้า แต่ว่าที่ทางเข้าก็ได้เต็มไปด้วยเอลฟ์ตามในคำใบ้

‘ผู้คนได้มาชุมนุนกันเหมือนหมู่เมฆ และเสริมเติมแต่งด้วยข่าวลือ’

แม้ว่าจะมีคนอยู่จำนวนมาก แต่ว่าพวกเขาก็ได้ยืนต่อคิวกันอย่างเงียบสนิท

‘ฉันเดาว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินเสียงเบาๆ…’

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเองในขณะที่นับจำนวนพวกเขา

‘หนึ่ง สอง สาม สี่….’

มันดูเหมือนว่ารอบๆนี้จะมีมากกว่า 10 คน และนอกจากนี้พวกเขาบางคนก็เป็นทหารที่สวมใส่เกราะและอาวุธ มันง่ายที่จะต่อสู้และจัดการพวกเขา แต่ว่าถ้าเขาหนีไปจากที่นร้ มันก็เหมือนจะทำให้เขาก็เผชิญหน้ากับพวกเอลฟ์จำนวนนับไม่ถ้วนที่จะมาที่นี่

‘ถ้าฉันเข้าต่อสู้ที่นี่ มันก็จะกินเวลาไปประมาณนึง…’

ซังจินได้พิจารณาใคร่ครวญสิ่งนี้

“กร…”

เสียงขู่ต่ำจากเคนสามารถที่จะได้ยินได้ดังออกมา นี้มันเป็นคำเตือนตามปกติเมื่อเขาพบกับศัตรู ซังจินได้คุกเข่าลงในทันทีและพูดกับเคนด้วยเสียงเบาๆ

“เคน นายสามารถจะช่วยล่อเจ้าพวกนี้ไปสักพักนึงได้ไหม? เมื่อนายกำลังจะได้รับอันตรายหลังจากโผล่ออกไป ฉันก็จะยกเลิกการอัญเชิญทันที ตกลงนะ?”

เคนได้ตอบกลับด้วยเสียงเบาๆกับเจ้านายของตน

“เอ๋ง”

เขาตอบกลับมาอย่างเงียบๆ

“โอเค ไปเลยเคน”

มันไม่สามารถจะเห็นร่างกายของเคนได้ แต่ว่า

“ฟึบ ฟึบ ฟึบ”

ก็สามารถจะได้ยินเสียงออกมา เคนได้วิ่งออกไปจาหเงา และจากนั้นครู่หนึ่งตัวของเขาก็ปรรกฏออกมาด้านหน้าของพวกดาร์คเอลฟ์

“กรร~”

เขาได้ขู่ออกมา

“กรี๊ดดดด”

ดาร์คเอลฟ์ผู้หญิงจำนวนมากได้เริ่มกรี๊ดออกมาด้วยความหวาดกลัว

“แกเป็นใคร?”

ดาร์คเอลฟ์ผู้ชายบางส่วนได้ดึงมีดออกมาจากข้างเอว เคนได้วิ่งป่วนไปมาในหมู่ดาร์คเอลฟ์ ทำให้พวกดาร์คเอลฟ์วิ่งหนีกัน และบางา่วนก็ไล่ล่าเขา ครู่หนึ่งฝูงชนที่อยู่ด้านหน้าของบ้านหมอดูก็หายไป และซังจินก็ได้เข้าไปในนั้นอย่างระมัดระวัง

การตกแต่งภายในอาคารมันดูมหัศจรรย์ มันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่น่ากลัว มอนสเตอร์ที่ไม่สามารถจะระบุชนิดได้ และพรมบนพื้นที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูปสะกดจิต แต่ว่าซังจินก็ไม่มีเวลาว่างมากนักให้มาสนใจในสิ่งตกแต่งภายในนี้ ซังจินได้เดินเข้าไปด้านใน และเขาก็ได้ยินเสียงมาจากในผ้าคลุม

“มีอะไรที่ท่านต้องการหรือไม่? ท่านผู้สร้าง”

ซังจินได้เข้าไปหาผ้าคลุมโดยที่ไม่คิดอะไรใดๆ อย่างไรก็ตามเสียงนั้นก็ได้พูดอีกครั้ง

“ชิ้นส่วนลับงั้นหรอ? ไม่มีสิ่งใดที่นี่”

‘เขารู้ได้ยังไง?’

ซังจินได้ดึงผ้าคลุมนั้นออกมา ที่ด้านในได้มีคนๆนึงนั่งอยู่ที่ถูกประดับประดาไปด้วยอัญมณีและเครื่องสำอางต่างๆบนใบหน้า ที่ด้านหน้าของเขามีลูกบอลคริสตัลวางอยู่ ในขณะที่ซังจินกำลังขมวดคิ้วอยู่ หมอดูก็ได้ตะโกนออกมา

“มนุษย์!”

เสียงนี้มันได้ระบุว่าเขาเป็นผู้ชาย ชายประหลาดที่แต่งหน้า ชายประคนนี้ได้ดึงใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะออกมา แต่ว่าความจริงที่ว่าเขาไม่ใช้ทั้งชิ้นส่วนลับและบอสลับก็ปรากฏออกมาเพราะว่าเขาอ่อนแอเป็นอย่างมาก

“ฉึบ”

ดาของซังจินได้ตัดคอของเขา และจากนั้นเขาก็ล้มลงไป ซังจินได้เริ่มที่จะตรวจสอบไปรอบๆ แต่ไม่ว่ายังไงลูกบอลคริสตัลก็ดูจะเด่นที่สุด

มันเป็นสิ่งของปกติที่จะต้องควบคู่ไปกับหมอดู ซังจินได้ตรวจสอบมันอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่ว่าหน้าต่างคำอธิบายของโอเปอเรเตอร์ก็ไม่ได้ปรากฏออกมา ซังจินได้โยนมันทิ้งไปบนพื้นและมองไปรอบๆอีกครั้ง

‘แค่เพียงว่ามันคืออะไร…’

ในขณะนี้เองเบสโกโร่กได้แสดงความคิดเห็นออกมา

‘อ่านใจไม่ใช่หรอ?’

ซังจินได้มองไปรอบๆและพูดกับเขา

“นายหมายถึงอะไรและที่ไหน?”

‘ตรงนั้น ต่างหูที่เขาสวมอยู่’

ซังจินได้มองลงไป สร้อยคอบนคอ แหวนข้อมือบนข้อมือ และเขาก็มีต่างหูในหูแต่ละข้างที่มีสีแตกต่างกัน อันหึ่งสีน้ำเงิน และอีกอันหนึ่งสีม่วง

“ข้างไหน?”

‘ไม่…มองไปที่แสง…’

ซังจินได้จับคอของเขาขึ้นมาและส่ายมัน และแสงห็ได้ปรากฏออกมาอย่างกะทันหัน มันมาจากต่างหูสีม่วงที่อยู่ข้างขวามันเผยให้เห็นสัญลักษณ์ดวงตาที่กำลังหลับที่เขาเคยเห็นมาก่อน ซังจินนั้นรู้สึกไม่ดี แต่ว่าเขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะเอาต่างหูออกมาอย่างระมัดระวัง เขาจึงดึงมีดออกมาและตัดหูข้างนั้นอิกมาเลย จากนั้นเสียงของโอเปอเรเตอร์ก็ดังออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้พบกับชิ้นส่วนลับ]

[ดวงตาของเจเรมีย์]

ซังจินกำลังจะพยายามดึงมันออกมาจากหู แต่แล้วเสียงจากด้านนอกก็ได้ดังออกมา…

“เอ๋ง ๆ”

เคนได้ร้องออกมา เคนจึงคว้าหูของดาร์คเอลฟ์เอาไว้และออกมาจาก้านหมอดู

“พามันไป!”

เสียงพูดได้ดังออกมา ซังจินจึงหลบกลับเข้าไปในเงามืดและพูดออกมา

“ยกเลิกการอัญเชิญเคน”

ครู่หนึ่งรูปสลักไม้ของเคนก็ได้กลับมาอยู่บนมือของเขา

“ทำได้ดีมาก เคน”

ซังจินได้จูบไปที่รูปสลักไม้ของเคนและเก็บกลับลงไปในกระเป๋า

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 130  ครับ ซึ่งจบกลุ่มที่สองแล้วครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <